“ตึง!!...ตึง!!...” เสียงเท้าก้าวลงบันไดดังตึงตังเรียกสายตาของคนที่นั่งอยู่ชั้นล่างได้เป็อย่างดีผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพิมพ์ลดาก็เดินลงมาอย่างหัวเสียอภิศาลมองดูลูกสาวก็ให้รู้สึกสงสัยว่าอะไรทำให้ลูกสาวของตนหน้าตาบูดบึ้งแบบนี้
“อาเหมยเป็อะไรลูก ขึ้นไปเมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลยแล้วนี่อารมณ์เสียอะไรมาละ” อภิศาลถามอย่างสงสัย
“เหมยสงสารหลี่หยงเป่าค่ะพ่อ”
“หลี่หยงเป่าไหนทำไมพ่อไม่เห็นรู้จักเพื่อนลูกคนนี้”
“ไม่ใช่เพื่อนเหมยค่ะป๊าแต่เป็แม่ทัพหลี่หยงเป่าในนิยายที่เหมยอ่านค้างไว้ แหะๆๆ”เหมยตอบพ่อพลางหัวเราะแห้งๆ
“โธ่!!...ป๊าก็นึกว่าอะไรอ่านแล้วมันเป็ยังไงถึงได้หน้าเป็ตูดลงมาแบบนี้”
“ป๊าคิดดูนะ ท่านแม่ทัพพบนางเองก่อนแล้วอยู่ดีๆไอ้พระเอกของเื่มาจากไหนก็ไม่รู้กลับคาบแม่นางเอกไปรับประทานเฉยเลยส่วนท่านแม่ทัพเลยต้องนกนักเขียนเื่นี้ใจร้ายมากน่าจะตามไปปาทุเรียนใส่หน้าจริงๆอ่านแล้วอารมณ์เสียสุดๆ”เหมยพูดทั้งทำมือทำไม้จนผู้เป็พ่อถึงกับปวดขมับกับศัพท์แปลกๆ ที่ไม่เข้าใจ
“นกคืออะไร”
“โธ่!! ป๊านกก็คืออด หรือหลุดมือไปอะป๊าท่านแม่ทัพยังไม่ทันได้บอกความรู้สึกกับแม่นางเอกก็ต้องอกหักแล้ว”
“ให้มันเบาๆ หน่อยนะอาเหมย ป๊าละปวดหัวกับแกจริงๆมันจะอินอะไรนักหนา”
“รับทราบเ้าค่ะคุณอภิศาลเดี๋ยวเหมยออกไปซื้อขนมที่เซเว่นหน้าปากซอยบ้านก่อนนะเดี๋ยวมา”
“อืม เดินดีๆ ล่ะรถมันเยอะ”
“ค่ะป๊า” ว่าจบเธอก็เดินออกไปทันที
พิมพ์ลดาหรือเหมยก็เดินออกจากบ้านไปยังปากซอยเพื่อไปที่เซเว่นหาอะไรกินระบายอารมณ์หงุดหงิดแต่ระหว่างที่กำลังยืนอยู่ริมถนนกำลังจะข้าม หางตาก็ไปเห็นเด็กชายคนหนึ่งกำลังวิ่งไปกลางถนนในขณะที่มีรถคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูงส่งผลให้เหมยตัดสินใจวิ่งเข้าไปช่วยเด็กคนนั้นทันที
“เอี๊ยด!!....โครม!!....” เสียงล้อรถเบียดกับถนนพร้อมกับเสียงชนเข้ากับร่างของหญิงสาวดังขึ้นทันทีเหมยถูกรถชนเข้าอย่างจังจนรู้สึกเจ็บที่หน้าผากทั้งมีเืซึมออกมาจากการกระแทกเข้ากับพื้นถนนขาข้างซ้ายหักแต่ทว่าเธอก็ไม่ได้สนใจเพราะสายตามองไปยังร่างของเด็กชายที่นั่งหน้าซีดปากสั่นด้วยความกลัวก็ให้เบาใจว่าเด็กที่เธอช่วยไว้ปลอดภัยดี
