ตอนที่ 28หอโอสถ
ถงหลางอดไม่ได้ที่จะพูดหยอกล้อเล่าชู่ก่อนจากกันส่วนไหกู่เองก็พยายามอดกลั่นไว้ไม่ให้ตัวเองหัวเราะออกมา.....
“พวกท่านไม่ควรจะไปหัวเราะท่านพี่เล่าชู่เช่นนั้นนะ!! ยังไงท่านพี่เล่าชู่ก็เป็ถึงผู้าุโใหญ่ของตระกูลเราข้าว่าพวกเ้าควรให้......”
“ท่านพี่คงซือ......ต่อให้เขาเป็ผู้าุโใหญ่แล้วยังไงส่วนใหญ่ก็มีแต่พี่เท่านั้นแหละที่ทำงานต่างๆวันๆข้าเห็นแต่เขาออกไปโน้นไปนี้ไม่เคยจะอยู่ที่ตระกูลเลยด้วยซ้ำ”ไหกู่กล่าวแทรกขึ้นมาในทันที...
“นั้นสิข้าละไม่เข้าใจเลยว่าทำไมท่านถึงได้ยอมสละโอกาสที่จะได้รับตำแหน่งผู้าุโใหญ่ให้เขากันในวันนี้”
“ใครจะเป็ก็ชั่งขอเพียงพวกเราช่วยเหลือกันในตระกูลก็พอ”คงซือพยายามตอบแบบเบาๆเพราะเขาไม่อยากที่จะให้มีเื่บาดหมางเกิดขึ้นอีกเพราะตลอดที่ผ่านมาเขามักจะยอมเสมอและเมื่อการประลองจบลงทุกคนต่างก็แยกย้ายกันกลับไปบ้านใครบ้านมันเื่การประลองที่เจิ้งฟู่ชนะได้ยังไงยังคงเป็ปริศนาอยู่ไม่มีใครรู้ว่าเขาทำยังไงและเกิดอะไรขึ้นในตอนที่เกิดเสียงะเิขึ้น......
ณ ตำหนักเ้าตระกูล.....
ในห้องของเทียนฉีนางถูกพาตัวกลับมาจากเวทีหลังจากที่จบการประลองเพื่อตรวจสอบร่างกายและรักษาการาเ็แต่ทว่านางกลับไม่มีร่องรอยของาแเลยแม้แต่น้อยมีเพียงรอยแดงที่คอของนางเฉย.....(ถูกเจิ้งฟู่ดูดมาชัวเลย)
“โอ้ยยยยปวดหัวจัง!!!ที่นี้ที่ไหน? อ๊ะ!!ทำไมถึงรู้สึกเจ็บคอแบบนี้” เมื่อเทียนฉีรู้สึกตัวนางค่อยๆลุกขึ้นพร้อมกับเอามือกุมไว้ที่ต้นคอตนเองนางกำลังมึนงงเมื่อตื่นขึ้นมาและเมื่อมองไปรอบๆก็พบว่าตัวนางอยู่ที่ห้องของนางเองก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้.....
“ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี้? แล้วการประลองหละ?”
เอี๊ยดดดด!!
“ฉีเอ๋อเ้าตื่นแล้วอย่างนั้นหรอ!!?”
“ท่านพ่อ!!ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี้ได้แล้วการประลองละมันเกิดอะไรขึ้น?”
“การประลองจบลงแล้ว แล้วเ้าก็เป็ผู้แพ้”หม้อจือมองที่ลูกสาวของตนที่นอนอยู่บนเตียงพร้อมกับทำหน้าอยากรู้สิ่งที่เกิดแต่เขาไม่รู้จะตอบนางยังไงดีว่านางนั้นแพ้การประลองแต่ก็จำใจต้องพูดออกไปเพราะนี้ถือเป็ประสบการณ์ที่นางจะต้องได้เรียนรู้และยอมรับมัน.....
แพ้!!?
เทียนฉีทำหน้างงเมื่อได้ยินเช่นนั้นนางพยายามที่จะนึกถึงตอนนั้นและนางก็จำได้ว่านางกำลังได้เปรียบเจิ้งฟู่อยู่ด้วยกระบวนท่าที่สองของทักษะกระบี่กิ้งก่าเพลิงแต่จู่ๆภาพทุกอย่างก็มืดดับไปหลังจากนั้นนางก็จำอะไรไม่ได้จนนางตื่นขึ้นมาและพบกับพ่อของนาง......
