บทที่ 17 ข่าวดี
เมฆสีดำก่อตัวกันเป็ก้อนใหญ่ ทำให้ฟ้าครึ้มจวนฝนใกล้จะตก แสงอาทิตย์ที่เคยส่องสว่างไปทั่วโรงเรียนก็ได้หดหายไป แค่ไม่กี่นาทีที่เมฆเริ่มตั้งเค้า ฝนก็ได้โปรยลงมาทั่วบริเวณ ทิม...หนึ่งในอดีตแก๊งตาผี ที่ตอนนี้ได้ย้ายฝั่งมาเข้าร่วมกับแก๊งปะเหลียนเอสคอร์ทอย่างเต็มตัว บัดนี้เขาได้เดินเข้าไปในโรงเรียนท่ามกลางสายฝนที่กำลังโปรยเม็ดอยู่ โดยมีเป้าหมายไปยังห้องคณะกรรมการนักเรียนที่ชั้นสองของอาคารหลัก น่าแปลกใจที่ครั้งนี้เขามาอย่างเปิดเผย โดยไม่ปลอมตัวหรือตีเนียนเป็นักเรียนของโรงเรียนนี้เลย มือสองข้างปลดฮู้ดสีเทาที่กันฝนไว้ออกจากศรีษะเมื่อเข้ามาถึงตัวอาคาร ทิมเดินขึ้นบรรไดไปอย่างช้า ๆ โดยไม่หวั่นเกรงใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อมาถึงชั้นสอง ทิมก็เดินไปหยุดอยู่ที่ห้องตรงกลาง ซึ่งมีป้ายสีดำติดไว้เหนือประตูเหล็กว่า ห้องคณะกรรมการ นร. ทิมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วยื่นมือขวาไปหมุนลูกบิดประตูก่อนออกแรงผลักเข้าไป
ทางฝั่งด้านในก่อนทิมจะผลักประตูเข้ามา รองประธานกรรมการนักเรียนที่เป็ผู้หญิงกำลังเช็คลิสต์อะไรบางอย่างอยู่โต๊ะประจำของเธอ เธอเป็หญิงสาวรูปร่างเพียว ผิวขาวหน้าตาสวย ผมเป็ลอนสีดำของเธอยาวเกือบถึงเอวด้านหลัง อีกทั้งยังเป็นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี 6 ที่กำลังได้รับรางวัลนักเรียนดีเด่นประจำปี แถมยังเคยคว้ารางวัลมาแล้วมากมายหลายสาขา ถือเป็นักเรียนตัวอย่างที่น่ายกย่องที่สุด
"รองประธานหลิว ลองดูรายชื่อนี่สิคะ" เสียงของหญิงสาวที่ยืนตรวจดูรายชื่ออยู่บนโต๊ะติดผนัง จากนั้นหยิบแฟ้มรายชืี่อสีชมพูไปให้รองประธานดู วินาทีต่อมารองประธานก็ถึงกับใ ม่านตาเบิกกว้างรีบวิ่งเอาแฟ้มไปที่โต๊ะของประธานนักเรียน ตอนนี้ประธานโอมยืนกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่าง พอได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวในห้องก็รีบหันกลับมามอง โอมเริ่มสงสัยอาการของรองประธาน จึงเดินไปที่โต๊ะของตนเพื่อดูสิ่งที่รองประธานเอามาให้ดู
"เ้าพวกนั้นอีกแล้วหรือ..!!" ประธานโอมโพล่งออกมา
"นี่นายไม่รู้เหรอว่าวันก่อนมีกลุ่มชายฉกรรจ์บุกเข้ามาที่โรงเรียน" เสียงอวบ ๆ ของกรรมการชายที่เป็คนสนิทของโอมพูดขึ้น "บุกมาทำร้ายเ้าพวกนั้นนั่นแหละ"
เหตุผลที่เขารู้เื่ที่ประธานกับรองประธานกำลังใกันอยู่ เนื่องจากเขาเองที่เป็คนหยิบแฟ้มรายชื่อนั้นมาวางไว้บนโต๊ะเอง พอเห็นทุกคนใเมื่อได้ดูแฟ้มสีชมพู เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าทุกคนกำลังใเื่อะไรกัน แฟ้มสีชมพูนั้นเป็แฟ้มบันทึกรายชื่อของนักเรียนที่ก่อคดีไว้ในโรงเรียน เนื่องจากคุณครูฝ่ายปกครองต้องบันทึกความผิดของนักเรียนที่ทำไว้จึงส่งต่อมาให้ฝ่ายกรรมการนักเรียนเพื่อสืบสวนเื่ราวต่อไป
"ั้แ่เมื่อไหร่...ทำไมฉันถึงไม่รู้เลย" ประธานโอมเอ่ยขึ้นพร้อมกับวางแฟ้มสีชมพูลงบนโต๊ะ
"ก็วัน..สองวันก่อน" กรรมการนักเรียนชายคนสนิทของโอมบอกไป "ไม่แปลกที่นายจะไม่รู้ ก็วันนั้นนายไม่ได้อยู่ที่โรงเรียน"
ก่อนที่โอมจะได้พูดอะไรกลับไปก็ได้มีเสียงหนึ่งดังกั้นจังหวะมาซะก่อน
ปัง!!
