สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 8 บทที่ 236 การคาดการณ์ของซุนเฟยและความตาย

        “หมัดหิมะเยือกแข็ง...หมัด...เดียว...คลุม...ฟ้า!”

        ซุนเฟยลอยอยู่กลางอากาศในขณะที่ร้องตะโกนออกมา หมัดโปร่งแสงขนาดสิบตารารางเมตรถูกรวบรวมขึ้นมาอีกครั้งซุนเฟยปล่อยหมัดขวาของตัวเองโจมตีไปที่อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้า 'อัศวินแห่งความโหดร้าย'

        หลังจากผ่านการต่อสู้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนค่อยๆ เก็บสะสมความรู้ความเข้าใจมาเรื่อยๆ และหมั่นขัดเกลาหมัดหิมะเยือกแข็งซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งคุ้นเคยกับกระบวนท่าทั้งสองรูปแบบ นั่นก็คือ ‘หมัดเดียวคลุมฟ้า’ กับ‘หมัดเดียวสังหาร’

        ‘หมัดเดียวคลุมฟ้า’ เป็นพลังที่มาจากพละกำลังของคนเถื่อนเลเวล 40 ล้วนๆ ตอนนี้ขีดจำกัดในการปล่อยหมัดของซุนเฟยอยู่ที่ห้าสิบหมัดดังนั้นพลังในการโจมตีของมันจึงรุนแรงกว่าเดิมมาก

        ส่วน‘หมัดเดียวสังหาร’ เกิดจากพละกำลังและทักษะ 'ทุบ' ของคนเถื่อนผสานเข้าด้วยกัน ท่านี้สามารถเพิ่มความเสียหายให้แก่ศัตรูและผลักศัตรูให้กระเด็นกลับไปได้แต่น่าเสียดายที่ทักษะ 'ทุบ'ของคนเถื่อนเลเวล 40 ในตอนนี้ยังสร้างความเสียหายในระดับสูงไม่ได้ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าอัศวินผู้ตัดสินที่แข็งแกร่งพวกนี้ทำให้ไม่สามารถสังหารพวกเขาภายในหมัดเดียวได้เหมือนชื่อของท่ามัน

        ตูม!

        หมัดโปร่งแสงโจมตีเข้าที่ร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้า 'อัศวินแห่งความโหดร้าย'คลื่นกระแทกได้ขยายออกเป็นวงกว้างไปทั่วทุกสารทิศ

        พลังหมัดโปร่งแสงห่อหุ้มร่างของ'อัศวินแห่งความโหดร้าย' ไว้ในด้านพละกำลังกายเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซุนเฟย และเนื่องจากการโคจรคลื่นพลังในร่างของเขาเกิดติดขัดขึ้นมาทำให้เขาไม่สามารถต้านทานการโจมตีในครั้งนี้ของซุนเฟยไว้ได้ร่างของเขาถอยหลังไปเรื่อยๆ ราวกับเป็นกระสอบทรายก็ไม่ปาน ปากของเขากระอักเลือดออกมาไม่หนุด

        “อ่า...”

        เสียงฮือฮาของฝูงชนที่ยืนอยู่รอบๆสนามประลองก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆผู้คนจากอาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยห้าสิบอาณาจักรต่างตกตะลึงกันทั่วหน้าพวกเขาพากันอ้าปากกว้างพลางส่งเสียงร้องแปลกๆ ที่ฟังไม่เข้าใจออกมาที่เป็นเช่นนี้ก็เพื่อระบายความตกใจและความตื่นเต้นที่มันจุกอกของตัวเอง

        ท่ามกลางฝูงชน ราชาหนุ่มแห่งไบแซนไทน์ตัวสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

        “แข็งแกร่ง...ไร้เทียมทาน! จิตสังหารที่ไร้ความปรานี อิสระไม่ยึดติดกับใคร นี่สิคือราชาที่แท้จริงไม่เพียงมีพลังที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังต้องมีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวและเข้มแข็งอีกด้วยเมื่อเทียบกับเขาแล้ว ข้ายังต้องฝึกอีกมาก!”

        ในใจของราชาหนุ่มรู้สึกตะลึงอย่างบอกไม่ถูก หากเปลี่ยนเป็นเขาล่ะก็ ต่อให้มีพลังที่แข็งแกร่งแบบราชาเมืองแซมบอร์ดเขาก็คงไม่กล้าท้าชนกับพวกอัศวินผู้ตัดสินแน่ๆ ฉากนี้ทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง

        “เรียนรู้...ข้าจะต้องเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างจากราชาเมืองแซมบอร์ดต่อให้เป็นการกระทำเล็กๆ ก็ตาม เพราะนี่คือวิถีของราชาที่แท้จริง!”

        ในใจของราชาน้อยคนนี้ยึดราชาแซมบอร์ดเป็นแบบอย่างของตัวเองไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า ภายในจิตใจของราชาน้อยแดนใต้ผู้นี้กำลังมีต้นกล้าเล็กๆเจริญเติบโตขึ้นมาอย่างช้าๆ

        ……

        บนสนามประลองดาบ

        ด้วยการโจมตีของ‘หมัดเดียวคลุมฟ้า’ทำให้อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบที่สุดดวงตาของซุนเฟยฉายแววคลั่งขึ้นมา เขาตวัดขาเตะออกไปอย่างรวดเร็วเสียงฝ่าอากาศที่แหลมคมดังขึ้นก่อนที่เท้าจะเตะอัดร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าอย่างรุนแรงจนร่างของเขาถอยหลังไปไกล ยังไม่จบแค่นั้นซุนเฟยปล่อยหมัดโปร่งแสงตามไประเบิดร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าอีกครั้ง

        ตูมๆๆ!

        อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าพยายามหนีอย่างสุดชีวิตแต่ซุนเฟยไม่ยอมให้โอกาสนั้นแก่เขา ร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าถูกซุนเฟยทุบจนน่วมเหมือนเป็นกระสอบทรายเลือดสาดกระจายเต็มท้องฟ้า ร่างของเขาถอยหลังไปเรื่อยๆจนสุดท้ายก็ถูกไล่ต้อนไปชนกับ 'ม่านน้ำครอบฟ้า' บาเรียเวทมนตร์ที่คลุมสนามประลองดาบหมัดโปร่งแสงในตอนนี้ดูเหมือนห่าฝนที่ตกกระหน่ำลงมาใส่ร่างของเขาไม่หยุดอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าพยายามโคจรเปลวไฟคลื่นพลังสีฟ้าอย่างบ้าคลั่งแต่นอกจากปกป้องร่างของตัวเองแล้ว เขาก็ไม่อาจทำอะไรได้อีกไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะโจมตีสวนกลับไปด้วยซ้ำ ตอนนี้เขาเหมือนนกทะเลที่น่าสงสารกำลังหลงทางอยู่ในมหาสมุทรที่กำลังโกรธเกรี้ยว นอกจากดิ้นรนและร่ำไห้แล้วก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีก

        “สมควรตาย! สมควรตาย! สมควรตาย!”

        กลิ่นอายที่น่าเกรงขามระเบิดออกมาจากไกลๆตอนนี้เอง อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองที่ติดสถานะ ‘ถอยกลับ’ของหมัดหิมะเยือกแข็งก็ได้สติกลับคืนมา เขาร้องคำรามอยู่ในลำคอประหนึ่งมังกรที่กำลังโกรธเกรี้ยวเปลวไฟสีดำที่ห่อหุ้มทั่วร่างของเขาก็กลายเป็นงูจำนวนนับไม่ถ้วนจากนั้นร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองก็จมหายไปท่ามกลางเปลวไฟสีดำ

        “ว้าว นี่คือท่าไม้ตายที่มีชื่อเสียงที่สุดของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สอง ฮ่าๆตอนนี้ราชาเมืองแซมบอร์ดเหมือนแหย่เท้าเข้าไปในยมโลกแล้วครึ่งหนึ่ง!”

        วณิพกอันดับหนึ่งแห่งราชอาณาจักรมาเตรัซซี่พูดพึมพำกับตัวเองขึ้นมาด้วยท่าทางสบายๆเขายังคงโบกพัดขนนกสีทองและจิบเหล้าในแก้วไวน์ต่อแก้วไวน์สีทองนี้ดูเหมือนจะใส่เหล้าได้ไม่มาก หากเป็นคนธรรมดาคงดื่มหมดไปนานแล้วแต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ตั้งแต่ที่ออกมา มาเตรัซซี่ดื่มเหล้าไปแล้วหลายครั้งและในแต่ละครั้งที่ดื่มก็ไม่ใช่น้อยๆแต่ทำไมในแก้วไวน์สีทองนี้ถึงยังคงมีกลิ่นเหล้าโชยออกมาได้เรื่อยๆเหมือนกับว่ายังมีเหล้าอยู่ ทำไมมันถึงยังไม่หมดสักทีเล่า และที่แปลกไปกว่านั้นคือแม้บนสนามประลองดาบจะเต็มไปด้วยคลื่นดาบมากมาย แต่ทันทีที่คลื่นดาบลอยไปทางเขามันก็สลายกลายเป็นสายลมธรรมดาๆ ชุด ผมและเคราของเขาพลิ้วไหวไปตามแรงลมทำให้เขาดูนุ่มนวลขึ้น

