‘...วันนี้เป็วันสงกรานต์หนุ่มสาวชาวบ้านเบิกบานจิตใจจริงเอย...’ เสียงเพลงรำวงวันสงกรานต์ดังแว่วมาจนถึงชั้น20 ลลิตายืนรับลม พักสายตาอยู่ที่ระเบียง ทอดสายตามองลงไปบนถนน ในย่านใจกลางเมืองมีเพียงรถราหนาแน่นเหมือนทุกวันกลุ่มคนที่เล่นน้ำคงไปอยู่แถวถนนข้าวสารหรือตามลานเบียร์หน้าเซ็นทรัลเวิลด์เสียงเพลงคงดังมาจากสำนักงานนิติบุคคลคอนโดที่อยู่ชั้น 1 ที่เปิดเพื่อสร้างบรรยากาศให้เ้าของร่วมลลิตาจำไม่ได้แล้วว่าเล่นน้ำสงกรานต์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
หญิงสาวยืนพิงราวระเบียงหยิบมือถือขึ้นมาหารายชื่อสุดท้ายที่สนทนาแล้วกดปุ่มวีดีโอคอลไม่นานปลายทางก็รับสาย
“ฮาโหลครับลิตาผมกำลังจะโทรหาคุณพอดีเลย” หน้าคมเข้มของฟารีสในเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีน้ำตาลปรากฏขึ้นบนจอ
“ทำอะไรอยู่คะ?” เธอยิ้ม หน้าขาวๆเคราเขียวๆ และั์ตาชวนฝันคู่นั้น ยังทำให้เธอใจเต้นอยู่เสมอ
“อยู่ที่ทุ่งดอกทิวลิปครับ กำลังจะโทรหาคุณพาชมดอกไม้ด้วยกัน”คนหนวดดกพูดอย่างรื่นเริงหน้าจอสลับจากหน้าคมเข้มเป็ทุ่งดอกทิวลิปหลากสีกว้างใหญ่ ที่มีพื้นหลังเป็เทือกเขาสูงสลับซับซ้อน
“สวยมากเลยค่ะ หายปวดตาเลย”
“เขียนนิยายอยู่เหรอครับ”เสียงทุ้มพูดเรื่อยๆ หน้าจอยังคงเป็ทุ่งดอกทิวลิปหลากสีสัน จอภาพไหววาบตามจังหวะการเดินของเ้าตัว
“ค่ะ เพิ่งหยุดพักสายตา”
“เดือนหน้าลิตา ต้องเดินทางไปไหนหรือเปล่าครับ?”
“ไม่ค่ะ เขียนงานอยู่ที่บ้านทำไมเหรอคะ?”
“ผมกำลังเคลียร์งานอยู่ตั้งใจจะไปหาลิตาเดือนหน้า”
“จริงเหรอคะ?” เสียงหวานพูดอย่างตื่นเต้นจนคนหลังกล้องแอบยิ้มเพราะที่จริงก็หวั่นใจกลัวว่าความจริงลลิตาจะได้คิดถึงไม่ได้อยากเจอเขา เหมือนที่เขาคิดถึงเธอ
“ครับผมอย่าลืมที่บอกว่าจะทำต้มยำให้ผมกินนะ”
“ไม่ลืมค่า ที่เมืองไทยนอกจากต้มยำแล้วยังมีอะไรอร่อยๆให้กินอีกเยอะเลยค่ะ”
“ผมรู้ครับ อยากกินจะแย่แล้ว”เสียงทุ้มลดลงกระซิบ
“ที่แคชเมียร์ยังหนาวอยู่เหรอคะ?”