ปรากฏชายสวมฮู้ดสีเทาผลักประตูเดินเข้ามา สายตาทุกสายตาจับจ้องไปที่คนที่กำลังเดินเข้ามากันหมด โดยเฉพาะโอม เขาจ้องเขม็งไปที่ชายคนนั้นอย่างไม่ละสายตา เขาไม่พอใจอย่างมากที่มีคนมาทำกิริยาแบบนี้กับเขา แค่นักเรียนที่ทำผิดกฎของโรงเรียนเขาก็ไม่เคยปล่อยผ่านเลยสักคน แต่นี่เป็คนนอก มีเหรอที่เขาจะยอมปล่อยไป
"แกเป็ใคร...้าอะไรถึงได้บุกมาถึงนี่!" นี่คือคำแรกที่โอมพูดออกมากับคนแปลกหน้า
ทิมยิ้มมุมปากแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะของประธานโอม จากนั้นก็ฟังคำพูดต่อไปของโอม "แกทำแบบนี้คงรู้ใช่มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแก!"
ภายในห้องเริ่มกดดันขึ้นเรื่อย ๆ เหล่ากรรมการนักเรียนรู้สึกแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรต่อไป พวกเขาไม่ได้ห่วงว่าบุคคลแปลกหน้าคนนี้จะก่อเื่ขึ้นแต่อย่างใด แต่เป็เพราะพวกเขารู้นิสัยของประธานนักเรียนเป็อย่างดี หากโอมเดือดขึ้นแล้วจะไม่มีใครเอาลงได้อีกเลย
"อย่าเพิ่งใจร้อนสิคุณประธานนักเรียน" ทิมตอบนิ่ม ๆ "ผมรู้คุณไม่พอใจที่ผมทำกริยาแบบนี้กับคุณ แต่วันนี้ผมมาดี...ผมแค่อยากจะมายื่นข้อเสนอให้กับคุณเท่านั้นเอง"
"ข้อเสนออะไรของแก!"
ทิมยิ้มมุมปากเพราะเริ่มเป็ไปตามแผนการของเขา "หึ..ผมรู้ว่ามีอยู่คนนึงที่คุณไม่ถูกโฉลกด้วย คุณอยากสู้กับเขาใช่มั้ยล่ะ.."
"เข้าประเด็นได้แล้ว! ขืนชักช้าอยู่..เดี๋ยวจะซัดให้หน้าหาย!!"
"คร้าบ คร้าบบ ~ เข้าใจแล้วคร้าบ" ทิมลากเสียงยาวทำหน้าราวกับคนเบื่อหน่าย แต่จริง ๆ ข้างในกำลังยิ้มแก้มปริเพราะเป้าหมายได้ตกหลุมพลางเข้าให้แล้ว
จอม...!!
