นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 172 แปะ

        ตอนที่ 172 แปะ

         

         

        ลานกว้างภายในสุสานยามนี้เผยคมเขี้ยวที่แท้จริงของมันออกมา เป้าหมายของลานกว้างนี้คือการจัดการกับผู้ที่บุกรุกเข้ามากลุ่มใหญ่ สัตว์อสูรจำนวนมากผิดปกติและกลไกที่ทำงานด้วยเสียงคือตัวพิสูจน์อย่างดี

         

        นิทานสันนิษฐานเพิ่มว่ามันสมควรตรวจจับเสียงพูดคุยเท่านั้น ไม่เช่นนั้นหากสัตว์อสูรเหล่านี้เกิดคำรามขึ้นมา กับดักก็คงใช้ไม่ได้ผลไปแล้ว หลักการเบื้องหลังเมื่อคิดไปแล้วก็ไม่มีอะไรซับซ้อนแต่อย่างใด

         

        เมื่อมีผู้บุกรุกกลุ่มใหญ่เข้ามา พวกเขาเหล่านั้นย่อมไม่กล้าผ่านห้องนี้ไปโดยง่ายเพราะจำนวนสัตว์อสูรในกรง แต่เมื่อพวกเขาทดสอบเดินผ่านไปแล้วพบว่าไม่มีอันตราย พวกเขาก็จะเริ่มขนกันผ่านมา และเมื่อมีคนกลุ่มใหญ่ที่ย่ามใจเช่นนั้น เป็นเรื่องธรรมดามากที่จะเกิดการพูดคุยกัน

         

        กับดักลวก ๆ ไปหน่อยนะเนี่ย ผ่านไปได้ตั้งหลายกลุ่ม ไม่เหมือนผู้แสวงวิถีเป็นคนคิดเลยแฮะ พวกฉลาด ๆ ไม่น่าคิดอะไรตื้น ๆ แค่นี้ นิทานพึมพำ เขาคิดว่ากับดักนี้ดูมีช่องโหว่มากเกินไป ดูไม่เหมือนว่าผู้แสวงวิถีเป็นผู้คิดค้นเลย

         

        แต่ว่าได้เหรอ พวกเราก็ติดกับดักเต็ม ๆ เลย เขาหัวเราะ แม้พวกเขาจะโดนกับดักเข้าเต็ม ๆ แต่นิทานไม่มีความกังวลแม้แต่น้อย คนที่มีท่าทีกังวลมีเพียงฟาง หมิง เห็นได้ชัดว่าเธอไม่มีประสบการณ์ภาคสนามจริงมากนัก

         

        แม้จะมีจำนวนเกือบสิบตัวแต่สัตว์อสูรเหล่านี้แข็งแกร่งสุดก็แค่ระดับนักสลักเอกเท่านั้น อิซึมิกับนิทานไม่จำเป็นต้องเตรียมพร้อมด้วยซ้ำ พวกเขานั่งรอกันอย่างสบายรอชมฝีมือของชายผู้ที่คนกล่าวขานกันว่าเป็นมือดีที่สุดของรัตนชาติคนเล็ก เพชฌฆาตเพียงคนเดียวมุ่งเข้าไปหาฝูงสัตว์อสูรแล้ว

         

        ดาบของเพชฌฆาตที่เขาใช้ในยามนี้เป็นดาบสีดำเปื้อนโลหิตที่แห้งกรัง ดูแล้วไม่น่าพิสมัยแม้แต่น้อย ยิ่งตัวดาบแผ่กลิ่นอายความอาฆาตและความเกลียดชังออกมาอยู่ตลอดเวลา

         

        ร่างของเพชฌฆาตยามนี้ได้รับการเสริมพลังจนมีระดับใกล้นักสลักโทอีกครั้ง สร้อยบนร่างของเขาหายไปสามเส้น เพียงตวัดดาบครั้งเดียวสัตว์อสูรมากมายก็ล้มตายโดยไม่อาจต่อต้าน อักษรโบราณบนร่างของเขาเรืองแสงบางเบากว่าปกติ สมควรเป็นเพราะพลังกดทับนั่น

         

        หลังฟันออกไปดาบหนึ่งจนสัตว์อสูรหลายตัวล้มตาย เขามองดาบในมือของตนอย่างมึนงง แล้วจึงหันมาทางพวกนิทาน

         

        “คุณเลโอครับ แสงขาว ๆ นี่ฝีมือคุณรึเปล่าครับ!” เขาโบกไม้โบกมือตะโกนถามมา

         

        เลโอที่ยืนถือคทาอยู่หลุดหัวเราะน้อย ๆ เธอโบกคทาหย็อย ๆ เผยให้เห็นว่าแสงสีขาวนั่นเป็นพลังของเธอ

         

        “สุดยอดเลยครับ! ขอบคุณมาก!” เพชฌฆาตตะโกนตอบ แล้วจึงหันไปตวัดอีกดาบ จัดการสัตว์อสูรทั้งหมดที่เหลือ

         

        อิซึมิมองความสามารถของเพชฌฆาตพร้อมกับลอบทึ่งในใจ แม้เขาและเพชฌฆาตจะเป็นหน่วยต่อสู้แนวหน้าเหมือนกันแต่เขาไม่คิดว่าตนสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับนักสลักเอกได้ในการโจมตีทีเดียว เขาอาจจะทำได้หากจังหวะและโอกาสเป็นใจ แต่ก็คงไม่ดูง่ายเช่นนี้

         

        “ดาบนั่น วัตถุสลักคำสินะครับ” นิทานพูดขึ้น เขารู้ดีกว่าใครว่าเพชฌฆาตแข็งแกร่ง ความสนใจของเขาจึงจับจ้องไปยังดาบสีดำเล่มนั้น เขาไม่สามารถเห็นได้ว่าคำแห่งพลังถูกสลักอยู่ที่ใด อาจเป็นเพราะคราบเลือดแห้งกรังนั้นบดบังใบดาบไว้จนสิ้น

         

        “ใช่ครับ ดาบตัดเศียร เป็นอาวุธประจำตัวของคุณเพชฌฆาต โด่งดังมากเลยนะครับ” โฮโจเป็นผู้ตอบ เขาสืบค้นเรื่องของสมาชิกทุกคนมาแล้ว

         

        แต่ไอพลังชั่วร้ายมากเลย เป็นประเภทเดียวกับทัณฑ์สีขจีรึเปล่านะที่มีข้อเสีย นิทานคิด กลิ่นอายความชั่วร้ายนั้นทำให้เขานึกถึงความอาฆาตของหมีขนมรกตที่เขาสัมผัสได้ในทัณฑ์สีขจี

         

        เมื่อสัตว์อสูรทั้งหมดตายสิ้น เพชฌฆาตจึงตวัดดาบอีกครั้งไปที่หินก้อนยักษ์ที่ขวางทางออก มันขาดเป็นสองซีกอย่างง่ายดาย เพชฌฆาตผิวปากหวิวเมื่อเห็นว่าขอบประตูไม่มีร่องรอยเลยแม้แต่น้อย เป็นความแข็งที่ไม่เหมาะสมกับสภาพหินธรรมดา ๆ ของพวกมันสักนิด

         

        “ผมใช้มันตัดคอพวกคนชั่วตอนที่ทำงานกับองค์หญิงมาตลอดน่ะครับ ตอนที่ใช้มันฆ่านักสลักโทคนหนึ่ง คำแห่งพลังของเขาก็เลยมาสลักอยู่ที่ดาบ” เพชฌฆาตที่เดินกลับมาพลิกดาบให้ชม

         

        เพียงแต่เมื่อยิ่งเข้าใกล้ นิทานกลับรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความอาฆาตได้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนเขาคลื่นไส้

         

        “ไม่คลื่นไส้บ้างเหรอครับ ไอชั่วร้ายฟุ้งมากเลยนะ” นิทานถามพลางยิ้มแหย ๆ เขาไม่ชอบดาบนี้เลยแม้แต่น้อย

         

        “ไม่นะครับ มันแข็งแกร่งขึ้นมาก คมสุด ๆ แถมข้อเสียก็เล็กน้อยมากเลย แค่ตอนผมใช้มันฆ่าอะไร ภาพความโกรธแค้นอาฆาตของสิ่งที่โดนฆ่าจะปรากฏในหัวผมเท่านั้นเองครับ” เพชฌฆาตยิ้ม แต่ท่าทางของเพชฌฆาตทำให้นิทานขนลุก

         

        ไม่เห็นจะน้อยตรงไหนเลย ประสาทกินพอดี นิทานกลืนน้ำลาย เขานึกขอบคุณหมีขนมรกตทันทีที่ไม่ได้ทิ้งข้อเสียร้ายแรงเช่นนี้ไว้กับทัณฑ์สีขจี

         

        เลโอได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว เธอชี้คทามาทางเพชฌฆาต พลังสีขาวบริสุทธิ์อาบร่างของเขาอีกครั้ง ขจัดคราบเลือดและความสกปรกบนร่างออกไป

         

        “ร้ายแรงมากนะคะผลเสียแบบนั้น ส่งผลต่อจิตใจด้วย ฉันจะช่วยชำระจิตมืดของครั้งนี้ให้ค่ะ” เลโอกล่าว พลังสีขาวของเธอส่องประกายเล็กน้อยจนสีหน้าของเพชฌฆาตดูใสกระจ่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

         

        “ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอกครับ ผมไม่ได้อึดอัดเลยนะ เพราะคนที่โดนดาบตัดเศียรฆ่าก็ไม่มีใครไม่สมควรตายอยู่แล้ว” เพชฌฆาตหัวเราะ หากเขาก็ไม่ได้ขัดขืนพลังของเลโอแต่อย่างใด เพียงรับน้ำใจจากสหายคนใหม่ด้วยความยินดี

         

        นี่ล่ะมั้งทำไมถึงถูกเรียกว่าเพชฌฆาต นิทานจดจำไว้ในใจว่าเพชฌฆาตเป็นคนหนึ่งที่เขาไม่ควรทำให้โมโหหรือหาเรื่องโดยเด็ดขาด แม้จะเป็นคนดีแต่ก็มีความโหดเหี้ยมแบบหนึ่งที่ฝังลึกอยู่ในร่าง

         

        “ไปกันต่อเถอะครับ อย่างน้อยก่อนพักคืนนี้ผมอยากไปเจอทางเชื่อมลงส่วนกลางที่ระบุไว้ในแผนที่” นิทานเอ่ยนำ ทั้งกลุ่มไม่มีใครคัดค้าน การต่อสู้ระดับเพียงแค่นี้ไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกล้าด้วยซ้ำ ย่อมมีเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงถูกเลือกให้เป็นสมาชิกกลุ่มขุดค้นที่แบกความหวังไว้บนบ่า

         

        ทางเดินตัดผ่านนั้นไม่มีอะไรยากแม้แต่น้อย พวกเขาเพียงเดินตามทางที่ระบุไว้ในแผนที่ มีครั้งหรือสองครั้งที่นิทานเอ่ยปากห้ามไม่ให้สมาชิกกลุ่มเดินเหยียบพื้นบางช่วง คีตาสัมผัสได้ว่าตรงนั้นมีกับดักง่าย ๆ อยู่ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ข้อมูลจะมีไม่ละเอียดบ้าง ด้วยทางเดินกว้างที่สามารถให้รถม้าหลายคันเรียงหน้ากระดานกันได้เป็นเรื่องปกติหากจะมีบางจุดที่ไม่มีใครโดนกับดักจึงไม่ทราบ

         

        แปะ เสียงตบมือของนิทานเรียกให้สมาชิกกลุ่มหันมามอง หากนิทานกลับไม่ได้พูดอะไร เพียงส่งยิ้มน้อย ๆ ให้เดินต่อเท่านั้น 

         

        ผ่านไปอีกหลายช่วงของการเดินฝ่าเขาวงกต กลุ่มขุดค้นครั้งนี้เลือกจะเดินตามเส้นทางที่บันทึกไว้ ส่วนนิทานคอยตรวจสอบระหว่างทางโดยไม่ประมาทเพื่อความมั่นใจเรื่องกับดักและความปลอดภัย

         

        “แข็งมากจริง ๆ นะครับกำแพงพวกนี้ ทั้ง ๆ ที่ดูยังไงก็เป็นแค่ศิลาธรรมดา ๆ แท้ ๆ” อิซึมิพูดขึ้นหลังจากที่หอกของเขาแทงทะลุหัวของสัตว์อสูรคล้ายค้างคาวผสมเต่าตัวหนึ่ง 

         

        หอกนี้แทงทะลุตั้งแต่หัวยันกระดองบนหลังของมัน แสดงให้เห็นถึงพลังของอิซึมิที่แม้แต่สัตว์อสูรระดับนักสลักเอกที่มีกระดองหนาเขาก็สามารถทะลวงได้ไม่ยาก ร่างของมันไม่ปักเข้ากับกำแพงอย่างที่อิซึมิหมายไว้ หอกของเขาไม่อาจเจาะเข้าเนื้อหินบนกำแพงได้เลย

         

        “ม่านพลังพวกนั้นน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องนะคะ” ฟาง หมิงพูดขึ้น มือของเธอลูบไปตามกำแพง เธอพยายามมีส่วนร่วมกับการสนทนาของกลุ่ม

         

        “ผู้แสวงวิถี เป็นระดับที่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ นะครับ” นิทานเป็นคนหนึ่งที่พยายามพูดโต้ตอบกับฟาง หมิง แม้เขาจะไม่เชื่อใจเธอเต็มที่แต่เธอก็เป็นคนแรก ๆ ที่แนะนำเขาเรื่องชีวิตในนครรัตนะ นิทานไม่คิดว่าเธอเป็นคนไม่ดีอะไร และด้วยความพยายามของนิทานตลอดทาง คนในกลุ่มจึงค่อย ๆ คุยกับเธอมากขึ้นและแน่นอนว่าคนที่คุยเก่งที่สุดย่อมเป็นเพชฌฆาต

         

        “จากที่ผมเคยได้ยินอริยะแปลงเพลิงเล่าให้ฟัง ท่านบอกว่าระดับผู้แสวงวิถีเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพครับ ไม่เหมือนอริยะอย่างนักสลักไตร นักสลักจตุร นักสลักเบญจ ที่โดยพื้นฐานแล้วเป็นความเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณ เพราะงั้นจะมีพลังแปลก ๆ ที่ส่งผลข้ามกาลเวลาเป็นร้อยปีได้ผมก็ไม่แปลกใจนักหรอกครับ ขนาดอริยะขั้นปลายยังสามารถทำลายภูเขามหึมาทั้งลูกได้ด้วยตัวคนเดียวเลย แล้วผู้แสวงวิถีแข็งแกร่งกว่านั้นมาก” เพชฌฆาตร่ายยาวตามนิสัยของเขา แต่ก็พอจะมีข้อดีตรงที่ครั้งนี้เป็นข้อมูลใหม่ที่นิทานไม่รู้

         

        แปะ

         

        ตลอดทางเดินนิทานตบมือของตนเป็นบางช่วงของการเดินทาง บางคนก็สะดุ้งหันมามองแต่นิทานก็ไม่ได้พูดอะไรเป็นพิเศษ เพียงยิ้มน้อย ๆ ตอบกลับเท่านั้น

         

        ตามเส้นทางยังคงปรากฏสัตว์อสูรประปราย หากไม่มีสัตว์อสูรระดับนักสลักโทปรากฏขึ้นเลย อิซึมิและเพชฌฆาตสังเกตเห็นเรื่องนี้ พวกเขาจึงกังวลน้อย ๆ ที่ดูจะมีบางอย่างผิดปกติ

         

        เป็นเช่นนี้ตลอดหลายชั่วโมงของการเดินทาง เพียงมีสัตว์อสูรกระจอก ๆ โผล่เข้ามาบ้างเท่านั้น จากข้อมูลที่ระบุไว้ ยิ่งเข้ามาลึกเช่นนี้ยิ่งมีสัตว์อสูรระดับนักสลักโทมากขึ้น

         

        พวกสัตว์อสูรเหล่านี้มักได้กลิ่นกลุ่มขุดค้นตั้งแต่ไกล ๆ หน่วยกล้าตายชุดแรก ๆ ต่างเสียชีวิตกันเพราะเหตุนี้ ยิ่งเขาวงกตเหล่านี้มีทางแยกมากมายที่พวกมันสามารถเข้ามาได้ด้วยแล้ว

         

        สิ่งที่หน่วยกล้าตายชุดต่อ ๆ มาทำคือการพกกำยานแบบพิเศษที่มีสรรพคุณไล่สัตว์อสูร จึงได้เหลือรอดกลุ่มที่ปลอดภัยมาบ้าง นิทานก็กำลังใช้กำยานชนิดนี้อยู่เช่นกัน แต่ก็ไม่สมควรจะไม่เจอเลยแม้แต่ตัวเดียวเช่นนี้

