*หมอกหลอนย้อนอดีต*
EP8: บุคคลที่สาม
ผมขี่รถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าวิงคันสีฟ้าไปตามถนนดินแดงที่คุ้นเคยในอดีต (16 พฤศจิกายน 2533) มุ่งหน้าไปยัง สี่แยกมาบยางพร ถนนในยุคนี้เงียบสงบกว่ายุคปัจจุบันมาก มีรถยนต์สัญจรน้อย มีเพียงรถบรรทุกอ้อยและรถกระบะเก่า ๆ เป็ส่วนใหญ่
การได้ออกมาจากบ้านและหลีกหนีการจับตามองของคนในครอบครัวทำให้ผมรู้สึกโล่งขึ้นเล็กน้อย แต่ความระแวงยังคงเกาะกินอยู่ ผมพยายามมองกระจกหลังอยู่ตลอดเวลาเพื่อดูว่ามีรถกระบะสีดำตามมาหรือไม่
สี่แยกมาบยางพร ในปี 2533 ยังคงเป็เพียงสี่แยกเล็ก ๆ ที่มีร้านค้าและตึกแถวไม้เก่า ๆ ไม่กี่หลัง
ผมพบร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ตามที่ลุงเชียรทำเครื่องหมายไว้ได้อย่างรวดเร็ว
ป้ายร้านเขียนด้วยสีซีด ๆ ว่า “อู่ดอนยางพร” เป็ร้านที่ดูเก่าแก่ มีเครื่องมือช่างวางกระจัดกระจาย และมีรถมอเตอร์ไซค์ที่รอซ่อมจอดอยู่สองสามคัน
ชายร่างท้วม ผิวคล้ำ ที่กำลังก้มหน้าก้มตาถอดล้อรถมอเตอร์ไซค์อยู่ใต้ร่มไม้ริมร้าน น่าจะเป็ 'ไอ้ดอน' ของลุงเชียร
ผมจอดรถมอเตอร์ไซค์ของลุงเชียรไว้หน้าร้าน และลงจากรถด้วยท่าทีที่ดูผ่อนคลายที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เฮ้ย! ไอ้ดอน!” ผมเรียกชื่อเพื่อนสนิทของลุงออกไป ด้วยความพยายามที่จะเลียนแบบน้ำเสียงที่ลุงเชียรน่าจะใช้
ชายร่างท้วมเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเขามีแววใเล็กน้อยเมื่อเห็นผม
“อ้าว... ไอ้เชียร! มึงมาได้ไงวะ! นี่หัวมึงไปโดนอะไรมาวะนั่น?” ไอ้ดอนรีบลุกขึ้นมายืนจ้องมองที่ผ้าก๊อซบนขมับของผม
“รถล้มว่ะ... ฮอนด้าวิงคันเก่ามันไม่ค่อยเข้ามือเท่าไร” ผมตอบไปพลางเกาหัวอย่างไม่เป็ธรรมชาติ
ไอ้ดอนหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะเดินเข้ามากอดคอผมอย่างเป็กันเอง ซึ่งทำให้ผมรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างยิ่ง
“มึงนี่มันซุ่มซ่ามไม่หายจริง ๆ เลยว่ะ! ไม่ได้เจอหน้าตั้งนาน! ปกติมึงไม่ค่อยโผล่มาแถวนี้นี่หว่า! นึกว่ามึงไปหมกอยู่กับไอ้พวกหินพวกป่าจนลืมเพื่อนซะแล้ว”
ผมรู้ว่าผมต้องเข้าเื่อย่างรวดเร็วที่สุด โดยต้องทำให้ไอ้ดอนเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับ ‘เชียรตัวจริง’ โดยไม่เปิดเผยความจริงทั้งหมด
“ไอ้ดอน... กูมีเื่สำคัญจะคุยด้วยว่ะ เื่ที่ต้องคุยกันแค่สองคน” ผมลดเสียงลงให้ต่ำที่สุด และจ้องมองเขาด้วยแววตาจริงจัง
ไอ้ดอนสังเกตเห็นถึงความผิดปกติในน้ำเสียงของผม ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็จริงจังมากขึ้น
“มีอะไรวะเชียร? ดูมึงแปลก ๆ ไปนะ ั้แ่... ั้แ่่ที่มึงไปดูเื่ไอ้ หมอกเหลือง นั่น”
ผมใจเต้นแรง... หมอกเหลือง! ไอ้ดอนรู้เื่นี้ด้วย!
“กู... กูเจอเื่ร้ายแรงว่ะดอน” ผมตัดสินใจเสี่ยง โดยใช้โค้ดที่ลุงเชียรทิ้งไว้ “มึงจำ ของที่ฝาก กูไว้ให้มึงเมื่อปลายเดือนสิงหาได้ไหม? สิ่งที่มึงต้องเก็บไว้ให้ดีที่สุด?”
