Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

    เล่มที่ 6 บทที่ 152 ยอดคน - หลี่ฮ่าว

            หน้าห้องฝึกซ้อมที่ปิดสนิทบริเวณทางออกคลาคล่ำไปด้วยผู้คน

            การทะลวงระดับของหลิงเอ๋อร์ไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป

            ยามนี้ ทั่วทั้งสหพันธรัฐต่างล่วงรู้ว่ายอดอัจฉริยะคนที่เจ็ด หรือ ‘ธิดาเพลิง’ ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดสำเร็จแล้ว!

            และสิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงที่สุดคือหลิงเอ๋อร์เป็นหนึ่งในยอดอัจฉริยะสองคน ที่ไร้ซึ่งพื้นเพตระกูลใหญ่หนุนหลัง

            อัจฉริยะคนอื่นๆหากไม่ใช่ลูกหลานตระกูลมหาเศรษฐี พวกเขาล้วนมาจากตระกูลเก่าแก่ทรงอิทธิพล

            หรือที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือเป็นลูกของผู้กุมอำนาจรัฐ

            ส่วนหลิงเอ๋อร์นั้นคือหญิงสาวที่เดินออกมาจากขุนเขาอันทุรกันดาร เพราะความเก่งกาจของเธอเพียงคนเดียวคนในหมู่บ้านต่างก็พลอยได้รับอานิสงส์จนได้ดิบได้ดีกันไปหมดยกระดับขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของเมืองใหญ่ในพริบตา

            ลำพังเพียงของขวัญที่ได้รับในแต่ละวันเหล่านั้นก็มีมูลค่ามหาศาลไม่ต่ำกว่าหลายแสน

            ในตอนนั้นเอง

            “ตึก ตึก ตึก...”

            เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังกังวานมาจากสุดทางเดิน

            ขณะนั้นฝูงชนที่เคยส่งเสียงจอแจเงียบทันควัน สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังต้นทางของเสียง

            พวกเขาเริ่มมองเห็นเงาร่างที่ชวนให้จินตนาการปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงสลัว

            รูปร่างสูงโปร่งเส้นผมยาวสลวยที่ทิ้งตัวลงประบ่า

            “หลิงเอ๋อร์ออกมาแล้ว!”

            เสียงอุทานด้วยความตื่นเต้นดังระงมไปทั่วบริเวณ

            ทว่าหลิงเอ๋อร์กลับไม่ได้ใส่ใจเธอยังคงรักษากิริยาเรียบเฉยดังเดิม

            ฝีเท้าของเธอไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

            เพียงครู่เดียวหญิงสาวผู้มีผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะก็ปรากฏกายต่อหน้าสาธารณชน

            เธอมีอายุเพียงสิบแปดปีแต่กลับมีความงามที่เหนือล้ำจนไม่อาจละสายตา

            บางคนเผลอจ้องมองใบหน้าของเธอเนิ่นนานจนรู้สึกถึงคลื่นความร้อนที่แผ่ซ่านออกมา ทำให้ต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

            ทว่านี่ยังไม่ใช่สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุด

            สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจคือเบื้องหลังของหลิงเอ๋อร์คล้ายมีกลุ่มละอองหมอกจางๆ ล้อมรอบตัวเธออยู่

            ทว่าเมื่อเพ่งมองให้ชัดนั่นกลับเป็นเส้นผมยาวที่มัดไว้อย่างหลวมๆ ด้วยริบบิ้นสีชมพูและกำลังทอประกายใสดุจเปลวเพลิงที่ไหววูบ

            “นี่... นี่คือนางฟ้าจุติลงมาหรือเปล่า?”

            ศาสตราจารย์อาวุโสท่านหนึ่งหลุดอุทานออกมาด้วยความทึ่ง

            เมื่อได้ยินคำนี้คนรอบข้างต่างก็พยักหน้าเห็นพ้องอย่างไม่ต้องสงสัย

            ระดับเหนือธรรมชาติโดยเนื้อแท้คือการหลุดพ้นจากขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไป

            และการฟื้นคืนของพลังวิญญาณคือจุดเริ่มต้นของการวิวัฒนาการในทุกสรรพสิ่ง และมนุษย์ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

            หญิงสาวอย่างหลิงเอ๋อร์ย่อมวิวัฒนาการไปสู่ความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ

            ลำพังเพียงรูปลักษณ์เธอก็แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

            หลิงเอ๋อร์ในยามนี้มีผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหยกประณีต ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เครื่องสำอางใดๆจะรังสรรค์ขึ้นมาได้

            อีกทั้งเธอยังมีอายุยังน้อยและมีรากฐานดั้งเดิมที่ยอดเยี่ยม

            ด้วยเหตุนี้เธอจึงมีศักยภาพในการพัฒนาที่ไร้ขีดจำกัด

            เพียงครึ่งปีจากคนธรรมดาก้าวเข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติรูปลักษณ์ของเธอแปรเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นตลอดเวลา

