“จะร้องดีไหมนะ”
แอชเชอร์นั่งคิดอยู่หน้าบ้านของตนเองพลางนั่งจับาแ เขาอยากรู้ว่าหากเขาไม่โบกไม้โบกมือหรือส่งเสียงให้ทหารมองเห็น เขาจะถูกช่วยออกไปจากสถานที่แห่งนี้หรือเปล่า
ชีวิตก่อนเขาได้ฟังจากปากหมอว่าตัวเองถูกทหารพบใต้เศษซากของบ้าน เขาอยากรู้เช่นกันว่าชีวิตนี้มันจะเหมือนชีวิตก่อนหรือเปล่า เขาที่ได้สติขึ้นมาในตอนพี่สาวถูกพาตัวไป มันจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่
อนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน เขารู้เพียงแค่ว่าตอนนี้เขาไม่ต้องไปใช้หนี้แล้วเพราะาแบนร่างกายเขามีเงินมากพอจะรักษามัน ต่างจากชีวิตก่อนที่ร่างกายาเ็สาหัสจนเงินที่มีไม่เพียงพอต่อการรักษา เท่านี้อนาคตก็น่าจะเปลี่ยน แต่ยังไม่รู้ขอบเขตของมันถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเขา
แอชเชอร์จึงพยายามอยู่นิ่งๆไม่ทำอะไรมาก กลัวว่าอนาคตจะเปลี่ยนไปมาก หากเขามีพลังเขาจะไม่กลัวเลย แต่ตอนนี้เขาเข้าถึงฟอสเอนเนอร์จี้ได้ยากมาก จึงจำเป็ต้องอยู่นิ่งๆ จนกว่าจะปกป้องตัวเองได้ เขาเชื่อว่าชีวิตนี้จะต้องไปยุ่งเกี่ยวกับอะไรหลายอย่างแน่นอน จนทำให้อนาคตไม่เหมือนที่เห็นมา ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดกลัวกับอนาคตที่เปลี่ยนเพราะคิดว่าด้วยระบบที่มี มันจะต้องทำให้เขาแข็งแกร่งแน่นอน แข็งแกร่งจนชีวิตก่อนเทียบไม่ติด
“ระบบ ตรวจหาร่องรอยได้ไหม”
[ระบบสามารถแกะรอยได้]
“งั้นตรวจสอบภายในบ้านให้หน่อยว่ามีสิ่งไหนที่คนชุดดำทำหล่น”
[เริ่มต้นใช้การสแกนพื้นที่จะจบลงในอีก 10 วินาที ]
แอชเชอร์รออย่างตื่นเต้นหากระบบสามารถตรวจหาสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในบ้านได้ เขามีโอกาสในการตามพวกมันเพิ่มมากยิ่งขึ้นแต่แล้วเขากลับถอนหายใจ
[แจ้งเตือน ระบบไม่พบร่องรอยใดๆของกลุ่มชายชุดดำที่โฮสต์้า]
“งั้นเก็บข้อมูลเกี่ยวกับพี่สาวแอร์เรียลเอาไว้ก็พอ”
แอชเชอร์นั่งพิงกำแพงบ้านต่อไปรอคอยการช่วยเหลือ ดูเหมือนว่าการตามหาพี่สาวของเขาจะยุ่งยากเหมือนชีวิตก่อน
“ด้านนี้มีผู้รอดชีวิต ขอกำลังด้วย~!”
