ผมกลายเป็นตัวละครในเกมแนวดาร์กแฟนตาซี

    บทที่ 50 (รีไรท์)

    บทที่ 50 (รีไรท์)


    เริ่มแล้วเหรอ ?

     

    อีอันลุกขึ้นยืนทวนความจำ ก่อนจะหันไปหยิบกระบองเหล็กขึ้นมาแล้วมองไปทางกำแพงหิน

     

    “อืม หืม…?!”

     

    เสียงเป็นนัยสงสัยดังมาจากฝั่งฟิลลิปและมิเกล ส่วนอีอันก็รู้สึกถึงพลังเวทที่หนาแน่นจากด้านหลังของเขา

     

    เพราะพลังของวงเวทย์ทำให้รู้สึกตัวช้า แต่เหตุผลที่อีอันขมวดคิ้วเป็นเพราะเสียงสั่นสะเทือนของเศษซากที่กระจายอยู่บนพื้น

     

    ‘มันเริ่มแล้วเหรอ?’

     

    เสี้ยวพริบตาที่อีอันหันไปมองข้างหลัง

     

    ซากโครงกระดูกพลันถูกดูดให้ถอยกลับไปยังทางเดินด้านหลังราวกับโดนแม่เหล็กดูดเข้าไป!

     

    ไม่นานมันก็ถูกดูดมากองรวมกันจนเต็มทางเดิน ก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวราวกับว่ายังมีชีวิตอยู่ 


    สายตาของอีอันเย็นเยียบ

     

    ซากแห่งความตาย…

     

    ตามคำบอกเล่า มันคือกูลไม่มีรูปร่าง ซึ่งเป็นผู้ไล่ล่าความอมตะ ถ้าเป็นในเกมนี่ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่พวกมันควรจะปรากฏตัวออกมา

     

    หรือที่มันปรากฏตัวขึ้นหน้าทางแยก เพราะว่ามีกระดูกกองอยู่เยอะ?’ 


    เป็นกูลที่เหมือนหมาชะมัด อีอันทำหน้าบิดเบี้ยวขณะครุ่นคิดอยู่ในใจ ก่อนจะรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนผิดปกติ


     ‘ที่นี้อะไรอีกล่ะ… ห้ะ?!’

     

    กึกกึกกึก

     

    มิเกลที่กำลังถอนหายใจนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะยักไหล่ทันที กำแพงหินที่กั้นทางข้างหน้าก็เริ่มเลื่อนลงมาเช่นกัน ลูกกะตาจำนวนมากส่องประกาย

     

    อีอันแสยะรอยยิ้มกว้าง

     

    “ตัดสินใจได้แล้ว” เมฟพูดออกมาด้วยใบหน้าที่แข็งกระด้าง “ข้าคิดว่าต้องจัดการกับกูลตัวนั้นเอง อีอัน ”

     

    อีอันพยักหน้า เขาเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน “อย่าฆ่ามัน แค่ป้องกันไว้ ข้าจะเปิดทางให้”

     

    “มะ มันเข้ามาใกล้แล้วขอรับ นายท่าน!” ตามมาด้วยเสียงร้องของฟิลลิป

     

    ซากแห่งความตายกำลังคลานเข้ามาใกล้คนในกลุ่ม!

     

    ถ้าจะพูดให้ถูก มันกำลัง ‘พังทลาย’ ลงมาทางนี้ เพราะว่ากระดูกและชิ้นเนื้อที่อยู่ด้านบนต่างหลั่งไหลรวมไปกองกันข้างหน้า

     

    ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าถูกกองกูลนี้ดูดกลืนเข้าไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

     

    เมฟเลื่อนหมวกเหล็กลง

     

    “พวกเจ้าจงอยู่ตรงกลางแถว”

     

    หลังพูดจบ เธอและอีอันก็พุ่งตัวกระโจนลอดช่องกำแพงที่กำลังเลื่อนลงมา

     

    ย้ากกก!

     

    ทั้งสองเข้าไปเผชิญหน้าพวกกูลทันที ไม่ว่าจะเป็นนักรบโครงกระดูกในชุดเกราะหนัง ไปจนถึงอัศวินโครงกระดูกในชุดเกราะโลหะ พวกกูลโบราณ หรือแม้กระทั่งทหารกูลที่น่าจะเสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้

     

    ทุกสิ่งที่ควรจะอยู่กว่านี้มากองอยู่ตรงนี้หมด

     

    ‘หมายความว่ามันก่อตั้งกองทัพเสร็จเรียบร้อยแล้ว’

     

    พลั่ก! 


    อีอันตีหมวกเหล็กของทหารหัวกะโหลก หมวกเหล็กขึ้นสนิมยุบ และกะโหลกด้านล่างแตกกระจาย

     

    ตอนที่มันกำลังจะล้มลง อีอันก็จัดการกูลตัวต่อไปเรียบร้อยแล้ว ต้องขอบคุณพวกมันที่ทำให้เขาประหยัดแรงไปได้เยอะ

     

    ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทุบหัวให้แตกแล้ว

     

    อีอันเน้นไปที่การเปิดทางด้วยการใช้คมดาบแห่งสายลมรอบตัว เขาก้าวไปข้างหน้า ก่อนจะหันไปมองข้างหลัง

     

    “นายท่าน! อย่าถอยไปไกลนัก!”

     

    เมฟที่กำลังเผชิญหน้ากับซากแห่งความตายหันหลังกลับมา เธอไม่สามารถฆ่ามันได้เช่นกัน ทำได้แค่ถ่วงเวลาลงเท่านั้น

     

     ครืดดดดด

     

    หลังจากที่สิ่งกีดขวางหายไป ซากแห่งความตายก็ผ่านห้องหิน และเข้าไปยังทางเดิน

     

    เสียงของกองกระดูกที่พังลงทำให้ภายในสั่นเหมือนเสียงคลื่น

     

    ไม่เพียงแต่ทับพวกกูลที่หัวแตกเท่านั้น ยังรวมไปถึงซากของตัวที่ฟื้นขึ้นมาใหม่อีกด้วย

     

    “แฮก…! แฮกแฮก…!”

     

    “มองไปข้างหน้า แค่ข้างหน้า!”

     

    ฟิลลิปกับมิเกลดูเหมือนจะสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพราะความกดดัน

     

    ‘เริ่มหมดเรี่ยวแรงกันแล้วซินะ’

     

    อีอันยังไหวอยู่ และที่สำคัญกว่านั้น คือทางแยกเบื้องหน้ามี ‘ทางลัด’ ที่จะช่วยให้เข้าถึงตัวนักเวทดำได้ไวขึ้น

     

    ไม่นาน มันก็ได้เกิดอีกหนึ่งตัวแปรในแผนการที่ชายหนุ่มวางไว้เสียดิบดี


    คิกคิกคิก

     

    เสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในหู

     

    เสียงอันสยองขวัญที่ทำให้ความทรงจำที่ลืมไปแล้วย้อนกลับมาโดยอัตโนมัติ

     

    ‘บ้าเอ๊ย ทำไมมันยังอยู่ที่นี่อีก?’

     

    อีอันหันไปหาต้นเสียง

     

    บนเพดานของห้องหินอันกว้างใหญ่มีผีร้ายเส้นผมกระเซอะกระเซิงลอยอยู่

     

    ผีร้ายผู้ปกปิดใบหน้าด้วยมือกระดูก คือตัวตนที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบที่ห่างไกลจากตรงนี้ค่อนข้างมาก

     

    มันคือผีร้ายที่อยู่บริเวณริมทะเลสาบ ถ้าเหยื่อเป็นผู้ชายจะถูกดูดพลังชีวิต แต่ถ้าเหยื่อเป็นผู้หญิงจะฉุดคร่าให้จมดิ่งลงไป และถูกสาปให้กลายเป็นพวกเดียวกัน

     

    มีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น ที่พวกมันมาอยู่ในที่แห่งนี้ได้

     

    ‘เจ้านั่นก็เคยเป็นตัวตนประเภทเดียวกันสินะ’

     

    “…!”

     

    เรียกได้ว่าเป็นรังโจรเลยสินะ

     

    อีอันจัดการพวกกูลที่ขวางหน้าเสร็จ แล้วหันไปมองที่ผีร้ายอีกครั้ง

     

    แต่หลังจากที่มันหายไป เขาก็ยังมีความรู้สึกว่ามันยังอยู่บนหัว

     

    คิกคิก

     

    “…!”

