Chapter 2
ศักดิ์ศรีราคา20 ล้าน
“คุณลูกค้าครับคุณลูกค้ายังอยู่ในห้องน้ำรึเปล่าครับ?”
กลับสู่ความเป็จริงในที่สุด หลังจากที่ต้องหลบภัยด้านนอกมานานเพื่อโทรศัพท์ไปหาไอ้ทิตย์เพื่อนรักที่ไปทำงานอยู่ในญี่ปุ่นเขาก็ได้รับการยืนยันแล้วว่ามันมีความเป็ไปได้ที่การ์ดหนึ่งใบจะสามารถขายได้ในราคาสิบล้านบาทจริงๆตอนนี้ร่างสูงจึงแอบสะดุ้งเล็กๆ เมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกและเคาะประตูมาจากด้านหลัง
“ย...ยังอยู่ครับ”
โจ๊กขานรับขณะที่รีบหันกลับไปเปิดประตูห้องน้ำออกเท่านั้นเองเขาจึงได้เห็นคุณผู้จัดการของร้านการ์ดแฟ็คทอรี่คนเดิมยืนยิ้มเจื่อนๆให้เห็น
“คือว่าตอนนี้เราติดต่อคนที่้าจะซื้อการ์ดของคุณลูกค้าได้แล้วนะครับ”
คำกล่าวนั้นเองที่ทำให้โจ๊กต้องเลิกคิ้วขึ้น
“ได้แล้วเหรอครับในราคาสิบล้านเนี่ยนะครับ?”
ว่าแล้วก็ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองจึงทำให้รู้ว่ามันเพิ่งจะผ่านไปแค่ 5นาทีเท่านั้นเองภายหลังจากที่คุณผู้จัดการคนนี้อาสาจะเป็คนกลางขายการ์ดให้แก่เขาโจ๊กอยากจะรู้นักว่ามันมีมนุษย์คนไหนกันที่ใช้เวลาแค่ห้านาทีในการตัดสินใจจ่ายเงินสิบล้านเพื่อการ์ดใบเดียวอย่างนี้
“เออมันมีปัญหาเื่ราคานิดหน่อยน่ะครับคุณลูกค้า”
คุณผู้จัดการยิ้มเจื่อนๆจนทำให้โจ๊กชะงัก
“ปัญหาอะไรเหรอครับหรือว่าเขาจะขอต่อราคา?”
ก็แหงล่ะตั้งสิบล้านเป็ใครก็คงจะต้องขอต่อราคากันบ้าง
“คือมันไม่ใช่เื่ต่อราคาหรอกครับแต่ว่ามีลูกค้าหลายท่านให้ความสนใจและกำลังแย่งกันเพื่อซื้อการ์ดจากคุณอยู่น่ะครับตอนนี้มันก็เลยกลายเป็งานประมูลกันย่อมๆ ไปแล้วเพราะฉะนั้นราคามันคงจะสูงกว่าสิบล้านแน่ๆ ครับ”
มันไม่ได้มีแค่คนเดียวเว้ยเฮ้ย!
โจ๊กะโลั่นในใจมันมีมนุษย์หลายรายเลยด้วยที่อยากจะเสียเงินสิบล้านเพื่อการ์ดใบนี้แถมตอนนี้กลายเป็งานประมูลไปแล้วนั่นเท่ากับตอนนี้มันยังเป็การ์ดที่หามูลค่าไม่ได้อีกด้วย!
“ตอนนี้ทางสำนักงานใหญ่ก็เลยกำลังเป็คนกลางประมูลการ์ดสโนว์เบลให้อยู่นะครับเราจึงอยากจะให้คุณลูกค้ารออีกซักสิบนาทีน่ะครับแล้วก็ตอนนี้มีนักข่าวหลายสำนักเดินทางมาเพื่อรอทำข่าวการซื้อขายในครั้งนี้ด้วยน่ะครับผมเลยมาถามว่าคุณลูกค้าสะดวกจะไปให้ทางนักข่าวสัมภาษณ์มั้ยครับ?”
“นักข่าว?”
ได้ยินเพียงเท่านั้นโจ๊กก็เลิกคิ้วขึ้นมาทันใดก่อนที่เขาจะเดินผ่านคุณผู้จัดการคนนั้นไปชะโงกหน้าผ่านกำแพงตรงทางเข้าห้องน้ำกระทั่งได้เห็นว่าภายในร้านการ์ดแฟ็คทอรี่แห่งนี้มันไม่ได้มีเพียงลูกค้าปกติทั่วไปอีกแล้วตอนนี้มันมีทั้งกล้องและนักข่าวจำนวน 5-6 คนมายืนรออยู่ด้วย
“น...นี่นักข่าวมาทำไมกันเยอะแยะครับเนี่ย?”โจ๊กรีบหันกลับมาถาม
“ก็ต้องมาทำข่าวสิครับการซื้อขายการ์ดซีเคร็ตแรร์ที่หายากอย่างสโนว์เบลแบบนี้ใช่ว่าจะมีกันบ่อยๆ นะครับเพราะฉะนั้นพอผมแจ้งไปที่สำนักงานใหญ่พวกสายข่าวที่รู้เื่ก็รีบพุ่งมาที่นี่เลยล่ะครับ”
“หมายความว่าต้องออกทีวี?”
