“ หยุดๆสายตาแบบนั้นมันอะไรไอ้วา ” บีเอ็มเบือนหน้าหนีไปอีกทาง
เสียงดังผิดปกติกระตุ้นความสนใจจากคนรอบๆจนต้องหันมามองเป็จุดเดียวสีหน้าอ้อนวอนของเอวาส่งผลต่อหัวใจของหลายๆคนอย่างมาก พวกเขาไม่คิดว่าคนที่มีหน้าตาค่อนไปทางสวยมากว่าหล่อจะทำสีหน้าได้น่ารักน่าปกป้องขนาดนี้แทบอยากจะจับมากอดแนบอกแล้วลูบหัวปลอบประโลม
“ อะไรก็บีเอ็มจะลงโทษนี่ ” เอวารู้สึกอายขึ้นมาสายตานับสิบมองมา นั่นทำให้ต้องรีบเดินเร็วๆหนีออกไปจากที่ตรงหน้าด้วยใบหน้าแดงก่ำ
เอวาเดินหายไปซักพักบีเอ็มมองตามแผ่นหลังนั่นด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยยิ้มให้ใครก่อนจะขมวดคิ้ว ตะวัดสายตาคาดโทษใส่คนที่กำลังมองตามแผ่นหลังเอวาได้ด้วยใบหน้าเหม่อลอยเคลิบเคลิ้ม
“ มองอะไรนักหนาพวกมึงอยากตายหรือไง ”
เงินทั้งหมดสี่หมื่นเศษๆถูกเบิกออกมาเขายังไม่ได้ปิดบัญชีเผื่อว่าที่ทำงานต้องใช้สำหรับโอนเงินค่าแรง เมื่อได้เงินเอวาเดินเข้าไปแอบที่มุมๆหนึ่ง ส่งเงินเข้าไปในมิติซ้อนทับของตนเองอย่างรวดเร็วที่ไหนก็ไม่ปลอดภัยเท่ากับมิติซ้อนทับที่ตอนนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่ใช้ได้
กลับมาถึงคอนโดสายตากวาดมองรอบๆ เครื่องเกมที่เพื่อนคนไหนสักคนซื้อให้ ราคามันค่อนข้างน้อยเมื่อ 2ปีก่อน แต่ในตอนนี้เครื่องเกมนี้กลายเป็ของแรร์มีหลายคนที่รู้ว่าเขามีมัน ้าซื้อต่อในราคาหลายหมื่นแต่ยังไม่ตัดสินใจขายจนถึงตอนนี้
เอวาเปิดคอมกลางเก่ากลางใหม่ของตนเองขึ้นมาล็อกอิน facebookถ่ายรูปเครื่องเล่นเกมแล้วโพสประมูลในเพจประมูลสิ่งของ
หลังจากลงรูปและรายละเอียดเรียบร้อยแล้วบีเอ็มก็เข้ามาในห้องพอดี ในมือถือถุงของกินหลายถุง ดูก็รู้แล้วว่าที่ไม่ได้ตามเขามาทันทีเพราะอะไร
“ เอ็มนี่รู้ใจจริงๆเลย” เอวาลุกขึ้นจากเก้าอี้ยื่นมือรับถุงกับข้าวมาถือเอาไว้ยิ้มขอบคุณไปทีหนึ่งแล้ววิ่งเข้าไปจัดการเอากับข้าวใส่จาน
“ แม่ง !” บีเอ็มลูบหน้าร้อนวูบของตนเองสบถออกมาคำหนึ่งอย่างหมดหนทาง
เช้าวันต่อมา
วันนี้เอวาตื่นเช้าเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างหวาดระแวง ในมือคว้าเอาโคมไฟมาถือเอาไว้ สอดสองไปรอบๆ นานพอสมควรถึงนึกขึ้นได้ว่าตนเองย้อนเวลากลับมาในตอนนี้ยังไม่มีซอมบี้หรืุ์โลภมากสารเลวพวกนั้น
“ เฮ้อ ”
โคมไฟถูกวางเอาไว้ที่เดิมอย่างเบามือสงบอารมณ์สักพักก่อนจะลุกไปอาบน้ำ โลกนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมมีซอมบี้บุกโลกทำไมเขาตายแล้วถึงกลับมา ไม่มีใครรับรู้ แม้แต่ตัวเขาเอง
“ ช่างเถอะตอนนี้ก็ทำในสิ่งที่ตนเองทำได้ไปก่อน ” แววตาสั่นไหวนิ่งสนิทบรรยากาศกดดันจากตัวเอวาขับเน้นให้เขาดูแข็งแกร่งและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน
กางเกงยีนเสื้อคอปกสีขาว ท่าทางดูสุภาพอย่างมาก เอวามองเงาผ่านกระจก เสยผมไปทางด้านหลังยกยิ้มพึงพอใจกับความหล่อเหลาของตนเอง
“ เอาละพร้อมแล้ว ”