ทหารใช้วิทยุสื่อสารบอกตำแหน่งของกันและกัน แอชเชอร์ที่นั่งพิงกำแพงบ้านด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อยต่างฉีกยิ้ม เมื่อรู้ว่าเขาไม่จำเป็ต้องร้องะโหรือทำอะไรให้มาก ทหารยังคงสามารถตามหาตัวของเขาพบ หากเป็ไปได้ด้วยดีการที่เขาตื่นขึ้นมาเห็นพี่สาว อนาคตที่กำลังจะเกิดต่อจากนี้คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากเพราะยังไม่ทำอะไรที่เป็ผลกระทบ
มอนสเตอร์ที่เขาฆ่าไปก่อนหน้าหากปล่อยไว้มันก็จะตายไปเอง เขาจึงภาวนาว่าอย่ามีอะไรตื่นขึ้นมาหรือมีอะไรเกิดใน่ที่เขาอพยพออกไปจากสถานที่แห่งนี้ หลังจากเขาไปหยิบจับอะไรบางอย่างจนอนาคตเล็กๆน้อยๆเปลี่ยนไป
“ไอ้หนูแกเป็อะไรหรือเปล่า”
“ผมเจ็บแขนและปวดบริเวณขาซ้าย”
แอชเชอร์บอกไปยังตำแหน่งที่เขายังคงเจ็บ แม้เขาจะรักษาตัวเองได้ด้วยฟอสเอนเนอร์จี้ที่ดูดซับ ตอนนี้กลับไม่ใช่เวลาทำ มันจะน่าสงสัยเกินไป การโจมตีของมอนสเตอร์จนมีคนตกตายไปมากมาย บ้านเรือนเสียหาย แล้วเขาเป็คนเดียวที่รอดชีวิต หากเขาไม่าเ็เลยจะเป็เื่ที่น่าสงสัย ไม่แน่เขาอาจจะตกเป็ผู้ต้องสงสัยก็ได้
หน่วยแพทย์เริ่มปฐมพยาบาลแอชเชอร์ จากนั้นก็ยกเขาขึ้นเปลนำไปยังรถฮัมวี่จะได้เดินทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้ ระหว่างเขาถูกเคลื่อนย้ายไปยังรถนี้เอง แอชเชอร์ได้มองสำรวจรอบๆตัวพบว่าทหารกำลังเดินกลับมารวมกัน การสำรวจคงจบลงแล้วหลังจากที่เครื่องสแกนไม่สามารถตรวจหาคลื่นความร้อนจากร่างมนุษย์ได้
“ไอ้หนู แกเห็นอะไรบ้าง เล่ามาให้หมดไม่อย่างนั้นจะมีอีกหลายเขตต้องล่มสลาย”
แอชเชอร์ถูกมัดตัวไว้บนเตียงพยาบาลบนรถไม่ให้เขาเคลื่อนไหวร่างกายได้ ระหว่างนี้เองเขาก็ได้เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่ตัวเองพบเจอให้กับเหล่าทหารฟัง แต่เื่ที่เขาเล่านั้นล้วนไม่มีอะไรเลย
แอชเชอร์บอกเพียงแค่ว่าใน่กลางดึกเขาได้ยินเสียงะเิ จากนั้นเขาก็ถูกบ้านถล่มทับร่าง พอออกมาได้ทุกๆอย่างก็ลุกเป็ไฟ เขาไม่รู้เลยว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น
แอชเชอร์ไม่ยอมเล่าถึงพวกสวมชุดเกราะสีดำมีสัญลักษณ์ขนนกสีแดงเืบนหัวไหล่ ชีวิตก่อนเขาไม่เคยเห็นสัญลักษณ์นี้เลย จึงกลัวว่าพวกมันอาจจะไม่ได้อยู่ไกล ไม่แน่อาจจะเป็คนที่อยู่รอบๆตัวของเขาในตอนนี้ก็ได้ เพื่อไม่ให้พี่สาวอันตรายรวมถึงตัวของเขา แอชเชอร์จึงคิดที่จะเงียบไว้ก่อน จนกว่าเขาจะปกป้องตัวเองได้เขาถึงจะเริ่มตามหาคนเหล่านี้