“ยิ่งกว่านั้นอีกครับทั้งลงหนังสือพิมพ์ และอาจจะถูกสัมภาษณ์ด้วยนะครับ”
ได้ยินคำยืนยันทั้งรอยยิ้มนั้นแล้วโจ๊กก็ถึงกับเบ้ปากแค่ต้องเข้ามาวนเวียนอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักนี้ก็ปวดหัวจะแย่แล้ว จู่ๆจะต้องไปนั่งสัมภาษณ์แบบนั้นเขารู้สึกว่าตัวเองจะกลายเป็คนโง่ในสายตาคนอื่นชอบกลเพราะฉะนั้นอะไรที่หลีกเลี่ยงได้ก็ขอละเว้นไว้จะดีกว่า
“เป็ไปได้ผมขอไม่โผล่หน้าไปให้เขาเห็นได้มั้ยครับผมไม่ค่อยอยากออกข่าวน่ะครับ”
“เอาจริงเหรอครับคุณลูกค้าโอกาสแบบนี้ใช่ว่าจะมีบ่อยๆ นะครับ?”
ผู้จัดการดูแปลกใจเพราะนี่จะเป็โอกาสให้ตัวเขาได้ดังเชียวนะ
“ครับถ้ายังไงหากติดต่อกับคนซื้อได้แล้ว ค่อยให้เขามาคุยกับผม ...อ่าแบบส่วนตัวได้มั้ยครับ?”
คุณผู้จัดการดูมีสีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไรเขาอยากให้การซื้อขายนี้อยู่ในสายตาของสื่อเพื่อที่จะได้ช่วยโปรโมทร้านไปในตัวด้วยแต่ยังไงเสียเขาก็ต้องตามใจลูกค้า เพราะเพียงเท่านี้ร้านแห่งนี้ก็ได้หน้ามากพอแล้วในฐานะที่เป็คนกลางในการซื้อขายครั้งใหญ่เช่นนี้
“เข้าใจแล้วครับถ้าเช่นนั้นผมจะให้คุณไปรอในห้องรับรองที่ชั้นสามนะครับเมื่อปิดดีลได้แล้วทางเราจะแจ้งให้ทราบ และผู้ซื้อจะเดินทางมาเจรจากับคุณด้วยตนเองเพราะฉะนั้นช่วยรอซักครู่นะครับ”
“ครับ”
ตอนนี้โจ๊กชักไม่มั่นใจแล้วว่าตัวเขานั้นโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่จู่ๆ มันก็มีเงินสิบล้านมากองให้ถึงหน้าใน่เวลาที่เขา้าเงินที่สุดแบบนี้แต่มันกลับตามมาด้วยเื่วุ่นวายมากมายที่ทำให้เขารู้สึกอึดอัดแปลกๆสุดท้ายเ้าตัวจึงได้แต่ต้องตั้งสติและเดินตามผู้จัดการคนนั้นที่นำทางขึ้นไปบนห้องรับรองตรงชั้นสามเงียบๆ
โจ๊กถูกพามานั่งในห้องรับรอง ภายในเป็ห้องสีขาวเล็กๆที่มีเพียงชุดเก้าอี้รับแขก และโต๊ะสำหรับวางเครื่องทำกาแฟ กับโทรทัศน์ติดพนังขนาดย่อมๆที่กำลังเปิดรายการตลกที่มีเสียงหัวเราะแว่วออกมาในแบบที่ไม่ได้ช่วยให้ใบหน้าของโจ๊กเปลี่ยนไปได้เลยสิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้มีแต่เฝ้าทบทวนบอกตัวเองว่าเขามาทำอะไรอยู่ตรงนี้กันแน่
ดวงตาก้มลงมองการ์ดัขาวที่ชื่อว่า“สโนว์เบล” ในมือเขม็งอีก นึกสงสัยจริงๆ ว่าเ้าการ์ดัขาวที่ใบนี้น่ะเหรอที่มีค่ามากขนาดสิบล้านบาทได้?
“แค่การ์ดเกมเนี่ยนะจะทำเงินได้มากขนาดนี้?”
นั่นเป็คำถามที่ยังคงสลัดออกไปจากหัวของเขาไม่ได้เสียที
แม้ว่าเงินที่จะได้มาจากการขายการ์ดใบนี้นั้นมันจะช่วยให้เขานำไปทำอะไรได้หลายอย่างทั้งการไปเรียนต่อต่างประเทศ ได้สานต่อความฝันให้เขาทำงานด้านวรรณกรรมหรือจะเอาไปเป็ทุนเปิดสำนักพิมพ์เองยังได้ด้วยซ้ำแต่มูลค่าของมันนั่นล่ะที่ทำให้เขารู้สึกคาใจ
คิดมาถึงตรงนี้ จู่ๆโทรทัศน์ตรงหน้าก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาจนน่ารำคาญโจ๊กจึงหันไปคว้าเอารีโมทที่อยู่ตรงโต๊ะรับแขกด้านหน้าขึ้นมาเพื่อกดเปลี่ยนช่องไปดูอย่างอื่นจริงอยู่ว่าเขาไม่อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ในนี้ให้รู้สึกกังวลแต่ไอ้เสียงหัวเราะจากรายการตลกนี่มันก็ทำให้เขาหัวเสียจนเกินไป
“นั่นล่ะครับ ฮาล์ฟ*ตัวสุดท้ายที่คิงเลือกออกมาก็คือ แบล็คดราก้อนลินก้า ครับ!”