            หากกล่าวว่าเมื่อก่อนเธอคือหงส์ขาวผู้สง่างาม

            ยามนี้ เพียงแค่เธอยืนอยู่เฉยๆก็แผ่แรงกดดันที่ทำให้ผู้คนรู้สึกต้อยต่ำจนไม่กล้าลบหลู่

            ทว่าความเย็นชาที่แฝงไว้ด้วยชีวิตชีวาดุจเปลวเพลิงอันเย้ายวนนั้นกลับดึงดูดใจผู้คนจนมิอาจถอนตัวได้

            เฉกเช่นยามนี้ชายหนุ่มนับไม่ถ้วนต่างจดจำภาพหญิงสาวคนนี้ไว้ในส่วนลึกของหัวใจแม้แต่หญิงสาวด้วยกันยังฉายแววอิจฉาในดวงตา

            “หลิงเอ๋อร์ ขอคารวะทุกท่านค่ะ”

            เธอนึกถึงคำสอนของอาจารย์พลางทักทายด้วยเสียงนุ่มนวลก่อนจะเดินตรงไปยังกลุ่มอาจารย์ที่เธอคุ้นเคยที่สุด

            ทว่าในวินาทีนั้นร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้นขวางหน้าเธอไว้

            เป็นชายหนุ่มผู้หนึ่ง

            เขามีกลิ่นอายความเข้มแข็งดุดันตามแบบฉบับชายชาติทหารสวมใส่เครื่องแบบที่ดูแปลกตาแต่เปี่ยมด้วยสง่าราศี

            เขาจงใจสวมแว่นกันแดดเพื่อบดบังอารมณ์บนใบหน้า

            “สวัสดีครับ ผมชื่อหลี่ฮ่าวคุณคงเคยได้ยินชื่อผมมาบ้างใช่ไหม?”

            “หลี่ฮ่าว...”

            หลิงเอ๋อร์ทวนชื่อแผ่วเบาข้อมูลของชายคนนี้แวบเข้ามาในมโนสำนึกทันที

            หลี่ฮ่าว อายุยี่สิบเจ็ดปีหนึ่งในอัจฉริยะอันดับต้นๆ ของสหพันธรัฐเมื่อหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมาเขาเลื่อนระดับ ซึ่งรวดเร็วกว่าหลิงเอ๋อร์เสียอีก

            ทว่ามีข่าวลือว่าเขาเป็นคนของตระกูลหลี่ผู้มั่งคั่งเพียงแค่สมุนไพรและดอกไม้วิญญาณที่พ่อของเขาทุ่มซื้อให้ก็มีมูลค่ามหาศาลนับพันล้านแล้ว

            เขาคือคนแรกของสหพันธรัฐที่ก้าวเข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติด้วยพลังแห่งเม็ดเงินอย่างแท้จริง

            ทว่าพรสวรรค์ส่วนตัวของหลี่ฮ่าวเองก็นับว่าเป็นของจริงที่ไร้ข้อกังขา

            “มีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ?”

            หลิงเอ๋อร์เม้มริมฝีปากเล็กน้อยพลางถามด้วยเสียงเรียบเฉย

            “ผมได้รับคำสั่งจากเขตทหารที่สองให้มาเชิญคุณเข้าร่วมกองกำลังของเรา แน่นอนว่าก่อนหน้านั้นผมจำเป็นต้องทดสอบดูเสียหน่อยว่าคุณคู่ควรกับระดับเหนือธรรมชาติจริงหรือไม่?”

            กล่าวจบชายร่างบึกบึนก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมทันที

            ในเวลาเดียวกันนั้น...

            “เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ...”

            เสียงแหลมสูงดุจวิหคนับพันกู่ร้องหรือเสียงกัมปนาทจากฟากฟ้าดังสะท้อนไปทั่วโถงทางเดินแคบๆ

            สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือประกายสายฟ้าจำนวนมหาศาลพลุ่งพล่านอยู่ในฝ่ามือของหลี่ฮ่าว

            เพียงแค่มองผ่านๆก็สัมผัสได้ถึงอานุภาพที่น่าหวาดหวั่น

            “หลิงเอ๋อร์ ระวังตัวด้วย!พลตรีหลี่คือผู้ตื่นรู้ธาตุสายฟ้าที่พิเศษมากพลังรบของเขาเหนือกว่าคนในระดับเดียวกันแน่นอน!”

            อาจารย์ท่านหนึ่งที่เอ็นดูหลิงเอ๋อร์รีบเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วง

            “อืม...”

            หลิงเอ๋อร์ชะงักไปเล็กน้อยใบหน้าฉายแววงุนงง

            เรื่องพรสวรรค์ธาตุสายฟ้าเธอไม่ได้แปลกใจนัก

            แต่... พลตรีงั้นหรือ?

            นี่มันเรื่องอะไรกัน?

            เธอกำลังเผชิญหน้ากับบุคคลระดับหัวกะทิของสหพันธรัฐอยู่อย่างนั้นหรือ?