“ข้าแพ้ได้ยังไงท่านพ่อก็ตอนนั้นข้าได้เปรียบชัดๆ?”
“พ่อต้องขอโทษเ้าด้วยพ่อเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาใช้ทักษะใดเพราะตอนนี้ฝุ่นควันมันลอยเต็มไปหมดทำให้เห็นอะไรได้ยาก”หม้อจือเองก็ลำบากใจเช่นกันที่จะตอบนางเพราะเขาเองก็เห็นไม่ชัดในวิธีการที่เจิ้งฟู่ใช้เขารู้เพียงว่าก่อนที่การประลองจะจบลงนั้นในฝุ่นควันเจิ้งฟู่ได้ใช้ทักษะบางอย่างเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่มันเองก็ยากจะมองเห็นและทำให้นางสลบไป.......
ไม่รู้!!?
คำตอบของหม้อจือทำเอาคิ้วของนางย่นเข้าหากันทันทีเพราะถ้าเป็แบบนี้นางเองก็ไม่รู้ว่าแพ้เขาได้ยังไงและมันยิ่งทำให้นางรู้สึกคาใจอย่างมากและนางก็ต้องรู้ให้ได้........
จวนครอบครัวเจิ้งฟู่.....
ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกต่างก็นั่งกินข้าวกันพร้อมหน้าอย่างมีความสุขโดยเฉพาะถ่างหลิงนางมีความสุขมากที่เจิ้งฟู่เป็ผู้ชนะในครั้งนี้.....
“ลูกเจิ้งวันนี้แม่ทำของโปรดของเ้าด้วยนะเนื่องจากลูกเป็ผู้ชนะแม่เลยทำเป็พิเศษสองเท่าเลย”
ว้าววววว!!
ขอบคุณขอรับท่านแม่!!!
“ต่อไปนี้เ้าต้องหมั่นฝึกฝนให้มากๆเข้าใจไหมลูกเจิ้ง?”
"ขอรับท่านแม่ข้าจะฝึกหนักและเป็ผู้ที่จะทำให้ตระกูลของเรากลับมารุ่งเรืองให้ได้"
ถ่างหลิงลูบหัวของเขาอย่างอบอุ่นด้วยความรักของแม่ให้กับเขาส่วนคงซือนั้นได้เพียงแต่ยิ้มแห้งๆในใจของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยคำตามเพราะั้แ่กลับมาจากลานประลองเขาก็พยายามคิดว่าลูกชายของเขาเอาชนะเทียนฉีได้ยังไงกันแต่ไม่ว่าเขาจะคิดแค่ไหนก็คิดไม่ออกและคงซือก็พยายามที่จะอ้าปากถามหลายครั้งแต่ก็กลืนคำลงไปเพราะเขาเป็ถึงผู้าุโแต่กลับไม่รู้ว่าลูกชายตัวเองใช้วิธีไหนในการเอาชนะ.......
"ท่านพ่อเป็อะไรหรอ ดูท่านเงียบๆแปลกๆ?"
“ปะ ปะ ป่าวพ่อไม่เป็ไรพ่อแค่กำลังดีใจกับลูกที่ได้รับชนะและก็ได้โสมพลังกายมาและพ่อก็คิดว่าจะส่งลูกเข้าโรงเรียนเทวะ์เพื่อที่ลูกจะได้แข็งแกร่งขึ้นแต่ก่อนที่จะเข้าลูกต้องมีระดับก่อเกิดขั้นหนึ่งก่อน”
อือ!!
"ขอบคุณท่านพ่อมากลูกจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง อ๊ะ!! จริงสิท่านพ่อนี่ของท่าน"เจิ้งฟู่พูดจบก็ส่งตำราให้กับคงซือพร้อมกับยิ้มด้วยหน้าตาใส่ซื่อของเขา......
ตำราสามหมัดทรมาน!!?
คงซือไม่เข้าใจทำไมเจิ้งฟู่ถึงได้ยื่นตำรานี้ให้กับเขาทั้งๆที่เขาพึ่งให้เจิ้งฟู่ไปเมื่อวานนี้เองหรือว่าเขาจะฝึกมันไม่ได้เลยคืนให้กับเขากัน......