“อึก!!...เจ็บจัง” เหมยรู้สึกเจ็บไปทั่วทั้งตัวทั้งพยายามหายใจอย่างยากลำบากเธอรู้สึกเห็นว่าเห็นป๊ากับม๊าวิ่งออกมาจากบ้านและกำลังวิ่งมาหาเธอด้วยความแตกตื่นใ
“เหมยๆ อดทนไว้นะลูกป๊าโทรเรียกรถพยาบาลแล้ว”อภิศาลโอบกอดลูกสาวที่กำลังหมดสติไว้แนบอกเอ่ยเสียงสั่นน้ำตาคลอไปทั้งสองข้าง
“เหมยหายใจเข้าลึกๆ ลูกจะต้องไม่เป็อะไรเชื่อม๊านะ”พิมพ์ชนกพูดทั้งด้วยเสียงที่สั่นเครือน้ำตาไหลอาบแก้ม
“ป๊าม๊าอย่าร้องไห้ เหมยรักป๊ากับม๊านะรักมากที่สุดดูแลตัวเองด้วยสัญญานะว่าป๊ากับม๊าจะทำเพื่อเหมย”
“เหมยไม่ต้องพูดแล้วลูกหนูต้องอดทนนะรถพยาบาลกำลังจะมา” อภิศาลก้มจูบหน้าผากลูกสาวด้วยความรักพิมพ์ชนกยกมือลูกสาวที่เปื้อนเืขึ้นมาทาบกับแก้มของเธอไว้
“สัญญากับเหมยก่อนนะ”
“ป๊ากับม๊าสัญญา”
“เหมยรักป๊ากับม๊านะ ป๊าเหมยเจ็บจัง ม๊าดูแลป๊าด้วยนะ”พิมพ์ลดาไม่สามารถฝืนความเ็ปได้อีกต่อไป เธอค่อยๆหลับตาลงพร้อมกับลมหายใจที่แ่เบาหูยังคงได้ยินเสียงเรียกชื่อเธอจากปากของพ่อแม่ที่ดังอยู่ข้างหูและเธอก็หลับไปชั่วนิรันดร์ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของบุพการีทั้งสอง
เวลาเดียวกันในโลกคู่ขนาน
สตรีทั้งสองวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตแต่เหมือนฟ้าดินไม่เป็ใจให้แก่คนทั้งสองเมื่อวิ่งมาได้ระยะหนึ่งกับพบชายหน้าตาดุดันยืนดักอยู่ข้างหน้า อีกทั้งในมือยังถือกระบี่คาดว่าอีกฝ่ายคนเป็หัวหน้าของกลุ่มคนที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับรถม้าของพวกนางเป็แน่
“เ้าเป็ใคร”ชิงชิงทำใจกล้าเอ่ยถามพลางดันคุณหนูของนางไว้ด้านหลัง
“ไม่จำเป็ที่เ้าต้องรู้จงรู้แต่เพียงว่าวันนี้เป็วันตายของพวกเ้าก็พอแล้ว”ชายหน้าดุและดูน่ากลัวเอ่ยออกมา
“พี่ชายปล่อยพวกเราสองคนไปเถิดนะเ้าคะข้าพอมีทรัพย์สินติดตัวมาบ้าง” ฟางเหมยฮวาเอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“เสียใจด้วยคุณหนู ตัวข้าถูกว่าจ้างมามิสนใจทรัพย์สินของท่านแม้แต่น้อย”
“ผู้ใดว่าจ้างเ้ามาทำร้ายคุณหนูของข้ากันคุณหนูถ้าบ่าวบอกให้วิ่งก็รีบวิ่งหนีไปและหาที่ซ่อนตัวนะเ้าคะบ่าวจะถ่วงเวลาไว้ให้” ชิงชิงถามชายตรงหน้าก่อนจะหันหลังไปกระซิบกับคุณหนูพอให้ได้ยินเพียงสองคนเท่านั้น
“พี่...”