            ราวกับสัมผัสได้ถึงความสงสัยของลูกศิษย์อาจารย์ท่านเดิมจึงอธิบายเสริม

            “ในฐานะผู้มีพลังเหนือธรรมชาติหากพละกำลังผ่านเกณฑ์ ยศทหารจะยกระดับขึ้นทันที เช่นเดียวกับพลตรีหลี่ที่เพิ่งจะสยบคลื่นสัตว์อสูรแถบชายฝั่งและกลายเป็นพลตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สหพันธรัฐด้วยผลงานอันโดดเด่น”

            เมื่อกล่าวถึงตรงนี้อาจารย์ก็ย้ำเตือนอย่างหนักแน่น

            “ลงมือเถอะหลิงเอ๋อร์อย่าให้ห้องปฏิบัติการของเราต้องเสียชื่อและการที่พลตรีหลี่ลงมาทดสอบด้วยตนเองถือเป็นผลดีต่อเธอมากเพราะเขาคือรุ่นพี่ที่โชกโชนประสบการณ์เหนือธรรมชาติยิ่งกว่าใคร”

            “อย่างนั้นเหรอคะ?”

            หลิงเอ๋อร์พยักหน้าเข้าใจ

            สายตาของเธอเบนกลับไปหาชายผู้ถือก้อนพลังสายฟ้าไว้ในมือขวา

            ‘ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติในหมู่มนุษย์หรือ?’

            หลิงเอ๋อร์พึมพำในใจพร้อมกับเกิดความคาดหวังเล็กๆ ขึ้นมาในอก

            ....

            ในวินาทีนั้นเสียงที่ราวกับกำลังสั่งสอนก็ดังขึ้นข้างหูของหลิงเอ๋อร์

            “การต่อสู้ของผู้มีพลังเหนือธรรมชาตินั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมาเน้นการเผด็จศึกในพริบตา เพราะศัตรูที่เราต้องเผชิญคือคลื่นอสูรนับแสนเราไม่มีเวลามายืดเยื้อในสนามรบ”

            “ดังนั้น ในฐานะผู้ก้าวสู่ระดับเดียวกันวันนี้ผมจะแสดงให้เห็นว่า อะไรคือการสังหารในกระบวนท่าเดียว!”

            สิ้นเสียงคำราม

            “ตูม!” เสียงระเบิดดังกึกก้องร่างที่ห่อหุ้มด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงพุ่งทะยานออกไปดุจลูกศรหลุดจากคันศร

            สิ่งที่น่าสะพรึงยิ่งกว่าคือในฝ่ามือเขายังคงรวบรวมประกายสายฟ้าที่เข้มข้นไว้

            ‘สังหารสายฟ้า -กระบวนท่าที่หลี่ฮ่าวรังสรรค์ขึ้นโดยเลียนแบบจากภาพยนตร์แนวพลังพิเศษยอดฮิตโดยอาศัยความเร็วสูงสุดพุ่งเข้าหาศัตรูในชั่วอึดใจพร้อมมอบการโจมตีด้วยสายฟ้าสังหาร เป็นวิชาที่เน้นพลังทำลายล้างอย่างแท้จริง’

            เหตุผลที่เขาเลือกใช้กระบวนท่านี้ตั้งแต่เริ่มเพราะหลี่ฮ่าวต้องการข่มขวัญหลิงเอ๋อร์ให้ราบคาบ

            การก้าวข้ามขีดจำกัดได้ตั้งแต่อายุยังน้อยมักทำให้ผู้คนลำพองใจได้ง่าย

            ทว่าหลี่ฮ่าวนั้นต่างออกไปแม้จะมาจากตระกูลมหาเศรษฐี แต่ด้วยการขัดเกลาจากคนรุ่นก่อนทั้งจิตใจและนิสัยใจคอของเขาจึงอยู่ในระดับยอดเยี่ยม

            แม้จะบรรลุระดับเหนือธรรมชาติเขาก็ยังคงกดข่มความยโสของตนไว้ได้เสมอ

            และสิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงคือตระกูลใหญ่เช่นนี้ ลูกหลานสายตรงย่อมมิใช่ ‘พวกไร้ค่า’หรือ ‘คนธรรมดา’ แน่นอน

            ตระกูลที่ยืนหยัดมาได้อย่างยาวนานหากผู้สืบทอดไร้ความสามารถ เช่นนั้นไม่ล่มสลายไปนานแล้วหรือ?

            สามชั่วอายุคนเพื่อสร้างตระกูลมีเพียงผู้ที่โดดเด่นที่สุดเท่านั้นที่จะได้กุมอำนาจของผู้นำ

            และหลี่ฮ่าว...เขาก็คือยอดคนผู้โดดเด่นที่สุดของตระกูลหลี่ในรุ่นนี้

            ไม่ใช่สิ...ยามนี้เขาคือยอดอัจฉริยะผู้รุ่งโรจน์ที่สุดของสหพันธรัฐ ชายผู้ได้รับฉายาว่าพยัคฆ์สายฟ้า!

             

    คล้ายกับเรื่องEvolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน