ตอนที่ 2.2
ทำความรู้จักหรือจีบ
“คุณไม่เป็ไรใช่มั้ย” ตะวันถามพลางยื่นผ้าเช็ดหน้าของเขาให้หญิงสาวเมื่อเห็นว่าใบหน้าหวานราวนางฟ้าที่เขาชอบมองนั้นเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ เธอรับมันมาเช็ดอย่างไม่เกี่ยง สายตาโฟกัสกระจกมองหลังสะท้อนิญญาสาวร่างบางโปร่งใสในชุดเดรสสีแดงที่เปื้อนไปด้วยเื เส้นผมสีดำถูกปล่อยยาวจนถึงหน้าอกยุ่งเหยิงและเกรอะกรัง เธอนั่งอยู่ข้างคนหลับสองมือกำแน่นสายตาล่องลอยมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนพยายามควบคุมอารมณ์โกรธของตนเองอยู่
“ฟ้า คุณโอเคใช่มั้ย”
“คะ? ค่ะ ฉันไม่เป็ไร คุณขับรถต่อเถอะ”
“แล้วเมื่อกี้คุณเห็นอะไร” ชายหนุ่มไม่ทำตามที่บอก เขายังคงคาดคั้นคำตอบ
“เอ่อ...แมวมั้งคะ เห็นแค่ครู่เดียวฉันมองไม่ชัด คงแค่ตาฝาดไป” เธอโกหก ถ้าบอกว่าเห็นผีสาวเือาบตัวใครจะเชื่อกันล่ะ
“แมวเนี่ยนะ คุณดูใอย่างกับเห็นผี” เขากล่าวขึ้นมาอย่างไม่อยากให้เธอเครียดแต่คงไม่รู้ว่าพูดจี้ตรงจุดเข้าพอดี
“ขับรถต่อเถอะค่ะ ดึกมากแล้วเดี๋ยวคุณได้เจอผีจริงหรอก” อย่างน้อยกับมีตัวหนึ่งแหละที่กำลังมองเขา
“ฮ่า ๆ คุณเชื่อเื่ผีด้วยหรือ” ตะวันหัวเราะขันอย่างอารมณ์ดี
เขาคงไม่เชื่อเื่ภูต ผี ิญญา เป็เธอก็คงไม่เชื่อหากไม่เจอมากับตัวั้แ่เด็ก
“เชื่อไม่เชื่อคุณไม่ควรลบหลู่นะคะ ดีไม่ดีผีตัวไหนมาได้ยินเข้าอาจจะหลอกคุณจนจับไข้โทษฐานลบหลู่” อิงฟ้าแกล้งขู่เขาเล่นเพราะเห็นเขายังไม่หยุดหัวเราะเธอ ถ้าขืนยังไม่หยุดเธอจะขอให้ผีหลังรถตามไปหลอกเขาสักคืนให้เข็ด “แล้วเมื่อไหร่จะขับรถไปสักทีล่ะคะ จะได้กลับบ้านมั้ยวันนี้”
“ยังก่อน...เรายังคุยกันไม่จบเลย” คนขับหยุดขำแล้วทำเสียงจริงจัง “เมื่อกี้คุณบอกว่ามีแฟนแล้ว”
เธอสบตาเขานิ่งแล้วตอบกลับ ไม่แสดงพิรุธให้ถูกจับได้ว่าโกหก “ใช่ค่ะ มีแล้ว” มันเป็คำตอบที่ใช้ประจำเวลามีใครพยายามเข้ามาทำความรู้จัก อิงฟ้าค้นพบว่าการบอกปัดว่ามีแฟนแล้วสามารถทำให้ผู้ชายเ่าั้ยอมแพ้และล้มเลิกความตั้งใจ ซึ่งเธอภาวนาอยากให้เขาเหมือนกับผู้ชายพวกนั้น
“ถ้าโกหกขอให้ผีหลอกนะ” แต่เขาแค่ยิ้มแกล้งแซวหมือนไม่เชื่อ
ซึ่งคงไม่รู้ว่าเมื่อพูดถึงผี ผีก็ยื่นหน้าเข้ามาตรงกลางระหว่างเบาะของเธอกับเขา ฤดีในสภาพเืเต็มหน้าไหลออกมาจากทั้งตา หู จมูก ปาก มองคนทั้งคู่สลับกันอย่างสนใจ ััได้ว่าพลังโกรธแค้นเมื่อสักครู่เจือจางลงเมื่อฤดีมองตะวัน
แต่ถึงอย่างไริญญาสาวยังคงดูน่ากลัวสำหรับเธอ เมื่อไหร่จะกลับไปอยู่สภาพเดิมสักที มาแบบนี้หัวใจเธอจะวาย เขาไม่เห็นแบบที่เธอเห็นนี่เลยพูดอย่างสนุกปาก “ฉันไม่ได้โกหก คุณจะไม่เชื่อก็เื่ของคุณ”
“เธอโกหกนะ ฉันจะหลอกเธอ” ฤดีว่าก่อนจะเอามือล้วงลูกตาข้างซ้ายยื่นมาชิดหน้าคนโกหกเหมือนอยากจะแกล้งเล่น แต่ลูกตาที่กลิ้งไปกลิ้งมาในมือของผีสาวกับกลิ่นคาวเืไม่ได้ดูแกล้งเลย
“คุณจะไม่ให้โอกาสผมหน่อยเหรอ ผมอยากรู้จักคุณนะ” คนที่มองไม่เห็นความน่าสยดสยองอย่างเขายังคงว่าต่อ ส่วนอิงฟ้าได้แต่เขยิบหน้าหนีลูกตาของผีสาว เธอส่ายหน้าเป็เชิงปฏิเสธ แม้เขาจะส่งสายตาตัดพ้อกลับมาแต่เธอไม่ใจอ่อน เขากล้าบอกว่าตัวเองไม่มีใครทั้งที่ยังโอบเอวสาวอยู่เมื่อกลางดึก คนเ้าชู้แบบนั้นเธอไม่มีวันเปิดโอกาสให้เด็ดขาด
ตะวันไม่เร้าหรือต่อเขาสตาร์ทรถและมุ่งตรงสู่บ้านของผู้เป็น้องสาวโดยไม่พูดอะไรอีก
“ตะวันเ้าชู้ แต่เขาเป็คนดี” ผีสาวกล่าวขึ้นมาเบา ๆ
[รู้จักเขาเหรอ] อิงฟ้าถามกลับในใจอย่างที่คุยกับิญญาตนอื่นเป็ประจำ เธอแปลกใจที่ฤดีพูดเหมือนว่ารู้จักตะวัน แล้วยังแววตาที่มองเขาเหมือนห่วงหากันนั่นอีก หรือิญญาตนนี้จะเป็สาวในสต๊อกของเขา
“หึงหรือไง”
[ใครหึง ฉันไม่ได้ชอบเขา]
“เขาเป็คนดีจริง ๆ เธอรักเขาได้ไม่ต้องกลัวหรอก”
[ฉันไม่ได้กลัวแต่ฉันไม่้ารักใคร เลิกพูดเื่ฉันได้แล้วตกลงเธอรู้จักเขาเหรอ แล้วมาหาฉันทำไมไหนบอกจะไม่มาอีกแล้ว] ครั้งสุดท้ายที่เจอกันเป็คืนหนึ่งในป่าร้างที่เธอพบศพของฤดี มันหลายวันมาแล้วจนเธอคิดว่าฤดีไปเกิดยังภพหน้าแล้วเสียอีก
“ฉันมีเื่ให้เธอช่วย” ฤดีพูดพลางส่งสายตาที่เหลืออยู่ข้างเดียวอ้อนวอน เหมือนกับครั้งก่อนที่ขอร้องให้เธอตามไปยังป่าร้างคืนนั้น จงใจไม่ตอบคำถามเื่ตะวัน
[ก่อนจะขอร้อง ช่วยเก็บลูกตาเธอก่อนได้มั้ย]
“อุ้ย! โทษที...สวยแล้ว” ผีสาวรีบยัดลูกตาเข้ายังที่เดิม เืที่อาบทั่วตัวค่อย ๆ ไหลกลับเข้าสู่ร่างกายจนกลายเป็หญิงสาวสวยราวนางในวรรณคดีดังเดิม ร่างระหงไร้คาบเืใด ๆ ให้ส่งกลิ่นคาวคลุ้งอีก ฤดีเป็ผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง สวยและดูคุ้นมากจนบางทีเธอเหมือนเคยเห็นิญญาสาวตนนี้ที่ไหนมาก่อน
“บางทีฉันก็เสียใจนะที่เธอจำฉันไม่ได้ ถึงไม่เคยเจอกันแต่เธอก็ควรจำฉันได้ ข่าวสารบ้านเมืองเคยดูบ้างมั้ย วัน ๆ สนใจแต่งานหรือไง” ผีสาวบ่น
[หมายความว่าไง]
“ช่างเถอะ ตกลงเธอจะช่วยฉันอีกสักครั้งได้มั้ยอิงฟ้า”
[ตอนนี้ยังไม่สะดวก ไว้กลับบ้านก่อนเราค่อยคุยกันเื่นี้]
