เมื่อได้รับคำอนุญาตจากมารดา หรงเยว่ซีก็เดินออกจากบริเวณที่จัดงานซึ่งมีคนอยู่พลุกพล่าน ไปยังส่วนที่เงียบกว่านี้
สองเท้าก้าวเดินเอื่อยเฉื่อย มองความงามของบุปผาที่กำลังชูช่อหลากหลายสีสันอย่างสวยงามเต็มสองข้างทาง
สายลมเย็นพัดผ่านละผิวกาย ทำให้เขารู้สึกสดชื่นและรู้สึกมีชีวิตชีวา พื้นที่สวนของวังหลวงมีขนาดใหญ่โตมากจนน่าอิจฉา
หากให้สำรวจจนทั่วก็คงใช้เวลาเป็วันๆ จนปวดเมื่อยก่อนเป็แน่
ระหว่างที่กำลังยืนมองดอกไม้รอบๆ แสงสะท้อนทางขวามือก็กระทบเข้ากับดวงตาของเขา
หรงเยว่ซีเหม่อมองไปยังตำแหน่งนั้นก็พบว่า เป็แสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์กระทบเข้ากับน้ำในสระบัวขนาดใหญ่ ที่ต้องเดินไปอีกไม่ไกล
คนตัวสูงตัดสินใจเดินไปทางด้านนั้นเพื่อชมสระบัวของวังหลวง
เมื่อเดินเข้าใกล้สระบัวมากขึ้น เขาก็เห็นเงาร่างที่คุ้นเคยไปจนถึงในความฝัน
เป็แม่ทัพไป๋เทียนอี้ที่ยืนอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ตรงริมสระบัว
ทำไมแม่ทัพไป๋ของเขาถึงมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้กัน ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายต้องไปตรวจสอบความเรียบร้อยของงานเลี้ยงหรอกเหรอ
ไม่สิ แม่ทัพไป๋อาจจัดการงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เป็ได้ ถึงได้มาเดินเล่นที่นี่
แบบนี้เรียกได้ว่าเป็พรหมลิขิตระหว่างเราสองคนที่์ช่วยบันดาลให้หรือไม่นะ
ั้แ่ที่หรงเยว่ซีวางแผนตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะจีบแม่ทัพไป๋ น้อยครั้งมากที่เขาจะได้เผชิญหน้ากับอีกฝ่ายโดยปราศจากคนจำนวนมากที่รายล้อมแม่ทัพคนนี้
ตอนนี้นับได้ว่าเป็โอกาสอันดีงามที่แสนหายากที่เขาจะได้เข้าไปเกี้ยวพาแม่ทัพไป๋ผู้หล่อเหลา ที่หัวใจของเขาั้แ่แรกพบ
หรงเยว่ซีตัดสินใจที่จะเอ่ยเรียกแม่ทัพไป๋ ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียงออกจากลำคอ เขาก็เห็นแม่ทัพไป๋โน้มใบหน้าไปที่หลังต้นไม้ใหญ่ และเขาก็ได้เห็นมีคนอื่นอยู่ตรงนั้นอีกคน!
ภาพที่เขาเห็นตอนนี้เหมือนกับว่า แม่ทัพไป๋อยู่ในท่าทางสนิทสนมกันเป็พิเศษกับบุคคลนิรนามที่เขาไม่รู้ว่าเป็ใครสองต่อสอง!
แต่หรงเยว่ซีคาดว่าคนที่อยู่กับแม่ทัพไป๋จะต้องเป็เกอแน่นอน เพราะแม้เห็นเพียงแค่ใบหน้าด้านข้างในระยะไม่ใกล้มากนัก เขายังถูกความงดงามของอีกฝ่ายกระแทกตาเข้าอย่างจัง
เป็เกอที่เกินคำว่าสวยไปมาก เรียกได้ว่าเป็คนงามที่ชวนให้ผู้คนตะลึงในรูปโฉมได้อย่างแท้จริง!