กระทั่งเ้าตัวเปลี่ยนช่องมาที่ “AOS-Station” ช่องที่เป็ของบริษัทไวท์ไนท์ซึ่งจะถ่ายทอดรายการเกี่ยวข้องกับเื่ของ AOS อยู่ตลอดทั้งวันและนี่คงจะเป็บันทึกเทปการแข่งขันอะไรซักอย่างที่นำมาฉายในเวลานี้อย่างแน่นอนเพราะในโทรทัศน์นั้นกำลังฉายภาพไปที่สเตเดี้ยมแห่งหนึ่งที่มีผู้ชมในสนามจำนวนมากหลายหมื่นคนอยู่ในนั้น
กล้องถูกจับไปที่ภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งอายุน่าจะราวๆ20 กลางๆผมสั้นสีน้ำตาลสวมสูทสีดำและสะบัดมือออกก่อนจะเรียกเอาัตัวใหญ่ั์สีดำให้พุ่งทะยานออกมากลางอากาศได้ัสีดำนั้นสยายปีกบินขึ้นไปตรงใจกลางอารีน่าแห่งนั้นเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมในสนามได้เป็อย่างดี
“ใช้ภาพโฮโลแกร็มสร้างออกมาได้ขนาดนี้เลยเหรอ?”
โจ๊กรำพึงในใจแค่เห็นผ่านจอโทรทัศน์ยังต้องรู้สึกทึ่งถ้าหากได้ไปเห็นเ้าัสีดำตัวนี้บินในสนามด้วยตาตัวเองคงจะรู้สึกอลังการกันน่าดูเชียว
“เป็บริษัทเกมที่ลงทุนกันเหมือนเคยเลยนะ”
มันไม่ใช่ครั้งแรกที่โจ๊กได้เห็นการถ่ายทอดสดการแข่งขันของAOS อย่างเป็ทางการแบบนี้ก่อนหน้านี้เขาเองก็เคยต้องทนดูอยู่กับไอ้ทิตย์ในอพาร์ตเมนต์ของเขามาแล้วการแข่งขันโปรลีกของ AOS นั้นขึ้นชื่อเื่ความสนุกตื่นเต้นเป็ไหนๆด้วยวิทยาการที่ล้ำยุคของพวกเขานั้นสามารถสร้างเอาตัวละครจากในการ์ดให้โผล่ออกมามีรูปลักษณ์จริงๆได้ด้วยภาพโฮโลแกร็มแบบเสมือนจริงและนำพวกมันมาต่อสู้กันในอารีน่าขนาดใหญ่ที่จะมีลานประลองกว้างพอๆ กับสนามฟุตบอลแต่จะมีนักกีฬาเพียงสองคนที่ห้ำหั่นกันจากคนล่ะฝั่งโดยเรียกเอาสัตว์ประหลาดในการ์ดของพวกเขามันสู้กัน
อย่าเช่นในครั้งนี้ที่มีนักกีฬาสองคนที่ต่างสวมสูทสีดำและขาวจากคนล่ะฝั่งเรียกเอาสัตว์ประหลาดสองตัวมาสู้กันกลางสนามโดยที่ฝั่งหนึ่งคืองูที่มีขนาดใหญ่ั์มีร่างกายเป็เหล็กดูน่าเกรงขามกับอีกฝั่งที่เป็ัตัวสีดำสยายปีกบินอยู่กลางอากาศกับดวงตาสีแดงฉานที่น่ากลัว
สัตว์ประหลาดทั้งสองตัวพุ่งเข้าปะทะกันพร้อมกับการใช้งานการ์ดสารพัดชนิดจากนักกีฬาทั้งสองฝั่งจนเกิดเอ็ฟเฟ็คอลังการมากมายกับการต่อสู้ที่ดุเดือดแน่นอนว่าโจ๊กแทบจะดูไม่รู้เื่เลยและหากมองให้เป็หนังที่มีสัตว์ประหลาดสองตัวปะทะกันอยู่มันก็พอจะบอกได้ว่า “มันส์”อยู่หรอก แต่กติกามากมายของเกมมันทำให้เขาไม่รู้เื่
กระทั่งการต่อสู้สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของนักกีฬาที่ควบคุมัสีดำตัวนั้น
และภาพก็ตัดมาที่ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลที่สวมสูทสีดำคนนั้นพร้อมกับกราฟฟิกของโทรทัศน์ที่ขึ้นชื่อมาว่า...