“เชื่อบ่าวสักครั้งเถอะเ้าค่ะ”
“อืม พี่ชิงชิงต้องดูแลตัวเองนะ ฮึก...”ฟางเหมยฮวากล่าวพลางกลั้นเสียงสะอื้นในลำคอ
“สัญญาเ้าค่ะ” ชิงชิงมองคุณหนูของนางอีกครั้งด้วยดวงตาแดงก่ำนางกลัวเหลือเกินว่าจะไม่ได้พบคุณหนูของนางอีก แต่ที่กลัวมากที่สุดคือกลัวพวกมันจะทำร้ายคุณหนูของนางมากกว่าขอเพียงถ่วงเวลาให้คุณหนูอีกนิดนางเชื่อว่าคุณหนูจะต้องปลอดภัย
ไม่ไกลกันนักขบวนเดินทางของท่านแม่ทัพไร้พ่ายกำลังจะเข้าใกล้เมืองหลวงพลันได้ยินเสียงปะทะของคมดาบจึงสั่งให้ทุกคนหยุดเดินทาง ก่อนที่เขาจะใช้วิชาตัวเบาลอบไปดูต้นเหตุของเสียงที่กำลังดังพร้อมกับนายทหาร5 คนที่สั่งให้ตามมา
“เคร้งงง!!...ฉั๊วะ...” หลี่หยงเป่าลอบมองเหตุการณ์ตรงหน้าดูเหมือนว่าคนพวกนี้จะเป็โจรมืออาชีพสังเกตได้จากรถม้าที่พลิกคว่ำอยู่ และด้วยจำนวนคนชุดดำที่มากกว่าทำให้อีกฝ่ายที่มีกันเพียงสี่คนเริ่มเสียเปรียบเพราะอีกหนึ่งคนนอนสิ้นใจตายอยู่ที่พื้นไปเสียแล้ว
“พวกเ้าเข้าไปช่วยคนพวกนั้นเร็วเข้า”
“ขอรับท่านแม่ทัพ”
ส่วนอีกด้านหนึ่งชิงชิงกำลังประเมินชายหน้าดุตรงหน้าพลางกระชับมีดพกเล่มเล็กอยู่ในมือแน่นเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาด้วยท่าทางคุกคาม
“คุณหนูวิ่ง!!....” ชิงชิงะโดังลั่นเพื่อให้คุณหนูอาศัยจังหวะนี้วิ่งหนีไปส่วนตัวนางเองแม้จะมิได้มีวรยุทธ์เหมือนบุรุษแต่นางก็พร้อมที่จะเสี่ยงตายเพื่อคุณหนู
ฟางเหมยฮวาได้ยินเช่นนั้นก็รีบวิ่งออกมาด้วยไม่อยากให้ชิงชิงต้องคอยเป็กังวลพลางร้องะโขอความช่วยเหลือหากมีใครผ่านมาทางนี้จะได้ช่วยนางและพี่ชิงชิงได้ทัน
“ช่วยด้วย!!....ช่วยด้วยเ้าค่ะ” ฟางเหมยฮวาได้แต่ก้มหน้าก้มตาวิ่งดวงตาทั้งสองเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาจนมองไม่เห็นว่าทางข้างหน้ากำลังมีบุรุษอีกคนดักอยู่พร้อมกับเพชฌฆาตเล่มยาวในมือ
“ช่วยด้วย!!....ช่วยด้วยเ้าค่ะ” หลี่หยงเป่าได้ยินเสียงของสตรีนางหนึ่งดังไม่ไกลจากที่นี่นักจึงใช้วิชาตัวเบาไปทางเสียงร้องขอความช่วยเหลือทันที
“จะไปไหนหรือขอรับคุณหนู”
“อ๊ะ!!...”
