เช้าวันรุ่งขึ้นโจวต้าเฝิงไปขายของในตลาดมืด ส่วนเจียงโม่โฉวไปเยี่ยมจางปินเซ่อที่โรงพยาบาล แม้จะไม่ใช่เวลาเยี่ยม แต่ด้วยวาทศิลป์และการแสดงอันยอดเยี่ยมของเจียงโม่โฉว พยาบาลก็อนุญาตให้เขาเข้าเยี่ยมจางปินเซ่อได้อย่างไม่มีปัญหา เพียงแค่เตือนให้เขาอย่าส่งเสียงดังรบกวนคนอื่นเท่านั้น
“นอนไม่หลับเหรอ หรือว่าเป็คนตื่นเช้าอยู่แล้ว” เจียงโม่โฉวยกมือไปแตะที่หน้าผากของจางปินเซ่อ “ตัวไม่ร้อนแล้วนี่ วันนี้นายคงกลับบ้านได้แล้วล่ะ”
“ขอบคุณนะครับพี่โม่โฉวที่พาผมมาส่งที่โรงพยาบาล แล้วพี่ชายอีกคนไม่ได้มาด้วยเหรอครับ” จางปินเซ่อสีหน้าดีขึ้นกว่าเมื่อวานมากทีเดียว
“พี่ต้าเฝิงน่ะเหรอ เขาเอาของไปขายที่ตลาดน่ะ ส่วนฉันก็แวะมาดูนายก่อน และจะเอาค่ารักษามาให้นายด้วย”
“เื่นั้นไม่ต้องหรอกครับ ผม...ผมยังพอมีเงินเก็บเหลืออยู่บ้าง เดี๋ยวผมจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง” จางปินเซ่อตอบอย่างเกรงใจ
เจียงโม่โฉวไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ความสงสัยผ่านไปง่ายๆ เขายกเก้าอี้มาวางไว้ข้างเตียง “นายอย่ามาโกหกฉันเลย ยายจางเคยบอกฉันแล้วว่ารายได้ของนายไม่ได้มากมาย ทุกเหมานายก็ให้ท่านเป็คนเก็บไว้ทั้งหมด เฮ้อ...ฉันขอถามนายตรงๆ นะ ทำไมอยู่ดีๆ นายถึงออกไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอก นายไม่กลัวว่ายายจางจะถูกพี่ชายกับพี่สะใภ้ของนายเอาเปรียบเหรอ”
“ไม่หรอกครับ พี่ชายกับพี่สะใภ้ไม่ทำอะไรแม่หรอก ตอนนี้พวกเขา้าให้แม่ไปดูแล” จางปินเซ่อก้มหน้า “ถ้าผมยังอยู่บ้านหลังนั้นต่อ แม่ก็จะต้องมาดูแลผมด้วย ผมกลัวแม่จะเหนื่อยเกินไป”
“นายเห็นฉันเป็เด็กอายุสามขวบหรือไงถึงแต่งเื่ไร้สาระนี้มาหลอกฉัน ยายจางเต็มใจดูแลสะใภ้ที่กำลังท้องน่ะฉันเข้าใจ แต่ฉันแค่อยากรู้สาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมนายถึงออกจากบ้านแล้วไปเช่าห้องเช่าห่วยๆ นั่นอยู่ต่างหาก” เจียงโม่โฉวถอนหายใจ “ฉันคิดว่านายเป็คนดีถึงอยากจะช่วย อีกอย่าง...ฉันเห็นว่ายายจางก็ดูแปลกไป”