King
WRK-1
W-18 L-0 D-0
“นี่เป็อีกการแข่งขันที่คิงได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสมราคาของผู้เล่นอันดับหนึ่งของโลกแค่ไหนด้วยชัยชนะ 18 ครั้งติดต่อกันของโปรลีกในปีนี้ยังคงทำให้เขาเป็ผู้เล่นที่มีสถิติไร้พ่ายของโปรลีกติดต่อกันสามปีจนถึงตอนนี้ผมยังมองไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีใครหน้าไหนมาโค่นาาของเราลงไปได้ผมไม่นึกแปลกใจเลยทีทีมแพทริออตนั้นจะต่อสัญญาค่าตัวของคิงให้สูงไปถึงสามแสนเหรียญต่อสัปดาห์ เช่นนี้และคิงก็ได้ตอบแทนให้เห็นแล้วว่าฝีมือของเขานั้นคุ้มค่าทุกเพนนี มีข่าวว่าตอนนี้เขากำลังจะได้เป็สปอนเซอร์ให้กับสินค้าอีกหลากหลายชนิดจนทำให้เขาจะกลายเป็นักกีฬาอีสปอร์ตที่ทำรายได้สูงสุดตลอดการด้วยสถิติปีล่ะ100 ล้านเหรียญ ได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ ครับ”
คำอธิบายนั้นทำให้โจ๊กที่ฟังอยู่ต้องถึงกับอึ้งจนอ้าปากค้างออกมาโดยไม่รู้ตัวอันที่จริงเขาเองก็ไม่เคยใส่ใจเื่ข้อมูลของนักกีฬาสายอีสปอร์ตแบบนี้มาก่อนแต่นักกีฬาคนหนึ่งที่สามารถทำเงินได้สูงสุดต่อปีถึง 100ล้านเหรียญนี่มันเป็อะไรที่น่าเหลือเชื่อมากเห็นได้ชัดเลยว่ากีฬาอีสปอร์ตนั้นได้รับความนิยมแค่ไหน!
“ถ้าหากนี่เป็เื่จริง ราคาของแกที่สูงถึงสิบล้านก็คงจะเป็อะไรที่เล็กจิ๋วเป็ขี้ฝุ่นไปเลย”
โจ๊กก้มลงพูดกับการ์ดสโนว์เบลในมือของเขากระทั่งทำได้เพียงแค่ถอนใจและเงยหน้าขึ้นมองโทรทัศน์อีกครั้งซึ่งภาพก็จับมายังผู้ชายที่ชื่อ “คิง” คนนั้นอีกครั้งดูแล้วเขาน่าจะเป็ชาวอเมริกัน หน้าตาก็จัดว่าหล่อเหลาทีเดียวบุคลิกดูเยือกเย็นน่าเกรงขาม
“วันนี้การแข่งขันของคุณเป็ที่น่าพอใจมากและอีกเพียงเกมเดียวเท่านั้นมันก็จะเป็การปิดโปรลีกประจำปีนี้แล้วแน่นอนว่าคุณกำลังจะได้เป็แชมป์อย่างไม่มีข้อกังขา มีอะไรอยากจะพูดมั้ยครับคิง?”
นักข่าวในโทรทัศน์นั้นยื่นไมค์โครโฟนไปให้กับชายที่ชื่อคิงคนนั้นเขาเพียงนิ่งไปกับคำถามเพียงไม่นานกระทั่งชายที่ดูน่าเกรงขามคนนั้นก็เผยรอยยิ้มขึ้นและกลับดูอ่อนโยนลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“นักกีฬาทุกคนที่อยู่ในลีกปีนี้มีฝีมือที่สูงมากครับมีหลายเกมที่ผมรู้สึกตึงเครียดและยากที่จะผ่านมาได้แต่เมื่อมาถึงตรงนี้ได้ผมรู้สึกโล่งใจที่ทำได้ตามเป้าที่หวังไว้ครับที่ชัดเจนว่าปีนี้คะแนนในตารางลีกนั้นน่าจะเป็ของผมแล้วเพราะฉะนั้นผมหวังว่าปีหน้าผมจะได้เจอกับคู่แข่งที่ทำให้ผมเล่นการ์ดได้อย่างสนุกเหมือนกับปีนี้อีกครั้งไม่เพียงแค่นักกีฬาหน้าเก่าเท่านั้น แต่นักกีฬาหน้าใหม่ๆที่กำลังจะเริ่มต้นก็อาจจะก้าวขึ้นมาในตำแหน่งของผมได้ที่ผมยังสามารถยืนอยู่ตรงจุดนี้ได้มันไม่ใช่เพียงโชคเท่านั้นแต่มันคือความพยายามของผม และใครก็ตามที่ทุ่มเทพยายามได้มากกว่าผมคุณก็อาจจะมายืนตรงจุดนี้แทนที่ผมได้ผมจะเฝ้ารอทั้งซัมมอนเนอร์หน้าเก่าและหน้าใหม่ให้มาท้าชิงตำแหน่งาาของผมต่อไปเพราะถ้าผมทำได้คุณก็ทำได้”