ทางด้านชิงชิงหลังจากที่คุณหนูวิ่งออกไปนางก็เดินก้าวไปขวางชายหน้าดุทันทีอย่างไม่คิดเสียดายชีวิตพลางตวัดมีดพกเล่มเล็กในมือไปมาชายหน้าดุได้แต่หัวเราะในลำคอใช้กระบี่ในมือปัดมีดพกนั้นออกอย่างง่ายดายก่อนจะฟันเข้าที่ด้านหลังของชิงชิงที่เสียหลักอย่างไม่ทันตั้งตัว
“อึก!!...จะ...เ้ายังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”แม้จะโดนกระบี่ฟันเข้าที่กลางหลังล้มลงกับพื้นแต่นางก็จับชายอาภรณ์ของชายหน้าดุไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“ปล่อย!!...เ้าทำให้เสียเวลานัก”
“มะ...ไม่!!...”ชิงชิงพยายามฝืนความเ็ปเอ่ยกับชายที่ยืนค้ำหัวนางอยู่อย่างดื้อดึง
“เช่นนั้นก็ตายเสียเถอะ”
“ฉึก!!...อึกกก!!...” เสียงปลายกระบี่ทะลุร่างบ่าวผู้ซื่อสัตย์นางชิงชิงทันทีมือบางสั่นเทาเผลอปล่อยชายอาภรณ์ของชายหน้าดุ
“กะ...กลับมะ...มา”ชิงชิงพูดได้แค่นั้นก็สลบไสลเพราะความเ็ปที่ได้รับเกินจะทนไว้
ฟางเหมยฮวาก้าวถอยหลังอย่างระมัดระวังทั้งที่ปากบางยังคงร้องขอความช่วยเหลือไม่หยุด ยิ่งชายด้านหน้าก้าวเข้าหานางมากเท่าไรนางก็ยิ่งก้าวถอยหลังจนตอนนี้ไม่รู้เลยว่าชายหน้าดุที่พบก่อนหน้านี้อยู่เื้ันางเสียแล้ว
“ช่วยดะ!!...ฉึก!!”ฟางเหมยฮวาเอ่ยได้เพียงเท่านั้นก็ถูกกระบี่แทงเข้าที่ด้านหลังอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวนางทรุดกายลงกับพื้น พลางหันไปมองว่าเป็ผู้ใดจึงได้เห็นเต็มสองตา ก็รู้ได้ทันทีว่าพี่ชิงชิงอาจจะไม่รอดเหมือนกับนาง
“ขออภัยนะคุณหนู”ชายหน้าดุยกกระบี่ขึ้นอีกครั้งหมายจะสังหารให้หญิงสาวตรงหน้าเพื่อมิให้ทรมานมากนักแต่ยังไม่ทันที่จะทำสำเร็จก็ถูกบุรุษในเครื่องแบบทหารปัดกระบี่ที่กำลังพุ่งไปทางหญิงสาวออก
หลังจากนั้นชายชุดดำทั้งสองก็เข้าโรมรันกับบุรุษผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือเสียงการต่อสู้ปะทะกันอยู่ราวสองจิบชา (6 นาที) ก็จบลงพร้อมกับร่างชายชุดดำนอนสิ้นใจอยู่ที่พื้น
“แม่นางๆ ได้ยินข้าไหม”หลี่หยงเป่าเอ่ยเรียกสตรีที่กำลังหายใจอย่างแ่เบา
“ชะ...ช่วยพี่ชะ...ชิงชิงด้วย อึก!!...”ฟางเหมยฮวาเอ่ยเพียงเท่านั้นพร้อมกับลมหายใจที่หมดลง
“แม่นางๆ” หลี่หยงเป่าพยายามเขย่าร่างเพื่อเรียกสติของหญิงสาวที่นอนแน่นิ่งไปพร้อมกับจับชีพจรของนางเพื่อตรวจว่านางยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
“เฮ้อ!!” หลี่หยงเป่าถอนหายใจได้เพียงเท่านั้นก็เห็นกลุ่มคนที่ทหารช่วยไว้กำลังวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางใ
“คุณหนู!!...ท่านแม่ทัพไม่ทราบว่าคุณหนูเป็เช่นไรบ้าง”หนึ่งในสี่ที่เคยพบเห็นชายตรงหน้าก็จำได้ทันทีว่าเป็ผู้ใดจึงเอ่ยถามอาการาเ็ของคุณหนู
“ข้าเสียใจด้วยข้ามาช้าไปจึงช่วยคุณหนูของเ้าไม่ทันการ”
“ไม่จริง ฮือๆ...ฮือๆ...”
“พวกเ้าไปดูบริเวณนี้ให้รอบน่าจะมีสตรีได้รับาเ็อีกนาง”หลี่หยงเป่าหันไปสั่งความนายทหารทั้งห้าคน
“ขอรับ”
ทุกคนตกอยู่ในความเศร้าโศกจนไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติเมื่ออยู่ๆ ก็มีแสงสว่างจากท้องฟ้าพุ่งลงมายังร่างที่เพิ่งสิ้นชีพไป
“เฮือก!!...อะ...โอ๊ยยย!!...” เสียงสูดลมหายใจพร้อมกับร้องด้วยความเ็ปดังออกมาจากปากบางเรียกสายตาให้ทุกคนหันไปมอง แม้แต่แม่ทัพไร้พ่ายนามหลี่หยงเป่าเองก็ต้องตกตะลึง เมื่อคนที่คิดว่าตายไปแล้วกลับฟื้นขึ้นมาอีกครา