เมื่อพูดจบิญญาสาวจึงพยักหน้าแล้วกลับไปนั่งข้างลิต้าที่ยังคงหลับอยู่ตามเดิม ส่วนตะวันเองก็ไม่พูดอะไรหลังจากนั้น เขาขับรถคนเดียวเงียบ ๆ ไม่หันมองเธออีกจนถึงบ้านลิต้า แม้ความเงียบและรังสีกดดันบางอย่างจะทำให้อึดอัด แต่เธอยอมรับว่าสบายใจที่คิดว่าเขาคงล้มเลิกการเข้าหาเธอแล้ว
เมื่อรถของตะวันเลี้ยวเข้าสู่ประตูบ้านสีขาวหลังใหญ่ สาวใช้สามสี่คนที่กำลังรอคุณหนูของบ้านวิ่งกรูเข้ามายืนล้อมรถของเขา ชายหนุ่มเดินลงไปเปิดประตูด้านหลังคนขับ อ้อมแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามช้อนร่างน้องสาวแนบอกในท่าเ้าสาว แล้วเดินนำเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ สาวใช้เ่าั้คอยเปิดบ้านและเดินตามเขาอยู่ไม่ไกล อิงฟ้าเห็นดังนั้นจึงเดินตามเขาขึ้นบ้านไปด้วยอีกคน
รอบทางเดินมีไฟเปิดอยู่พอให้มองเห็นทางบ้าง ตะวันอุ้มลิต้ามาถึงห้องนอนสีชมพูหวานแหววแล้ววางร่างบางที่ยังไม่รู้สึกตัวลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน คนหลับเมื่อัักับความนุ่มนิ่มของเตียงนอนก็พลิกตัวเข้าหาผ้าห่มผืนใหญ่อย่างเคยชิน
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ”
อิงฟ้าปล่อยให้สาวใช้ดูแลเพื่อนแล้วตามลงมาส่งตะวันที่รถ เธอไม่ได้อยากลงมาแต่เขาอุตส่าห์มาส่งเธอกับเพื่อน ๆ จะทำเป็ไม่สนใจคงดูเสียมารยาทเกินไป
เขาหยุดเดินแล้วหันหลังกลับมายืนตรงหน้าเธอ ด้วยความที่หญิงสาวเดินตามมาติด ๆ จึงไม่ทันถอยหลังเมื่อเขาหันกลับมา กลายเป็ว่าเขายืนประจันหน้าห่างกับเธอแค่คืบเดียว ตะวันสบตามองคนตรงหน้านิ่ง ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง
“ผมเป็คนเ้าชู้ รู้จักผู้หญิงอยู่เยอะอย่างที่ลิต้าบอกและอย่างที่คุณเห็นวันนี้ แต่ผมจะเลิกทั้งหมดถ้าคุณ้า”
“...”
อิงฟ้าเลี่ยงสายตาไปมองประตูรั้วหลบแววตาแน่วแน่ของชายหนุ่ม ยอมรับว่าหัวใจเต้นตึกตักเมื่อเห็นแววตาจริงจังของเขา
“ฉันไม่้าค่ะ ขอบคุณ” แต่ยังคงเลือกจะปฏิเสธเขาอยู่ดี
เอ่ยจบก็หันหลังให้เขาแล้วเดินกลับเข้าบ้านไปโดยไม่หันกลับมามองด้านหลังอีก แม้จะััได้ว่าเขายังคงมองเธออยู่ก็ตาม
“เฮ้อ...”
อิงฟ้ารอบถอนหายใจเมื่อพ้นสายตาของอีกฝ่าย เธอสะบัดหน้าละทิ้งความรู้สึกบางอย่างที่พยายามเข้ามาในหัวใจ เธอไม่อยากรู้สึกแบบนี้ ไม่อยากรักใครและไม่้าความรักของใครทั้งนั้น ความรักจะทำให้เราทุกคนอ่อนแอเหมือนลิต้าและแม่ของเธอ...
เช้าวันต่อมาหลังจากอิงฟ้าทานอาหารเช้าเป็เพื่อนลิต้ากับคุณป้าลดาลัดแม่ของลิต้าแล้ว จึงขอให้คนขับรถที่บ้านลิต้าขับมาส่งยังโรงแรมเมื่อคืนนี้ เพื่อกลับมาเอารถที่จอดทิ้งไว้แล้วขับตรงกลับเข้าคฤหาสน์อัครไพศาลบ้านหลังใหญ่ของอิงฟ้า
อัครไพศาลเป็ตระกูลที่คุมอำนาจร้านอาหารอัครไพศาลที่มีสาขาทั่วประเทศ มันเติบโตมาด้วยความสามารถของคุณพิบูลย์ พ่อของอิงฟ้าก่อนที่ท่านจะยกตำแหน่งประธานบริษัทให้ลูกสาวคนโตดูแลมากว่าสองปีแล้ว และมันยังคงเป็บริษัทที่มั่นคง ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ
นภาสินีเลี้ยวรถเข้าสู่โรงรถของคฤหาสน์หรู ก่อนลงจากรถเข้าสู่ตัวบ้านเธอเหลือบมองเรือนกระจกสีขาวตรงสวนหน้าบ้านพลางคิดถึงแม่ภาวินีของเธอ
ั้แ่จำความได้มีเพียงเรือนกระจกหลังนั้นที่ทำให้แม่ยิ้มออกมาได้อย่างมีความสุข แม่มักจะอยู่ในนั้นกับบรรดาดอกไม้นานาพันธ์ที่ท่านปลูกด้วยตัวเอง เธอยืนมองไปรอบตัวบ้านไม่ว่าจะเป็โต๊ะหินอ่อนตรงสนามหญ้าที่เธอชอบนั่งเล่นเมื่อตอนเด็ก สระว่ายน้ำ โรงจอดรถ ระเบียงทางเข้าหรือแม้แต่ห้องทุกห้องในบ้านหลังนี้ล้วนเคยมีภาพแม่ของเธอร้องไห้อยู่ทั้งนั้น ตลอดยี่สิบปีที่นภาสินีโตขึ้นมาไม่เคยมีสักวันที่เธอจะไม่เห็นน้ำตาของผู้เป็มารดา
คุณหญิงภาวินีเป็ลูกสาวคนเดียวของตระกูลเกียรติคุณ ซึ่งเป็ตระกูลเก่าแก่ที่ต่างมีคนนับหน้าถือตา เธอพบรักและแต่งงานกับพิบูลย์ อัครไพศาล มีลูกสาวหนึ่งคนในเวลาไม่นาน ภายนอกความรักของพวกเขาเหมือนเทพนิยายที่จบลงอย่างมีความสุข ทั้งที่แท้จริงแล้วมันเพิ่งเริ่มต้นขึ้น
ใน่อุ้มท้องอิงฟ้าคุณหญิงภาวินีจับได้ว่าสามีแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้หญิงคนอื่น เขากลับบ้านมาหาเธอและลูกในท้องเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น ภาวินีจมอยู่กับความทุกข์ที่เฝ้ารอสามีทุกวัน ไม่รู้เลยว่าเขาจะเจียดเวลากลับมาหาเธอกับลูกวันไหน จนวันที่อิงฟ้าลืมตาดูโลก คุณหญิงภาวินีดีใจมากที่พิบูลย์มาเยี่ยมที่โรงพยาบาลและก็ต้องเ็ปหัวใจเมื่อเขามากับผู้หญิงคนอื่นและจากไปเมื่อเห็นหน้าลูกสาวไม่ถึงสิบนาที
ภาวินีเลี้ยงลูกตามลำพังมาตลอด ยังดีที่ั้แ่คลอดลูกมาพิบูลย์กลับบ้านบ่อยขึ้นจากเดือนละครั้งเป็อาทิตย์ละครั้ง เธอคิดว่าลูกคงเป็เยื่อใยบาง ๆ ทำให้เขายังคงกลับมาหา ด้วยเหตุนี้มันจึงทำให้เธอยังคงอยู่ในสถานะภรรยาของเขามาตลอดยี่สิบปีจนกระทั่งเสียชีวิต
ภาพที่เห็นแม่ร้องไห้และนั่งรอพ่อทุกวันเป็เหมือนมีดกรีดหัวใจของเด็กน้อย เด็กที่เติบโตมากับน้ำตาของผู้เป็แม่เฝ้าบอกตัวเองมาตลอดว่าเธอจะไม่มีวันเป็แบบแม่ จะไม่มีวันร้องไห้อย่างคนอ่อนแอเพราะผู้ชายคนไหนเด็ดขาด
................................................
ขอแวะมาฝั่งดราม่านิดนึงนะคะ อยากให้ทุกคนได้รู้ว่าทำไมอิงฟ้าถึงเอาแต่ปฏิเสธพี่ซันของเรา ส่วนใครที่อยากรู้เื่ของฤดีว่าเธออยากให้อิงฟ้าช่วยเื่อะไรรออีกนิดนะคะใกล้แล้วจ้า เจอกันเวลาเดิมห้าโมงเย็นนะคะ