จางปินเซ่อกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกแล้ว “แม่...แม่เป็คนบอกให้ผมออกไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอกครับ เพราะพี่สะใภ้บ่นว่าห้องของเธอมันเล็กเกินไปทำให้เธอหายใจไม่สะดวก เธอบอกว่าถ้าเธออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี มันจะส่งผลกับเด็กในท้อง พี่ชายของผมได้ยินอย่างนั้น เขาก็เลยไล่ผมให้ออกไปอยู่ข้างนอก เขาจะได้ทุบผนังเพื่อขยายห้องนอนของเขาให้กว้างขึ้นน่ะครับ”
“ยายจางก็เห็นด้วยกับเื่นี้เหรอ ฉันเข้าใจผิดไปเหรอว่ายายจางไม่ชอบพี่ชายกับพี่สะใภ้ของนาย”
“แม่อยากได้หลานมาตลอดครับ อีกอย่างธรรมเนียมของครอบครัวผม พ่อกับแม่ยังไงก็ต้องอยู่กับลูกชายคนโต แม่ก็เลยบอกให้ผมออกไปเช่าบ้านแล้วต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเองให้ได้ แม่ให้เงินติดตัวผมออกมาด้วยห้าหยวน”
“หา! ห้าหยวน เงินแค่นั้นนายก็ยอมรับแล้วเหรอ นายบ้าหรือเปล่า ค่าเช่าห้องยังไม่พอเลยมั้ง”
“ผมไปขอเบิกเงินค่าจ้างล่วงหน้ามาจากเ้าของตลาดแล้วยี่สิบหยวนครับ” จางปินเซ่อยิ้มให้เจียงโม่โฉว “พี่ไม่ต้องเป็ห่วงผมหรอก ถ้าผมประหยัดกินประหยัดใช้สักหน่อย สองเดือนนี้ก็คืนเงินเ้าของตลาดได้ครบแล้ว”
เจียงโม่โฉวถอนหายใจอย่างแรงเพื่อระบายความโกรธ ครอบครัวชนบทส่วนใหญ่เห็นแก่ตัวอย่างนี้ทุกครอบครัวหรือเปล่า “ยายจาง้าตัดสัมพันธ์กับนายหรือว่ามีเงื่อนไขอื่นอีก”
“พี่รู้ได้ยังไงว่าแม่ยังมีเงื่อนไขอื่นอีก”
“ฉันเดาเอาน่ะ แต่ฉันคิดว่าถ้ายายจางจะมีเงื่อนไข คงไม่ใช่ความคิดของท่านหรอก คงเป็ความคิดของพี่ชายกับพี่สะใภ้ของนายมากกว่า รีบบอกฉันมาเถอะ ในเมื่อฉันเป็คนอยากรู้เื่ของนาย ก็เท่ากับว่าต่อไปฉันจะต้องช่วยเหลือนายอย่างเต็มที่”
“พี่ชายกับพี่สะใภ้ขอให้แม่ทำหนังสือว่าจะยกสมบัติทั้งหมดให้พวกเขา และผมจะไม่มีสิทธิ์กับสมบัติที่มีในปัจจุบัน หรือแม้แต่ทรัพย์สินในอนาคตที่แม่เป็คนหามาได้ ผมก็จะไม่มีสิทธิ์ได้ครับ”
“แล้วนายคิดยังไง”
“ผม...ผมประทับลายนิ้วมือในหนังสือฉบับนั้นแล้ว และเ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ลงชื่อไว้เป็พยานให้แล้วครับ”
“อย่างงี้มันเท่ากับนายตัดสัมพันธ์กับครอบครัวแล้วใช่ไหม”
“ถ้ายึดตามเอกสารมันก็เป็อย่างนั้นครับ แต่ผมบอกกับแม่ไว้แล้วครับ ไม่ว่ายังไงผมจะให้ค่าเลี้ยงดูกับแม่ทุกเดือน”
“ไม่ต้องให้! ฉันขอบอกเลยนะว่าไม่ต้องให้เงินแม่นายอีกแล้ว นายจะคิดว่าฉันใจดำก็ได้ แต่ถ้านายยังโง่เอาเงินให้แม่ของนายอีก ไม่ใช่ว่ายายจางจะได้ใช้เงิน แต่เป็พี่ชายกับพี่สะใภ้แสนเลวของนายต่างหากที่จะได้ใช้มัน”
