หลังจากเดินทางยาวนานกว่าหนึ่งเดือน ขบวนทัพขององค์รัชทายาท หลี่หย่งเทียน ก็เดินทางมาถึงชายแดน กำแพงเมืองใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้า เสียงกลองศึกที่ดังจากป้อมยามประกาศการมาถึงของขบวนทัพราชวงศ์
ประชาชนและทหารชายแดนที่เฝ้ารอด้วยความหวังต่างพากันออกมาต้อนรับ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความยินดีที่ได้เห็นกองทัพเสริมกำลัง
ไป๋อวี้หลัน นั่งอยู่บนหลังม้าของนาง ใบหน้าแม้จะดูอ่อนล้าเล็กน้อยจากการเดินทาง แต่ท่าทีของนางยังคงสง่างามและมั่นคง
“ในที่สุด…เราก็มาถึง” นางเอ่ยกับนางกำนัลคนสนิทที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆ
“พระชายาเพคะ ท่านต้องเหนื่อยล้าจากการเดินทางมากแน่ๆ” นางกำนัลตอบด้วยความกังวล
“ไม่เป็ไร ข้าสบายดี” อวี้หลันตอบเสียงเรียบ ดวงตาของนางจับจ้องไปยังป้อมปราการข้างหน้า “ภารกิจของข้าเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น”
เมื่อองค์รัชทายาทเสด็จเข้าสู่กำแพงเมือง ผู้บัญชาการทหารชายแดนและเหล่าขุนนางท้องถิ่นต่างพากันโค้งคำนับด้วยความเคารพ
“พวกเราเฝ้ารอการมาถึงของพระองค์ด้วยความหวังพ่ะย่ะค่ะ” ผู้บัญชาการกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แคว้นอันเคลื่อนไหวกำลังพลใกล้ชายแดนขึ้นทุกวัน การมาของพระองค์เปรียบเสมือนแสงสว่างที่นำพาความหวังแก่พวกเรา”
หลี่หย่งเทียนพยักหน้า “ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องประชาชนของ พวกเ้าจงเตรียมกำลังพลให้พร้อม ศึกนี้จะต้องไม่มีความผิดพลาด”
ในขณะที่หลี่หย่งเทียนสนทนากับผู้บัญชาการ ไป๋อวี้หลันยืนอยู่ด้านข้างอย่างเงียบๆ แต่ท่าทีของนางสง่างามและน่าเกรงขาม สายตาของเหล่าขุนนางและประชาชนจับจ้องไปที่นางด้วยความชื่นชม
“พระชายาช่างสง่างามเหลือเกิน” เสียงกระซิบของขุนนางท้องถิ่นดังขึ้น “การที่พระองค์ทรงเสด็จมาด้วยย่อมช่วยปลอบขวัญประชาชนได้ไม่น้อย”
อวี้หลันรับฟังคำชื่นชมเ่าั้ด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ ในใจของนางรู้ดีว่า การเดินทางมาครั้งนี้คือโอกาสสำคัญที่จะทำให้ประชาชนยอมรับในตัวนางมากขึ้น
ขณะที่เขามองไปยังอวี้หลันที่ยืนข้างกาย ความสงสัยในตัวนางที่เขามีมาตลอดเริ่มเบาบางลง นางไม่ได้เรียกร้องความสนใจใดๆ จากเขา แต่กลับแสดงออกถึงความมั่นคงในทุกการกระทำ
“นางช่างแตกต่างจากสิ่งที่ข้าเคยคิด” เขาพึมพำเบาๆ
ในใจของไป๋อวี้หลัน
“หลี่หย่งเทียน…ไม่ว่าท่านจะยอมรับข้าหรือไม่ ข้าจะทำให้ท่านและทุกคนในที่นี้เห็นว่า ข้าเหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาเอก และมากกว่านั้น… ข้าคือคนที่คู่ควรกับตำแหน่งฮองเฮา”
ยามค่ำคืนที่ชายแดนเต็มไปด้วยลมหนาวเย็น เสียงธงปลิวไสวในความเงียบของค่ายทหาร ผู้บัญชาการและเหล่าทหารกำลังวางแผนศึกในกระโจมบัญชาการ องค์รัชทายาทหลี่หย่งเทียน นั่งอยู่ตรงกลาง โต๊ะไม้ยาวเต็มไปด้วยแผนที่และตำแหน่งกองทัพของแคว้นอันที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้
“ตามรายงาน ศัตรูกำลังรวมพลห่างจากที่นี่เพียงสองวันเดินทาง พวกเขาอาจบุกโจมตีเร็วๆ นี้” ผู้บัญชาการทหารกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