     

    อีอันกระโดดขึ้นและแกว่งกระบองออกไปทันที อาวุธฟาดไปที่เป้าหมายอย่างแม่นยำ แต่กลับรู้สึกราวกับฟาดลม

     

    เป็นเรื่องธรรมดาที่การโจมตีด้วยอาวุธกายภาพไม่ได้ผล อีกฝ่ายมีเจตนาจะขับไล่พวกเขาออกไปเท่านั้น

     

    “โอ้พระเจ้า! แล้วนี่มันคืออะไรอีก?!”

     

    มิเกลที่เจอผีร้ายหายไปราวกับภาพลวงตาพลันตะโกนออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง

     

    ทางด้านอีอัน เขาขมวดคิ้วแต่ไม่ตอบกลับใด ๆ ด้านหลังคือซากแห่งความตาย ด้านหน้าคือร่างกูล และด้านบนยังมีผีร้ายอีก

     

    เมื่อพวกน่ารำคาญมาอยู่รวมกัน เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่อารมณ์เสีย

     

    คิกคิกคิก

     

    ผีร้ายที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าหัวเราะออกมา พลังเวทสีน้ำเงินจาง ๆ แผ่กระจายไปทั่วเส้นผมที่กระเซิงราวกับหมอก

     

    ไม่นานหลังจากนั้น แสงสีฟ้าเริ่มซึมเข้าไปในดวงตาของเหล่ากูล ทำให้พวกมันตัวสั่นราวกับถูกไฟดูดชั่วขณะ ก่อนจะพุ่งเข้ามาหา

     

    เป็นการเคลื่อนไหวที่เร็วและปราดเปรียวมาก!

     

    “เริ่มเลยเหรอ...”

     

    อีอันพูดพลางทุบหัวกะโหลกที่วิ่งเข้ามา

     

    รู้ว่าการฆ่าแบบนี้มีแต่จะเพิ่มกองซากเท่านั้น แต่ก็ไม่มีทางอื่นแล้ว

     

    ต้องหาทางออกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อสลัดสิ่งเฮงซวยพวกนี้ออกไป

     

    ตอนที่อีอันกำลังร่ายพลังเวท

     

    คิกคิกคิก

     

    เสียงหัวเราะของผีร้ายดังแว่วมาจากด้านหลัง

     

    “…!”

     

    ดวงตาของอีอันที่หันไปมองข้างหลังมีประกายไฟกะพริบขึ้นมา

     

    ผีร้ายปรากฏตัวเหนือหัวของฟิลลิปและมิเกลที่ขนลุกจวนเจียนเสียสติ เมื่อความจริงถาโถมเข้าใส่กะทันหันแบบนี้ ทั้งสองคนก็ได้แต่มองซ้ายมองขวาหาคนช่วย

     

    เมฟที่ยุ่งอยู่กับการเค้นพลังศักดิ์สิทธิ์ที่มีไม่มาก กำลังให้ความสนใจไปกับการชะลอการพุ่งเข้ามาของซากแห่งความตาย

     

    ผีร้ายที่เอามือปิดหน้าเคลื่อนกายลงมา พลังเวทสีน้ำเงินอ่อน ๆ แผ่จากเปลือกตาที่เบิกโพลงจนเล็ดลอดผ่านปลายนิ้วของมัน

     

    เห็นได้ชัดว่ามันต้องการเล่นถึงตาย!

     

    เป็นทักษะที่ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายรุนแรงเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้เสียสติได้อีกด้วย


    อีอันได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็วพอ ๆ กับที่เขาทำความเข้าใจทุกอย่างรอบตัว …ถ้าหยุดมันไม่ได้ ฟิลลิปกับมิเกลได้ตายแน่!

     

    “ปิดหูทั้งสองข้าง! เดี๋ยวนี้!”

     

    ดวงตาของชายหนุ่มกลายเป็นสีแดงก่ำ





     *หมายเหตุ ขออนุญาตปรับแก้ไขเลขตอน จากตอนที่ 49-50 (เดิม) เป็น 51-52 นักอ่านที่รักทุกท่านสามารถย้อนกลับไปอ่านเนื้อหาถูกข้ามไปได้ในบทที่ 49-50 (ใหม่) ขออภัยในความไม่สะดวก