Chapter5
TheDilemmas
อาณาจักรกิลเลเม็ตราชสำนักกานอร์ ทุกเช้าวันอังคารอิมโมเจนกับโอฟีเลียมักจะขอติดตามเรน่านางกำนัลที่มีหน้าที่ดูแลพวกนางออกมาทำธุระนอกปราสาทหลวงพร้อมด้วยทหารองค์รักษ์สองคนคราวนี้ไม่ใช่เพียงแต่ธุระของพระสนมอิเรเน่นางยังต้องไปสั่งไวน์แดงชั้นเลิศถูกเรียกขานว่าริเวอร์ออฟโรสนำเข้าจากอาณาจักรครูดาโรสที่ร้านไวน์ในตลาดนกนางแอ่นให้กับพระสนมกาลาเทียด้วยซึ่งโดยปกติควรจะเป็หน้าที่ของอลิซนางกำนัลคนสนิทของพระสนมกาลาเทียแต่นางบอกกับพระสนมอิเรเน่ว่าอลิซติดธุระสำคัญอย่างอื่น เรน่าถึงกับกลอกตาเมื่อนางได้ยินเช่นนั้น
นางเดินจูงมืออิมโมเจนไว้ข้างซ้ายส่วนโอฟีเลียไว้ด้านขวาพร้อมด้วยองค์รักษ์ในชุดเกราะสีทองจากกองกำลังโกลเด้นเบลดสองคนด้านหลังพวกเขาเดินผ่านพระราชวังส่วนหน้ามาที่คุ้มประตูขนาดใหญ่สีทองสลักรูปนกนางแอ่นทองคำทั้งสองบานเป็ด่านหน้าสุดของตัวปราสาทของราชวังกานอร์ส่วนที่มีเวรยามเฝ้าอย่างเคร่งครัดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงทหารยามที่เฝ้าประตูสี่คนค่อยๆหมุนเฟืองขนาดใหญ่สองฝั่งเพื่อเปิดประตูให้ทั้งห้าคนเดินเข้าไปในเมืองทหารยามโค้งคำนับให้กับอิมโมเจนและโอเฟีเลียเด็กหญิงทั้งสองยิ้มอย่างร่าเริงก่อนจะถอนสายบัวเป็การตอบกลับ เรน่าหันไปบอกพวกนางว่าพยักหน้ารับก็เพียงพอแล้วเด็กหญิงต่างพากันหัวเราะคิกคักเรน่ารู้สึกเอ็นดูความไร้เดียงสาและความอ่อนโยนของพวกนางสำหรับนางนอกจากหน้าที่ดูแลเด็กหญิงทั้งสองแล้วความรักความเอ็นดู และความผูกพันที่มีให้พวกนางนั้นไม่น้อยไปกว่าพระสนมอิเรเน่เลย
“ท่านแม่สอนข้าวาดรูปดอกไม้ด้วยเพคะท่านพี่” โอฟีเลียกล่าวขณะเดินแกว่งแขนของเรน่าไปมา
“เ้าไม่เห็นนำมาให้ข้าดูบ้างเลย”อิมโมเจนหันไปหาน้องสาวของนางขณะที่พวกเขาเดินข้ามสะพานมีผู้คนบ้างประปรายหัวสะพานจะมีเสาแต่ละเสาจะมีรูปสลักของเทพีฟอส เทพีแห่งแสงสลับกับนกนางแอ่นสีทองคำ
“ท่านหญิงโอฟีเลียวาดได้ดีมากสักวันหนึ่งจะต้องมีฝีมือเทียบเท่าพระสนมเป็แน่” เรน่ากล่าวด้วยความเอ็นดู
“เรารีบไปซื้อของกันเถิดเพคะ”เรน่าจูงมือเ้าหญิงทั้งสองคนเดินลัดเลาะผ่านผู้คนเข้าไปในตัวเมือง
ณท้องพระโรงทองคำ ราชสำนักกานอร์
“เมื่อไหร่เ้าจะนำลอร่ากลับมาทำไมเ้าถึงทำกับน้องสาวเ้าเช่นนี้!?” เสียงของสตรีสูงอายุแต่งกายด้วยชุดเดรสยาวสีเงินปักดิ้นเงินรูปใบไม้และเถาวัลย์ตกแต่งสวยงามเส้นผมของนางสีขาวถูกเกล้าขึ้นพร้อมกับเครื่องประดับดอกไม้คริสทัลนางคือมารดาของาาเกเล็นที่สิบสองมีพระนามว่า เซซิเลียสีหน้าอมทุกข์ของนางเป็สาเหตุจากการที่ต้องส่งลูกสาวของตนเองไปยังเมืองเทรซของพวกจักรวรรดิ