หลี่หย่งเทียนพยักหน้า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “เราต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อม การป้องกันชายแดนสำคัญยิ่งยวด ข้าจะไม่ยอมให้ศัตรูผ่านไปได้”
ไป๋อวี้หลัน นั่งอยู่ในกระโจมของตน ขณะนี้นางยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมประชุมการวางแผนศึก แต่นางรู้ดีว่าเหตุการณ์ในชายแดนนี้มีความสำคัญต่ออนาคตของทุกคน
“พระชายาเพคะ ข่าวลือเกี่ยวกับแคว้นอันเริ่มแพร่กระจายไปยังประชาชนในเมืองใกล้เคียงแล้ว” นางกำนัลคนสนิทรายงาน
อวี้หลันพยักหน้า “พวกเขา้าเห็นความมั่นคงของราชวงศ์ หากเราสามารถทำให้พวกเขาเชื่อมั่นในเราได้… จะช่วยลดความตื่นตระหนกได้มาก”
นางกำนัลลังเลก่อนจะเอ่ย “แต่มีอีกเื่หนึ่งที่สำคัญเพคะ… มีข่าวลือว่าทหารบางกลุ่มในชายแดนเริ่มมีความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัย พวกเขาอาจเกี่ยวข้องกับสายลับของศัตรู”
ดวงตาของอวี้หลันวูบไหวเล็กน้อย “สายลับ? ดูเหมือนเกมนี้จะยิ่งซับซ้อนขึ้นทุกที…”
ในมุมหนึ่งของค่ายทหาร กลุ่มชายชุดดำลอบพบปะกัน เสียงกระซิบของพวกเขาดังขึ้นเบาๆ
“เป้าหมายของเราชัดเจนแล้ว…จัดการพระชายา ขณะเดียวกันก็สร้างความวุ่นวายในกองทัพให้ได้มากที่สุด” ชายผู้เป็หัวหน้ากล่าว
“ถ้าพระชายาถูกกำจัด ความสัมพันธ์ในวังหลังจะยิ่งแตกหัก และราชวงศ์จะอ่อนแอลงเอง” อีกคนตอบ
ชายกลุ่มนี้เป็สายของ หลินเหม่ยซิน และ เสนาบดีหลิน พวกเขาถูกส่งมาเพื่อลอบจัดการเป้าหมายสำคัญและขัดขวางความสำเร็จขององค์รัชทายาท
ยามดึก หลี่หย่งเทียนเดินออกมาจากกระโจมบัญชาการเพื่อผ่อนคลายความคิด ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว แต่ในใจกลับวุ่นวาย
“แคว้นอันกำลังบีบเราให้จนมุม… และในขณะเดียวกัน ข้าก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่ผิดปกติในกองทัพของข้าเอง”
เขาเดินไปยังกระโจมของพระชายาเอก โดยไม่แจ้งล่วงหน้า เมื่อเข้าไปด้านใน เขาพบอวี้หลันกำลังอ่านเอกสารเกี่ยวกับการจัดสรรเสบียง “เ้ายังไม่นอนหรือ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
อวี้หลันเงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางฉายแววสงสัยเล็กน้อย “ท่านเสด็จมาที่นี่ในยามวิกาล…มีเื่ใดหรือเพคะ?”
“ข้าเพียง้าดูว่าเ้ายังสบายดีหรือไม่”
คำพูดที่ดูเรียบง่าย แต่กลับทำให้อวี้หลันประหลาดใจเล็กน้อย นางพยักหน้าพร้อมยิ้มบาง “ข้าสบายดีเพคะ ขอบพระทัยที่ทรงห่วงใย”
ในใจของไป๋อวี้หลัน
“หลี่หย่งเทียน…แม้ท่านจะยังไม่เปิดใจให้ข้า แต่การที่ท่านเริ่มสนใจข้ามากขึ้น นั่นเป็สัญญาณว่าข้ากำลังเดินมาถูกทาง!”
ยามเช้าที่ชายแดนเริ่มต้นด้วยเสียงแตรปลุก ทหารทุกนายรีบเตรียมตัวสำหรับการซ้อมรบและการตรวจสอบกำลังพล องค์รัชทายาทหลี่หย่งเทียน กำลังตรวจความพร้อมของกองทัพร่วมกับผู้บัญชาการ
ไป๋อวี้หลัน ยืนอยู่ในกระโจมส่วนตัวของนาง ดวงตาจับจ้องไปยังรายงานที่นางกำนัลนำมาให้
“พระชายาเพคะ ข่าวจากทหารในกองบอกว่ามีทหารบางส่วนแสดงพฤติกรรมที่น่าสงสัยเมื่อคืนนี้เพคะ” นางกำนัลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบา
อวี้หลันวางรายงานลง ดวงตาของนางฉายแววครุ่นคิด “มีการเคลื่อนไหวใดเป็พิเศษหรือไม่?”
