อดีตสาวตกอับขอเจิดจรัสในฐานะเศรษฐินียุค 80

    บทที่ 65-66

    บทที่ 65 จุดเปลี่ยน

     

    เล่อเวยตกใจ “เกิดอะไรขึ้น”

    ทั้งสองคนไม่ได้ออกมาไกลนัก พวกเขาแค่ยืนคุยกันในสถานที่ปลอดคนนอกลานบ้าน และสามารถเดินกลับเข้าไปในบ้านได้ภายในไม่กี่ก้าว

    ทันทีที่มาถึง เธอก็เห็นอวี๋ซู่หลันกำลังร้องไห้ โดยมีจี่เฟิ่งกับต่งเซียงยืนปลอบอยู่ข้างๆ

    “พี่อวี๋ เป็นอะไรเหรอคะ”

    เมื่อเห็นเล่อเวย อวี๋ซู่หลันก็เหลือบมองหลิ่วไถเฉิงแล้วปาดน้ำตาก่อนจะพูดว่า “เวยเวย สามีฉัน...เขา...”

    “เขาเป็นอะไร!” เล่อเวยตกใจมาก เมื่อตอนกลางวันเธอคิดว่าเขาแค่เป็นลม และหวังเหลือเกินว่าจะไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นในเวลาอันสั้นนี้

    เธอเพิ่งเกิดใหม่มาได้ไม่ถึงสัปดาห์ หรือพูดอีกอย่างก็คือ เธอเพิ่งจะออกจากคุก รอดจากการประหารมาได้ไม่นาน จะต้องกลับเข้าไปอีกแล้วเหรอ

    “เมื่อบ่ายตอนที่ฉันกลับมา เห็นเขานอนอยู่บนเตียงเลยนึกว่าเขาหลับไป ไม่คิดว่าตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น เมื่อกี้พอเข้าไปดู กลายเป็นว่าเขาหายใจออกมากกว่าหายใจเข้า!”

    “ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมไปดูเอง” ก่อนที่เล่อเวยจะทันได้พูด หลิ่วไถเฉิงก็ลุกขึ้น เขาปลอบอวี๋ซู่หลันแล้วมองมาทางเล่อเวย

    เล่อเวยเข้าใจได้ในทันที

    หลิ่วไถเฉิงคนนี้ หัวไวมาก!

    แผนไหนๆ ก็ไม่จำเป็นแล้ว เพราะเมื่อเขาเข้าไปในห้อง คนที่พบกริชทหารก็จะเป็นหลิ่วไถเฉิงในทันที!

    อวี๋ซู่หลันหวังจะพึ่งหลิ่วไถเฉิงนี่เอง เธอเพิ่งจะมองออกว่า หลิ่วไถเฉิงเอารถมา หากมีอะไรเกิดขึ้นจริง เขาสามารถพาสามีของเธอไปส่งที่โรงพยาบาลในเมืองได้!

    ทันทีที่หลิ่วไถเฉิงเข้าไปในห้อง เขาก็พบกับบางสิ่งที่ผิดปกติ ห้องทั้งห้องนั้นสะอาด ยกเว้นบริเวณเตียงนอนของชายคนนั้น

    อวี๋ซู่หลันสังเกตเห็นสายตาของเขาเช่นกันเลยบอกอย่างอายๆ ว่า “เพราะไอ้เวรนั่นแหละ ไม่ยอมให้ฉันเก็บ ห้ามไม่ให้ฉันแตะต้องของของเขา ไม่รู้ว่ามีสมบัติอะไรให้หวงนักหนา!”

    เล่อเวยเลิกคิ้ว เธอสังเกตเรื่องนี้เหมือนกัน และยังคิดไปว่าอวี๋ซู่หลันขี้เกียจทำให้เขาเฉยๆ แต่ไม่ได้คิดว่าจะเป็นผู้ชายคนนั้นที่ห้ามไม่ให้เธอทำ แสดงว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลจริงๆ!

    สมบัติอะไรกันที่เขาซ่อนเอาไว้

    ใช่สมบัติชิ้นใหญ่ที่มีร่องเลือดอยู่หรือเปล่า!