ดวงตาของไอ้ดอนเบิกกว้างขึ้นทันที แววตาที่เคยเป็มิตรเปลี่ยนเป็ความหวาดระแวง และเขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ร้านอย่างรวดเร็ว
“มึงพูดถึงเื่อะไรวะเชียร? กูไม่เห็นเข้าใจเลย...” เขาตอบด้วยเสียงที่แ่ลงอย่างเห็นได้ชัด
“อย่าโกหกว่ะดอน! นี่คือเื่คอขาดบาดตาย! มึงต้องเชื่อกู! รูปถ่าย... และป่าที่บิดเบือน!” ผมเน้นคำพูดสุดท้ายออกไปอย่างหนักแน่น โดยใช้คำจากความทรงจำและบันทึกของลุงเชียร
ไอ้ดอนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง มองหน้าผมอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะตัดสินใจเดินนำผมเข้าไปในส่วนที่ปิดมิดชิดของร้าน ซึ่งเป็ที่เก็บเครื่องมือและอะไหล่
“มึงไม่ใช่เชียร...” ไอ้ดอนพูดออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ “มึงเป็ใคร? มึงพูดเื่ที่กูคุยกับเชียรไว้แค่สองคนได้ยังไง? เชียรตัวจริง... มันรู้ว่ามันจะถูกเปลี่ยนไปเป็ใครบางคน”
คำสารภาพของไอ้ดอนทำให้ผมโล่งใจและใในเวลาเดียวกัน
ลุงเชียรไม่ได้แค่สงสัย แต่เขารู้และเตรียมรับมือไว้แล้ว!
“กู... กูชื่อ เกล้า... เป็หลานของเชียรในอนาคต” ผมตัดสินใจเปิดเผยความจริงบางส่วนอย่างตรงไปตรงมา เพราะผมรู้ว่าผมต้องชนะความไว้วางใจจากชายคนนี้ให้ได้ “ผมมาจากปี 2568 หมอกสีเหลืองที่พาผมมาที่นี่ มันคือ กลไก ที่สลับผมกับลุงเชียร! ลุงเชียรทิ้งหลักฐานสุดท้ายไว้ให้คุณ...”
ผมเล่าเื่โดยย่ออย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเล่าถึงบันทึกคำเตือนและเื่กล้องถ่ายรูป
ไอ้ดอนฟังอย่างเงียบงัน ใบหน้าของเขาซีดเผือด
“มึง... มึงกำลังจะบอกว่า... มึงคือ ไอ้เกล้า ในอนาคต ที่โตแล้ว...” เขามองผมั้แ่หัวจรดเท้า “นี่มันบ้าไปแล้ว! เชียร... มันเคยพูดถึงเื่พวกนี้จริง ๆ มันบอกว่า พวกมัน กำลังตามล่ามันเพื่อแย่งชิง กล้อง ที่มันเก็บความลับสำคัญไว้”
“กล้องอยู่ที่ไหนดอน?” ผมถามอย่างเร่งรัด “ลุงเชียรบอกว่าคุณเก็บไว้ให้”
ไอ้ดอนมองไปยังชั้นวางอะไหล่เก่า ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบ กล่องเครื่องมือสังกะสี ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรสำคัญออกมา
“มันไม่ใช่แค่กล้อง... แต่มันคือ ภาพถ่าย ที่เชียรแอบถ่ายไว้ที่ มาบดงงู ภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นถึง สิ่งผิดปกติ ในหมอกสีเหลือง... และ ร่องรอย ของคนจาก องค์กร ที่ตามล่ามัน”
ไอ้ดอนเปิดกล่องเครื่องมือออก และในนั้น... นอกจากอุปกรณ์ช่างเก่า ๆ แล้ว ก็มี กล้องฟิล์ม Rolleiflex รุ่นเก่าแก่ของลุงเชียรซ่อนอยู่ พร้อมกับฟิล์มที่ถูกล้างแล้ว หลายซอง
ผมหยิบกล้องขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างความหวังและความกลัว
“คุณต้องช่วยผมดอน... ผมต้องรู้ว่า พวกเขา คือใคร และทำไมพวกเขาถึง้า กล้อง ตัวนี้”
“มึงก็เหมือนเชียรนั่นแหละเกล้า...” ไอ้ดอนพูดด้วยสีหน้าหนักใจ “ชอบยุ่งเื่ที่ไม่ควรยุ่ง... แต่เอาเถอะ ในเมื่อมึงเป็หลานมัน และมึงคือคนที่มันเลือกให้รับไม้ต่อ... กูจะช่วยมึง”
ไอ้ดอนยื่น ซองรูปถ่าย หนา ๆ ให้กับผม
“รูปพวกนี้... เชียรบอกว่า ถ้าใครเปิดดูมัน... จะต้องมีคนตาย...”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*