หรงเยว่ซีที่ตั้งใจจะทักแม่ทัพไป๋สะกิดเสี่ยวเว่ย ให้เดินหลบคนทั้งคู่ไปอย่างช้าๆ
หลังจากถอยห่างออกมาได้พอสมควรแล้ว เขาก็ค่อยๆ ใช้สมองไตร่ตรองภาพที่ตัวเองเห็นเมื่อสักครู่
คนงามผู้นั้นเป็ใคร และเป็อะไรกับแม่ทัพไป๋ ทำไมถึงได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับแม่ทัพไป๋ถึงเพียงนั้น
อย่าบอกนะว่าที่แม่ทัพไป๋ก้มหน้าลงไปเมื่อครู่คือทั้งสองแอบลักลอบจุมพิตกันหลังต้นไม้น่ะ!
หรือนี่จะเป็คนรักที่ท่านแม่ทัพไป๋แอบซ่อนเอาไว้...
ไม่นะ แล้วตำแหน่งฮูหยินไป๋ที่ข้าจับจองไว้แล้วล่ะ เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเกอคนนี้เป็ใคร!!
"เสี่ยวเว่ย เ้ารู้ไหมว่าเกอคนนั้นที่อยู่กับแม่ทัพไป๋เป็ใคร"
"ข้าไม่คุ้นตาเกอผู้นี้เลยขอรับ แต่เกอที่งดงามถึงเพียงนี้เป็ไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีข่าวลือของอีกฝ่ายออกมา หรือว่าจะเป็เกอจากต่างแคว้นขอรับคุณชาย"
หรงเยว่ซีระงับอารมณ์หึงหวงของตัวเองเก็บเอาไว้ในส่วนลึก แล้วเอ่ยชวนเสี่ยวเว่ยเดินกลับเข้างาน
"ช่างเถอะ อีกไม่นานเราก็คงได้รู้ กลับเข้าไปในงานกัน พวกเราเดินออกมานานแล้ว เดี๋ยวท่านแม่จะกังวล"
"ขอรับคุณชาย"
เมื่อเดินกลับมายังที่นั่งของตัวเอง พร้อมตอบคำถามของท่านแม่ที่เอ่ยถามว่าไปเดินเล่นตรงไหนมาบ้างสองสามคำ
หรงเยว่ซีก็เปิดโหมดความคิดฟุ้งซ่านในหัวท่านที ดวงตาสีเข้มของเขาเหม่อลอยออกไป ท่ามกลางความรู้สึกขุ่นมัวและภาพการใกล้ชิดของแม่ทัพไป๋กับเกอคนนั้นผุดขึ้นมาในหัว
จนกระทั่งเวลาผ่านไป เมื่อขันทีประกาศการมาถึงของฮ่องเต้กับไทฮองไทเฮา เขาถึงไปขยับกายลุกขึ้นยืนเพื่อถวายการคำนับแด่เชื้อพระวงศ์ทั้งสองคนที่เป็เ้าของงาน
ทว่าเมื่อได้เห็นฮ่องเต้และไทฮองไทเฮาเดินเข้ามายังพรมทางเดินตรงกลาง เขาก็นิ่งอึ้งอ้าปากค้างทันทีพร้อมกับเสี่ยวเว่ยที่สะกิดเขายิกๆ อยู่ด้านข้าง
เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้ยิ่งใหญ่ของแคว้นให้นั่งลงได้แล้ว ร่างกายของเขาก็นั่งลงโดยอัตโนมัติ แม้ว่ายามนี้จะไม่มีสติเหลืออยู่เลยก็ตาม
ฮ่องเต้กับเกอคนงามคนนั้นเป็คนคนเดียวกัน!
ไม่สิ ฮ่องเต้เป็บุรุษไม่ใช่เกอ เป็บุรุษประสาอะไรถึงได้งดงามเกินหน้าเกินตาสตรีและเกอในแคว้นขนาดนี้!
