“หวังว่าวันนี้เบลล่าจะไม่เทนายอีกนะ” พชรนัยกระซิบพูดดัก แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขมกรรู้สึกหวั่นไหวเหมือนที่ผ่านมา อาจจะด้วยเพราะเขาพยายามตัดใจมาได้สักระยะแล้ว ก่อนที่จะมีช่องทีวีบางแห่งกรูกันเข้าไปสัมภาษณ์เบลล่า การสัมภาษณ์เป็ไปอย่างราบรื่นไม่มีคำถามอะไรที่คนสวยอย่างเธอตอบไม่ได้ และสามารถตอบทุกคำถามด้วยความมั่นใจ
“มีข่าววงในพูดมา ว่าคุณเบลล่ามีคนจองแล้ว เป็หนุ่มนักธุรกิจอสังหาฯ มีตัวย่อ ว่า ข. จริงไหมคะ” พชรนัยดึงชายเสื้อของเขมกรให้ตั้งใจฟังบทสัมภาษณ์ในครั้งนี้ ชายหนุ่มหันไปยังกลุ่มนักข่าวที่ต่างส่องกล้องไปยังเบลล่าเป็จุดเดียว
“จะบอกว่าเป็คุณเขมกรใช่ไหมคะ ถ้าเป็คุณเขมกร เบลขอบอกว่าไม่ได้เป็อย่างนั้นแน่นอนค่ะ เราสองคนเป็เพื่อนกันมานานมากๆ หากมีใครเห็นว่าเราไปไหนมาไหนด้วยกันก็ไม่แปลกค่ะ ถ้าจะเข้าใจผิดคิดว่าเราสองคนคบกัน” เบลล่ายังคงตอบด้วยความมั่นใจเช่นเคย ก่อนที่พชรนัยจะหันมองสีหน้าเพื่อน เขมกรกลับมีท่าทีนิ่งเฉยราวไร้ความรู้สึก ไม่สามารถเดาความคิดภายในใจของเขาตอนนี้ได้
“ถ้าอย่างนั้น จะมีโอกาสยกระดับความสัมพันธ์ในภายหน้าไหมคะ”
“ตอนนี้ความสัมพันธ์แบบนี้ก็ดีมากอยู่แล้วค่ะ เื่ในอนาคตเบลยังไม่คิดหรอกค่ะ ขอโฟกัสเื่งานเป็อันดับแรกดีกว่า” เขมกรหันเดินออกจากบริเวณนั้น ก่อนที่พชรนัยจะเดินตามออกไป หางตาของเบลล่าปรายมองหลังพวกเขาไวๆ ก่อนแสร้งหันมายิ้มให้กับนักข่าวที่กำลังรุมสัมภาษณ์อยู่
“คุณเขมกรมีข่าวกับคุณเบลล่า เธอเป็ไฮโซที่ข่าววงการบันเทิงชอบนำเสนอนี่นา” แววตาระริกมองหน้าจอทีวีตาไม่กะพริบ ไม่อยากเชื่อหู แต่อาจเป็เพราะเขาไม่เคยพูดถึงเื่ส่วนตัวให้ฟัง และคงไม่มีความจำเป็ขนาดนั้น ดารินจ้องมองจอทีวีในขณะที่มารดาเรียกให้ไปทานอาหารเช้า
“เหม่ออะไรลูก” มือขอมารดาทาบมาที่ไหล่ ทำให้ตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อยพลางหันไปยิ้ม
“เปล่าค่ะแม่”
“ไปทานข้าวได้แล้ว เดี๋ยวเย็นหมด”
“เดี๋ยวสิเขม รอเบลก่อน” หลังจากสัมภาษณ์เสร็จ เบลล่ารีบวิ่งเข้ามาพลางเรียกชายหนุ่มด้วยเสียงเหนื่อยหอบ