“เอ็ดมันด์ตอบแม่สิ!”นางตวาดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือาาเกเล็นที่สิบสองนั่งประทับอยู่บนบัลลังทองคำเต็มไปด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อยไม่ต่างจากพระมารดาของตนพระองค์คิดถึงน้องสาวผู้เป็ที่รักเช่นกันไม่ต่างจากเซซิเลียราชินีไอโอร่าเดินลงมาจากบัลลังทองคำด้านข้างพระาาก่อนจะเข้าประคองเซซิเลีย
“ทุกคนต่างเสียพระทัยเพคะเสด็จแม่แต่ณ เวลานั้น าาเบรดิช แห่งเทรซแสดงเจตจำนงที่้าลอร่าและแลกเปลี่ยนกาลาเทียมายังราชสำนักของเรา เอ็ดมันด์ไม่เคยมีความ้าที่จะส่งลอร่าไปเลยนะเพคะลอร่าเป็ผู้ตัดสินใจนางไม่้าให้เกิดาในตอนนี้เรามีแต่จะพ่ายแพ้และนำความหายนะมาสู่ประชาชนแห่งกิลเลเม็ต”ไอโอร่าพยายามปลอบและอธิบายให้เซซิเลียผู้ตกอยู่ในความทุกข์ตลอดหนึ่งปีหลังจากการที่ต้องส่งลูกสาวคนสุดท้องนางไปยังอาณาจักรของศัตรูาาเกเล็นที่สิบสองได้แต่มองความเ็ปของมารดาตนเองอยู่เบื้องหน้าพระองค์ได้แต่คิดถึงและภาวนาขอให้น้องสาวของตนปลอดภัยอยู่ในเมืองเทรซ
“ลูกแม่…”เซซิเลียร่ำไห้ ไอโอร่าได้เพียงแต่เอามือลูบหลังนางเบาๆ เป็การปลอบประโลม
“พระนางเซซีเลียอย่าได้เป็กังวลนักเลยเพคะเสด็จพ่อของข้าหลงใหลในตัวลอร่าไม่น้อยนางอยู่อย่างสุขสบายในราชสำนักลามอนต์เมืองเทรซเป็แน่ ณ เวลานี้” พระสนมกาลาเทียเดินเข้ามาในท้องพระโรงมีนางกำนัลสองคนเดินตามหลังมาด้วย เซซิเลียหยุดร่ำไห้ก่อนจะเช็ดน้ำตาของนางด้วยฝ่ามือแววตาของนางมองกาลาเทียด้วยความเกลียดชังกาลาเทียแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะเดินผ่านไอโอร่ากับเซซิเลียมาที่หน้าบัลลัง
“มีธุระอันใดหรือพระสนมกาลาเทีย?”าาเกเล็นที่สิบสองกล่าวถาม พระองค์ไม่คิดแม้แต่จะมองนาง
“ข้าแค่รู้สึกเบื่ออยากจะเดินมาหาท่านในยามเช้าั้แ่ข้าเข้ามาพำนักที่นี่ท่านก็ไม่เคยไปหาข้าที่พระราชวังส่วนรับรองเลยพระสนมจะคิดถึงพระาาของนางมิได้หรือเพคะ?” กาลาเทียถามพรางจ้องมองาาเกเล็นที่สิบสองด้วยความพึงพอใจาาเกเล็นที่สิบสองกลับมองนางด้วยความว่างเปล่า
“ความงามของข้ามิอาจสู้พระสนมอิเรเน่ได้หรือเพคะ?ท่านถึงเฝ้าหาเพียงนางแม้แต่ราชินีไอโอร่าท่านก็คงแทบจะไม่ได้เข้าไปพบพระนางเลยสิเพคะ?” กาลาเทียเดินไปด้านข้างของราชินีไอโอร่าและเซซิเลียนางปรายตามองทั้งสองราชินีไอโอร่าได้แต่จ้องมองท่าทีของกาลาเทียนางไม่แสดงสีหน้าใดๆ ทั้งสิ้น
“สามหาวนัก…เ้ากล้าพูดกับพระาาและพระราชินีขนาดนี้เชียวหรือสตรีสูงศักดิ์ของมหาจักรวรรดิมิได้อบรมมารยาทกันหรือว่าอะไรควรมิควร?” เซซิเลียถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความโกรธ
“ทรงอย่าได้กริ้วนักสิเพคะพระนางเซซิเลียข้าเพียงแต่น้อยใจพระองค์ก็เท่านั้น” กาลาเทียยิ้มที่มุมปาก
“พอได้แล้วกาลาเทีย!ไอโอร่ารบกวนเ้าพาพระมารดากลับไปยังเคหาสน์ใบไม้สีเงินเถิดส่วนพระสนมกาลาเทียอย่าหยิบยกเื่มิควรเช่นนี้มาพูดอีก”าาเกเล็นที่สิบสองลุกขึ้นยืน
“ข้ามีธุระที่ต้องจัดการอีกมากมายต้องหารือกับเหล่าขุนนาง” าาเกเล็นเดินออกจากท้องพระโรงด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวกาลาเทียถอนสายบัวให้าาเกเล็นระหว่างที่พระองค์เดินผ่าน
“ขอตัวนะเพคะ”กาลาเทียถอนสายบัวให้กับราชินีไอโอร่าและพระนางเซซิเลียก่อนจะเดินออกจากท้องพระโรงไปกับนางกำนัลทั้งสอง
“ท่านอย่าได้สนใจคำพูดของพระสนมกาลาเทียเลยเพคะราชินีไอโอร่า” เซซิเลียจับไหล่ทั้งสองข้างของไอโอร่าก่อนจะใช้ฝ่ามือจับที่แก้มซ้ายของนางอย่างอ่อนโยน
“ขอบพระทัยเพคะเสด็จแม่ข้าหาได้ขุ่นเคืองนางไม่เพียงแต่พระาาจะต้องรับมือกับอุปนิสัยของนางจนกว่าพระองค์จะหาทางนำลอร่ากลับมาได้”ราชินีไอโอร่าจับมือเซซิเลีย
“ข้าได้เพียงแต่ภาวนาต่อเทพีฟอสและเทพีเอียรินี่เท่านั้นสินะ” เซซิเลียกล่าวอย่างเศร้าสร้อยนางอยากจะชิงตัวลอร่ากลับมาเองด้วยซ้ำแต่กองกำลังของนางที่เคหาสน์ใบไม้สีเงินมีเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับมหาจักรวรรดิทั้งสามอาณาจักรนักรบของเคหาสน์ใบไม้สีเงินช่ำชองเื่การต่อสู้ก็จริงแต่จำนวนนั้นมีเพียงหลักร้อยถึงแม้นางจะได้รับจดหมายจากลูกสาวของตนบ้างนานๆ ครั้งแต่ก็ยากที่จะทำให้นางคลายกังวล
“มาเถิดเพคะเสด็จแม่ให้ข้าขึ้นรถม้าไปเป็เพื่อนท่านกลับเคหาสน์ใบไม้สีเงินข้ามิได้ไปเยือนเรือนรับรองสีเงินอันงดงามของท่านมาเกือบจะปีแล้ว ข้าอยากไปชมต้นไลท์เอลม์อันสุกสว่างที่ท่านได้จากชาวเอลฟ์แห่งแสงปลูกไว้ในสวนกลางเคหาสน์ของท่าน”ราชินีไอโอร่าประคองมือของเซซีเลียออกจากท้องพระโรงทองคำเพื่อไปยังรถม้าสีเทาอ่อนสลักลวดลายรูปเถาวัลย์สวยงามจอดรออยู่หน้าปราสาทเคหาสน์ใบไม้สีเงินของพระนางเซซิเลียตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอาณาจักรกิลเลเม็ตเลยป่ามูนวัลเล่ย์เข้าไปใช้เวลาเดินทางด้วยรถม้าประมาณสองชั่วโมงจากนครหลวงกานอร์
ทหารม้าเป่าแตรทองคำก่อนที่ขบวนรถม้าของพวกเขาจะออกเดินทางพร้อมด้วยทหารตามอารักขาจากกองกำลังโกลเด้นเบลดประมาณสิบคนและนักรบผู้ติดตามเซซิเลียอีกห้าคนควบม้าตามขบวนรถ
ย่านการค้าตลาดนกนางแอ่น นครหลวงกานอร์