ไม่ได้ เขาจะเอาเพศมาใช้ในการตัดสินรูปลักษณ์ได้อย่างไร ในเมื่อตัวเขาที่เป็เกอก็ยังมีรูปลักษณ์ของบุรุษเช่นกัน ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่ต่างกับคนใจแคบที่ใช้รสนิยมส่วนตัวมาตัดสินคนอื่น เื่นี้ควรเป็เขาที่รู้ดีและเข้าใจที่สุด
เพราะอย่างนั้นคนที่เป็บุรุษจะมีรูปร่างตัวบางสูงโปร่ง ดูอ้อนแอ้นและงดงามหยาดเยิ้ม ก็ไม่ควรผิดแปลกอะไรไม่ใช่เหรอ
แต่นี่มันเกินจินตนาการมากไปรึเปล่า
หรงเยว่ซีเชื่อว่า ไม่ได้มีเพียงเขาเท่านั้นที่ตกตะลึงกับรูปโฉมอันงดงามของฮ่องเต้ซีฉินมู่หยาง
เรียกได้ว่าคนที่ไม่เคยเห็นฮ่องเต้มาก่อนเช่นเดียวกับเขาต่างคาดไม่ถึงกันหมด
ว่าฮ่องเต้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าโเี้ แสนเก่งกาจและดำรงตนเป็แม่ทัพใหญ่จับดาบนำเหล่าทหารนับแสนนายตีแคว้นศัตรูข้างเคียงจนราบเป็หน้ากลอง จะมีรูปร่างที่ไม่น่าเชื่อว่าจะยกดาบขึ้นได้ด้วยมือเดียวเสียด้วยซ้ำ
แม้ว่าเมื่อกะจากส่วนสูงแล้ว จะมีความสูงประมาณเดียวกับเขาก็ตามแต่ความหนาของลำตัวนั้น ไม่ได้แตกต่างกับสตรีและเกอที่บอบบางเลยแม้แต่นิดเดียว
ตัวจริงของฮ่องเต้ช่างแตกต่างกับข่าวลือราวพลิกคว่ำฝ่ามืออย่างแท้จริง
บรรยากาศของงานเลี้ยงในฝั่งของเกอและสตรีที่มีเป้าหมายในวันนี้ดูเหมือนจะมีความกระอักกระอ่วนบางอย่างปกคลุมอยู่จนเขายังสามารถสังเกตเห็นได้
แต่ไม่นานก็กลับมาครึกครื้นเหมือนเดิม
หรงเยว่ซีสังเกตได้ว่า แม้ตอนแรกบรรดาสตรีและเกอจะมีสีหน้าไม่สู้ดี เนื่องจากเมื่อเทียบกับฮ่องเต้แล้วความสวยของพวกนางกลับดูด้อยกว่าอยู่หลายเท่า
แต่หลังจากนั้น เหมือนคนเหล่านี้จะเปลี่ยนความคิด ดูกระตือรือร้นมากขึ้นที่จะโอ้อวดความสามารถของตนเพื่อดึงดูดพระทัยของฮ่องเต้มากเป็พิเศษอย่างสังเกตเห็นได้ชัด
หรงเยว่ซีแอบลอบสังเกตการแสดงออกของแม่ทัพไป๋สลับกับฮ่องเต้ และเขาก็ได้เห็นว่าทั้งคู่แอบส่งสายตาหวานชื่นเข้าหากัน
นี่มัน...ดูเหมือนว่าเขาจะค้นพบความลับอันแสนยิ่งใหญ่เข้าเสียแล้ว
เขาคิดว่าแม่ทัพไป๋กับฮ่องเต้จะต้องแอบมีซัมติงกันแน่ๆ!
ให้ตายเถอะ เขารู้สึกเ็ปหัวใจเหลือเกิน ทำไมกันนะ ไม่ว่าเขาจะหมายปองใครก็ต้องมีสาเหตุให้อกหักอยู่เสมอ
คนที่เขาแอบชอบครั้งแรกคือฉินมู่หยางและก็ถูกหักอกด้วยฉินมู่หยางเช่นเดียวกัน
ในครั้งที่สองนี้คนที่ทำให้เขาอกหักก็ยังชื่อคล้ายกับฉินมู่หยางในโลกก่อนอีก
คนที่มีชื่อนี้ได้ผูกติดเวรกรรมอะไรกับเขาไว้หรือเปล่า!
