ผู้ตรวจการแคว้นฉินมาจากตระกูลกงซุน เขาเป็ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันด้วยอายุเพียง 20 ปี เขาสอบผ่านจ้วงหยวนตอนอายุ 13 และรับใช้องค์รัชทายาทจนกระทั่งขึ้นครองราชย์เป็ฮ่องเต้ในปัจจุบัน
มีบุตรสาวตระกูลขุนนางมากมาย้าแต่งงานกับเขา แต่ข่าวว่าเขาไม่เคยมองผู้หญิงคนใดให้ระคายสายตา เขาเพียงทำงานของเขาโดยไม่สนใจใคร เขาไม่เคยกลัวอำนาจใดหากคนผู้นั้นกระทำผิด เพราะมีเขาอยู่เคียงข้างฮ่องเต้ ราชสำนักในยุคสมัยนี้แทบไม่มีใครกล้าทำผิดพลาด ชื่อเสียงของผู้ตรวจการไม่ได้มาจากข่าวลือแต่เป็เื่จริงที่เกิด เคยมีตระกูลขุนนางใหญ่ตระกูลหนึ่งเข่นฆ่าและข่มขืนสาวชาวบ้านผู้บริสุทธิ์หลายราย คนในตระกูลต่างช่วยปิดบังความผิด ไม่เพียงแค่นั้น พวกเขายังฆ่าคนที่รู้เห็นเป็จำนวนมากโดยไม่สนใจกฎเกณฑ์ใด ๆ เมื่อคำสั่งของฝ่าาลงมาให้ผู้ตรวจการจัดการเื่ราว ไม่ถึงสามวัน ตระกูลนั้นทั้งตระกูลนับไป 3 ชั่วอายุถูกกำจัดทั้งหมด เืไหลท่วมจวนจนเล็ดลอดออกมาตามสายฝนที่ตกในคืนนั้น นับจากวันนั้นมา ไม่มีใครไม่เกรงกลัวผู้ตรวจการ
ครั้งนี้เขาได้รับข่าวว่ามีคนกำลังซ่องสุมกำลังเพื่อก่อฏ ฮ่องเต้ออกคำสั่งลับให้เขาตรวจสอบ หลังการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีมูล เขาจึงเร่งเดินทางไปหาหลักฐานที่หนานโจว ตอนนี้เขาอยู่ที่หนานโจวมากว่าสามวันแล้ว พบเพียงหลักฐานเล็กน้อย หาก้าขุดลึกลงไปเขาคงต้องแฝงตัวเข้าไปเสียเอง
นั่วหลานเพิ่งเดินทางมาถึงหนานโจวก่อนอาหารเย็น นางรีบส่งสัญญาณเรียกสายข่าวของจวนอ๋องให้ไปพบที่โรงเตี๊ยม
“มีข่าวว่าผู้ตรวจการจะเข้าไปที่จวนเ้าเมืองคืนนี้ เ้าแกล้งทำเป็โจรแล้วพบโจรจากนั้นก็ฆ่าเขาซะ ท่านอ๋องส่งคำสั่งมาให้ข้าก่อนเ้ามาถึงไม่นาน”
“ข้ารู้แล้ว คืนนี้ข้าจะจัดการเอง”
หลังส่งข่าวแล้วชายผู้นั้นก็ออกจากห้องนางไป นั่วหลานเรียกเสี่ยวเอ้อมาสั่งอาหาร นางต้องรีบกินและนอนพักผ่อนก่อนจะทำภารกิจในคืนนี้
กลางดึก ณ จวนเ้าเมืองหนานโจว
กงซุนจิ่วพร้อมคนสนิทอีกสี่คนต่างแต่งตัวรัดกุม พวกเขาหลบหลีกคนของเ้าเมืองที่เดินตรวจตราภายในไปจนถึงเรือนเ้าเมือง เมื่อพบว่าแสงในห้องนอนของเ้าเมืองดับไปแล้ว พวกเขาจึงไปยังห้องหนังสือของเ้าเมืองทันที กงซุนจิ่วสั่งให้คนของเขาสองคนเฝ้าดูลาดเลา เขาและอีกสองคนรีบเข้าห้องไปค้นหาหลักฐาน ขณะที่พวกเขากำลังตรวจสอบหาห้องลับ
ด้านนอกนั่วหลานที่มาถึงจวนเ้าเมืองแล้วตรงไปยังห้องหนังสือของเ้าเมืองทันที นางรู้ดีว่าพวกเขาต้องไปหาหลักฐานที่นั่นเป็แน่ และสิ่งที่นางเห็นก็เป็ไปตามที่นางคาดการณ์เอาไว้ นางรีบเป่ายาสลบที่เตรียมมาให้คนที่เฝ้าประตูอยู่ก่อน จากนั้นใช้วิชาตัวเบารีบวิ่งเข้าไปประคองไม่ให้เกิดเสียงดัง
กงซุนจิ่วรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ เขามีวรยุทธสูงส่งทำให้รู้สึกได้ว่ามีคนอื่นนอกจากพวกเขาอยู่ที่นี่ เขารีบส่งสัญญาณให้คนของเขาระวังตัว ไม่นานหลังจากนั้นมีคนพุ่งเข้ามาจากประตูพร้อมกระบี่อ่อน เขามองไม่เห็นหน้าผู้มาว่าเป็ใคร แต่วรยุทธของคนผู้นี้ด้อยกว่าเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
นั่วหลานเข้าไปในห้องแล้วมองเห็นคนสามคน นางไม่พูดพร่ำทำเพลงแทงกระบี่ไปยังคนที่ใกล้ที่สุด ต่อสู้กันไม่ถึงห้ากระบวนท่าคนผู้นั้นก็ได้รับาเ็ อีกสองคนเห็นว่าท่าทางไม่ดีแล้วจึงลงมือพร้อมกัน นั่วหลานต่อสู้สามต่อหนึ่งจนมือไม้พันกันไปหมด นางถูกกระบี่ของพวกเขาไม่นานหลังจากต่อสู้กัน นั่วหลานสังเกตเห็นอีกสองคนเหมือนจะคอยปกป้องคนคนหนึ่งอยู่ นางจึงไม่สนใจคนทั้งสองนั้นแต่เร่งเพลงกระบี่ให้เร็วยิ่งขึ้นและพุ่งเป้าไปยังชายคนนั้นทันที
กงซุนจิ่วที่ต่อสู้กับผู้มาพร้อมคนของเขาจึงพอรับทราบฝีมือของคนผู้นี้ เขาเคยได้รับข่าวว่ามีนักฆ่าฝีมือดีคนหนึ่งที่ฆ่าร้อยคนไม่เคยผิดพลาด เขาคาดว่าน่าจะเป็คนผู้นี้ เมื่อได้ประมือกันเขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนเ่าั้จึงต้องจบชีวิตลง คนผู้นี้ฆ่าคนโดยไม่กลัวตาย เขาเล็งที่จุดตายของคู่ต่อสู้ทุกครั้ง ถึงแม้จะมีดาบกระบี่อยู่ตรงหน้าเขาก็ไม่หลบเลี่ยง แต่กลับฝ่าเข้าไปเพื่อฆ่าเท่านั้น
กงซุนจิ่วส่งสัญญาณให้คนของเขาอย่าขวางทาง เพราะตอนนี้พวกเขาได้รับาเ็มากขึ้นแล้ว ส่วนคนผู้นั้นแม้จะได้รับาเ็แต่ไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนแอลง มีแต่จะยิ่งโเี้และเกรี้ยวกราดมากขึ้น เขากลัวว่าคนของเขาจะตายเสียก่อนจึงต้องเร่งลงมือเอง
เมื่อทั้งสองคนเห็นสัญญาณของเ้านาย พวกเขาจึงหลีกทางให้ทั้งคู่ต่อสู้กัน กงซุนจิ่วใช้วิชากระบี่ที่ฝึกฝนมาร่วมกับพลังลมปราณที่กล้าแกร่ง ไม่ถึงสิบกระบวนท่า นั่วหลานเต็มไปด้วยาแสาหัส นางไม่อยากทำภารกิจล้มเหลวจึงยังดื้อดึงจะต่อสู้ต่อ กงซุนจิ่วเองก็ถูกกระบี่ของคู่ต่อสู้เช่นกันแต่อาการไม่ร้ายแรงมาก พอเห็นนักฆ่ายังไม่ยอมรามือเขาจึงยิ่งใช้พลังปราณจนเต็มสิบส่วน
นั่วหลานถูกกระบี่สุดท้ายจากกงซุนจิ่วเข้าที่สีข้างทะลุหลัง แต่นางยังกัดฟันล้วงมีดออกมาจากที่ซ่อนเพื่อแทงเป้าหมายของนาง กงซุนจิ่วเห็นมีดสั้นพุ่งเข้ามาที่หน้าอก เขารีบเดินลมปราณไปยังมืออีกข้างที่ว่างอยู่แล้วตบไปยังหน้าอกของนักฆ่าทันที
นั่วหลานถูกพลังฝ่ามือจนลอยทะลุออกจากห้องหนังสือพร้อมเืที่พุ่งเป็สายออกจากปาก กงซุนจิ่วและคนของเขากำลังจะตามไปจัดการนักฆ่าให้สิ้นซากแต่พวกเขาได้ยินเสียงดังของผู้คนกำลังมา กงซุนจิ่วจึงต้องสั่งให้คนของเขาแบกคนที่สลบไปแล้วรีบหลบหนีไป
ส่วนนั่วหลานที่ได้รับาเ็สาหัส นางทำภารกิจไม่สำเร็จแถมยังาเ็ หากนางยังอยู่ในเมืองหนานโจวต่อแล้วผู้ตรวจการสั่งคนปูพรมค้นหานางต้องลำบากแน่ นั่วหลานล้วงยาห้ามเืมาโรยแบบลวก ๆ และกลืนยารักษาภายในก่อนจะรีบหลบหนีออกไป
นั่วหลานรีบออกจากหนานโจวในชั่วข้ามคืน นางผู้ม้าไว้ที่นอกเมืองดังเช่นปกติที่นางรับภารกิจ หลังจากขึ้นไปบนหลังม้าแล้วนางก็สลบไป