แค่คำพูดคำเดียวก็ทำให้โอมหน้าตื่นขึ้นมา ราวกับเป็คำต้องห้ามที่ไม่ควรพูดให้เขาได้ยิน บัดนี้โอมได้หลุดเข้าไปอยู่อีกโลกนึงแล้ว เขายืนนิ่งกัดกรามกำหมัดเขม็งจนเหล่ากรรมการนักเรียนยืนงงไม่เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ทิมยิ้มอย่างดีใจเพราะรู้ว่าตนได้บรรลุภารกิจของเขาแล้ว
"เขาใช่มั้ยที่เป็คู่ปรับของคุณ...ผมรู้ว่าคุณไม่อยากแพ้เขา และผมก็สามารถทำให้คุณได้ประมือกับเขาอีกครั้งได้
โอมหันหน้าไปมองทิมเขม็ง ไม่ใช่ว่าเขาไม่พอใจกิริยาของทิมเลยแต่อย่างใด แต่โอมเดือดเพราะชื่อของชายคนที่เขาไม่อยากได้ยินที่สุดดันแล่นเข้ามาในโสตประสาทอีกครั้ง
"คุณรู้จักมันได้ยังไง!"
"ไม่สำคัญว่าผมรู้จักเขาได้ยังไง แต่..." ทิมพูดไม่ทันจบก็ถูกโอมคำรามใส่ "ผมถามว่าคุณรู้จักมันได้ยังไง!!"
ทิมกลืนน้ำลายเข้าไปอึกใหญ่ หน้าเจื่อนปากซีดในทันที เขารู้ตัวแล้วว่าไม่สามารถคุมสถานการณ์ต่อไปได้ เขาเลยตอบออกไป "ผมไม่รู้จักเขาหรอก...แต่เคยได้ยินเื่ราวของเขากับคุณมาบ้าง เลยรู้สิ่งที่คาอยู่ในใจคุณ"
"คุณ้าอะไร!!"
ความกดดันเข้ามากระทบโสตประสาทของทิมและเหล่าคณะกรรมการ ราวกับว่าตอนนี้พวกเขาได้อยู่ในนรกยังไงยังงั้น ทิมไม่รู้เลยว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรต่อไป แต่สิ่งที่คิดขึ้นมาได้ในวินาทีนั้นก็ปรากฏคำตอบให้โอมได้ยิน
"ผมบอกไม่ได้!"
จู่ ๆ ไฟนรกที่กำลังรามไปทั่วห้องก็หดหายไปเมื่อโอมควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ เขาเลิกสนใจสิ่งที่ทิม้าแล้วพูดออกไป
"งั้นเหรอ...เข้าใจแล้ว"
เหล่ากรรมการนักเรียนโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่ยังคงไม่เข้าใจในเื่ที่เกิดขึ้นเท่าไหร่นัก ทิมเห็นความกดดันที่สงบลงจึงบอกกับโอมไปอีกครั้งก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป "วันเวลาผมค่อยบอกคุณอีกทีแล้วกัน"
ณ สวนตะแบก บัดนี้ไม่มีใครมานั่งพักอยู่เลย เนื่องจากฝนตกอยู่เป็เวลานาน จึงไม่มีใครบ้าพอที่จะมานั่งตากฝนอยู่เลย แต่ด้วยความที่เป็โต๊ะประจำของกลุ่มกริ้นท์และเพื่อน ๆ พวกเขาเลยเข้ามาหลบฝนอยู่ที่ชายคาของอาคารสองชั้นซึ่งอยู่ติดกันกับสวนตะแบก โชคดีที่ไม่กี่อาทิตย์ก่อนครูจ้างคนงานมาต่อเสาเหล็กสี่เส้นยื่นออกไปประมาณห้าเมตร จึงเพียงพอที่จะมานั่งหลบฝนได้เป็อย่างดี อีกทั้งยังมีโต๊ะหินอ่อนเพิ่มขึ้นมาอีกสี่โต๊ะ เด็ก ๆ นักเรียนจึงสามารถเข้ามานั่งพักได้หลายคนอยู่พอควร
โต๊ะหินอ่อนตัวหลังสุดตอนนี้มีกลุ่มพวกกริ้นท์นั่งกันอยู่ ถึงแม้พวกเขาไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม แต่พวกเขาก็ยังเฮฮาสนุกสนานกันได้ ระหว่างที่กริ้นท์กับเพื่อน ๆ พูดคุยหยอกล้อกันอยู่นั้น ทิมก็ได้เดินผ่านมาพอดี แต่ด้วยความที่เขาเดินคิดอะไรอยู่ภายใจในจึงไม่ทันสังเกตว่ามีเพื่อน ๆ ของเขานั่งกันอยู่ใกล้ ๆ กริ้นท์ที่บังเอิญแหนหน้าขึ้นไปเห็นจึงได้ะโเรียกไป
"เฮ้..ทิม! ทางนี้"
ทิมหันขวับไปมองตามเสียงทันที เห็นกริ้นท์โบกมือเรียกเขาอยู่และมีเพื่อน ๆ อีกสามคนนั่งอยู่ด้วยกัน เขาจึงเดินเข้าไปหาทันที เมื่อมาถึงทิมก็ปลดฮู้ดออกจากศรีษะแล้วลงไปนั่งข้างท็อป
"นายมาทำอะไรที่นี่" แจ็คเอ่ยถามเป็คนแรก
"ก็มาทำภารกิจของผมไง..."