“ฉันไปก่อนนะ คุยกันด้วยเหตุผลละกัน” พชรนัยตบไปที่บ่าเพื่อนเบาๆ เป็การให้กำลังใจ พลางหันไปส่งยิ้มให้กับเบลล่าเป็ครั้งสุดท้ายแล้วเดินจากไป เขมกรหันมาหาเบลล่าแล้วส่งยิ้มอันอบอุ่นให้อย่างเช่นเคย อาจจะรู้สึกแปลกใจกับตัวเองเล็กน้อยที่ไม่มีอารมณ์โกรธหรือน้อยใจเธอแม้สักนิด ผิดกับเมื่อก่อนที่เฝ้าคิดถึงจนไม่เป็อันทำอะไร ชายหนุ่มมองหน้าเบลล่า หญิงสาวที่เขาแอบหลงรักมาหลายปี เวลานี้ความรู้สึกที่มีเริ่มลดน้อยถอยลง ด้วยเพราะการรอที่ไม่มีวันสิ้นสุด หรือเพราะอะไรก็ช่าง บางทีเขาควรปล่อยเธอเป็อิสระอย่างที่เคยตั้งใจ
“อีกพัก เดี๋ยวงานก็จบแล้ว เขมรอเบลได้ไหมคะ” คำว่า “รอ” สะกิดให้ชายหนุ่มรู้สึกชะงัก แต่ปล่อยยิ้มแล้วสูดลมหายใจจนสุด
“วันนี้เป็วันของคุณ อย่าห่วงผมเลย ผมมีธุระต่อ” เขมกรยื่นช่อดอกไม้สีแดงสดที่เบลล่าชื่นชอบ มอบให้แทนความยินดีกับห้องเสื้อใหม่ในวันนี้ หญิงสาวขมวดคิ้ว สีหน้าเปลี่ยนลงในฉับพลัน วันนี้เป็วันแรกในรอบหลายปีที่เขมกรมีท่าทีแปลกอย่างที่เธอคาดไม่ถึง หลังไวๆ ของเขากระชากเอาหัวใจของเธอหลุดร่องออกไป แววตาระริก รู้สึกผิดหวังอย่างถึงที่สุด หรือเธอกำลังจะเสียเขาไปอย่างที่เพื่อนๆ เตือน ความมั่นใจระดับร้อย ลดลงอย่างฉับพลัน ในนาทีนี้
“อ้าว...ไม่อยู่คุยกับเบล่าหรือไง ทำไมออกมาเร็ว” พชรนัยหันมาถามเพื่อนรักอย่างแปลกใจ หลังจากเขาเดินมาสมทบในเวลาไม่ถึงนาที
“ฉันพึ่งรู้ ว่าคำว่า” รอ” สำหรับใครบางคน ก็ใช้มันเปลืองจนแทบไม่เห็นค่า ไปร้านเหล้ากับฉันหน่อยสิ” เขมกรพูดจบก็เปิดประตูรถแล้วขับออกไป ปล่อยให้พชรนัยยืนงง ยกมือเกาศีรษะอย่างไม่เข้าใจ
“อะไรของเขาวะ นี่คือจะไม่ถามเลยว่ามีธุระต่อไหม” พชรนัยบ่นพึมพำ แต่ก็จำใจต้องขับรถตามเพื่อนรักออกไป รถหรูสองคันขับผ่านหน้าเบลล่าไป หญิงสาวเอี้ยวคอมอง หวังให้เขมกรหันมายิ้มอย่างเคย แต่ครั้งนี้เขามองไม่เห็นเธอด้วยซ้ำ ดวงหน้าของชายหนุ่มเคร่งขรึมมองตรงเพียงถนนเส้นตรง ไม่แม้จะสนใจสิ่งรอบข้าง ไม่นานนักเธอเห็นเพียงไฟท้ายที่ค่อยๆ แล่นลับไป พร้อมกับร้อยคำถามในใจของหญิงสาว