        ทันใดนั้น

        จบประโยคของเขากลิ่นอายอันตรายที่ไหลออกมาจากร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆจากนั้นก็มีงูยักษ์สีดำตัวหนึ่งทำท่าจะพุ่งเข้ามาฉกซุนเฟย

        ทักษะคลื่นพลังระดับสูง...อสรพิษเพลิงนิล

        ร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองยังคงซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเปลวไฟสีดำ

        ถึงแม้ว่าอุณหภูมิของเปลวไฟสีดำนั่นจะไม่ร้อนแต่ทุกที่ที่เปลวไฟสีดำปะทุผ่านก็จะถูกไฟคลอกจนดำเป็นตอตะโกแม้กระทั่งพื้นดินที่เสริมความแข็งแกร่งด้วยเวทมนตร์ก็ยังไหม้จนกลายเป็นสีดำบาเรียเวทมนตร์ธาตุน้ำสีฟ้าเองก็ถูกกัดกร่อนจนเกิดไอหมอกสีดำขึ้นมาจางๆทุกคนต่างก็ได้ยินเสียงกัดกร่อนดังชี่ๆ ลอยมา

        งูยักษ์สีดำนับสิบตัวที่เลื้อยอยู่กลางอากาศก็เปลี่ยนแปลงรูปร่างไปเรื่อยๆสุดท้ายก็เปลี่ยนรูปเป็นตะปูเกลียวปลายแหลมที่เล็งปลายไปทางร่างของซุนเฟยอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองพยายามให้ตะปูเกลียวปลายแหลมขนานกับพื้นดินก่อนที่มันจะเริ่มหมุนตัวอย่างบ้าคลั่งแล้วพุ่งทะยานไปทางซุนเฟย

        การเคลื่อนไหวเช่นนี้เรียกความสนใจจากทุกคนได้ดี

        ท่าไม้ตายแบบนี้สิถึงจะคู่ควรกับตำแหน่งของอัศวินผู้ตัดสิน

        แม้ว่าการโจมตีจะยังมาไม่ถึงแต่ซุนเฟยก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงมาจากด้านหลังราวกับว่าร่างของตัวเองกำลังจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ

        “ฮ่าๆๆ มาก็ดี ข้าจะได้ลองหมัดหิมะเยือกแข็งกระบวนท่าที่สาม…”

        ซุนเฟยไม่ได้หันหน้ากลับไปมองเหมือนอย่างที่ทุกคนคิดเขายังคงปล่อยหมัดโปร่งแสงโจมตีร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าไม่หยุดและหมัดสุดท้ายของซุนเฟยก็ชกเข้าที่มุมอับอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบทำให้อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าป้องกันไม่ทัน

        หมัดนี้ทำให้อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าถึงกับเวียนหัวขึ้นมาทันทีเขาสูญเสียการควบคุมร่างไปชั่วขณะ

        “โอกาสดี...”

        ซุนเฟยใช้ทักษะ'กระโดด'ของคนเถื่อนทะยานเข้าไปหาร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้า ก่อนจะคว้าคอเสื้อของเขาขึ้นมาแล้วโยนออกไปอย่างไม่ใยดีราวกับโยนถุงขยะก็ไม่ปาน

        ร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าถูกโยนไปทาง‘อสรพิษเพลิงนิล’ ท่าไม้ตายของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สอง...

        ดวงตาของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าเบิกกว้างขึ้น

        ในขณะเดียวกันดวงตาของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองก็เบิกกว้างขึ้นเช่นกัน

        'อสรพิษเพลิงนิล'เป็นท่าไม้ตายที่อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตและเขาก็ใช้ท่าไม้ตายนี้ในการรักษาตำแหน่งอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองมาโดยตลอดซึ่งยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมามียอดฝีมือจำนวนนับไม่ถ้วนที่ต้องตายเพราะท่าไม้ตายของเขาแม้แต่ยอดฝีมือที่มีระดับดาวเหนือกว่าเขาก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับท่าไม้ตายนี้ ไม่มีทักษะคลื่นพลังใดที่สามารถต้านทานมันได้

        แต่ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของท่าไม้ตายเขาก็คือ

        ไม่สามารถเรียกกลับมาได้

        เมื่อปล่อยท่าไม้ตายนี้แล้วจะไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้หากฝืนบังคับเรียกกลับมา ตัวเขาเองก็ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน!

        เขาคิดไม่ถึงจริงๆว่าราชาแซมบอร์ดจะใช้วิธีนี้มาทำลายท่าไม้ตายของตัวเอง

        ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าเลยจนถึงตอนนี้เขายังมึนงงไม่หายที่ถูกราชาเมืองแซมบอร์ดโยนมาทางนี้ อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้ามองท่าไม้ตายของสหายที่กำลังหมุนควงมาทางตัวเองด้วยสีหน้าหวาดกลัวเขาไม่รู้จะหลบอย่างไรดีดูเหมือนว่าราชาเมืองแซมบอร์ดจะใช้ร่างของเขามาขวางทางยมทูตแทนตัวเอง

        “สมควรตาย ไอ้สวะเอ๊ย!”

        อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองไม่มีทางเลือกมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะหยุดท่าไม้ตายของตัวเองได้

        ในชั่วพริบตาเลือดก็ไหลทะลักออกมาจากมุมปากของเขา เขาฝืนเรียก ‘อสรพิษเพลิงนิล’ กลับมาทำให้อวัยวะภายในได้รับบาดเจ็บหนัก

        แต่ดูเหมือนว่าผลลัพธ์จากการเรียกท่าไม้ตายกลับมาจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนักแม้ว่า 'อสรพิษเพลิงนิล' จะเคลื่อนไหวช้าลง พลังอำนาจลดลงแต่ยังคงมีพลังบางส่วนที่อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองไม่สามารถควบคุมมันได้เสียงฝ่าอากาศที่แหลมคมยังคงดำเนินต่อไปปลายเกลียวที่แหลมคมหมุนควงเสียดสีกับอากาศจนเกิดประกายไฟกระจายไปทั่ว 'อสรพิษเพลิงนิล'พุ่งตรงไปยังร่างที่ไร้การป้องกันของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้า

        เดิมทีชุดเกราะเวทมนตร์ของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าก็ถูกซุนเฟยกระหน่ำโจมตีไม่ยั้งจนทำให้พลังป้องกันของมันลดลงอยู่แล้วยิ่งมาเจอกับพลังที่น่าเกรงขามแบบนี้ก็ยิ่งทำให้มันแตกกระจายเป็นชิ้นๆอย่างรวดเร็ว…

        มองเห็นปลายเกลียวที่กำลังหมุนควงราวกับสว่านใกล้เข้ามาเจาะที่หัวของตัวเองอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าก็หน้าเสีย นอกจากจะขยับตัวหลบไม่ทันแล้วชุดเกราะของตัวเองก็ดันมาพังในตอนนี้เสียได้ทันใดนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา...

        จู่ๆก็มีร่างเงาโผล่พรวดเข้ามาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อพร้อมกับพลังอันแข็งแกร่ง เขาเข้ามาขวางทางระหว่างสว่านมรณะที่มีเปลวไฟสีดำลุกโชนและร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้ามือทั้งสองข้างของเขาแยกออกกว้าง มือหนึ่งดันร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้า อีกมือหนึ่งยกขึ้นต้านสว่านมรณะร่างของเขาเกิดแสงสว่างสีทองแสบตาความตายที่ไร้ทางแก้ไขได้เกิดการเปลี่ยนแปลง

        ตูม!

        พลังของ'อสรพิษเพลิงนิล' ที่เหลือพลันแตกกระจายส่วนร่างของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าก็ถูกผลักกระเด็นตกลงไปข้างๆ สนามประลอง…

        ทั้งสนามประลองพลันเงียบสงบ

        ผู้คนทั้งในและนอกสนามประลองต่างจับจ้องไปที่ร่างของบุรุษที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน

        ------------------

คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน