“จับนางไว้!!!!” กลุ่มชายร่างกำยำจำนวนมากรุมเข้ากุมตัวหญิงสาว ที่เพิ่งฟื้นคืนสติจากการหลับใหลอยู่ที่ฝั่งของแม่น้ำนอกเมือง เมื่อหญิงสาวลืมตาตื่น ก็ต้องใกับใบหน้าเหี้ยมเกรียมของเหล่าบุรุษมากหน้าเข้ามารายล้อม
“อย่าให้มีรอยขีดข่วนเชียวนะ”
“ขอรับ” เหล่าชายฉกรรจ์รับคำสั่งของหญิงกลางคนผู้เลอโฉม ที่คอยบงการอยู่ไม่ไกลนัก
“เด็กน้อยอย่าได้คิดหนีอีกเลย เ้าจะไม่มีวันรอดพ้นเงื้อมมือข้า จงเตรียมใจเป็หญิงคณิกาให้ข้าซะดีๆ” ใบหน้าเรียวถูกบีบบด เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นด้วยความเจ็บ เธอไม่เข้าใจที่ผู้หญิงตรงหน้า้าสื่อ
“ปล่อยนะ จับฉันทำไม ปล่อย!” แม้ร่างบางจะดิ้นจนสุดกำลังก็ไม่อาจหลุดพ้นจากการควบคุมตัวไปได้
“จับทำไม? เลอะเลือนไปแล้วหรือ ข้าจะให้ความกระจ่างแก่เ้าอีกครั้ง ช่างดื้อรั้นเสียจริง ไม่ยินยอมทำตามคำสั่งทั้งที่ข้าซื้อเ้ามาแล้วแท้ๆ ยังกล้าทำร้ายท่านเ้าเมืองโจวอีก เ้ามีกี่ชีวิตกัน”
“ไม่นะ จับผิดคนแล้วล่ะ”
“ผิดคน! เช่นนั้นหรือ!” หญิงงามชายตามองใบหน้าสวยอย่างพินิจ นางหลุบตามองต่ำไปยังข้อมื้อซ้ายของเด็กสาว ก่อนจะเผยยิ้มอ่อนหวานแฝงรังสีอำมหิต
“ใบหน้านี้ข้าจำได้ดีไม่มีผิด หยกขาวที่ข้อมือของเ้ามีเพียงชิ้นเดียวในเมืองนี้กระมัง” หยกขาวที่ว่ามันเป็สมบัติติดตัวชิ้นเดียวที่เธอได้รับมาจากมารดา จะมีชิ้นที่สองได้ยังไง ‘หรือว่ามีสองชิ้น ไม่สิ ม๊าเคยบอกว่าเป็มรดกตกทอดของคุณยาย’ เถียนมีมี่กำลังขบคิดเื่ราวมากมายยังไม่ทันได้ข้อสรุป
“อาภรณ์อันใดของเ้า ดูแปลกตา” สายตาเฉี่ยวดั่งนางพญาเหยี่ยวมองสำรวจเรือนร่างบางพร้อมกับััเนื้อผ้าของชุดที่เธอสวมใส่อยู่ ‘เสื้อยืดกางเกงยีนมันแปลกตรงไหน’
“กล้าพูดเนาะ พวกคุณนั่นแหละแต่งตัวอะไรกัน เสื้อผ้าโบราณนี้ก็ดูสวยดีอยู่หรอก แต่สมัยนี้เขาใส่แบบนี้ที่ไหนกัน แล้วดูแต่งหน้าเข้า จะไปเล่นงิ้วหรือไง คิ้วโก่งเป็คันศร แก้มแดงอย่างกับตำลึงสุก ที่สำคัญของการแต่งหน้าเลยนะ รองพื้นผิดเบอร์อีก ขาววอกเป็ผีจีนไปเลย”
“พูดพร่ำอะไรของเ้า ถ้อยคำของเมืองไหนกัน ข้าไม่เคยได้ยิน” แม้แต่กลุ่มชายแปลกหน้ายังต้องชะงักมือ เมื่อเห็นปฏิกิริยาแปลกประหลาดของหญิงผู้นี้
“เธอสิแปลก ผู้ชายพวกนี้อีก โบร้าณ โบราณ” โบราณ! หรือนี้เป็กองละครพีเรียด
“นี่ถ่ายละครกันหรอ ฮ่าๆๆๆ ฉันมาโผล่ที่นี่ได้ยังไงกัน” มีมี่ยันกายลุกขึ้นยืนค้อมตัวลงต่ำค่อยๆ เก้าเท้าเดินออกจากวงล้อมช้าๆ เพราะกลัวถูกผู้กำกับด่า อาจจะหาว่าเธอมาป่วนกองละคร ซึ่งความจริงไม่ได้เป็แบบนั้น
“เอาตัวมันไป” ร่างระหงส์เดินนำไปยังรถม้า ส่วนมีมี่ถูกหามตามขึ้นไป สองแขนสองขาถูกมัดด้วยเชือกขดใหญ่ เรียวปากสวยถูกผ้าอุดไว้ไม่ให้ส่งเสียงใดได้ อื้อๆๆ!!!! เธอได้แต่ส่งเสียงในลำคอ
“เ้านะ รูปโฉมงดงาม ใบหน้างาม เมื่อเทียบกับข้าสมัยยังเยาว์เ้างดงามกว่ามาก เป็บุญเ้าแล้ว ภายภาคหน้าอาจได้เป็ถึงฮูหยินเล็กของจวนใดจวนหนึ่ง เ้าต้องขอบคุณข้ารู้ไหม หึๆๆ” เสียงหัวเราะฟังดูดีมีชาติตระกูล แต่นั้นช่างสร้างความโมโหให้คนฟังนัก มีมี่ได้แต่ขบฟันแน่น โกรธจนหน้าแดงกระทืบเท้าให้พื้นทรุดยังไม่สมใจ
