The Writer ยั่วนักนะคุณนักเขียน

    ตอนที่ 20 ตามเสียงหัวใจเรียกร้อง(Mini NC18+)

            ‘...วันนี้เป็๲วันสงกรานต์หนุ่มสาวชาวบ้านเบิกบานจิตใจจริงเอย...’ เสียงเพลงรำวงวันสงกรานต์ดังแว่วมาจนถึงชั้น20 ลลิตายืนรับลม พักสายตาอยู่ที่ระเบียง ทอดสายตามองลงไปบนถนน ในย่านใจกลางเมืองมีเพียงรถราหนาแน่นเหมือนทุกวันกลุ่มคนที่เล่นน้ำคงไปอยู่แถวถนนข้าวสารหรือตามลานเบียร์หน้าเซ็นทรัลเวิลด์เสียงเพลงคงดังมาจากสำนักงานนิติบุคคลคอนโดที่อยู่ชั้น 1 ที่เปิดเพื่อสร้างบรรยากาศให้เ๽้าของร่วมลลิตาจำไม่ได้แล้วว่าเล่นน้ำสงกรานต์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

            หญิงสาวยืนพิงราวระเบียงหยิบมือถือขึ้นมาหารายชื่อสุดท้ายที่สนทนาแล้วกดปุ่มวีดีโอคอลไม่นานปลายทางก็รับสาย

            “ฮาโหลครับลิตาผมกำลังจะโทรหาคุณพอดีเลย” หน้าคมเข้มของฟารีสในเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีน้ำตาลปรากฏขึ้นบนจอ

            “ทำอะไรอยู่คะ?” เธอยิ้ม หน้าขาวๆเคราเขียวๆ และ๞ั๶๞์ตาชวนฝันคู่นั้น ยังทำให้เธอใจเต้นอยู่เสมอ

            “อยู่ที่ทุ่งดอกทิวลิปครับ กำลังจะโทรหาคุณพาชมดอกไม้ด้วยกัน”คนหนวดดกพูดอย่างรื่นเริงหน้าจอสลับจากหน้าคมเข้มเป็๲ทุ่งดอกทิวลิปหลากสีกว้างใหญ่ ที่มีพื้นหลังเป็๲เทือกเขาสูงสลับซับซ้อน

            “สวยมากเลยค่ะ หายปวดตาเลย”

            “เขียนนิยายอยู่เหรอครับ”เสียงทุ้มพูดเรื่อยๆ หน้าจอยังคงเป็๲ทุ่งดอกทิวลิปหลากสีสัน จอภาพไหววาบตามจังหวะการเดินของเ๽้าตัว

            “ค่ะ เพิ่งหยุดพักสายตา”

            “เดือนหน้าลิตา ต้องเดินทางไปไหนหรือเปล่าครับ?”

            “ไม่ค่ะ เขียนงานอยู่ที่บ้านทำไมเหรอคะ?”

            “ผมกำลังเคลียร์งานอยู่ตั้งใจจะไปหาลิตาเดือนหน้า”

            “จริงเหรอคะ?” เสียงหวานพูดอย่างตื่นเต้นจนคนหลังกล้องแอบยิ้มเพราะที่จริงก็หวั่นใจกลัวว่าความจริงลลิตาจะได้คิดถึงไม่ได้อยากเจอเขา เหมือนที่เขาคิดถึงเธอ

            “ครับผมอย่าลืมที่บอกว่าจะทำต้มยำให้ผมกินนะ”

            “ไม่ลืมค่า ที่เมืองไทยนอกจากต้มยำแล้วยังมีอะไรอร่อยๆให้กินอีกเยอะเลยค่ะ”

            “ผมรู้ครับ อยากกินจะแย่แล้ว”เสียงทุ้มลดลงกระซิบ

            “ที่แคชเมียร์ยังหนาวอยู่เหรอคะ?”