“ลูกคงจะฝึกมันไม่ได้สินะ?”
"ไม่เลยท่าพ่อ ข้านั้นสามารถฝึกและเข้าใจมันได้ทั้งหมดแล้วและนอกจากนั้น....ท่านเปิดดูเองแล้วจะรู้!!"
เข้าใจมันได้แล้ว!!?
คงซือทำหน้างงและมึนไปหมดในหัวของมันถึงกับโล่งโพนไปหมดไม่รู้จะใหรืออะไรดีทั้งวันมีแต่เื่ให้เขาใและไม่เข้าใจและเมื่อได้ยินเจิ้งฟู่บอกว่าเขาสามารถใช้ทักษะลับของครอบครัวได้อีกเขาไม่รู้ว่าจะยิ้มหรือร้องไหหรือจะแสดงอารมณ์ไหนดีแล้วตอนนี้แต่เขาก็ยังคงพยายามยิ้มให้กับเจิ้งฟู่และเปิดตำราตามที่เจิ้งฟู่บอกและเมื่อคงซือเปิดออกใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปพร้อมกับมือที่สั่นระริกและเหงื่อไหลเต็มหน้าผากหัวร้อนผ่าวไปหมดก่อนจะเงยหน้ามองที่เจิ้งฟู่แล้วก้มลงมองที่ตำราอีกครั้งและเงยขึ้นมองที่เขาอยู่อย่างนั้นหลายรอบ.....
“ท่านพี่เป็อะไรอย่างนั้นหรอ? ทำไมท่านถึงได้ทำหน้าแบบนั้นกันและเหงื่อท่านไหลออกมาเต็มไปหมดเลย”ถ่างหลิงอดสงสัยไม่ได้ที่จู่ๆคงซือก็ทำหน้าใเมื่อได้รับตำราจากเจิ้งฟู่พร้อมกับก้มๆเงยๆอยู่แบบนั้น......
ลูกเจิ้งนี่มัน......!!
"ใช่แล้วท่านพ่อ" เจิ้งฟู่พยักหน้าและยิ้มอยู่เช่นเดิม......
ที่คงซือใเพราะว่าตำราทักษะลับสามหมัดทรมานนั้นมันได้ถูกแก้ไขกระบวนท่าและหลักการใหม่ทั้งหมดแถมกระบวนท่าสุดท้ายก็ยังสมบูรณ์อีกด้วยแถมมันยังอ่านและเข้าใจง่ายกว่าเดิมอีก
เพียงแค่คงซือมองแวบเดียวก็ทำให้ความรู้และความเข้าใจในสองกระบวนท่าที่เขาได้ฝึกนั้นดีขึ้นทันทีราวกับว่ามันไหลเข้าไปในตัวเขาเพียงแค่อ่านอย่างนั้นและ.....
และก่อนหน้านี้ที่ไม่ว่าเขาจะฝึกหนักแค่ไหนอนุภาพของมันก็ไม่ได้ดีขึ้นเลยและเขาก็พยายามที่จะปรับปรุงใหม่แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำได้และข้อเสียของมันก็มีมากทีเดียวแต่เมื่อเขาเปิดตำราอ่านอีกครั้งหลังจากที่ส่งให้กับเจิ้งฟู่ไปแล้วนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไป.........
ไม่เพียงแต่ข้อบกพร่องจะหายไปการออกหมัดหรือการขยับต่างๆก็น้อยลงไปด้วยและที่สำคัญอนุภาพของมันกลับเพิ่มขึ้นอย่างมากทำให้ทักษะนี้เทียบได้กับทักษะกระบี่กิ้งก่าเพลิงหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ........
“พี่ไม่เป็ไร” คงซือหันไปตอบถ่างหลินก่อนจะหันกลับไปหาเจิ้งฟู่และพูดขึ้นว่า“เพียงแค่ใและดีใจที่ลูกเจิ้งสามารถเข้าใจมันได้เร็วแบบนี้ลูกเราช่างเก่งจริงๆ” คงซือไม่ได้พูดถึงทักษะที่มีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมแก้ไขให้ถ่างหลิงรู้เพียงแต่พูดว่ามันรู้สึกยินดีที่เจิ้งฟู่สามารถเข้าใจได้เร็วแบบนั้นจากนั้นคงซือก็เก็บตำราไว้ในแหวนิติของเขา.....