"ภารกิจอะไรของนาย" แบงค์ถามอย่างไม่เยื่อใย เนื่องจากเขายังคงไม่ไว้ใจทิมอยู่ จึงเป็ไปได้ยากที่เขาจะสนิทด้วย ทิมไม่สนใจว่าแบงค์จะรู้สึกยังไงกับเขา ถึงแม้ว่าจะถูกถามคำถามที่ไม่ค่อยลื่นหูนัก แต่ทิมก็ยังตอบกลับไปอย่างปกติตามเคย "ยังไงดีนะ...จะว่าภารกิจสำคัญก็ฟังดูเพ้อเจ้อไปนิด เอาเป็ว่าผมก็แค่มาคุยกับประธานโอมก็เท่านั้นแหละครับ"
"ว่าไงนะ!!" ทุกคนโพล่งออกมาพร้อมกัน
"แล้วเขาว่าไงบ้าง" กริ้นท์เป็คนถามต่อมา
"คงโดนเขาตอกกลับล่ะสิไม่ว่า" แบงค์พูดออกมาโดยที่แปลกแยกกว่าคนอื่น
"นั่นสิ..."
แม้แต่ท็อปก็ยังเห็นด้วยกับแบงค์เลย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นกับทิมก็ตาม ทิมยิ้มมุมปากแล้วสาดสายตามองเพื่อนใหม่ทุกคน
"แปดสิบเปอร์เซ็นต์...โอกาสที่เขาจะมาช่วย"
และบัดนั้นม่านตาของทุกคนเบิกกว้างขึ้น แล้วพูดพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
"แปดสิบเปอร์เซ็นต์!!"
"แปดสิบเปอร์เซ็นต์เลยนะ..ให้ตายสิ! นายทำได้ยังไง" กริ้นท์เสริมต่อโดยที่ตาและปากยังคงค้างอยู่ไม่หาย แจ็คก็คิดเช่นเดียวกัน เขาจึงพูดต่อไปโดยที่ยังใอยู่ "เอาจริง...ฉันคิดว่านายจะโดนเขาซัดกลับมาซะอีก!"
"นั่นสิ...ขนาดพวกเรายังโดนซะน่วมเลย" ท็อปเห็นด้วยเหมือนกัน
ทิมเห็นทุกคนยังตะลึงอยู่ไม่หายสักที เขาเลยอธิบายไปเพื่อความกระจ่างชัด "คนเราทุกคนย่อมมีจุดอ่อนกันทุกคน ฉันก็แค่ใช้จุดนั้นให้เป็ประโยชน์แค่นั้นเอง"
"แต่ยังไงก็ตาม...นายเนี่ยสุดยอดจริง ๆ " ท็อปกล่าวชม ในที่นี้ยังมีอยู่คนนึงที่ไม่ได้มีปฎิกริยาอะไรหลังจากได้ฟังข่าว ความจริงใช่ว่าเขาจะไม่มีปฎิกริยาอะไรเลยสักหน่อย เพียงแต่เขาเก็บไว้ข้างในไม่แสดงออกมา คงเป็เพราะมีทิมอยู่ เขาจึงแสดงอาการเหมือนเพื่อน ๆ ให้คนที่ตนไม่ไว้ใจเห็นไม่ได้
••••• ะุเงิน •••••