เขาไม่รีบตามหาพี่สาวก็เพราะว่าในบทสนทนาของพวกชุดดำ พวกมันพูดด้วยความตื่นเต้นเกี่ยวกับร่างกายพี่แอร์เรียลว่าเป็ร่างกายพิเศษ แม้พวกมันจะทดลองกับร่างกายของเธอ พวกมันจะต้องไม่กล้าทำอะไรที่รุนแรงแน่นอนเพราะเธอคือของล้ำค่า อีกอย่างชีวิตก่อนใน่ที่เขาอายุ 35 ปีเขาได้เจอพี่สาวครั้งหนึ่ง ทว่าเธอกลับพุ่งผ่านเขาไปด้วยความรวดเร็ว จากการเห็นครั้งนั้นทำให้เขาเชื่อว่าพี่สาวยังมีชีวิต ในชีวิตนี้มันก็ต้องเป็แบบเดียวกัน
“หัวหน้า!” แอชเชอร์ที่เล่าเื่จบไปแล้วเหลือเพียงแค่ตอบคำถาม หันมองไปยังนายทหารที่วิ่งเข้ามารายงานสิ่งต่างๆ หลังจากพวกเขากระจายกำลังตรวจสอบพื้นที่แห่งนี้อย่างละเอียด
“ว่ามา”
“เราคาดว่าการบุกโจมตีของมอนสเตอร์คงมาจากฝีมือของคนบางกลุ่ม”
“ทำไมถึงคิดแบบนั้น ขอเหตุผล”
“เราเจอสิ่งที่น่าสงสัยคล้ายวัตถุะเิบริเวณเพดานเขต A72 ที่เจาะเป็รู น่าจะเป็ฝีมือของคนไม่ใช่มอนสเตอร์ ”
“บอกทุกคนเตรียมตัว เราจะกลับออกไปจากที่นี่”
“ทราบ~!”
ด้วยการรายงานของทหาร ทำให้แอชเชอร์เชื่อว่าทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นเป็ฝีมือของกลุ่มคนที่ใช้สัญลักษณ์ขนนกสีแดงเือย่างแน่นอน ซึ่งเขาไม่รู้ว่าทำไมพวกมันถึงใช้ะเิขุดรูเพื่อล่อให้มอนสเตอร์บุกมาที่เขต A72
“ไอ้หนู”
“ครับ” รถจำนวน 5 คันเริ่มสตาร์ทแล้ววิ่งไปบนถนนหลักของเขต A72 มุ่งหน้าไปยังอุโมงทางออกจากเขตนี้หลังจากช่วยเหลือผู้รอดชีวิตทั้งหมดแล้ว มอนสเตอร์พวกเขาก็ไม่จำเป็ต้องฆ่าเพราะพวกมันทั้งหมดตาย เหลือเพียงแค่สอบถามเด็กน้อยอายุ 15 ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ในวันนี้
“แกเห็นมอนสเตอร์ไหม”
“ไม่ครับ ผมไม่เห็น”
“การต่อสู้ล่ะ”
“ผมไม่เห็นเช่นกัน ผมเห็นแค่บ้านเรือนถูกไฟไหม้เท่านั้น ไม่มีเสียงใดๆร้องออกมาเลย”
ภายในแววตาของแอชเชอร์ไม่ได้สั่นไหวเลยสักนิด เขามองจ้องดวงตาทหารด้วยความรู้สึกไม่หวั่นเกรง การใช้ชีวิตจนถึงอายุ 40 ปีมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้เขาอยู่กับทหารและอยู่กับความตาย เพียงแค่ถูกจ้องจากทหารตรงหน้า ไม่ทำให้เขาเปิดปากบอกได้ ทันใดนั้นทหารทั้งหมดถึงกลับกระตุกเมื่อมีการะเิเกิดขึ้นห่างจากตำแหน่งของพวกเขาไปไม่ไกล
บรึ้ม~!
“หัวหน้า เกิดเื่ใหญ่แล้ว” วิทยุสื่อสารของหัวหน้าทหารดังขึ้นจนแอชเชอร์ที่อยู่ข้างๆได้ยินเสียง
“เกิดอะไรขึ้น?”
“มีการะเิเกิดขึ้นที่เพดานเขต A72 ทำให้พื้นดินถล่มลงมาเปิดเป็รูกว้าง ในการะเิเราตรวจพบมอนสเตอร์จำนวน 10 ตัวกำลังเข้ามาในรู ไม่เพียงเท่านั้น…..”
กรี๊ด~!!! ทหารยังรายงานไม่ทันจบมอนสเตอร์มีปีกรูปร่างคล้ายนกมีปีกเหมือนแมลงปอก็ได้บินผ่านรูบนเพดานเข้ามาด้วยความรวดเร็วจนเหล่าทหารเตรียมตัวป้องกัน
“เกิดอะไรขึ้น”
“หัวหน้า มันมีมอนสเตอร์ที่บินได้มาด้วย แบบนี้เราแย่แน่”
การต่อสู้กับมอนสเตอร์บินได้ ในชีวิตก่อนของแอชเชอร์เป็เื่ที่ยากมาก เนื่องจากอาวุธของทางกองทัพเน้นในเื่สู้ระยะประชิดเป็หลัก อาวุธประเภทยิงต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก จึงทำให้มีจำกัดในการใช้งาน ความสามารถของมนุษย์ที่จะต่อต้านการโจมตีทางอากาศจะได้ผลดีก็ต่อเมืุ่์สามารถวิจัยชุดเกราะนาโนสูทได้แล้วเท่านั้น ตอนนี้เหล่าทหารจึงทำได้เพียงแค่ล่อให้มันลงมาใกล้พื้นดินแล้วะโขึ้นไปลากมันลงมาต่อสู้บนพื้นให้ได้
แกล็บ~!
ทหารทั้งหมดนำชุดเกราะออกมาสวมใส่จนร่างของพวกเขาถูกหุ้มเอาไว้ด้วยเหล็กหนา มีการขับเคลื่อนด้วยพลังมานาที่ได้มาจากฟอสเอนเนอร์จี้ แอชเชอร์สังเกตดูพบว่าชุดเกราะเป็เพียงแค่มาร์คทูเท่านั้น ไม่น่าจะสู้กับมอนสเตอร์ทั้ง 10 ตัวที่กำลังเริ่มออกวิ่งตามพวกเขามาได้ ดูท่าชุดเกราะนาโนสูทยังไม่สามารถสร้างได้ในตอนนี้อย่างที่แอชเชอร์คิดเอาไว้
“มันมาแล้ว ทุกคนเตรียมตัว~!”
เหล่าทหารปีนออกไปจากรถหุ้มเกราะใช้มือและเท้าของพวกเขาเกาะไปตามส่วนที่สร้างเอาไว้เพื่อที่จะป้องกันรถ หน้าที่ของพวกเขาในวันนี้ไม่ใช่การต่อสู้แต่เป็การอพยพผู้รอดชีวิต จึงต้องปกป้องรถเอาไว้ให้ถูกทำลาย
ปรืด~!
ปืนกลยิงขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างถี่รัว แม้ว่าะุปืนจะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมอนสเตอร์ได้ มันกลับเป็สิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขาใช้ล่อมอนสเตอร์ที่บินอยู่บนท้องฟ้าให้มันลงมายังระดับที่พวกเขาะโเข้าไปจัดการได้ ส่วนมอนสเตอร์ที่ออกมาจากรูและกำลังวิ่งตามมา เหล่าทหารยังไม่คิดจะแตะต้องพวกมัน การต่อสู้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อพวกมันเข้าใกล้รถของพวกเขาเท่านั้น
ตู้ม~!