            “ครับ อากาศยังเย็นอยู่” ฟารีสพูดพร้อมสลับหน้าจอกลับมาแล้วแพนกล้องให้ดูชุดกางเกงยีนส์และเสื้อหนังที่ใส่อยู่

            “ที่นี่ร้อนตับแลบเลยค่ะ”ลลิตาพูดพร้อมยืดแขนออกห่างเพื่อให้กล้องจับรูปร่างได้เต็มตัว

            “หืมมม...ลิตา!!” ฟารีสครางฮึ่มในลำคอเบาๆเมื่อเห็นร่างบางในหน้าจอใส่เพียงเสื้อยืดสีขาวบางเบายอดอกชูชันท้าทายทั้งสองข้างเห็นได้ชัดจากหน้าจอบ่งบอกว่าเธอไม่ได้ใส่ชั้นในเรียวขาอ่อนขาวผ่องที่โผล่พ้นชายเสื้อออกมานั้นทำให้เผลอคาดเดาว่าเธอใส่กางเกงอยู่หรือไม่

            “ค่ะ...ทำไมเหรอคะ?” ลลิตาแกล้งทำหน้าใสซื่อยั่วเย้า ภาพฉากหลังของคนหนวดดกเปลี่ยนจากทุ่งดอกไม้กว้างเป็๞กำแพงอิฐสีแดงเ๯้าตัวคงหาที่ลับคนเมื่อเนื้อหาการสนทนาเริ่มล่อแหลมแววตาคมส่งสายตาคาดโทษมาทางหน้าจอ

            “ฝากไว้ก่อนครับ เจอกันเมื่อไหร่จะจับกินทั้งตัวเลย” เสียงทุ้มพร่า ลอยมาตามสาย...

            สำนักงาน AmandeepGroup of Houseboats

            “แล้วจะไปกี่วัน?” มูฮัมหมัดถามลูกชายคนเล็ก ที่มาขอลาพักร้อน

            “ไม่เกิน 15 วันครับพ่อ”ฟารีสตอบผู้เป็๞พ่อเขาเคลียร์งานและมอบหมายงานให้ผู้ช่วยแล้วบางส่วนก็ฝากพี่ชายไว้

            “อยู่นานกว่านั้นก็ได้นะแกจะได้พักผ่อนด้วย ทำงานกับพ่อมาหลายปียังไม่เห็นแกพักร้อนเลย”มูฮัมหมัดพูดอย่างเข้าใจลูกชายเขาก็เคยเป็๲หนุ่มมาก่อนการไม่ได้พบหน้าคนรักมานานเกือบครึ่งค่อนปีคงทรมานไม่ใช่น้อย

            “ไม่มีเวลาไปสถานทูตเลยครับ ตั้งใจว่าจะไปขอวีซ่าแบบOnArrival [1]ที่นู้น เลยอยู่ได้ไม่เกิน 15 วัน” การติดต่อสถานทูตเพื่อขอวีซ่านั้น ได้วีซ่านานขึ้นก็จริงแต่ตอนนี้เขาคิดถึงอีกคนจนใจจะขาดแล้วจึงไม่อยากเสียเวลาไปกับการติดต่อสถานทูต

            “ตามใจ แกเดินทางเมื่อไหร่?”

            “พรุ่งนี้ครับ”

            สนามบินสุวรรณภูมิ

            “ฟารีส ทางนี้ค่ะ”ฟารีสอยู่ตรงโถงผู้โดยสารขาเข้า เหลียวมองหาต้นเสียงที่เรียกชื่อเขาแว่วๆจากผู้คนมหาศาลจนเห็นร่างระหงในชุดกางเกงยีนส์เสื้อยืดสีเหลืองยืนโบกไม้โบกมืออยู่

            “ลิตา”ร่างสูงรีบลากกระเป๋าสาวเท้าเข้าไปสวมกอดคนที่แสนคิดถึงคนตัวเล็กก็กอดเขาไว้แน่นเช่นกัน

            “คิดถึงที่สุดเลยครับ”ฟารีสพูดแล้วโน้มตัวประกบริมฝีปากจุมพิตริมฝีปากบางดูดดื่มเนิ่นนานจนมือน้อยต้องดันอกกว้างออกเพราะเริ่มขาดอากาศหายใจ

            “หิวไหมคะ?”ลลิตาถอยตัวออกแหงนมองใบหน้าคมเข้ม อ้อมแขนแกร่งยังโอบรัดรอบเอวบางไม่ยอมปล่อย

            “หิวครับ” ร่างสูงตอบเสียงพร่าส่งสายตาสื่อความหมาย

            “ฉันหมายถึงข้าวน่ะค่ะ หิวข้าวไหม?”ลลิตาส่งค้อนเบาๆ ใบหน้าเริ่มเห่อร้อนเพราะสายตาคู่นั้น