         

        พวกเขามีสีหน้าเคร่งเครียด ความผิดปกตินี้ไม่ใช่อะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นห้องกับดักก่อนหน้าที่มีเพียงระดับนักสลักเอก ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับสัตว์อสูรระดับนักสลักโทเช่นนี้ไม่ใช่อะไรที่พวกเขาจะปล่อยผ่านได้

         

        แปะ

         

        นิทานตบมืออีกครั้ง นี่ก็ 4-5ครั้งแล้วที่เขาตบระหว่างเดินจนฟาง หมิงสะดุ้ง และดูเหมือนการตบมือครั้งนี้จะกระทบถูกประสาทที่ตึงเครียดของอิซึมิเข้า

         

        “คุณนิทานครับ ไม่มีสัตว์อสูรที่อาจเป็นอันตรายจริง ๆ เหรอครับ” อิซึมิถามขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ก่อนหน้านี้เขาเคยถามแล้วครั้งหนึ่งเนื่องจากความผิดปกติ

         

        “ไม่มีครับ” นิทานตอบ ยังคงเป็นคำตอบเดิมกับเมื่อหลายชั่วโมงที่ผ่านมา

         

        “นี่มันผิดปกติแล้วนะครับ” โฮโจขมวดคิ้ว เขาพูดสิ่งที่อยู่ในใจของทุกคน

         

        เพชฌฆาตพยักหน้า เขาก็มีสังหรณ์ไม่ค่อยดีนัก

         

        “โดนไล่ที่หรือเปล่าครับ หรือไม่ก็โดนจัดการไปแล้ว” โฮโจสีหน้าเคร่งขรึม สัตว์อสูรที่มีพลังในระดับนักสลักโทจำนวนมากเช่นนั้น ไม่สมเหตุสมผลเลยที่พวกมันจะหายไปเฉย ๆ

         

        “คุณนิทานบอกว่าไม่เจอเลยทั้ง ๆ ที่อย่างน้อยต้องมีบางตัวโผล่มาบ้างแล้ว ทางแยกเยอะขนาดนี้อีก แปลกมากค่ะ” เลโอถือคทาไว้ในมือมั่น

         

        แปะ

         

        “มีไม่กี่เหตุผลหรอกครับที่สัตว์อสูรจะหายไปเสียเฉย ๆ ย้ายที่อยู่ตัดไปได้เลย นี่มันในสุสาน ระบบนิเวศแบบปิดนะ” เพชฌฆาตชักดาบเตรียมพร้อม

         

        “ไม่งั้นก็โดนสิ่งที่เหนือกว่ามาก ๆ ขู่ให้หนีมา” โฮโจชักธนูของเขาเตรียมพร้อม

         

        แปะ

         

        “เหนือกว่านักสลักโทมาก ๆ ก็คงมีแต่อริยะแล้วล่ะครับ” อิซึมิกระชับหอก

         

        “อริยะ? แต่ตามข้อมูลถ้าจะเจอก็ควรจะเป็นส่วนกลางนี่คะ” ฟาง หมิงมีสีหน้ากังวล เธอไม่ชอบบรรยากาศกดดันเช่นนี้เลย

         

        แปะ

         

        “ไม่แน่ชัดนักหรอกครับ เขาวงกตใหญ่ขนาดนี้สำรวจยังไงก็ไม่น่าถึงครึ่งหรอก คุณนิทานครับ คุณคิดว่ายังไงบ้างครับ” เพชฌฆาต

         

        แปะ นิทานตบมืออีกครั้งหนึ่งในขณะที่ทุกคนกำลังกังวลกับสถานการณ์ เพียงแต่ครั้งนี้เขาดูจะออกแรงตบมากกว่าครั้งก่อน ๆ เขามีท่าทีอ่อนล้าเล็กน้อยราวกับไม่ได้ฟังสิ่งที่พวกเขากำลังกังวลกันอยู่เลยแม้แต่น้อย

         

        เลโอหางคิ้วกระตุกน้อย ๆ การกระทำอันแปลกประหลาดของนิทานทำเธอต้องคอยระแวงมากกว่าเดิม