องค์รักษ์ในชุกเกราะสีทองทั้งสองคนแบกของหลายอย่างที่เรน่ากำลังเลือกซื้อหลังจากที่นางเสร็จธุระจากร้านไวน์มีเพียงสองคนที่รู้สึกสนุกที่สุดในกลุ่มคืออิมโมเจนกับโอฟีเลียทั้งคู่จับมือพากันวิ่งดูของตามร้านรวงต่างๆในมือของอิมโมเจนถือถุงกระดาษที่เต็มไปด้วยขนมปังข้างหนึ่งเรน่าได้แต่บอกว่าห้ามวิ่งไปไกลเกินต้องอยู่ในระยะสายตานางตลอดมิเช่นนั้นพระสนมอิเรเน่จะไม่อนุญาตให้ออกมาอีกพระสนมอิเรเน่ค่อนข้างไว้ใจให้เรน่าดูแลเพราะนางเองก็ได้รับการฝึกต่อสู้แบบหน่วยโกลเด้นเบลดก่อนที่จะมาดูแลนางตัวพระสนมเองก็ต้องดูแลโดเรี่ยนที่พี่งเกิดอย่างใกล้ชิดนางจึงกลัวลูกสาวทั้งสองของนางจะเหงาหากอยู่เพียงแต่ฝ่ายในมิได้ออกไปดูโลกภายนอกเลย
ระหว่างที่ทั้งห้าคนกำลังเดินมาตามถนนนั้นในตลาดนั้นเด็กชายชุดเก่าๆ มอมแมมอายุน่าจะราวๆกับอิมโมเจนโผล่ออกมาจากตรอกด้วยความรวดเร็วและกระชากถุงในมือของอิมโมเจนออกจากมือนางเด็กหญิงไม่ทันตั้งตัวล้มลงไปฟุบที่พื้นกับน้องสาวของนางเรน่าเดินตามด้านหลังมาพร้อมกับของในมือทั้งสองข้างรวมถึงทหารองครักษ์ต่างพากันรีบวิ่งมาเด็กชายคนนั้นวิ่งหนีเข้าตรอกไป อิมโมเจนรีบลุกก่อนจะหันไปบอกโอฟีเลียรออยู่ตรงนี้
“ท่านพี่ ท่านอย่าตามไป”โอฟีเลียะโแต่ทว่าอิมโมเจนรีบวิ่งตามเด็กชายคนนั้นเข้าไปในตรอกเรน่าวิ่งมาถึงโอฟีเลียก่อนจะวางของลงและประคองเด็กหญิงลุกขึ้น
“เจ็บที่ตรงไหนไหมเพคะท่านหญิง?” เรน่าถามก่อนจะปัดฝุ่นที่ชายกระโปรงของเด็กสาว
“ข้าไม่เป็ไรเรน่าแต่ท่านพี่อิมโมเจนวิ่งตามเด็กชายคนนั้นไปแล้วในตรอก”โอฟีเลียพูดอย่างร้อนใจสีหน้าของนางเหมือนจะร้องไห้นิสัยของอิมโมเจนค่อนข้างจะไม่ยอมใครนางเป็คนที่รักความยุติธรรม
“ท่านหญิงโอฟีเลียรอกับโทมัสที่นี่นะเพคะริคตามข้ามา”เรน่าสั่งให้ทหารองครักษ์อีกคนอยู่กับโอฟีเลียก่อนที่จะนางกับทหารอีกคนจะรีบวิ่งตามอิมโมเจนเข้าไปในตรอกโทรมๆที่ซ่อนเร้นจากย่านการค้า
อิมโมเจนวิ่งตามเด็กชายมาถึงด้านล่างของตรอกเชื่อมลงไปเป็ทางเดินแคบๆก่อนจะโผล่ไปเป็เวิ้งที่ติดกับคูน้ำของเมืองสภาพเสื่อมโทรมในเมืองส่วนนี้ของนางไม่เคยพบเห็นมาก่อนมันถูกเรียกว่าสลัมใต้เมืองย่านที่ถูกซ่อนเร้นจากนครหลวงอันงดงามผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่มีชีวิตอย่างลำบากเป็ที่ดูถูกดูแคลนจากชาวบ้านและชนชั้นสูงในเมืองหลายคนถูกจ้างงานไปเป็แรงงานในตลาดบ้างบางคนมีฝีมือทำอาวุธตีเหล็กส่งไปให้ร้านอาวุธ้า
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”อิมโมเจนะโ ขณะที่วิ่งไล่หลังเด็กชาย เด็กชายเริ่มหอบเขาวิ่งหลบมาที่ซอยเล็กๆมีไม้ถูกทำขึ้นมาคล้ายบ้านเป็ลักษณะเหมือนกล่องไม้ค่อนข้างโทรมและชำรุดเป็บางส่วนเด็กชายรีบเข้าไปในบ้านของตน