“แต่ว่าผมยังต้องกตัญญูต่อแม่นะครับ”
“กตัญญูก็ส่วนกตัญญู นายได้เงินติดตัวออกมาแค่ห้าหยวน นายลองย้อนกลับไปคิดซิว่าั้แ่นายเริ่มทำงานมีรายได้ เงินที่นายให้ยายจางถือไว้เป็เงินเท่าไหร่ และนายได้ใช้เงินจากน้ำพักน้ำแรงของนายเท่าไหร่ ฉันคิดว่านอกจากเงินห้าหยวนนี้แล้ว ที่เหลือนายคงไม่เคยถือเงินของตัวเองไว้ในมือเลยใช่ไหม”
“พี่อย่าโมโหไปเลยครับ ลูกผู้ชายทำงานหาเงินมาได้ก็ต้องให้แม่เก็บให้สิ พอแต่งงานไปก็ให้ภรรยาเป็คนเก็บ” จางปินเซ่อยิ้มถาม “พี่จะไม่ถามผมหน่อยหรือครับว่าผมฝากแม่ไปบอกให้พี่มาหาผมทำไม”
เจียงโม่โฉวยกมือขึ้นห้าม “เื่นั้นฉันต้องถามนายอยู่แล้ว แต่ยังมีอีกเื่ที่ฉันยังข้องใจ”
“เื่อะไรเหรอครับ”
“นายถูกทำร้ายได้ยังไง และใครเป็คนทำร้ายนาย”
จางปินเซ่อกัดริมฝีปากไว้แน่น
“นายจะไม่บอกฉันก็ได้ แต่ครั้งนี้ฉันเป็คนพานายมาโรงพยาบาล และคุณหมอซ่งก็เห็นแล้วว่าาแของนายเป็าแที่เกิดจากคนทำร้าย เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและไม่ให้คนอื่นคิดว่าฉันเป็คนทำร้ายนาย ฉันต้องเอาเื่นี้ไปแจ้งความไว้ก่อน” เจียงโม่โฉวลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินออกไป แต่ก็ถูกจางปินเซ่อจับแขนไว้
“พี่โม่โฉว เื่นี้จะไม่มีใครมาโทษพี่ได้หรอกครับ ผม...ผมแค่มีเื่ชกต่อยกับคนที่อยู่บ้านเช่าแถวนั้นครับ มันไม่ใช่เื่ใหญ่”
“อย่างนั้นยิ่งเป็ไปไม่ได้ นายถูกคนทำร้ายแล้วยังจะปล่อยให้พวกมันลอยนวลไปอีกเหรอ ไม่ได้! ยังไงฉันก็จะไปแจ้งความ” เจียงโม่โฉวยังกดดันจางปินเซ่อต่อ เขาไม่เชื่อเหตุผลงี่เง่านั้นเลยสักนิด และในใจของเขาเวลานี้ก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมเขาต้องเอาตัวเข้าไปยุ่งกับเื่ของจางปินเซ่อด้วย ในใจลึกๆ รู้แค่ว่าเขาต้องช่วยเด็กหนุ่มคนนี้ให้ได้ “นายจะไม่ยอมบอกความจริงกับฉันใช่ไหม”
จางปินเซ่อพูดอย่างลำบากใจ “เป็พี่ชายของผมที่พาพวกมาทำร้ายผมครับ”
“พี่ชายของนายอย่างนั้นเหรอ เขามาทำร้ายนายทำไม”
“เขามาทวงเงินห้าหยวนคืนจากผมครับ เขาบอกว่าในหนังสือฉบับนั้นบอกไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าผมจะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินใดๆ จากครอบครัวอีก เพราะฉะนั้นเงินห้าหยวนนั้นก็ต้องคืนให้เขาไป”
