เรือสำราญล่องลอยอยู่ในทะเลไปเรื่อยๆ แวะเข้าท่าโน้นออกท่านี้ไปตลอดระยะเวลาของการเดินทางท่องเที่ยว ศุภิสรามีความสุขมากมายในการลงเรือมาในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าในตอนแรก เธอจะถูกหลอกลวงให้มาลงเรือก็เถอะ และในครั้งโน้นเธอเกือบจะมีปัญหา แต่โดมินิคก็โดดเข้ามาปกป้อง ช่วยเอาไว้ได้ทันการณ์
“ตามกำหนดการท่องเที่ยว จะเหลืออีกแค่สามวันแล้วสินะ ก็จะจบทริปในครั้งนี้”
โดมินิคโปรยๆขึ้นมา ขณะที่นั่งรับลมชมวิวอยู่ที่ดาดฟ้าของเรือ ศุภิสราไม่รู้และเดาไม่ออกว่าเขาอยากจะบอกอะไรเธอ แต่ก็ขอให้เป็เื่ดี
ถึงเธอจะขอเช่นนั้น หัวใจดวงน้อยก็ให้รู้สึกหวั่นกลัวอยู่มิใช่น้อย เพราะถึงเธอกับเขาจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมาจริงจังกับเธอสักหน่อย
“อืม! เหลืออีกแค่สามวัน”
ศุภิสราตอบรับคำพูดของโดมินิค ด้วยน้ำเสียงเบาหวิวๆ แล้วรอฟังคำพูดที่จะออกจากปากของเขา จนเผลอกลั้นลมหายใจเอาไว้ จนมารู้ตัวเองอีกทีก็ตอนที่กำลังจะขาดอากาศหายใจ เธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วค่อยๆ ปล่อยออกช้าๆ แต่กระนั้นก็ตั้งตารอฟังคำพูดของเขาต่อไป
“ถ้าจบทริปนี้แล้ว เธออยากจะกลับประเทศไทยเลยไหม?”
คำพูดของโดมินิค ถึงแม้จะเป็การถามความคิดเห็น แต่ก็ทำให้ศุภิสรารู้สึกว่า เขาอยากจะให้เธอกลับประเทศไทย โดยที่เขากับเธอจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก หลังจากจบทริปท่องเที่ยวในครั้งนี้ ซึ่งนั้นทำให้ลำคอระหงรู้สึกมีก้อนแข็งๆ วิ่งมาจุกแน่น และให้รู้สึกเ็ปรวดร้าวภายในหัวใจ
‘นี่เขาคงจะเบื่อเราแล้วสินะ แต่ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ เราจะได้กลับไปใช้ชีวิตปกติตามเดิม’
ศุภิสราคิดไปพลาง ขอบตาก็ร้อนผะผ่าวไปพลาง และน้ำตาเ้ากรรมก็พานจะไหลแหล่มิไหล่แหล่ออกมา เธอพยายามสะกดโดยการกะพริบตาถี่ๆ ขับไล่ให้กลับเข้าไปภายในตามเดิม และพยายามฝืนยิ้มออกมา เพื่อให้เขาคิดว่าเธอไม่ได้คิดและไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดของเขา
“อยากสิ ฉันอยากกลับ จะได้กลับไปใช้ชีวิตตามเดิมสักทีหนึ่ง”
“ทำไม!... อยู่กับฉัน เธอไม่มีความสุขอย่างงั้นเหรอ ถึงได้อยากจะกลับไปใช้ชีวิตตามเดิม”
เหมือนว่าคำพูดของศุภิสราไปสะกิดใจโดมินิคเข้าให้ เขาจึงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ไม่ใช่เฉพาะน้ำเสียงหรอกที่เป็เช่นนั้น ดวงตาสีนิลวาวก็ดูแข็งกร้าวไม่พอใจตามไปด้วยเช่นกัน
นั้นทำให้ศุภิสรางง เธอพูดอะไรผิดตรงไหน มันก็ใช่ตามที่พูด เธอจะได้กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมไง ถึงแม้จิตใจจะไม่เหมือนเดิมก็ตามที
“ฉันยังไม่ได้บอกเลย ว่าฉันอยู่กับคุณไม่มีความสุข”
“ถึงไม่ได้บอก แต่ไอ้คำพูดที่บอกว่าอยากจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม มันก็ตีความหมายได้ว่าเธออยู่กับฉันแล้วเธอไม่มีความสุขอยู่เห็นๆ เพราะหากเธอมีความสุข เธอจะอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมทำไม”
ดูเหมือนโดมินิคจะโกรธศุภิสรามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ศุภิสราอึ้งเงียบงันไปเลย ที่ทำไมเขาถึงคิดอย่างนี้ เขาเป็คนถามเธอเองแท้ๆไง แล้วจะให้เธอทำยังไง ในเมื่อเขาไม่พูดชวนเธอให้อยู่กับเขาต่อสักคำนี่นา ทำไมเธอจะต้องขออยู่กับเขาต่อด้วยล่ะ
“ในเมื่ออยากจะกลับประเทศไทย ไปใช้ชีวิตตามเดิมของเธอมากนักล่ะก็ ฉันจะให้ตามนั้น จบทริปนี้เมื่อไหร่ ฉันจะซื้อตั๋วเครื่องบินให้เธอกลับประเทศไทย”
โดมินิคกล่าวจบก็ลุกขึ้น เดินออกจากโต๊ะที่นั่งกันอยู่ในทันที โดยไม่สนใจว่าศุภิสราจะนั่งอยู่ตรงนั้น หรือจะตามตัวเองไปด้วย ศุภิสรานั่งมองดูแผ่นหลังกว้างบึกบึนไป ด้วยความรู้สึกงุนงง และรู้สึกเจ็บลึกปวดร้าวภายในหัวใจ
“อะไรกัน นี่เราผิดอะไรเนี้ย”
ศุภิสรากล่าวพึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ ขอบตาร้อนผะผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง และครั้งนี้น้ำใสๆ ไหลรินออกจากดวงตากลมโตคู่สวย อาบลงมาที่แก้มนวลเนียนใส มือเรียวเล็กยกขึ้นปาดเช็ดน้ำตาออกลวกๆ พร้อมกับกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่น้ำตาให้ไหลกลับเข้าไปภายใน และพยายามทำจิตใจให้เข้มแข็งเข้าไว้
๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