อิมโมเจนตามเข้าไปในบ้านกล่องไม้บรรยากาศค่อนข้างสลัวมีแสงไฟจากตะเกียงที่มุมห้องภาพที่ปรากฏตรงหน้านางคือสตรีอายุราวๆ สี่สิบซูบผอมนอนอยู่บนเตียงเก่าๆนางไอเป็ระยะๆ เหงื่อไหลตามใบหน้า
“ท่านแม่ข้านำอาหารมาให้ท่านแล้วท่านต้องดีขึ้นนะ”เด็กชายตัวน้อยยื่นถุงกระดาษให้มารดาที่นอนป่วยอยู่บนเตียงของตนอิมโมเจนใกับภาพที่เห็นนางทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้นเด็กชายหันมาด้วยความใ
“เ้าเข้ามาได้อย่างไรออกไปนะ!” เด็กชายตวาดด้วยความโกรธใส่อิมโมเจน สตรีผู้นอนป่วยอยู่บนเตียงค่อยๆลืมตาขึ้นเพราะเสียงะโของลูกชายตน
“ไคลน์เ้าเอะอะอะไรแล้วนั่นใครกัน?” นางไอเล็กน้อยไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
“เ้าขโมยถุงขนมปังของข้ามา”อิมโมเจนกล่าว
เด็กชายสะบัดหน้าหนีเขาพยายามจะฉีกขนมปังเป็ชิ้นเล็กๆ พอดีคำให้มารดาของเขา
“เ้าขโมยของจากท่านหญิงผู้นั้นมาหรอไคลน์?”มารดาของเด็กชายด้วยเสียงอ่อนแรง
“แค่ขนมปังเองท่านแม่ส่วนเ้าแค่ขนมปังทำไมต้องหวงด้วย เ้าเป็ถึงสตรีชนชั้นสูงดูจากเครื่องแต่งกายก็รู้แล้วเศษเงินของพวกเ้าแค่นี้พวกชนชั้นสูงไม่เคยแยแสคนอย่างพวกเราถ้าท่านพ่อไม่ตายในากับพวกออร์คที่ไทโรเมื่อสิบปีก่อนแล้วบ้านเราไม่โดนพวกขุนนางชั่วโกงข้ากับแม่คงไม่ต้องมาอยู่ที่นี่ท่านแม่ต้องทำงานแลกเศษเงินประทังชีวิตเพื่อดูแลข้าพวกชนชั้นสูงพวกขุนนางก็เหมือนหมูโสโครกที่แสนจะละโมบ”ไคลน์ตะคอกทั้งน้ำตาใส่อิมโมเจน นางถึงกับผงะถอยหลังเล็กน้อย
“ไคลน์มันไม่ถูกต้องนะลูกเ้าต้องไม่ขโมยของจากผู้อื่นคืนให้นางไปเดี๋ยวนี้และห้ามต่อว่านาง”มารดาของไคลน์กล่าวอย่างอ่อนแรง
“แต่ท่านแม่ท่านไม่ได้กินอะไรเลยอาการท่านก็ยังไม่ดีขึ้น” เด็กชายพูดทั้งน้ำตาเต็มใบหน้า
“ท่านหญิงอิมโมเจนอยู่ที่ไหนเพคะ?” เสียงเรน่าะโแว่วๆดังมาจากด้านนอกไม่ไกลมาก
“เ้าชื่อไคลน์ใช่ไหมเก็บขนมปังไว้เถิดให้แม่เ้ากินขอให้ท่านหายป่วยในเร็ววันนะ” อิมโมเจนกล่าวนางรู้สึกสงสารสองแม่ลูก ไคลน์พยักหน้าก่อนเอามือปาดน้ำตาของตัวเอง
“ท่านหญิงข้ารับไว้ไม่ได้ลูกชายของข้าขโมยท่านมา”
“มิเป็ไรท่านกับไคลน์เก็บไว้เถิด ข้าขอตัว” อิมโมเจนยังคงะเืใจกับภาพสองแม่ลูกที่เห็นนางออกมาจากบ้านกล่องไม้ก่อนจะเดินออกไปหาเรน่าที่เวิ้งข้างคูน้ำ เรน่ารีบวิ่งเข้ากอดด้วยความตื่นตระหนกก่อนเช็คดูว่าอิมโมเจนไม่เป็อะไรอิมโมเจนเล่าเื่ไคลน์กับมารดาให้เรน่าฟังนางจึงสั่งให้ทหารไปซื้ออาหารและตามหมอจากในเมืองมาให้สองแม่ลูกนั้นคือสิ่งที่เรน่าสามารถทำให้ได้ดีที่สุด ณ ตอนนั้น
