"สถานีต่อไปสะพานควาย ...The Next Station Saphan Khwai”
กรุงเทพฯยามเย็นในปลายเดือนกันยายน
สายฝนโปรยบาง ๆ จากฟ้าสีเทาน้ำขังตามร่องฟุตบาทผสมเศษใบไม้และกลิ่นน้ำท่วมเฉอะแฉะจนคนเดินเท้าต้องเบี่ยงหลบ
พลอยยืนอยู่ตรงบันไดสถานี BTSสะพานควายมองป้ายชื่อสถานีอย่างเหม่อลอย
“ควาย...แม่นแท้ข้อยกะควายนี่แหละ”
เธอพึมพำทั้งที่น้ำตาไหลแห้งคาแก้ม
กระเป๋าผ้าใบเก่าห้อยอยู่บนไหล่รอยขาดตรงหูหิ้วปริแตกจนเผยให้เห็นกล่องพลาสติกใสใบเล็กข้างใน —กล่องที่บรรจุขนมเปี๊ยะฝีมือเธอเอง
ของชิ้นสุดท้ายที่ยังเหลือจาก“ความฝัน” ที่เธอเคยมี
—
อดีตเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
พลอยเคยเป็พนักงานออฟฟิศฝ่ายบัญชีมีแฟนหนุ่มที่คบกันมาั้แ่มหาวิทยาลัย และเคยฝันอยากเปิดร้านขนมเล็ก ๆ ใช้สูตรที่คุณยายแอบจำตอนไปทำงานร้านขนมเปี๊ยะแถวเยาวราชในวัยสาว
วันนี้...ทุกอย่างพังหมด
เธอถูกเลิกจ้างกะทันหันบริษัทล้มละลาย
แฟนที่เคยบอกจะดูแลกันตลอดชีวิตหันไปควงเลขาสาวหน้าใหม่
เงินเก็บที่เคยมีถูกนำไปจ่ายค่ารักษายายก่อนจากไปเมื่อเดือนก่อน
ค่าเช่าห้อง...ค้างมาสามเดือนแล้ว
และที่แสบสุด —ขนมเปี๊ยะสูตรของเธอที่อร่อยจนมีคนต่อคิว
กลับไม่มีใครลงทุนร่วมต่อ เพราะ “มีคู่แข่งนับร้อยรายในแพล็ตฟอร์มต่างๆ และมันไม่ทันสมัยพอจะขายออนไลน์ได้”
“เอาเถอะ...ถ้าโลกนี้ไม่มีที่ให้คนแบบเราอยู่ก็ไม่ต้องอยู่ก็ได้”
เธอขึ้นไปบนชานชาลา
ฝนยังไม่หยุดตก
ขอบฟ้าสีหม่นสะท้อนบนรางรถไฟที่ยาวเหยียดไร้ปลายทาง
พลอยยืนตรงมุมหนึ่งหลบจากกล้องวงจรปิด เธอไม่ร้องไห้อีกแล้ว
มือหนึ่งกุมกล่องขนมแน่น
มืออีกข้างเอื้อมออกไป...ก้าวเล็ก ๆแต่อาจใหญ่ที่สุดในชีวิต
แต่ก่อนที่เท้าจะก้าวพ้นขอบราวกั้น—
เสียงดังเปรี้ยงฟ้าฟาดจากเหนือหัวพร้อมลมแรงปะทะหน้าอย่างจัง
เธอเซถอยหลังเสียหลัก
กล่องขนมหลุดมือ กลิ้งหล่นพื้น
ก่อนภาพทั้งหมดจะดับวูบ....
กลิ่นอะไรบางอย่างลอยมา...ไม่ใช่ควันรถไม่ใช่กลิ่นฝน
แต่เป็กลิ่นหอมของ “แป้งอบถ่าน” และ“ถั่วบดกวนด้วยน้ำตาลทรายแดง”
“...เอิ่ม...ขนมเปี๊ยะเหรอ?”
พลอยค่อย ๆ ลืมตา
เธอไม่ได้อยู่บนสถานีรถไฟฟ้าอีกแล้ว
ตรงหน้าเธอคือเตาไฟอิฐเก่า ๆกองถ่านร้อน ๆ ควันลอยฟุ้ง
ร่างกายเธอรู้สึกร้อน หนักและเหนียวเหนอะ
มือสองข้างดำปี๋เหมือนเพิ่งล้วงหม้อเขม่าควันมาโดยตรง
“นี่มันอะไรกัน...ข่อยอยู่ไสเนี่ย?”
เสียงตัวเองเบาแหบและไม่ใช่น้ำเสียงเดิมที่เธอคุ้นเคย
ตรงกระจกทองเหลืองเก่าๆ บนผนังไม้ เธอเห็นเงาของ “เด็กสาวผมยาว ผิวคล้ำ หน้าตาอิดโรย รอยขีดข่วนเต็มตัว”
ไม่ใช่เธอ
ไม่ใช่ “พลอย”
“ฮ่วย!ข่อยฝันอยู่บ้อ!? ฝันโลดดด!”
ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเสียงหญิงวัยกลางคนตวาดลั่นจากข้างหลัง
“ยืนเอ๋ออยู่ทำไม!?ขนมยังไม่เสร็จอีกเหรอ นังเซียงเซียงเ้าเด็กี้เี!”
พลอยสะดุ้งเฮือก
หญิงคนนั้นคือใครกันนะ
และยังมีเด็กสาวอีกคนที่เดินถือพัดจีบอยู่ข้างๆ นั่นล่ะ
จั๊กแม่นไผ ดูทรงแล้วท่าทางหัวสูง น่าจะถือตัวอย่างแรง
พวกนางกำลังจ้องเธอเหมือนจะเผาให้กลายเป็เถ้าถ่านมากกว่าจะช่วยอบขนม
“เออเอาเว้ย...ฝันกะฝัน ข่อยสิเอาตัวรอดให้ได้ก่อนแล้วกัน”
“น้าเป็ใครคะ”พลอยถาม
นางหน้าั์ตวาดลั่น
“ชั้นก็แม่เลี้ยงของแกน่ะสิแล้วนี่ก็เสี่ยวหลาน น้องสาวของแก
เป็อะไร ทำงานหนักจนสติหลุดแล้วหรอลุกขึ้นทำขนมเดี๋ยวนี้!”
“ค่ะ ค่ะ”
เธอรีบหันกลับไปหาก้อนแป้งไส้ถั่ว และเตาอบ
แม้ใจจะสั่น...แต่กลิ่นขนมเปี๊ยะที่เธอรักยังอยู่
...และมือเธอก็ยังจำได้ว่า“ต้องเริ่มจากตรงไหน”
จบตอนที่ 1
( แต่งจบตอนวันที่ 3 ก.ค. 68 )
โปรดติดตามตอนที่2 เด็กสาวในร้านขนมฝึนใจ
ปล.ผู้เขียนได้รับแรงบันดาลใจมาจากที่ตนเองเคยทำขนมเปี๊ยะขายและฝันอยากมีร้านขนมเป็ของตนเอง แต่ยังไม่มีทุน