คำตอบแบบดูเป็ทางการนั้นทำให้โจ๊กต้องพยักหน้ารับเล็กๆยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเป็การแข่งขันของมืออาชีพที่เอาจริงเอาจังในเกม AOS เป็อย่างมาก ทั้งการจัดโปรลีกอาจจะรวมไปถึงเื่สปอนเซอร์มันจึงทำให้นี่เป็กีฬาชนิดหนึ่งที่ได้รับการยอมรับจากแฟนๆ ทั่วโลกสูงมากและผู้ชายคนนี้ก็คือจุดสูงสุดของโลกซึ่งไม่น่าแปลกอะไรที่พี่แกจะมีรายได้ถลมทลายเสียขนาดนั้น
“เป็โลกที่ฉันไม่เข้าใจจริงๆนั่นล่ะ”
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ไม่ทันไรจึงมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นโจ๊กชำเลืองสายตาไปมองกระทั่งได้เห็นบานประตูนั้นเปิดกว้างออกมา โดยมีคุณผู้จัดการร้านเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้างพร้อมกับพนักงานสาวอีกสองสามคนที่ถือกล้องถ่ายรูปมาด้วย
“ต้องขอโทษที่ให้รอนะครับคุณลูกค้าการประมูลจบลงแล้วล่ะครับ”
ข่าวดีนั้นทำให้โจ๊กยิ้มออกเขาลุกขึ้นยืนพร้อมกับคุณผู้จัดการที่เดินเข้ามาหา
“แล้วเป็ยังไงบ้างครับ?”
“ตอนนี้ได้ข้อสรุปแล้วครับว่าการ์ดของคุณจะได้ขายออกไปในราคา20 ล้านบาทน่ะครับ”
“ยี่สิบ?!”
จำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นเป็สองเท่านั้นทำเอานายโจ๊กถึงกับสะดุ้งทีแรกว่าสิบล้านนี่มันก็น่าใมากพอแล้ว พวกพี่ๆ ไปคุยกันอีท่าไหนครับยอดเงินมันถึงได้พุ่งพรวดขึ้นไปสูงลิบขนาดนั้นได้!?
“นี่พูดจริงเหรอครับ?”
“จริงแท้แน่นอนครับ”ผู้จัดการคนนั้นยิ้มแฉ่ง“แล้วที่สำคัญคนที่จะขอซื้อสโนว์เบลกับคุณลูกค้าก็คือโปรเพลยเยอร์ชื่อดังอย่างไวเปอร์ ด้วยนะครับ”
“ไวเปอร์?” โจ๊กเลิกคิ้วก่อนจะส่ายหน้าเนือยๆ“อ่า ขอโทษด้วยนะครับพอดีผมไม่ค่อยจะรู้เื่ของ AOS เสียเท่าไรหรอกครับ ผมก็เลยไม่รู้จักชื่อของโปรเพลย์เยอร์น่ะครับอีกอย่างเขาไม่ใช่คนไทยเหรอครับ?”
“อ๋อ เขาเป็คนไทยครับส่วนชื่อไวเปอร์นั่นมันเป็ชื่อในวงการน่ะครับ ซัมมอนเนอร์ทุกคนจะต้องมีชื่อใน AOS อยู่แล้วน่ะครับ” คุณผู้จัดการดูมีสีหน้าจ๋อยๆ“แต่ก็ไม่เป็ไรหรอกครับ ยังไงเขาก็เป็ผู้เล่นชั้นแนวหน้าของประเทศไทยแล้วก็มีทุนสำหรับการเทรดดิ้งที่หนามากคนหนึ่งครับ เขาสังกัดอยู่ในทีม เรดเมจิกที่เป็ทีมอันดับต้นๆ ของประเทศไทยด้วยครับ เพราะฉะนั้นวางใจได้เลยครับว่าทางนั้นจะทำการเทรดด้วยอย่างเป็ธรรมแน่นอนครับ”
ยิ่งฟังก็ยิ่งสงสัยนายจักรรินทร์จึงได้แต่พยักหน้ารับไปส่งๆ ทั้งอย่างนั้นเอง
“แล้วเขาจะมาเมื่อไรล่ะครับผมจะได้เจรจาไปให้จบๆ เสียที”
คิดแล้วก็รู้สึกว่าอยากจะกลับบ้านออกไปจากโลกที่ยุ่งเหยิงนี้ยังไงชอบกล
“อ๋อ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ คุณไวเปอร์คนนั้นกำลังจะเดินทางมาถึงที่นี่ในอีกไม่กี่นาทีนี่ล่ะครับโชคดีว่าออฟฟิศของทีมเรดเมจิกอยู่ใกล้ๆ แถวนี้พอดีน่ะครับ”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
พูดจบประโยคไปได้ครู่เดียวเท่านั้นเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับพนักงานชายคนหนึ่งที่โผล่หน้าเข้ามาเพื่อพยักหน้าส่งสัญญาณกับผู้จัดการเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเองตาลุงคนนี้ก็ยิ้มกว้าง
“นั่นไงล่ะครับเขามาถึงพอดีถ้ายังไงเตรียมคุยกันได้เลยครับ”