ทั้งห้าคนเดินมุ่งหน้ากลับปราสาทใน่เย็นยังคงมีสิ่งที่รบกวนจิตใจเด็กหญิงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“าที่ไทโรผู้คนล้มตายเยอะเลยใช่ไหมเรน่า?”อิมโมเจนถามขึ้นมา
“ใช่เพคะท่านหญิงหลายครอบครัวสูญเสียคนที่ตนรักาสร้างาแที่มองเห็นและทั้งที่มองไม่เห็นให้กับผู้คน”เรน่ากล่าวอย่างเศร้าสร้อย
“และก็มีคนที่ได้ผลประโยชน์ขุนนางและชนชั้นสูงคือหมูโสโครกที่ละโมบใช่หรือไม่?” เด็กหญิงนึกถึงคำพูดของไคลน์เรน่าได้แต่นิ่งเงียบนางไม่แน่ใจว่าจะสามารถตอบคำถามนั้นได้อย่างไร
“เมื่อท่านทั้งสองเติบโตขึ้นเป็ผู้มีอำนาจอยู่ในมือจงสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นแยกแยะสิ่งต่างๆด้วยความรอบคอบและนำมาซึ่งความหวังใหม่ให้แก่ผู้คนทุกๆ คน”เรน่ากล่าวกับอิมโมเจนและโอฟีเลีย
“ความอ่อนโยนและความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นของท่านโปรดรักษามันเอาไว้ท่านหญิงอิมโมเจนข้าเชื่อว่าเด็กหญิงทั้งสองที่ข้าดูแลมากับมือจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง” ท้องฟ้าเหนือนครหลวงกานอร์ถูกย้อมด้วยสีแดงปนส้มพระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าเรน่าพาเ้าหญิงทั้งสองกลับเข้าปราสาทอย่างปลอดภัยนางตั้งใจว่ารุ่งสางนางจะไปดูไคลน์และมารดาอีกรอบ
สลัมของนครหลวงกานอร์เป็พื้นที่พักอาศัของผู้ทำงานใช้แรงงานหลากหลายหากเพียงแต่ความเหลื่อมล้ำของชั้นชนที่มีมานานในอาณาจักรฝังรากลึกเกินกว่าที่จะแก้ไขได้โดยง่ายขุนนางมากมายที่ได้ประโยชน์รวมถึงชนชั้นกษัตริย์น้อยคนนักที่จะเหลียวแลพวกเขาหรือตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงมันเพราะผลประโยชน์ต่างๆ ที่ยังเอื้อกันอยู่ชาวเมืองก็เช่นกันจำนวนไม่น้อยดูแคลนพวกเขาทั้งๆที่ตนเองก็ยังต้องพึ่งฝีมือและแรงงานจากพวกเขาจะให้พวกเขาย้ายอาณาจักรก็หาใช่เหตุอันสมควรไม่พวกเขาคือชาวกานอร์โดยกำเนิดบ้านเกิดของพวกเขาคืออาณาจักรกิลเลเม็ตแห่งนี้ เรน่าผู้เติบโตมาจากชาวไร่มีชะตากรรมในวัยเด็กที่ไม่ต่างกันนักกับชาวสลัมในนครหลวงนางตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงไม่สามารถพึ่งพาเพียงบุคคลใดบุคคลหนึ่งในสังคมมันจะต้องเกิดขึ้นจากทุกๆคนและชนชั้นปกครองจะต้องมองเห็นความเป็มนุษย์ที่เท่าเทียมกัน พระสนมอิเรเน่มักจะพูดเื่นี้กับนางถึงปัญหาของชนชั้นต่างๆและขุนนางที่พยายามควบคุมราชสำนัก นางภาวนาให้ลูกๆ ของนางทั้งสามคน อิมโมเจนโอฟีเลียและโดเรี่ยนเมื่อเติบใหญ่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อระบบที่เน่าเฟะเหล่านี้ให้หมดไป