“พวกเขาแอบพบปะกันในมุมลับของค่าย และเมื่อมีทหารคนอื่นเดินเข้าไปใกล้ กลับรีบแยกย้ายทันทีเพคะ”
อวี้หลันพยักหน้า “ข้าจะส่งเื่นี้ให้องค์รัชทายาทเอง… แต่ก่อนหน้านั้น เราต้องดูให้แน่ใจว่าเื่นี้เกี่ยวข้องกับสายลับหรือไม่”
ระหว่างการตรวจสอบกองทัพ หลี่หย่งเทียนพบว่ามีทหารบางคนแสดงท่าทางหลีกเลี่ยงที่จะสบตาเขา พระองค์นิ่งสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสั่งผู้บัญชาการเสียงเรียบ
“ตรวจสอบทุกหน่วยที่ถูกส่งมาเพิ่มล่าสุด ข้าไม่้าให้กองทัพนี้มีผู้ทรยศแฝงตัวอยู่”
ผู้บัญชาการพยักหน้ารับคำสั่งทันที “ขอรับ! องค์รัชทายาท”
ยามค่ำคืนในค่ายเต็มไปด้วยความเงียบสงัด แต่ในมุมลับของค่าย ชายกลุ่มหนึ่งแอบพบปะกัน เสียงกระซิบดังขึ้นเบาๆ “การลอบโจมตีครั้งก่อนไม่สำเร็จ แต่เราต้องไม่ล้มเหลวในครั้งต่อไป” ชายผู้เป็หัวหน้ากล่าว “เป้าหมายหลักยังคงเป็พระชายา”
“แต่การรักษาความปลอดภัยรอบตัวนางแ่ามาก เราควรเปลี่ยนแผนหรือไม่?” อีกคนถามด้วยความลังเล
หัวหน้าส่ายหน้า “เป้าหมายนี้เป็คำสั่งจากท่านเสนาบดีหลิน เราไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแผน การกำจัดนางสำคัญต่อการทำลายกำลังใจขององค์รัชทายาท”
ในขณะเดียวกัน อวี้หลันนั่งอยู่ในกระโจมพร้อมกับนางกำนัลและทหารคนสนิทของนาง
“ข้า้าให้เ้าสอดส่องการเคลื่อนไหวในค่าย” นางสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หากมีใครแสดงพฤติกรรมแปลกๆ หรือพบปะกันในที่ลับ แจ้งข้าทันที”
“ขอรับ พระชายา” ทหารคนสนิทตอบ
อวี้หลันยิ้มเย็น “หากพวกเขาคิดว่าข้าจะเป็เป้าหมายที่ง่ายดาย ข้าก็จะแสดงให้พวกเขาเห็นว่าข้าไม่ใช่คนที่พวกเขาจะจัดการได้ง่ายๆ”
ใน่กลางดึก กลุ่มสายลับพยายามแฝงตัวเข้ามาใกล้กระโจมของพระชายา แต่ก่อนที่พวกเขาจะลงมือ ทหารรักษาการณ์ที่อวี้หลันจัดวางไว้กลับโผล่ออกมาจากเงามืด
“ใครอยู่ตรงนั้น!” เสียงของหัวหน้าทหารดังลั่น
ชายชุดดำใและพยายามหลบหนี แต่กลับถูกปิดล้อมอย่างรวดเร็ว หลังการต่อสู้ระยะสั้น ทหารสามารถจับตัวชายชุดดำได้สองคน ขณะที่คนอื่นๆ หลบหนีไปได้
เมื่อหลี่หย่งเทียนทราบเื่ เขารีบเสด็จมายังกระโจมของพระชายา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล “เ้าเป็อะไรหรือไม่?” เขาถามทันทีที่เห็นอวี้หลัน
อวี้หลันส่ายหน้า “ข้าสบายดีเพคะ องค์รัชทายาท ทหารของเราทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม”
หลี่หย่งเทียนถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปสั่งทหาร “สอบปากคำคนที่ถูกจับมาให้แน่ชัด และตรวจสอบว่าพวกมันมีความเชื่อมโยงกับใครในค่ายนี้”
......................................................................................
ฝากติดตามนามปากกาคนนี้ด้วยนะคะ อีกอย่างอย่าลืมกดใจและเพิ่มลงชั้นหนังสือกันด้วยน้า
เวลาไรท์อัปเดตจะได้แจ้งเตือนค่ะ ขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุน
หากมีเนื้อหาใดผิดพลาดไปหรือเขียนไม่ถูกต้องสามารถเม้นแจ้งไรท์ได้เลยค่ะ
พรุ่งนี้มาเจอกันใหม่น้าาา