หลิวอวี้คุกเข่าลงทันที
“คุณหนูบ่าวพยายามแล้ว แต่คุณหนูใหญ่สั่งเอาไว้ว่าห้ามผู้ใดเข้าห้อง หากไม่ทำตามคำสั่งจะถูกลงโทษเจ้าค่ะ”
“เอาละๆ... ลุกขึ้นเถอะ!” หนีเจียเอ๋อร์เดินไปที่หน้าประตูก่อนเคาะเบาๆ “พี่หญิง เปิดหน่อย มิเช่นนั้นข้าจะพังประตูเข้าไปแล้วนะเจ้าคะ”
ยังคงไร้เสียงตอบรับ หญิงสาวจึงสั่งให้คนมาพังประตูแต่พอเข้าไปแล้ว กลับพบเพียงความว่างเปล่า...
หนีจวิ้นหว่านหายไปไหน?
หลิวอวี้และบ่าวคนอื่นๆพากันคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว
แต่บัดนี้ หนีเจียเอ๋อร์ไม่มีเวลาจะมาสนใจบ่าวเหล่านั้นนางรีบตรงไปหานายท่านหนี เพื่อแจ้งทราบว่าหนีจวิ้นหว่านหายตัวไป เขาจึงเรียกตัวหลิวอวี้มาไต่สวนทว่ากลับมิได้ความอันใด จึงสั่งให้คนกระจายกำลังออกไปตามหาบุตรสาวคนโตทั่วเมืองหลวง
เวลาล่วงเลยผ่านจนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดินก็ยังไร้ข่าวคราว
หนีเจียเอ๋อร์ส่งจิงอวิ๋นไปสอบถามที่จวนสกุลสวีปรากฏว่าพี่สาวก็มิได้ไปที่นั่นเช่นกัน
นายท่านหนีเริ่มร้อนใจแม้เขาจะโกรธหนีจวิ้นหว่าน แต่อย่างไรนางก็เป็นบุตรสาวตน เขาจึงคาดหวังว่านางจะมีชีวิตที่ดีได้แต่งงานและมีครอบครัวที่อบอุ่น
เพิ่งจะช่วยหนีเจียเอ๋อร์ออกมาจากหอโคมเขียวหนีจวิ้นหว่านก็มาหายตัวไปอีกแล้วหรือ?
พอได้สติ เขาก็ไปที่จวนแม่ทัพต้วนทันที เพื่อขอให้อีกฝ่ายช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ให้
หนีเจียเอ๋อร์เพิ่งเคยเห็นบิดาเป็นแบบนี้นางจึงกุมมือเขาเอาไว้
“เสี่ยวเอ๋อร์เจ้าต้องช่วยแม่ทัพต้วนตามหาตัวพี่สาวของเจ้ากลับมาให้ได้นะ”
ก่อนหน้านี้ยังห้ามมิให้นางเข้ามายุ่งเกี่ยวแต่ตอนนี้กลับบอกให้ทำอย่างสุดความสามารถ...
หนีเจียเอ๋อร์พยักหน้า “ท่านพ่อไม่ต้องห่วงข้าจะทำให้ดีที่สุด”
ว่าแล้ว ก็มุ่งหน้าไปยังจวนสกุลโจวทันที
แต่น่าเสียดายนักที่ชายหนุ่มไม่อยู่ในจวนเหลือเพียงแม่นมโจวเท่านั้น
แม่นมโจวยกยิ้มบางๆ ขณะพานางมานั่งที่เก้าอี้ “เสี่ยวเอ๋อร์เจ้ารอที่นี่ก่อน ข้าจะส่งคนไปตามชิงหวากลับมาเดี๋ยวนี้เลย”
หนีเจียเอ๋อร์รีบห้ามเอาไว้ “แม่นมไม่ต้องถึงขนาดนั้นเจ้าค่ะแค่บอกว่าชิงหวาอยู่ที่ไหน ข้าจะไปหาเขาเอง”
แม่นมโจวหันไปถามบ่าวข้างตัวซึ่งกำลังหลบสายตาอยู่ นางจึงเอ่ยเสียงต่ำ “เสี่ยวเอ๋อร์มิใช่คนนอก ไม่จำเป็นต้องปิดบัง”
นางจึงกระซิบบอก “พอดีว่าพ่อค้าจากเจียงหนานมาถึงเมืองหลวงแล้วคุณชายจึงไปต้อนรับ ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่หอเฟิงเยวี่ยเจ้าค่ะ”
แม่นมโจวเอามือทาบอกไม่คิดว่าบุตรชายของตนจะอยู่ที่นั่น
“เสี่ยวเอ๋อร์ที่ชิงหวาไปที่นั่น คงเพราะกำลังติดต่องานสำคัญอยู่ เจ้ารอเขาที่นี่เถิด”
หนีเจียเอ๋อร์ขมวดคิ้วแน่นก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะข้าจะไปพบเขาเอง”
แม่นมโจวพยักหน้า พอคล้อยหลังหนีเจียเอ๋อร์ก็หันไปตำหนิบ่าวรับใช้ “ครั้งหน้าหากเจ้ารู้ว่าคุณชายไปสถานที่แบบนั้น ให้ตอบแค่ว่าไม่รู้ เข้าใจหรือไม่?”