ได้ยินดังนั้นแล้วโจ๊กจึงพยักหน้ารับจ้องมองตรงไปยังประตูห้องอย่างเฝ้ารอ กระทั่งประตูเปิดกว้างขึ้นพร้อมกับร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินอาดๆเข้ามาด้วยท่าทางที่ยืดอกหลังตรงใบหน้าที่จ้องมองตรงนั้นแสดงให้เห็นถึงความมั่นอกมั่นใจ เขาเป็ชายหนุ่มอายุราวๆ20 กลางๆ ผมสั้นสีดำแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงแสลกสีดำดูเรียบร้อยพร้อมกันนั้นในมือก็ถือกระเป๋าเหล็กทรงสี่เหลี่ยมติดตัวเข้ามาด้วย
“สวัสดีครับคุณไวเปอร์ทางเรากำลังรออยู่เลย”
“อือ”
ชายหนุ่มคนนั้นขานรับผู้จัดการด้วยน้ำเสียงห้วนๆด้วยท่าทางที่มั่นอกมั่นใจนั้นทำให้ดูไม่ค่อยจะมีสัมมาคารวะเสียเท่าไร ทั้งๆที่ดูยังไงแล้วคุณผู้จัดการคนนี้ก็น่าจะแก่กว่ามากแท้ๆแค่เห็นโจ๊กก็รู้สึกเลยว่าหมอนี่น่าจะเป็พวกหัวสูงที่ชอบมองกดชาวบ้านพอดู
“แล้วไหนล่ะคนที่อยากจะขายการ์ดใบนั้นน่ะ?”
ชายที่ชื่อ “ไวเปอร์”คนนั้นเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วนๆ จนคุณผู้จัดการรีบผายมือไปมาทางโจ๊ก
“ท่านนี้ล่ะครับ”
ได้ยินดังนั้นเ้าหมอนี่ก็หันมามองเขาด้วยสายตาที่ไม่ยี่หระเป็สายที่โดนจ้องแล้วเหมือนกำลังโดนดูถูกอยู่ยังไงก็ไม่รู้
“นายเองน่ะเหรอ?” เ้าไวเปอร์ถาม “ดูๆไปแล้วคงจะไม่ใช่คนที่เล่นการ์ด AOS ล่ะสิท่า ก็น่าอยู่ล่ะท่าทางไม่ให้เลยซักนิด มิน่าล่ะนายถึงได้ไม่รู้คุณค่าของการ์ดใบนี้แล้วเดินดุ่ยๆเอามาขายในการ์ดแฟ็คทอรี่แบบนี้รู้รึเปล่าว่าการกระทำของนายมันทำให้พวกเราหัวหมุนกันแค่ไหน ....น่าหงุดหงิดจริงๆ”
มาถึงก็พูดเอาฉอดๆเสียจนโจ๊กได้แต่กะพริบตาปริบๆ เหมือนกับว่าเขาทำอะไรผิดอย่างนั้นล่ะ ใจก็นึกอยากจะย้อนกลับไปเหลือเกินว่าทีแกล่ะยังใช้ชื่อ “ไวเปอร์” โง่ๆ อะไรนั่นได้เลย
“แล้วไหนล่ะการ์ดสโนว์เบลน่ะ?”
เ้าไวเปอร์คนนี้พูดด้วยท่าทางวางอำนาจอยู่มากโขและโจ๊กก็ต้องข่มอารมณ์อย่างมากที่จะเงียบต่อไป เขาเพียงยื่นการ์ดใบนั้นออกมาให้เห็นและเ้าหนุ่มยโสคนนี้ก็ตั้งท่าจะเดินเข้ามาหยิบ
“ยังไม่ได้นะครับคุณไวเปอร์”แต่คุณผู้จัดการกลับห้ามเอาไว้เสียก่อน “ตอนนี้การซื้อขายยังไม่ลุล่วงคุณไม่มีสิทธิ์ที่จะจับ้า์ดของคู่ค้าเด็ดขาดคุณต้องตกลงกันให้เสร็จก่อนถึงจะมีสิทธิ์แตะต้องมันได้ครับนี่เป็กฎการซื้อขายของเราครับ”
“ชิ! เพราะแบบนี้ฉันถึงได้รำคาญี้เีจะต้องมาวุ่นวายซื้อขายใน CF แบบนี้” พูดอย่างไม่สบอารมณ์แล้วเ้าหมอนี่ก็โยนกระเป๋าโลหะของเขาลงบนโต๊ะรับแขก“เอ้า! นี่คือเงินสดจำนวนยี่สิบล้านตามที่พวกเราตกลงกันเอาไว้บอกซะก่อนนะว่าจะไม่มีการต่อรองราคามากไปกว่านี้แล้ว รีบๆ นับมันซะสิ”
ว่าแล้วเ้าไวเปอร์ก็หันหน้าไปมองพนักงานสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังของคุณผู้จัดการคนนั้นให้รีบทำหน้าที่นับเงินในกระเป๋านั้นให้จบๆไปเสียที ซึ่งแม่สาวจ้าวคนนั้นก็คือพนักงานสาวคนเดียวกับที่แนะนำให้โจ๊กใช้เครื่องซื้อขายอัตโนมัติก่อนหน้านี้เธอดูจะมีสีหน้าขุ่นเคืองที่โดนชี้นิ้วสั่งแบบนี้แต่ผู้จัดการก็ใช้ศอกสะกิดให้รีบๆ ทำงานให้จบๆ ไป
“คือว่าตามกฎการซื้อขายใน CF หรือการ์ดแฟ็คทอรี่ระหว่างซัมมอนเนอร์ด้วยกันน่ะเราจะใช้เงินสดในการแลกเปลี่ยนเท่านั้นน่ะครับเพื่อป้องกันการโกงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หวังว่าคุณลูกค้าคงไม่มีปัญหาอะไรนะครับ?”
คุณผู้จัดการหันมาถามโจ๊กด้วยรอยยิ้มซึ่งเขาเองคิดว่ามันคงมีปัญหานิดหน่อยที่ต้องเอาเงินไปเข้าธนาคารในจำนวนมากขนาดนั้นแต่มันก็ไม่ใช่อะไรที่ร้ายแรงนักหรอกเขาจึงพยักหน้ารับไป
“จะไปมีปัญหาอะไรได้เงินตั้งยี่สิบล้านเสียขนาดนี้ สามล้อถูกหวยชัดๆ”
คำเหน็บแนมจากเ้าไวเปอร์ดูจะขัดหูชาวบ้านเอาเสียมากๆแม้แต่คุณผู้จัดการยังต้องยกมือขึ้นเกาหน้าแบบเอือมระอาไปอีกคนกระทั่งพนักงานสาวสวยคนนั้นเริ่มต้นเปิดกระเป๋าและนับเงินให้เห็นกันต่อหน้าจำนวนแบงค์พันที่มัดเป็ปึกหนาเรียงกันเป็ตับนั้นทำให้โจ๊กต้องเผลอกลืนน้ำลายเอื้อกเพราะทั้งชีวิตเขาไม่เคยเห็นเงินมากองรวมกันมากขนาดนี้มาก่อนเลย
พนักงานสาวคนนั้นเริ่มต้นวางปึกธนบัตรลงไปในเครื่องนับแบบสากลที่ธนาคารใช้กันเช่นเดียวกับพนักงานอีกคนที่ถ่ายวิดีโอเพื่อบันทึกภาพไว้คาดว่าคงใช้เป็หลักฐานในการซื้อขายครั้งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
“ถามจริงเถอะนายไปหาการ์ดใบนี้เจอได้ที่ไหนเนี่ย?”
เ้าไวเปอร์นั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนๆขณะที่เดินไปหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้โซฟาชนิดที่ไม่คิดจะมองมาทางโจ๊กด้วยซ้ำแล้วเ้านั่นก็หยิบเอาบุหรี่ขึ้นมาจุดไฟในท่าทางสบายอารมณ์ชนิดที่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามีคนอยู่รอบด้าน
“เออ คือผมบังเอิญเปิดซองเจอน่ะครับ”
โจ๊กตอบแบบง่ายๆขืนไปบอกว่าได้ซองมาฟรีจากโปรโมชั่นในร้านสะดวกซื้อคงโดนหัวเราะเยาะใส่แน่
“เหอะ! สามล้อถูกหวยจริงๆ นั่นล่ะ” เ้าไวเปอร์สำลักลมใส่“แต่นายก็คิดถูกแล้วที่นำมันมาขายให้กับฉันเพราะขืนต้องปล่อยให้การ์ดล้ำค่าแบบนี้ไปตกอยู่ในมือของนายน่ะมันคงจะน่าสงสารเอาเื่สู้ให้มาอยู่ในมือของฉันนี่ล่ะดีที่สุดแล้วฉันจะเปลี่ยนให้มันเป็สุดยอดการ์ดที่จะทำให้ฉันทั้งโด่งดังและมีรายได้มากกว่านี้เป็สิบๆเท่า”
คำพูดที่ไม่ลื่นหูเอาเสียเลยทำเอาทุกคนในห้องได้แต่ยิ้มเจื่อนๆส่วนโจ๊กก็ชักจะหน้าตึงเพราะมันเหมือนกับว่าเขาเป็คนที่กราบขอร้องที่จะขายการ์ดใบนี้ให้เ้าหมอนี่อย่างไรชอบกลทั้งๆ ที่เขาแทบจะไม่รู้เื่อะไรเลย ท่ามกลางเสียงของเครื่องนับธนบัตรมันจึงก่อเป็ความเงียบที่ตึงเครียดขึ้นมาเรื่อยๆ
“ว่าแต่นายน่ะ ดูหน้าตาแล้วน่าจะอายุ20 กว่าๆ แล้วนี่ ทำงานอะไรล่ะ?”