“แล้วนายได้คืนเงินเขาไปไหม”
“คืนแล้วครับ”
“คืนก็คืนไปแล้ว แต่ทำไมเขายังมาทำร้ายนายอีกล่ะ”
“เขาเห็นว่าผมยังมีเงินอีกสิบหยวนเหลืออยู่ในกระเป๋า เขาก็เลยอยากได้เงินก้อนนั้นไปด้วย แต่เงินก้อนนั้นมันเป็เงินที่ผมขอเบิกมาจากเ้าของตลาด มันไม่ใช่เงินของแม่ ผมก็เลยไม่ยอมให้เขาครับ”
“พอนายไม่ยอม เขาก็เลยพาพวกมารุมทำร้ายนายเพราะอยากแย่งเงินของนายสินะ พี่ชายของนายมันเลวจริงๆ”
“พี่โม่โฉว แม่รู้ไหมครับว่าผมรักษาตัวอยู่ที่นี่” จางปินเซ่อเปลี่ยนเื่เมื่อเห็นว่าเจียงโม่โฉวเริ่มโมโหขึ้นมาอีกแล้ว
“นี่นายอย่าบอกฉันนะว่าั้แ่เมื่อวานจนถึงตอนนี้นายยังไม่เจอยายจาง” เจียงโม่โฉวถอนหายใจเพื่อระบายความโกรธอีกครั้ง เขาโมโหกับความลำเอียงของยายจางแล้วจริงๆ ก่อนหน้านี้เขาเห็นว่าหญิงชราเป็คนดีไปได้ยังไงนะ “เมื่อวานตอนที่ฉันมาส่งนาย พี่ต้าเฝิงเป็คนไปรับยายจางมาที่นี่เอง นายคิดว่าแม่ของนายรู้ไหมล่ะ”
จางปินเซ่อน้ำตาคลอ “แม่อาจจะยุ่งเลยไม่ว่างมาหาผม”
“ฉันไม่อยากพูดกับนายแล้ว เอาเงินนี่เก็บไว้เป็ค่ารักษา ต่อไปถ้ามีอะไรให้ฉันช่วย นายก็ไปหาฉันที่ตลาดก็แล้วกัน” เจียงโม่โฉวยัดเงินใส่มือจางปินเซ่อ “ไม่ต้องรีบปฏิเสธฉัน ถ้าฉันเดาไม่ผิด วันนี้ยายจางคงไม่มาหานาย และนายก็อย่าหวังว่าแม่ของนายจะไปเยี่ยมนายที่บ้านเช่าหลังนั้นด้วย ขนาดนายอยู่ที่นี่เขายังไม่มาหาเลย”
จางปินเซ่อได้แต่ปล่อยให้เจียงโม่โฉวเดินจากไปด้วยความโกรธ เขารู้ดีว่าพี่โม่โฉวไม่ใช่คนใจร้าย ที่พูดไปอย่างนั้นก็เพราะเป็ห่วงและอยากให้เขามองเห็นความจริง ซึ่งเขาก็รู้ความจริงข้อนี้ดี
เพราะก่อนที่พี่สะใภ้จะท้อง พี่ชายกับพี่สะใภ้มักจะทะเลาะกันอยู่ตลอด และหัวข้อที่สองสามีภรรยาทะเลาะกันก็คือเื่ที่ไม่อยากให้เขาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นอีก แรกๆ แม่ของเขาก็ออกหน้าช่วย แต่พักหลังแม่ก็เงียบไป เขารู้ว่าสักวันยังไงเขาก็ต้องออกมาจากบ้านหลังนั้น เขาไม่คิดจะเกาะแม่กินไปจนตายหรอก แต่เขาไม่คิดว่าแม่ที่เขารักและพี่ชายที่เขาเคารพจะให้เงินเขาติดตัวออกมาแค่ห้าหยวน ค่าเช่าห้องเล็กๆ ห้องนั้นมีค่าเช่าเดือนละสิบหยวนเข้าไปแล้ว