"ท่านพ่อท่านแม่ข้าของตัวไปอาบน้ำปะแป้งนอนก่อนนะขอรับ!!"
“จ๊ะ อย่าลืมแปลงฟันนะลูก(เอ้ยเดียวกันมีแปลกฟันด้วยหรอสมัยนั้น)”
“อย่านอนฝันเปียกนะลูก (ขออีกมุขนะ อิอิ)”
จากนั้นเจิ้งฟู่ก็กลับห้องของเขาทันทีตอนนี้ที่ตัวเขาก็มีหินพลังซีระดับต่ำอยู่หกก้อนด้วยกันพร้อมกับโสมพลังกายอีกหนึ่งต้นเจิ้งฟู่้าที่จะใช้โสมพลังกายในการปรับเปลี่ยนร่างกายของเขาที่มีข้อบกพร่องแต่เขาต้องนำมันไปสกัดเสียก่อนและคนที่ทำได้ก็มีแต่พวกนักปรุงยาเท่านั้นและในตระกูลของเขานั้นมีเพียงแค่นักปรุงยาระดับต้นและถึงจะเป็นักปรุงยาเหมือนกันแต่ประสิทธิภาพของมันจะแตกต่างกันออกไปเมื่อคนปรุงมันอยู่ในระดับที่ต่ำ......
แต่ยังไงเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเพราะการที่จะหานักปรุงยาที่ระดับสูงกว่านี้ก็ต้องใช้ค่าจ่ายสูงเพื่อจ้างพวกเขาให้ปรุงยาให้ดังนั้นพรุ่งนี้เจิ้งฟู่จึงตัดสินใจที่จะไปยังหอโอสถของตระกูลเขาเพื่อปรุงยาจากโสมพลังกาย.....
ส่วนหินพลังซีระดับต่ำหกก้อนนั้นเจิ้งฟู่ยังคงจะไม่ใช้มันเพราะเขา้าที่จะเอาพวกมันไว้ทดลองอะไรบางอย่างที่คาใจเขาอยู่......
"คราวนี้เราก็มีหินพลังซีแล้วเราจะได้รู้ว่ามันจะเป็อย่างที่เราคิดหรือไม่?"
เมื่อรุ่งเช้ามาถึงเจิ้งฟู่ตื่นขึ้นและไม่รอช้าเขารีบไปที่หอโอสถตามที่ได้คิดไว้ทันทีเพื่อให้นักปรุงยาระดับต้นของตระกูลเขาปรุงยาให้กับเขา......
หอโอสถตระกูลเทียนถ่าง....
เอี๊ยดดดดดด!!
เจิ้งฟู่ผลักประตูเพื่อที่จะเข้าไปยังด้านในและเมื่อประตูเปิดออกกลิ่นยาสมุนไพรก็ลอยฟุ้งเต็มไปหมดทำให้เขานึกถึงโรงบาลในโลกก่อนหน้าของเขาเลยที่มีแต่กลิ่นยาแตกต่างกันที่มันเป็กลิ่นสมุนไพรที่หอมกว่าและเมื่อเปิดประตูเข้าไปเสียงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น.....
เ้าเป็ใคร!!?
"ข้าน้อยเทียนถ่างเจิ้งฟู่ขอรับ!!" เจิ้งฟู่ประสานมือคาราวะตอบแม้เขาจะไม่รู้ว่าเป็เสียงของใคร......
เจิ้งฟู่!?
“อ๋อ!! เ้าหนูที่ชนะการประลองรุ่นเยาว์นะเรอะ?” เสียงลึกลับตอบกลับมา......
ท่านรู้!!?
“จะไม่รู้ได้ยังไงกันก็ชื่อของเ้านั้นลือกันให้ทั่วไปหมดแล้วเ้ามาที่นี้มีธุระอะไรอย่างนั้นเรอะ?”
ทันที่ที่สิ้นสุดเสียงจู่ก็มีร่างชายชราค่อยๆเดินออกมาช้าๆทั้งผมและเคราของเขาต่างเป็สีขาวกลิ่นอายรอบๆตัวเขานั้นเต็มไปด้วยกลิ่นยาบ่งบอกว่าเขาคือใคร......
คาราวะท่านผู้าุโ!!
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
“ดี ดี ดี มีสัมมาคาราวะดี...ไม่หยิ่งทะนงตน...ยินดีที่ได้พบอีกครั้งข้ามีนามว่าเทียนถ่างซื่อวู้ เป็ผู้าุโดูแลหอโอสถแห่งนี้เอง”
"เรียนท่านผู้าุโ ข้าน้อยที่มาในวันนี้ก็เพราะ้าให้ท่านช่วยปรุงยาโสมพลังกายนี้ให้ขอรับ"
ยาโสมพลังกาย!!?
ซื่อวู้ถึงกับทำหน้างงเล็กน้อยเมื่อได้ยินเจิ้งฟู่บอกให้มันทำยาโสมพลังกายมันไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าโสมพลังกายนั้นสามารถนำมาปรุงยาได้เพราะปกติแล้วเมื่อได้มันมาจะนำไปบดและต้มกินไม่ก็เอาไปต้มอาบเพื่อให้มันซึมไปตามร่างกายแต่เมื่อมันได้ยินเจิ้งฟู่บอกให้มันปรุงยาโสมพลังกายมันจึงมึนงงเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า....
“เด็กน้อยโสมพลังกายนั้นเพียงแค่เอาไปบดและต้มกินก็พอแล้วไม่เห็นต้องนำมันมาปรุงยาอะไรเลยนิ?”
เพียงแค่บดและต้ม!!?
เจิ้งฟู่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเขาไม่คิดว่าคนพวกนี้เพียงแค่เอาไปต้มดื่มกินเท่านั้นเพราะในโลกที่แล้วของเขาเคยมีเขียนบอกเกี่ยวกับโสมพลังกายอยู่แต่มันก็เป็เพียงแค่ในหนังสือเท่านั้นแต่ยังไม่เคยมีใครพบของจริงมาก่อนนั่นจึงทำให้เขาคิดว่ามันคงจะเหมือนกันไม่คิดว่ามันจะเพียงแค่นำมาบดและต้มกินแบบธรรมดา.....
"เช่นนั้นหรอกหรอ?"
ถึงแม้มันจะเป็เื่จริงเจิ้งฟู่ก็ไม่คิดที่จะทำแบบนั้นแน่เขายังคงเชื่อว่ามันต้องมีวิธีปรุงมันแน่นอนและมันย่อมต้องได้ผลดีกว่าต้มกินเฉยๆแน่.....
“ใช้แล้วแค่นั้นแหละไม่เห็นต้องทำอะไรให้ยุ้งยากเลยเ้าหนูถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวก่อนข้าต้องคิดสูตรยารักษาาแสูตรใหม่”
ยารักษาาแสูตรใหม่?
"มันคืออะไรอย่างนั้นหรอครับ"เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับทำหน้างงสงสัยเหมือนอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็ก.......
“เ้าอยากรู้อย่างนั้นเรอะ?”
ขอรับ!!
“นั้นก็เข้ามาสิถ้าเ้าสนใจ”
และเมื่อได้ยินแบบนั้นเจิ้งฟู่ก็คิดอะไรบางอย่างได้ถ้าเขาอยากที่จะรู้ว่ามันจะทำได้เพียงแค่ต้มกินธรรมดาหรือไม่นั้นเขาต้องศึกษาเกี่ยวกับการปรุงยาเสียก่อนเพื่อที่เขาจะรู้ถึงวิธีปรุงมันและตอนนี้ก็เป็โอกาสที่เขาจะได้เรียนรู้มันเขาจึงตอบตกลงไป....
*การเป็เด็กมันดีอย่างนี้นี่เอง เพียงแค่ใช้หน้าตาให้เป็ประโยชน์ก็ได้สิ่งที่อยากได้แล้ว*
ส่วนซื่อวู้เองที่ให้เจิ้งฟู่เข้ามาดูนั้นเพราะว่าแพทย์หรือหมอนั้นมีน้อยมากส่วนใหญ่เด็กๆมันจะหันไปทางฝึกยุทธเสียมากกว่าและเมื่อมันเห็นเจิ้งฟู่สนใจมันจึงให้เขาเข้ามาดูและอีกในหนึ่งมันก็รู้สึกถูกชะตากับเจิ้งฟู่อย่างบอกไม่ถูกด้วย........