หากตัดความจริงที่แสนเ็ปว่าเขาเองก็เป็คนหนึ่งที่หลงรักแม่ทัพไป๋เช่นเดียวกับฮ่องเต้ออกไป
ความช่างเพ้อฝันที่อยู่ในสายเืของหรงเยว่ซีในตอนนี้ สามารถสร้างฉากความรักต้องห้ามที่เป็ความลับระหว่างแม่ทัพหนุ่มผู้หล่อเหลากับฮ่องเต้โฉมงามออกมาได้เป็หมื่นคำในเวลาไม่กี่นาที
ดูเหมือนว่าความเป็นักเขียนนิยายจะเกาะติดิญญาของเขาเข้ามาในชีวิตนี้ด้วย
ถึงเขาจะไม่พอใจและมีความหึงหวงต่อแม่ทัพไป๋ แต่ก็รู้สึกสงสารยวนยางคู่นี้ไม่ได้
ในแคว้นนี้ ความรักระหว่างบุรุษกับบุรุษดูเหมือนจะยังไม่เป็ที่ยอมรับ ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะดูเหมาะสมกันมากเพียงใดแต่ก็คงทำได้เพียงเก็บซ่อนมันเอาไว้จากสายตาของผู้อื่น
จู่ๆ หรงเยว่ซีก็รู้สึกเศร้าใจแทนทั้งคู่ขึ้นมาจนน้ำตาคลอ แม้จะไม่สบอารมณ์มากนักก็ตาม ที่ได้รู้ว่าคนที่ตนหมายปอง มีคนในดวงใจของตัวเองอยู่แล้ว โดยที่เขาไม่อาจเทียบได้ด้วยซ้ำกับความงามล่มเมืองของฮ่องเต้ซีฉินมู่หยาง
ไหนจะความสามารถแสนเก่งกาจรอบด้านของอีกฝ่าย เขาที่เป็เพียงบุตรเกอของตระกูลแม่ทัพที่ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่สามารถสู้ได้เลย
ความรักของแม่ทัพไปกับฮ่องเต้ช่างน่าะเืใจเหลือเกิน
แล้วงานเลี้ยงในวันนี้ที่มีจุดหมายชัดเจนว่า้าเติมเต็มวังหลังที่ว่างเปล่าของฮ่องเต้
หัวใจของแม่ทัพไป๋ต้องเ็ปมากเป็แน่ที่ต้องเฝ้ามอง สตรีและเกอที่อยากถวายตัวเข้าไปเป็พระสนมของฮ่องเต้ อีกทั้งยังต้องคอยดูแลความเรียบร้อยของงาน แต่ภายในใจของแม่ทัพไป๋นั้นคงอยากล่มงานเลี้ยงนี้เสียเต็มแก่
ก่อนหน้านี้ทั้งสองถึงได้ไปแอบเจอกันกันยังสระบัวที่ห่างจากผู้คน อาจจะเกิดเหตุการณ์แสดงความหึงหวงกันของทั้งคู่ขึ้นก็เป็ได้
เพราะตอนนี้เขาเองก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกับแม่ทัพไป๋ ความหึงหวงพุ่งเข้าโจมตีในอกจนรู้สึกรุ่มร้อนไปหมด เขาอยากแย่งชิงความรักอันลึกซึ้งที่อีกฝ่ายมอบให้ฮ่องเต้มาไว้ที่เขาแต่เพียงผู้เดียว!
ตลอดเวลาในงาน ความสนใจของหรงเยว่ซีไม่ได้อยู่กับความสนุกสนานที่เหล่าเกอและสตรีพากันสร้างขึ้นมาเลยสักนิด เพราะมัวแต่ให้ความสนใจแม่ทัพไป๋กับฮ่องเต้ หลังจากที่เขาได้เข้าไปรับรู้ความลับของคนทั้งคู่โดยบังเอิญ
Talk: มันจะมีคนที่เพ้อเจ้อมากๆ ในนิยายเื่นี้อยู่คนนึง 55555 เจอกันอีกทีวันจันทร์ค่ะ