แอชเชอร์มองไปยังด้านนอกรถในจุดที่พวกเขาขับออกมา สิ่งแรกที่เขาเห็นคือการะเิของซากตึกที่ถูกมอนสเตอร์ใช้ร่างกายอันใหญ่โตกว่าสิบเมตรของมันวิ่งชนจนตึกพังเสียหาย เผยให้เห็นร่างทั้งสิบที่กำลังวิ่งมาหาพวกเขาด้วยความรวดเร็ว
ร่างสูงสิบเมตรมีท่อนบนคล้ายกิ้งก่ายืนสองขา แขนทั้งสองข้างของมันคลายกับหนวดปลาหมึก ตามเนื้อตัวของมันหุ้มด้วยิัมันเงาเต็มไปด้วยเมือกที่หยดลงพื้นละลายสิ่งต่างๆ ด้วยพลังระดับ 1 ดาวที่พวกมันปลดปล่อยออกมานั้น ทำเอาแอชเชอร์หวั่นไหวเล็กน้อยกลัวว่าการหลบหนีจะไม่ราบเรียบจนถึงขั้นหนีไม่พ้น
การต่อสู้กับมอนสเตอร์ด้วยชุดเกราะมาร์คทูสำหรับทหารที่มีเพียง 20 คนนั้นเป็ไปไม่ได้ที่พวกเขาจะเอาชนะมอนสเตอร์ทั้ง 11 ตัวนี้มีทั้งวิ่งบนพื้นและบินบนท้องฟ้า
เดิมทีจำเป็ต้องใช้จำนวนทหารถึง 10 คนสวมชุดเกราะมาร์คทูถึงจะเอาชนะมอนสเตอร์ 1 ดาวตัวเดียวได้ ตอนนี้พวกมันกลับมีสิบเอ็ดตัวยากที่จะเอาชีวิตรอด
แอชเชอร์ไม่รู้ว่าชีวิตก่อนมีเื่แบบนี้เกิดขึ้นหรือไม่ในตอนที่เขาถูกอพยพออกจากเขตนี้ มอนสเตอร์ทั้ง 11 ตัวนี้ได้ปรากฎตัวออกมาไล่ล่ากลุ่มทหารที่กำลังช่วยเขาหนีออกไปหรือเปล่า เขาจึงทดสอบด้วยการปล่อยทุกๆอย่างให้เป็ไปตามที่มันควรจะเป็ หากครั้งนี้เขารอดไปได้ก็หมายความว่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับตัวของเขาในชีวิตก่อน จะต้องเกิดขึ้นกับชีวิตนี้ด้วยเช่นกัน
“ทุกคน โจมตีได้~!”
เสียงร้องะโกึกก้องดังมาจากทหาร ก่อนที่ชาย 4 คนที่เกาะอยู่บนรถคันท้ายสุดจะะโลงไปด้วยความรวดเร็วเปิดใช้งานพลังมานาเคลือบไปยังดาบที่ชักออกมาจนทำให้มันเรืองแสง สำหรับการกระทำของทหารทั้ง 3 คนนี้ แอชเชอร์ไม่คิดว่ามันแปลกเพราะในชีวิตก่อนเขาก็เคยทำ การถ่วงเวลาให้ส่วนรวมได้หนีไปเขาทำมาบ่อยครั้ง สุดท้ายเมื่อกลุ่มที่มาด้วยกันเข้าสู่ระยะปลอดภัย พวกเขาสามารถใช้พลังของชุดเกราะหลบหนีออกมาได้ แต่ทันใดนั้นทหารทั้ง 3 นายกลับถูกหนวดฟาดร่างจนพวกเขาลอยนำหน้ารถทั้ง 5 คันไปไกล สุดท้ายร่างของพวกเขาก็ขาดกระจายหลังจากชุดเกราะแตะละเอียด พริบตาที่ทุกคนสนใจทหารทั้ง 3 ร่างที่ตกตายมอนสเตอร์ตัวที่โจมตีก็ได้ะโเหยียบรถคันสุดท้ายในขบวนของพวกเขา ด้วยร่างอันใหญ่โตของมันทำให้รถแบนติดพื้นะเิส่งเสียงกึกก้องกระจายไปทั่ว
ตู้ม~!
“หัวหน้า แย่แล้ว~!!!”