    หลิ่วไถเฉิงเดินไปที่เตียงอย่างไม่มีพิรุธ เขาสำรวจลมหายใจของชายคนนั้น แล้วหันมาบอกอวี๋ซู่หลันว่า “แค่หมดสติเฉยๆ ไม่น่าจะมีอะไรร้ายแรง แต่ถ้าคุณกังวล พาเขาไปที่โรงพยาบาลในเมือง ให้หมอช่วยดูดีไหมครับ”

    ทันทีที่อวี๋ซู่หลันได้ยินว่าไม่มีอะไรร้ายแรง เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องส่งเขาไปหาหมอหรอก ถ้าไม่มีอะไรก็ปล่อยให้นอนอยู่อย่างนี้แหละ”

    ถ้าไม่มีอะไร จะส่งเขาไปโรงพยาบาลทำไมให้เสียเงิน เสียเวลา

    เธอไม่ทำหรอก!

    แต่เพื่อให้แน่ใจ อวี๋ซู่หลันเลยถามอีกคำถามว่า “แล้วเขาจะตื่นเมื่อไหร่เหรอ”

    หลิ่วไถเฉิงเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาเหลือบมองเล่อเวย เห็นอีกฝ่ายแอบส่ายหัว บ่งบอกว่าเธอเองก็ไม่รู้ ชายคนนี้ล้มหัวฟาดพื้นหมดสติไป ไม่ได้โดนเธอวางยาเสียหน่อย

    หลังจากคิดดูแล้ว หลิ่วไถเฉิงก็พูดว่า “ผมไม่ใช่หมอ เลยยากที่จะบอกได้ เอาอย่างนี้ ลองสังเกตดูสักคืน ถ้าพรุ่งนี้เช้ายังไม่ตื่น ค่อยส่งเขาไปโรงพยาบาล คืนนี้ผมจะเช่าโรงแรมเล็กๆ แถวนี้อยู่ ถ้ามีอะไรจะได้ตามตัวผมได้ง่าย”

    ถึงแม้เล่อเวยอยากจะให้เขาพักที่บ้าน แต่เธอไม่มีห้องพอให้เขาอยู่แล้วจริงๆ เธอสามารถไปนอนเบียดกับจี่เฟิ่งและต่งเซียงได้ แต่หลิ่วไถเฉิงสูงเกือบเมตรแปดสิบห้า จะให้เขายัดตัวเองนอนบนเตียงเล็กๆ ยาวแค่เมตรแปดสิบของเธอได้ยังไง

    ดูเหมือนการย้ายบ้านจะเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเก็บไปคิด หลิ่วไถเฉิงจะได้ไม่ต้องเช่าโรงแรมทุกครั้งที่มาที่นี่

    เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง จี่เฟิ่งและคนอื่นๆ ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะออกจากห้องเช่าของอวี๋ซู่หลันไป หลิ่วไถเฉิงจงใจยืนรั้งท้าย รอให้จี่เฟิ่งและคนอื่นๆ ออกไปก่อน แล้วเอ่ยปากพูดว่า “จะว่าไป พี่อวี๋ครับ ของในลิ้นชักนั่นเป็นของคุณหรือสามีเหรอครับ”

    อวี๋ซู่หลันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ถาม แต่เธอไม่มีอะไรจะต้องปิดบัง จึงบอกไปตามความสัตย์จริงว่า “ของเขาน่ะ ปกติเขาไม่เคยให้ฉันแตะโต๊ะข้างเตียงตัวนั้นอยู่แล้ว”

    “ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น” หลิ่วไถเฉิงยิ้ม เผยให้เห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง ซึ่งมันทำให้อวี๋ซู่หลันประหลาดใจเล็กน้อยว่ามีหนุ่มรูปงามขนาดนี้ได้อย่างไร

    และวินาทีถัดมา จู่ๆ หนุ่มรูปงามนามหลิ่วไถเฉิงก็เปิดลิ้นชักอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และก่อนที่อวี๋ซู่หลันจะทันได้เอ่ยปากถาม ดวงตาของเธอก็ปะทะกับกริชแวววาวที่มีประกายเยือกเย็นในมือของเขา!