         

        “เอ่อ มันก็มีตามปกตินั่นแหละครับ ไม่ได้ถูกไล่ที่ไปไหนหรอก แค่มันถูกจัดการก่อนจะมาถึงพวกเราเฉย ๆ ครับ” นิทานไม่ได้ตั้งใจฟังพวกเขาพูดกันนัก พอถูกเรียกซ้ำจึงได้ตอบออกไป

         

        “จัดการ? นั่นสัตว์อสูรระดับนักสลักโทนะครับ หรือว่า… มีสัตว์อสูรระดับอริยะหรือว่าซอเด็ต เอเทลอยู่แถวนี้เหรอครับคุณนิทาน!” อิซึมิตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ เขาวงกตใหญ่ขนาดนี้ยังจะได้เจอกันอีก โอกาสเท่าใดกันเชียว

         

        นิทานเอียงคอสงสัย เขายอมรับว่าแทบไม่ได้ฟังคนอื่นคุยกันเลย เป็นคีตาที่บอกต่อถึงสิ่งที่คนที่เหลือคุยกันให้เขาทางกระแสจิต เขาจึงร้องอ้อเสียงดัง

         

        “สัตว์อสูรระดับอริยะไม่มีหรอกครับ ซอเด็ตก็ไม่ได้อยู่แถวนี้ ดูจากไอพลังเราน่าจะอยู่คนละฟากกันเลย” นิทานอธิบาย

         

        “งั้นสัตว์อสูรหายไปไหนหมดละครับ”

         

        “แยกข้างหน้านี้เราต้องเลี้ยวขวา เดียวก็เห็นเองแหละครับ” นิทานยิ้มน้อย ๆ เขาหยิบโอสถฟื้นฟูขึ้นมาเติมพลังจิตวิญญาณที่ร่อยหรอของตน

         

        ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียด คำพูดของนิทานไม่ต่างกับบอกให้พวกเขาเตรียมพร้อมต่อสู้

         

        อิซึมิและเพชฌฆาตเดินขึ้นหน้า พวกเขาเตรียมพลังให้พร้อมกับแยกข้างหน้า หากภาพที่เห็นหลังแยกนั้นกลับเป็นเพียงซากของสัตว์อสูรตัวหนึ่ง ร่างกายของมันโดนขยี้จนเป็นแผ่นบาง ก้อนเนื้อและโลหิตที่ไหลโชกทำให้คนที่เห็นคิดว่ามันถูกหินขนาดใหญ่หล่นทับ

         

        แต่ละคนต่างกระจายตัวออกตั้งท่าเตรียมต่อสู้ ระดับพลังของสัตว์อสูรตัวนี้เป็นนักสลักโทอย่างแน่นอน สิ่งที่สามารถจัดการสัตว์อสูรระดับนักสลักโทเช่นนี้ได้โดยที่มันมีสภาพเละเทะไม่อาจตอบโต้ได้เลยคงมีแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น และไม่ว่าจะเป็นอะไรมันก็เป็นอันตรายต่อพวกเขาทั้งสิ้น

         

        ทุกคนอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อม ลับสติและสัญชาตญาณให้เฉียบคม จัดการสัตว์อสูรระดับนักสลักโทได้เช่นนี้ ศึกใหญ่สมควรรอคอยพวกเขาอยู่ ไม่มีใครประมาททั้งสิ้น

         

        มีเพียงเพชฌฆาตที่หันมามองนิทานอย่างรวดเร็ว เขาจำสภาพศพของสัตว์อสูรตัวนั้นได้เป็นอย่างดี ท่าทางคล้ายกับการโดนบีบอัดอย่างรุนแรงจนร่างกายแหลกเหลวเช่นนี้ เขาคุ้นเคยกับมันเสียเหลือเกิน

         

        “ตัวนี้มันอยู่ในเส้นทางพอดีน่ะครับ เลยต้องมาเจอซาก” นิทานยิ้มบาง เพชฌฆาตเข้าใจในทันทีว่าที่นิทานตบมือมาตลอดทางคือสิ่งใด


คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน

เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

นิยาย แฟนตาซี
106K 139
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.60M 3244
มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

นิยาย แฟนตาซี
196K 740
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
2.91M 3613
[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

[อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
231K 405
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.08M 2015