“ครับ อากาศยังเย็นอยู่” ฟารีสพูดพร้อมสลับหน้าจอกลับมาแล้วแพนกล้องให้ดูชุดกางเกงยีนส์และเสื้อหนังที่ใส่อยู่
“ที่นี่ร้อนตับแลบเลยค่ะ”ลลิตาพูดพร้อมยืดแขนออกห่างเพื่อให้กล้องจับรูปร่างได้เต็มตัว
“หืมมม...ลิตา!!” ฟารีสครางฮึ่มในลำคอเบาๆเมื่อเห็นร่างบางในหน้าจอใส่เพียงเสื้อยืดสีขาวบางเบายอดอกชูชันท้าทายทั้งสองข้างเห็นได้ชัดจากหน้าจอบ่งบอกว่าเธอไม่ได้ใส่ชั้นในเรียวขาอ่อนขาวผ่องที่โผล่พ้นชายเสื้อออกมานั้นทำให้เผลอคาดเดาว่าเธอใส่กางเกงอยู่หรือไม่
“ค่ะ...ทำไมเหรอคะ?” ลลิตาแกล้งทำหน้าใสซื่อยั่วเย้า ภาพฉากหลังของคนหนวดดกเปลี่ยนจากทุ่งดอกไม้กว้างเป็กำแพงอิฐสีแดงเ้าตัวคงหาที่ลับคนเมื่อเนื้อหาการสนทนาเริ่มล่อแหลมแววตาคมส่งสายตาคาดโทษมาทางหน้าจอ
“ฝากไว้ก่อนครับ เจอกันเมื่อไหร่จะจับกินทั้งตัวเลย” เสียงทุ้มพร่า ลอยมาตามสาย...
สำนักงาน AmandeepGroup of Houseboats
“แล้วจะไปกี่วัน?” มูฮัมหมัดถามลูกชายคนเล็ก ที่มาขอลาพักร้อน
“ไม่เกิน 15 วันครับพ่อ”ฟารีสตอบผู้เป็พ่อเขาเคลียร์งานและมอบหมายงานให้ผู้ช่วยแล้วบางส่วนก็ฝากพี่ชายไว้
“อยู่นานกว่านั้นก็ได้นะแกจะได้พักผ่อนด้วย ทำงานกับพ่อมาหลายปียังไม่เห็นแกพักร้อนเลย”มูฮัมหมัดพูดอย่างเข้าใจลูกชายเขาก็เคยเป็หนุ่มมาก่อนการไม่ได้พบหน้าคนรักมานานเกือบครึ่งค่อนปีคงทรมานไม่ใช่น้อย
“ไม่มีเวลาไปสถานทูตเลยครับ ตั้งใจว่าจะไปขอวีซ่าแบบOnArrival [1]ที่นู้น เลยอยู่ได้ไม่เกิน 15 วัน” การติดต่อสถานทูตเพื่อขอวีซ่านั้น ได้วีซ่านานขึ้นก็จริงแต่ตอนนี้เขาคิดถึงอีกคนจนใจจะขาดแล้วจึงไม่อยากเสียเวลาไปกับการติดต่อสถานทูต
“ตามใจ แกเดินทางเมื่อไหร่?”
“พรุ่งนี้ครับ”
สนามบินสุวรรณภูมิ
“ฟารีส ทางนี้ค่ะ”ฟารีสอยู่ตรงโถงผู้โดยสารขาเข้า เหลียวมองหาต้นเสียงที่เรียกชื่อเขาแว่วๆจากผู้คนมหาศาลจนเห็นร่างระหงในชุดกางเกงยีนส์เสื้อยืดสีเหลืองยืนโบกไม้โบกมืออยู่
“ลิตา”ร่างสูงรีบลากกระเป๋าสาวเท้าเข้าไปสวมกอดคนที่แสนคิดถึงคนตัวเล็กก็กอดเขาไว้แน่นเช่นกัน
“คิดถึงที่สุดเลยครับ”ฟารีสพูดแล้วโน้มตัวประกบริมฝีปากจุมพิตริมฝีปากบางดูดดื่มเนิ่นนานจนมือน้อยต้องดันอกกว้างออกเพราะเริ่มขาดอากาศหายใจ
“หิวไหมคะ?”ลลิตาถอยตัวออกแหงนมองใบหน้าคมเข้ม อ้อมแขนแกร่งยังโอบรัดรอบเอวบางไม่ยอมปล่อย
“หิวครับ” ร่างสูงตอบเสียงพร่าส่งสายตาสื่อความหมาย
“ฉันหมายถึงข้าวน่ะค่ะ หิวข้าวไหม?”ลลิตาส่งค้อนเบาๆ ใบหน้าเริ่มเห่อร้อนเพราะสายตาคู่นั้น
“หิวคุณ” ฟารีสกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูวงแขนแกร่งกระชับร่างบางเข้าแนบชิด
“ไปคะ คุณจะได้พัก” ลลิตาตัดบทก่อนบทสนทนาจะอีโรติกมากไปกว่านี้พลางเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนจูงมือคนตัวโต มุ่งหน้าสู่ลานจอดรถของสนามบิน
“ทางนี้ค่ะ”ลลิตาเดินนำไปที่รถซิตี้คาร์คัดเล็ก สีม่วงกดรีโมทเปิดกระโปรงท้ายรถเพื่อให้ฟารีสเก็บกระเป๋าเดินทาง
“ให้ผมขับไหมครับ?” ฟารีสถามเบาๆเมื่อทั้งคู่เข้ามานั่งอยู่ในรถแล้ว
“ไม่เป็ไรค่ะ คุณพักเถอะ”
“แรงเหลือๆ ครับ”
“จริงเหรอคะ?”