      

    บทที่ 66 ข่าวลือ

     

    อย่าว่าแต่อวี๋ซู่หลันเลย แม้แต่เล่อเวยที่รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ยังแอบตกใจเล็กน้อย

    อวี๋ซู่หลันตกใจที่เห็นกริชทหาร ส่วนเล่อเวยตกใจที่หลิ่วไถเฉิงใช้วิธีการโผงผางเช่นนี้

    เขาคิดอะไรอยู่ เธอคาดเดาไม่ได้เลย

    รอยยิ้มของหลิ่วไถเฉิงในตอนนี้ ไม่ใช่รอยยิ้มแสนหวานที่มีลักยิ้มประดับอยู่ข้างแก้มอีกต่อไป เพราะเมื่อเขาถือกริชที่ดูน่าสะพรึงกลัวในมือ ไม่ว่าเขาจะหล่อสักแค่ไหน รอยยิ้มนั้นก็ทำให้คนเห็นถึงกับสั่นสะท้านได้อยู่ดี!

    เขาไม่ควรยิ้มแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ!

    “รู้ไหมครับว่าทำไมถึงมีกริชอยู่ที่นี่”

    อวี๋ซู่หลันส่ายหัวอย่างแรง “ไม่รู้ ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น! นี่ไม่ใช่มีดปอกผลไม้เหรอ”

    “ไม่ใช่ครับ” หลิ่วไถเฉิงเหลือบมองเข้าไปในลิ้นชัก เขาไม่ได้ขยับอะไรเลยนอกจากกริชเล่มนี้ “มีตรงไหนบ้างที่เขาไม่ยอมให้คุณเข้าไปยุ่งอีก”

    “แถวนี้ทั้งหมด เขาไม่ยอมให้ฉันหยิบจับอะไรเลย!”

    “ถ้าอย่างนั้น อย่าเพิ่งไปแตะมันนะครับ จะได้ไม่รบกวนสถานที่เกิดเหตุ”

    “สถานที่เกิดเหตุ?”

    “อย่าเพิ่งถามรายละเอียดเพิ่มเติมตอนนี้เลย เล่อเวย เธอมีเชือกหรืออะไรที่คล้ายๆ กันหรือเปล่า”

    “ฉันมี อยู่นี่” เล่อตงดึงม้วนเชือกป่านออกมาจากที่ไหนสักแห่ง แล้วยื่นให้หลิ่วไถเฉิง “แค่นี้พอไหม”

    ทันทีที่เขาหยิบออกมา นอกจากเล่อเวยและเล่อตงแล้ว ทุกคนในห้องอดคิดเหมือนกันไม่ได้ว่า เขาพกเชือกป่านติดตัวไว้ทำไม!

    แต่ไม่มีใครกล้าถาม!

    หลิ่วไถเฉิงเลือกจุดเหมาะๆ ในการแขวนเชือกล้อมรอบเตียงของชายคนนั้น เขาหุบยิ้ม ก่อนจะบอกกับอวี๋ซู่หลันด้วยท่าทีจริงจังว่า “ห้ามไม่ให้ใครก้าวเข้ามาในบริเวณที่ล้อมด้วยเชือกอย่างเด็ดขาด”

    หลังหลิ่วไถเฉิงบอกถึงสิ่งที่ต้องทำ เขาก็อธิบายกับเล่อเวยอีกเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเดินออกไป

    ใบหน้าของอวี๋ซู่หลันเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ เธอรอจนหลิ่วไถเฉิงออกไปก่อน และดึงตัวของเล่อเวยเอาไว้ “เวยเวย เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

    “ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” เล่อเวยที่ตอนนี้ถูกกันออกมาอยู่วงนอกโดยสมบูรณ์ ฉลาดพอที่จะไม่กระโตกกระตากให้ใครรู้ “แต่จากสีหน้าของพี่ไถเฉิง ดูจริงจังมาก เหมือนครั้งนี้เขาน่าจะเจอปัญหาใหญ่!”

    “แล้วมันจะเป็นอะไรหรือเปล่า”

    “ตัวพี่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ใช่ไหมคะ พี่อวี๋”

    “ไม่มี ไม่มีแน่นอน ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น!”