บ่าวรับใช้พยักหน้า “เจ้าค่ะนายหญิง”
แม่นมโจวถอนหายใจเฮือก แล้วพึมพำว่า “ชิงหวาหนอชิงหวา แบบนี้เสี่ยวเอ๋อร์ได้เข้าใจผิดกันพอดี”
...
เมื่อหนีเจียเอ๋อร์มาถึงนางก็ยื่นเงินห้าตำลึงให้เสี่ยวเอ้อร์ เพื่อให้นำทางไปหาโจวชิงหวา
ไม่นานก็มาถึง สือหวู่เป็นคนเปิดประตูรับเมื่อเห็นว่าเป็นหนีเจียเอ๋อร์ ก็มิได้มีท่าทีตกใจแต่อย่างใด เพียงหันไปรายงานโจวชิงหวาด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
พอได้ยินเช่นนั้น โจวชิงหวาที่กำลังพูดคุยกับพ่อค้าจากเจียงหนานอย่างออกรสก็ปรายตาไปยังหน้าประตูอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองคู่ค้าของตน “เถ้าแก่เจีย วันนี้พอแค่นี้ก่อน ไว้วันหลังเราค่อยมาปรึกษาเรื่องการค้ากันใหม่”
เถ้าแก่เจียพยักหน้า และหันไปเชยชมสตรีที่อยู่รอบกาย “คุณชายโจว เหตุใดมิให้สหายของท่านมาสนุกด้วยกันเล่า”
โจวชิงหวาลุกขึ้นยืน พร้อมยกยิ้มบางๆ“วันนี้คงจะไม่สะดวก”
“ไม่สะดวกหรือ?” เถ้าแก่เจียหันไปมองหญิงสาวที่หน้าประตู “สตรีของท่านมาตามถึงหน้าประตูเชียวหรือนี่? “
“นั่นสิเจ้าคะแม่นางท่านนั้นคือผู้หญิงของท่านหรือ?” สตรีที่อยู่รอบๆถามด้วยแววตาสงสัย
“เรียกนางเข้ามาให้พวกเราเห็นเป็นขวัญตาหน่อยสิเจ้าคะว่าเป็นสตรีแบบไหน? จึงกล้าปล่อยให้คนรักของตนมาอยู่ท่ามกลางหมู่มวลบุปผาได้ดูเหมือนนางจะมิได้ใส่ใจท่านเลยนะเจ้าคะ?”
โจวชิงหวายกยิ้มเย็น พลางกำมือแน่น “ข้าขอตัวลา!”
…
ที่ด้านนอก หนีเจียเอ๋อร์กำลังยืนมองพระอาทิตย์ตกดินแสงสีส้มซึ่งตกกระทบผิวหน้า ทำให้ดูงดงามจนไม่อาจละสายตาได้
หญิงสาวเหมือนจะสัมผัสได้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องนางจึงหันมามอง ก็พบเข้ากับโจวชิงหวาพอดี “มาแล้วหรือ?”
ชายหนุ่มเดินตรงมาหา ก่อนโน้มหน้าเข้ามาใกล้ลมหายใจอุ่นที่รินรดนวลแก้ม พลันทำให้หนีเจียเอ๋อร์หน้าเห่อร้อน
“ไม่อยากให้ข้ามาที่นี่จนต้องมาตามเลยหรือ? หากไม่ชอบแค่บอกก็พอ ข้าสัญญาว่าจะไม่ย่างกรายมาที่นี่อีก!”
หญิงสาวเกือบเผลอตัวคล้อยตามแล้วนางสะบัดหน้าแรงๆ จากนั้นก็พูดอย่างจริงจัง “อันที่จริง ที่ข้ามาหา ก็เพราะมีเรื่องอยากจะให้เจ้าช่วย”
โจวชิงหวาถอนหายใจ ก่อนแสร้งทำเป็นพูดเสียงเศร้า “ข้าทำถึงขนาดนี้แล้วยังล่อลวงเจ้าไม่ได้เลยหรือ?”
“หน้าของเจ้าข้าเห็นมาตั้งสิบห้าปีแล้ว คิดว่าจะหลงกลง่ายๆ หรือ?” หนีเจียเอ๋อร์กุมขมับ รีบพูดเรื่องสำคัญออกมา “หนีจวิ้นหว่านหายตัวไป ตามที่หลิวอวี้บอก พวกนางเจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อสองวันก่อนตอนนี้ตามหาไปทั่วเมืองหลวงแล้ว ก็ยังไม่พบเบาะแสเลย”
โจวชิงหวาย่นคิ้วเข้าหากัน “สือหวู่”
เขากวักมือเรียกคนสนิทซึ่งอยู่ไม่ไกลและออกคำสั่งทันที
...
เช้าวันรุ่งขึ้นโจวชิงหวาก็มาที่จวนสกุลหนีเพื่อรายงานความคืบหน้า ว่าเมื่อคืนก่อน มีคนเห็นหนีจวิ้นหว่านหนีออกจากจวนแต่ก็ไม่อาจรู้ได้ ว่านางไปที่ใด
หนีเจียเอ๋อร์และโจวชิงหวาจึงคาดเดาว่านางอาจจะถูกโจรลักพาตัวไป ระหว่างหลบหนีออกจากจวน