การตระเวนออกหางานเป็ไปอย่างต่อเนื่องเพราะวุฒิระดับไม่สูงมากนัก ทำให้การหางานค่อนข้างยากพอสมควร จนถึงช่วยเย็นเอวายังไม่สามารถหางานที่ถูกใจได้เลย ส่วนมากที่มีรับเข้าพิจารณาคืองานเกี่ยวกับการขายเขา้าเงินจำนวนมาก งานแบบนั้นไม่สามารถตอบสนองความ้าของเขาได้ดังนั้นจึงตัดใจและเดินหาต่อไปเรื่อยๆ
กริ๊งๆ
“ ยินดีต้อนรับจ้า” เสียงทุ้มของผู้ชายดังขึ้นภาพที่เห็นคือสาวสวยคนหนึ่ง เอวายิ้มทักทายแล้วเดินเข้าไปนั่งลงเก้าอี้
“ รับเครื่องดื่มอะไรดีสุดหล่อ” เจ้คนสวยเท้าค้างยิ้มโปรยเสน่ห์มาทางเขา
วางถุงสีน้ำตาลที่บรรจุเอกสารสมัครงานไว้ด้านหน้าแล้วหันไปสั่งเครื่องดื่ม“ ผมขออะไรอ่อนๆครับ” เอวาถอนหายใจวันนี้เขาเสียเวลาทั้งวันไปกับการเดินสมัครงาน เหนื่อยจนสายตัวแทบขาด
“ นี่จ๊ะ ว่าแต่ทำหน้าเศร้าแบบนี้ เป็อะไรหรือไง ” แก้วเครื่องดื่มยื่นมาให้
หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาจิบให้ชุ่มคอความอร่อยและความร้อนแรงในเครื่องดื่ม ล้างความเหนื่อยล้าไปจนหมด
“ ผมหาที่ทำงานดีๆอยู่นะครับ” เอวายิ้มอ่อนท่าทางไร้เรี่ยวแรงนั่นเข้าตาอาเจ้ตรงหน้า ดวงตามองมาที่เอวาเปล่งประกาย้าอย่างแรงกล้าสายตานั่นไม่ทราบว่า ้าอะไรในตัวของเอวากันแน่
“ อยากได้งานแบบไหนละสุดหล่อ ”
“ เรียกผม วาก็ได้ครับ พี่สาวชื่ออะไรครับ ” เอวารู้ว่าคนตรงหน้าคือสาวประเภทสองแต่เขาไม่ได้เป็พวกเพศนิยมหรือพวกเหยียดเพศ ถ้าคนตรงหน้า้าเป็ผู้หญิงทั้งยังสวยขนาดนี้มันไม่จำเป็เลยที่จะมองไปที่เพศในอดีตของเขา
“ อ้า~~ น้องวาน่ารักจังเลย พี่ชื่อ ลิซซี่ ” ลิซซี่ร้องขึ้นอย่างชอบใจ ยิ้มแย้มหวานหยดส่งมากให้
เอวายิ้มส่งตอบไปพร้อมกับหัวเราะแห้งๆกับความเว่อวังอลังการของพี่สาวคนใหม่เครื่องดื่มถูกยกขึ้นมาจิบอีกครั้ง รสขาติที่พี่ลิซซี่ชงออกมาได้อร่อยมาดังนั้นเขาจึงค่อนข้างที่จะชอบพอสมควร
“ มาทำงานที่นี่กับพี่ไหมจ๊ะ” ลิซซี่มองดูการเคลื่อนไหวของร่างกายเอวาพักหนึ่งตัดสินใจเอ่ยชวน
สายตาเหม่อลอยดูตื่นใหันไปมองพี่สาวคนใหม่อย่างไม่เชื่อหูตนเอง “ พี่ว่าอะไรนะครับ ผมได้ยินไม่ถนัด ” เอวาถามขึ้น
ลิซซี่ยิ้ม “พี่ถามว่ามาทำงานที่นี่กับพี่ไหมเงินเดือนดีนะ ถ้าชงเครื่องดื่มขายได้มาก็จะได้เปอร์เซ็นเพิ่ม ” รายละเอียดต่างๆไม่ได้ทำให้เอวาสนใจแต่งานนี่มีรายได้เดือนละ สี่หมื่น ทิปต่างหาก ส่วนถ้าขายเครื่องดื่มได้เกินเป้ายังสามารถเพิ่มรายได้ให้ตนเองได้อีกมาก
น่าสนใจมาก
เอวาพึ่งค้นพบว่างานบาร์แบบนี้มีงานที่ให้เงินมากขนาดนี้ เื่หน้าตาทางสังคมเขาไม่สนใจอยู่แล้วตอนนี้เงินคือทุกสิ่ง เขาคุยเื่งานพักใหญ่ก่อนจะตกปากรับคำเขาต้องเริ่มงานในวันพรุ่งนี้ดังนั้นวันนี้จึงนั่งคุยกับพี่สาวคนใหม่เล็กน้อยก่อนจะกลับคอนโด
ทันทีที่เดินขึ้นบันใดมาใบหน้ามืดดำส่งมาให้เขาอย่างไม่ใคร่พอใจสักเท่าไหร่ บีเอ็มจ้องมองมาที่เอวาเขม็งมือสองข้างกอดกันเอาไว้ที่อก แผ่กลิ่นอายไม่สบอารมณ์อย่างที่เอวาไม่เคยเห็น ดูท่าเขาจะทำให้เพื่อนรักโกรธเข้าให้แล้ว แถมไม่ใช่โกรธแบบปกตินี่มันมากจนแทบจะกินหัวเขาให้ได้เลย
“ ไปไหนมา !” เสียงบีเอ็มทำให้เอวาใจนสะดุ้ง
นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว !
“ เอ็ม ใจเย็นๆนะวาจะพูดให้ฟัง เข้าห้องก่อนเถอะ นะ ” พยายามเค้นเสียงออกมาในใจเต้นกระหน่ำ มันไม่ใช่หวาดกลัวจนอยากจะหนีไปให้ไกลแต่มันคือความหวาดกลัวที่จะทำให้เพื่อนคนนี้ไม่พอใจจนหนีหายไปต่างหาก?
ประตูถูกปิดอย่างเบามือ
เอวามองบีเอ็มที่ยอมนั่งลงตามแรงผลักเบาๆของเขาสายตาจ้องมาไม่ละไปไหน รอคอยให้เอวาพูดอธิบายในสิ่งที่ตนเองถามออกไปก่อนที่จะเข้ามาด้านในห้อง
“ วาไปหางานมา ”เอวายื่นขวนน้ำให้บีเอ็มยกยิ้มอ่อนๆประจบเล็กน้อย
“ ไม่ต้องมายิ้มทำไมต้องทำงาน ไหนจะเื่ดรอปเรียนอีก เป็อะไรทำไมไม่มาปรึกษากูมึงเห็นกูเป็ตอหรือไง ” บีเอ็มตวาดจนเอวาเผลอสะดุ้งเล็กน้อย
“ ใจเย็นๆนะเอ็ม ”เอวามองเพื่อนที่กำลังโมโหจนหน้ามืดตามัวแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ชั่วใจมานานแล้วดังนั้นเอวาจึงตัดสินใจที่จะพูดออกมา
“ วามีเหตุผลและเป็เื่คอขาดบาดตายมากๆ ”
“... ”
เอวามองหน้าเอ็มลังเลเล็กน้อยแล้วตัดสินใจพูดต่อ เพราะอีกฝ่ายกำลังกดดันเขาด้วยความเงียบ
“ ถ้าวาจะบอกว่าในอีกไม่นานหลังจากนี้ วันสิ้นโลกจะมาถึง เอ็มจะเชื่อวาไหม ” เอวามองลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทที่มักจะส่งยิ้มมาให้ในใจนึกหวาดกลัว กลัวว่าบีเอ็มจะไม่เชื่อและคิดว่าตนเองเป็บ้า
“ เหลวไหลเถอะวันสิ้นโลกอะไรของมึง ดูหนังมาเกินไปหรือไงเนี่ย ” บีเอ็มขมวดคิ้วแน่นเขาไม่เชื่อในสิ่งที่เอวาพูดเลยสักนิดเดียว
“ เฮ้ออ นั่นสินะยังไงเอ็มก็ไม่เชื่อวาอยู่แล้ว ” เอวาถอนหายใจเขาเ็ปที่เพื่อนที่เขารักหนึ่งเดียวไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูดทั้งๆที่มันเป็ความจริงทั้งหมด
ใบหน้าเศร้าสร้อยของเอวาทำให้บีเอ็มเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี
“ ทำไมมึงถึงคิดว่าจะมีวันสิ้นโลกอะไรนั่น” บีเอ็มถามขึ้น ในน้ำเสียงไม่ได้มีเศษเสี้ยวใดที่ทำให้รู้ว่าเ้าของประโยคคำถามกำลังถามเพราะกำลังหลงเชื่อหรืออะไรเลยเขาเพียงแค่ถามไปอย่างงั้น
“ ช่างเถอะยังไงเอ็มก็ไม่เชื่อวา คนไม่เชื่อ จะพูดยังไงก็ไม่เชื่ออยู่ดี ” เอวาไม่มองหน้าบีเอ็มอีกเขาหันหน้าไปทางอื่นพยายามความคุมอารมณ์ขอตนเอง
“ เอ็มกลับห้องไปก่อนเถอะนะ วันนี้วาเหนื่อยมาก ” เอวาตัดสินใจให้บีเอ็มกลับห้องของเขา สิ่งที่อัดแน่นในใจเขาหวังลึกๆว่าบีเอ็มจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูดออกมา
“ ไอ้วามึงอย่ามางี่เง่า ” บีเอ็มตวาดขึ้นเสียงดังทว่า เอวาเคลื่อนตัวได้อย่างรวดเร็ว ผลักบีเอ็มออกไปจากห้องแล้วล็อกประตูเขาเดินเข้าห้องนอนใช้หมอนปิดหูตนเองไว้ทำทีเป็ไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูเสียงดังข้างนอก