    “งั้นก็คงไม่เป็นไร” ในระหว่างที่ปลอบเธอ เล่อเวยก็แอบชี้นำอวี๋ซู่หลันว่า “ในเมื่อมันไม่เกี่ยวอะไรกับพี่ พี่ก็ไม่จำเป็นจะต้องกลัว ว่ากันว่าสามีภรรยาเหมือนนกจากป่าเดียวกัน บินแยกจากกันเมื่อถึงคราวเคราะห์[1] เอาเข้าจริง จะให้ไม่สนใจคนของตัวเองเลย ก็คงจะทำไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย มันก็อีกเรื่อง เขาก่อเรื่องไว้ จะให้พี่เข้าคุกไปกับเขา คงไม่ได้หรอกจริงไหมคะ!”

    อวี๋ซู่หลันหน้าซีด “ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ”

    “ฉันเองก็ไม่รู้ ฉันคงพูดได้แค่นี้” เล่อเวยปลอบใจเธอ และแอบให้คำแนะนำเธออีกสองสามคำ กล่าวโดยสรุปคืออวี๋ซู่หลันต้องปกป้องตัวเองก่อน หากสามีของเธอก่ออาชญากรรมจริงๆ

    อย่าทำตัวเป็นแม่พระ ปล่อยวางไม่ได้ อย่าคิดแบบนั้นเป็นอันขาด!

    เมื่อเหตุการณ์สงบลง เสียงไซเรนของรถตำรวจก็ดังขึ้นนอกลานบ้าน บ่งบอกว่าหลิ่วไถเฉิงออกไปแจ้งตำรวจมา

    เขาออกจากกองทัพแล้ว ถึงแม้กริชที่เขาพบจะเป็นของทหารแต่เขาไม่สามารถจัดการกับมันได้ด้วยตัวเอง จำเป็นจะต้องแจ้งผ่านหน่วยงานความมั่นคงสาธารณะในพื้นที่

    ตำรวจเข้ามาแบกร่างของชายคนนั้นไปขึ้นรถตำรวจ จากนั้นก็เริ่มทำการค้นหาส่วนอื่นๆ ภายในห้องเช่าของอวี๋ซู่หลัน

    ส่วนนี้เป็นส่วนที่เล่อเวยไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องได้ เธอจึงพาอวี๋ซู่หลันมาที่ห้องของตัวเอง และพยายามปลอบใจ

    ความวุ่นวายด้านนอกดำเนินไปจนถึงเที่ยงคืน หลังจากตำรวจกลับไปแล้ว ก็ยังมีเพื่อนบ้านที่อยากรู้อยากเห็นยืนออกันอยู่ตรงหน้าทางเข้าลานบ้าน แม้แต่เจ้าของบ้านเองก็ยังรีบวิ่งเข้ามาดู “เกิดอะไรขึ้น”

    เล่อเวยไม่ได้พูดอะไร เป็นอวี๋ซู่หลันที่ตีโพยตีพาย ดวงตาของเธอแดงก่ำขึ้นมาในทันที และเริ่มด่าทอสามีขณะที่ปาดน้ำตาไปด้วย

    ตอนที่เล่อเวยออกจากบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น เหตุการณ์ ณ ลานบ้านเมื่อคืนนี้ กลับกลายเป็นว่า สามีของนางอวี๋ถูกตำรวจจับในข้อหามีชู้ ทุบตีภรรยาและเล่นพนัน รวมทั้งฉ้อโกงเงินและกระทำสิ่งชั่วร้ายทุกประเภท

    เล่อเวยตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น ข่าวลือแพร่กระจายไปเช่นนี้ได้อย่างไร!

     


     


    [1] บินแยกจากกันเมื่อถึงคราวเคราะห์ เป็นคำอุปมา หมายถึง คนเห็นแก่ตัวที่ละทิ้งคู่ชีวิตเมื่อมีภัยร้ายใกล้ตัว กล่าวถึงธาตุแท้ของมนุษย์ยามเข้าตาจน มักจะคิดถึงผลประโยชน์ของตัวเองก่อนเสมอ

    คล้ายกับเรื่องอดีตสาวตกอับขอเจิดจรัสในฐานะเศรษฐินียุค 80 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405