“พาตัวเข้าทางด้านหลัง กังขังสักหลายวัน ให้นางได้ตรึกตรองดูสักหน่อย” น้ำเสียงอ่อนหวานในตอนต้นฟังดูเหมือนจะดี แต่แข็งกร้าวในตอนท้ายเหมือนนางร้ายในซีรีย์ชัดๆ เมื่อสั่งการเสร็จก็รีบเดินเหินด้วยท่วงท่างดงามออกไปดูแลแขกในหอ พอตกเย็นมาแล้วหอคณิกาแห่งนี้ก็เริ่มคึกคักมากหน้าด้วยบุรุษผู้มั่งคั่ง
ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ในความมืดมีเพียงแสงจากปลายเทียนคอยส่งสว่าง มีมี่นั่งถอดถอนหายใจอยู่มุมห้อง เธอใช้เวลาที่ถูกกักขังทบทวนเื่ราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับครอบครัว
“ได้โปรดเถอะที่รัก คุณไปกับลูกเถอะ”
“ไม่ค่ะ ฉันจะปล่อยให้คุณต้องเผชิญกับพวกสารเลวนั่นเพียงลำพังไม่ได้” ประตูเครื่องประดิษฐ์ถูกปิดลงพร้อมกับเปลือกตาที่หนักอึ้งกำลังฝืนลืมขึ้น
“อาป๊า อาม๊า!” หญิงสาวในเครื่องประดิษฐ์ ใช้กำปั้นเล็กทุบกระจกจากด้านในด้วยแรงทั้งหมดที่มี เธอตระหนกใกับเหตุการณ์ที่กำลังเผชิญอย่างมาก สาวน้อยไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
“หือๆๆ มีมี่ ม๊าขอให้ลูกปลอดภัย” ผู้เป็แม่ยืนร้องไห้อยู่ด้านนอกปริ่มจะขาดใจ ไม่รู้ว่าเมื่อส่งออกไปแล้วลูกจะเป็ยังไง แต่อะไรก็ไม่บีบหัวใจเท่า ณ.ตอนนี้ผู้เป็สามีกำลังถูกคนเลวตามฆ่า ห่วงลูกก็ห่วงแต่ชีวิตสามีก็สำคัญ
“ลูกจะต้องปลอดภัยแน่นอน” ผู้เป็สามีคอยกอดปลอบประโลมช่วยคลายความโศกเศร้าให้กับภรรยา
“ไม่! ...........” ภาพสุดท้ายของบิดาและมารดา เมื่อเครื่องประดิษฐ์กระชากออกตัวอย่างรุนแรงร่างบางกระเทือนจนแทบสลาย มีมี่สลบเหมือดไป และก็ตื่นขึ้นมาเจอกับชะตาชีวิตใหม่ ‘หรือแค่ฝัน ตื่นสิ’ แม้เธอจะมั่นใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน แต่เธอเองก็อยากให้เป็แค่ฝันที่ยาวนาน ไม่อยากให้เป็ความจริงเลย เพี๊ยะ! ฝ่ามือเล็กตบที่แก้มเนียนฉาดหนึ่ง โอ้ย! “เจ็บนิ! หรือยังแรงไม่พอให้ตื่น” ดวงตาสวยพินิจที่ผนังห้องสักพักก่อนจะตัดสินใจวิ่งสี่คูณร้อยชนผนังดังโครม โอ้ยยยยย! คราวนี้มีมี่ถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บ ร่างระหงส์กระเด็นหงายหน้านอนแอ้งแม้งที่พื้น หน้าผากเนียนกระแทรกเข้ากับผนังเต็มๆ เกิดรอยแผลเล็กๆ เืสดๆ ไหลซิบ มีมี่กลับมานั่งเรียบเรียงเื่ทั้งหมดอีกครั้ง หญิงสาววัย18ปี ไม่ค่อยใส่ใจในหน้าที่การงานของบุพการีทั้งสองนัก เธอรู้เพียงว่าบิดาเป็นักค้นคว้าและประดิษฐ์เครื่องมือล้ำสมัยต่างๆ โดยมีองค์กรหนึ่งเป็นักลงทุนให้ มีมี่เพิ่งได้รู้ว่าสิ่งที่บิดาทำมันยิ่งใหญ่กว่าที่เธอคิด มันบานปลายใหญ่โตจนเธอเองต้องระเห็จมาไกลเกินกว่าจะหาทางกลับได้ คงหนีชะตาชีวิตนี้ไม่พ้นเสียแล้ว ‘ย้อนอดีตทั้งทีทำไมเราต้องมาเป็นางคณิกาด้วยล่ะ’ “ป๊าม๊าจะเป็ยังไงบ้างนะ”