“จริงครับ ยังออกแรงได้อีกเยอะ” ฟารีสพูดสายตาคมส่องประกายวาววับ มือใหญ่เอื้อมประคองหน้าหวานโน้มตัวประกบริมฝีปากร้อนลิ้มเลียไปบนริมฝีปากบางที่โหยหาความวาบวามวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ลลิตาเผยอริมฝีปากให้ลิ้นร้อนซอกซอนดูดดื่มความหวานในโพรงปากสองลิ้นกระหวัดเกี่ยวพัน ริมฝีปากดูดดึงเร่าร้อน เร่งเร้าไฟปรารถนาโหมกระพือรุนแรง
“อือ...”ลลิตาครางกระเส่าอยู่ภายใต้ริมฝีปากร้อนที่ยังดูดดื่มไม่ยอมห่าง มือใหญ่เอื้อมเคล้นคลึงอกอวบผ่านเสื้อยืดเนื้อนุ่มร่างบางแอ่นอก บิดเร้าด้วยความเสียวซ่าน
“ตรงนี้ไม่ได้นะคะ ฟารีส เดี๋ยวตำรวจจับ”ลลิตากระซิบหอบ ใบหน้าแดงซ่าน เมื่อริมฝีปากร้อนย้ายจากปากบางไปซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอขาวผ่องมือใหญ่เลื้อยล้วงผ่านกางเกงเข้าััเนินเนื้ออวบอูมและแทรกเรียวนิ้วยาวเข้ากลางร่องกลีบเนื้ออ่อน
“บ้านฉันอยู่ไม่ไกล เดี๋ยวก็ถึงแล้วค่ะนะคะ” ฟารีสหยุดเคลื่อนไหวเสียงหายใจหอบกระเส่าและลมหายใจร้อนที่ราดรดบนซอกคอขาวผ่อง บ่งบอกว่าคนตัวโตกำลังหักห้ามใจอย่างสุดความสามารถก่อนจะผละตัวออก กลับมานั่งตัวตรงที่ที่นั่งข้างคนขับเหมือนเดิม
ลลิตาเหลือบมองหน้าคนตัวโตที่บัดนี้แดงก่ำไปด้วยความ้าที่สูบฉีดตัวเธอเองนั้นก็ร้อนรุ่มไม่ต่างกัน หญิงสาวโน้มตัวหมายจะจุมพิตหน้าผากคนตัวโตเพื่อปลอบขวัญแต่...
“อย่านะครับ” ฟารีสรีบร้องห้าม
“ถ้าแตะอีกนิดจะห้ามใจไว้ไม่ได้ละนะครับ” ลลิตาหัวเราะคิก สตาร์ทรถและบังคับพวงมาลัยรถคันเล็กมุ่งหน้าสู่บ้านของเธอ
[1]Visa onArrival (VOA) คือ วีซ่าที่ผู้ถือหนังสือเดินทางสามารถขอได้ ณช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองในประเทศ เพื่อการท่องเที่ยวเป็ระยะเวลาไม่เกิน15 วัน โดยที่ไม่ต้องทำวีซ่าล่วงหน้า (ทำวีซ่าเมื่อถึงไทย)