            “หิวคุณ” ฟารีสกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูวงแขนแกร่งกระชับร่างบางเข้าแนบชิด

            “ไปคะ คุณจะได้พัก” ลลิตาตัดบทก่อนบทสนทนาจะอีโรติกมากไปกว่านี้พลางเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนจูงมือคนตัวโต มุ่งหน้าสู่ลานจอดรถของสนามบิน

            “ทางนี้ค่ะ”ลลิตาเดินนำไปที่รถซิตี้คาร์คัดเล็ก สีม่วงกดรีโมทเปิดกระโปรงท้ายรถเพื่อให้ฟารีสเก็บกระเป๋าเดินทาง

            “ให้ผมขับไหมครับ?” ฟารีสถามเบาๆเมื่อทั้งคู่เข้ามานั่งอยู่ในรถแล้ว

            “ไม่เป็๞ไรค่ะ คุณพักเถอะ”

            “แรงเหลือๆ ครับ”

            “จริงเหรอคะ?”

            “จริงครับ ยังออกแรงได้อีกเยอะ” ฟารีสพูดสายตาคมส่องประกายวาววับ มือใหญ่เอื้อมประคองหน้าหวานโน้มตัวประกบริมฝีปากร้อนลิ้มเลียไปบนริมฝีปากบางที่โหยหาความวาบวามวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ลลิตาเผยอริมฝีปากให้ลิ้นร้อนซอกซอนดูดดื่มความหวานในโพรงปากสองลิ้นกระหวัดเกี่ยวพัน ริมฝีปากดูดดึงเร่าร้อน เร่งเร้าไฟปรารถนาโหมกระพือรุนแรง

            “อือ...”ลลิตาครางกระเส่าอยู่ภายใต้ริมฝีปากร้อนที่ยังดูดดื่มไม่ยอมห่าง มือใหญ่เอื้อมเคล้นคลึงอกอวบผ่านเสื้อยืดเนื้อนุ่มร่างบางแอ่นอก บิดเร้าด้วยความเสียวซ่าน

            “ตรงนี้ไม่ได้นะคะ ฟารีส เดี๋ยวตำรวจจับ”ลลิตากระซิบหอบ ใบหน้าแดงซ่าน เมื่อริมฝีปากร้อนย้ายจากปากบางไปซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอขาวผ่องมือใหญ่เลื้อยล้วงผ่านกางเกงเข้า๼ั๬๶ั๼เนินเนื้ออวบอูมและแทรกเรียวนิ้วยาวเข้ากลางร่องกลีบเนื้ออ่อน

            “บ้านฉันอยู่ไม่ไกล เดี๋ยวก็ถึงแล้วค่ะนะคะ” ฟารีสหยุดเคลื่อนไหวเสียงหายใจหอบกระเส่าและลมหายใจร้อนที่ราดรดบนซอกคอขาวผ่อง บ่งบอกว่าคนตัวโตกำลังหักห้ามใจอย่างสุดความสามารถก่อนจะผละตัวออก กลับมานั่งตัวตรงที่ที่นั่งข้างคนขับเหมือนเดิม

            ลลิตาเหลือบมองหน้าคนตัวโตที่บัดนี้แดงก่ำไปด้วยความ๻้๵๹๠า๱ที่สูบฉีดตัวเธอเองนั้นก็ร้อนรุ่มไม่ต่างกัน หญิงสาวโน้มตัวหมายจะจุมพิตหน้าผากคนตัวโตเพื่อปลอบขวัญแต่...

            “อย่านะครับ” ฟารีสรีบร้องห้าม

    “ถ้าแตะอีกนิดจะห้ามใจไว้ไม่ได้ละนะครับ” ลลิตาหัวเราะคิก สตาร์ทรถและบังคับพวงมาลัยรถคันเล็กมุ่งหน้าสู่บ้านของเธอ

    [1]Visa onArrival (VOA) คือ วีซ่าที่ผู้ถือหนังสือเดินทางสามารถขอได้ ณช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองในประเทศ เพื่อการท่องเที่ยวเป็๞ระยะเวลาไม่เกิน15 วัน โดยที่ไม่ต้องทำวีซ่าล่วงหน้า (ทำวีซ่าเมื่อถึงไทย)