โจ๊กชะงักไปนิดหนึ่งในคำถามนี้ก่อนที่เขาจะถอนใจอย่างเอือมระอา
“ผมเพิ่งเรียนจบกำลังหางานทำอยู่ครับ”
“อ๋อ ตกงานสินะ”
พูดแล้วก็ยิ้มเยาะจนทำเอาเ้าคน“ตกงาน” ได้แต่กะพริบตาปริบๆก่อนจะหันไปมองหน้ากับคุณผู้จัดการที่ยิ้มเจื่อนออกมาพอๆ กันถึงตอนนี้โจ๊กแทบจะไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะมีใครที่ไร้มารยาทขณะที่เพิ่งจะเคยเจอหน้ากันครั้งแรกได้ขนาดนี้
หรือว่าพวกโปรเพลย์เยอร์ของ AOS ทุกคนมันจะมีนิสัยแบบนี้กันหมด?
ไม่สิ ผู้เล่นที่ชื่อ “คิง”ที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ในโทรทัศน์ก็ดูท่าทางสุภาพดี
“แทบไม่อยากจะเชื่อเลยแฮะว่าการ์ดที่ฉันตามมามานานจะมาถูกค้นพบโดยเ้าคนที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยแบบนายพอมาคิดว่าต้องเสียเงินตั้งยี่สิบล้านไปให้นายแล้วมันรู้สึกอยากจะร้องไห้ยังไงก็ไม่รู้แต่ก็เอาเถอะถือซะว่านายน่ะถูกล็อตเตอร์รี่งวดใหญ่ที่ชาตินี้ทั้งชาติก็คงจะไม่มีวันได้อีกแล้วก็ละกันจะเป็พวกตกงานอะไรก็ช่างยังไงใช้เงินยี่สิบล้านนั้นให้คุ้มค่าก็แล้วกัน”
คิดว่าถ่อยแล้วเท่หรือไงวะหมอนี่ไอ้คนแบบนี้มันมีด้วยเหรอเนี่ย?
โจ๊กชักจะเริ่มหงุดหงิดที่โดนดูถูกยังไงชอบกลเ้าหมอนี่จะรวยหรือเป็โปรเพลยเยอร์ฝีมือดีมาจากไหนเขาก็ไม่สนหรอกนะแต่มาวางท่าดูถูกชาวบ้านเขาฉอดๆ แบบนี้มันไม่ใช่เื่แล้วมั้ง?
“ปีนี้ฉันจะต้องไต่อันดับจากลีก C ขึ้นไปให้ได้ โชคดีจริงๆ ที่อยู่ดีๆก็มีไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้เอาสโนว์เบลมาขายให้ขนาดนี้ ถ้ามีเ้าันี้อยู่ล่ะก็ฉันจะคงขึ้นไปในลีก B ไม่สิ ไม่แน่อาจจะไต่ขึ้นไปในลีก Aได้เลยด้วยซ้ำ”
เ้าไวเปอร์เริ่มจะคุยโม้ออกมาเพียงคนเดียวพลางหันไปมองพวกพนักงานสาวๆที่ยืนอยู่ด้านหลัง สายตาของมันดูขี้หลีชอบกลกระทั่งมันหันกลับมาจ้องหน้าโจ๊กที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง
“นายเองก็จงภูมิใจได้เลยนะว่าได้เป็ส่วนหนึ่งของไวเปอร์คนนี้น่ะการ์ดที่นายดันโชคดีไปเจอเนี่ยล่ะจะกลายเป็ตัวเขย่าวงการ AOS เลยคอยดูสิ ตอนนี้ก็คงมีแค่ยัยควีนคนเดียวเท่านั้นที่ถือครองสโนว์เบลอีกตัวหนึ่งเอาไว้...ฉันนี่มันโชคดีจริงๆ”
ว่าแล้วมันก็หัวเราะชอบใจออกมาคนเดียวปากก็พูดจาออกมาในท่าทีที่ไร้มารยาทซ้ำยังพ่นบุหรี่ออกมาปุ๋ยๆ จนพวกสาวๆที่อยู่ในห้องนี้ต่างยกมือขึ้นปิดจมูกรังเกียจไปตามๆ กัน ทั้งสายตาที่มันมองดูถูกและท่าทางข่มกันนั้นมันเริ่มจะทำให้โจ๊กรู้สึกตึงๆขึ้นมาบ้างแล้ว
“เงินครบแล้วค่ะทั้งหมดเป็ธนบัตรหนึ่งพันบาทจำนวน 20 ล้านค่ะ เป็ธนบัตรแท้ทั้งหมด”
ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ในที่สุดพนักงานสาวสวยคนนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เอือมระอาพอๆ กันเขาหันมาพูดกับโจ๊กเพื่อยืนยันถึงจำนวนเงินที่จะทำการซื้อขายกันนั้นถูกต้องและครบถ้วนเธอทำการนำปึกเงินทั้งหมดมัดเป็ฟ้อนและกลับไววางเรียงกันตามเดิมเห็นดังนั้นเ้าไวเปอร์ก็หัวเราะหึ ขยับกระเป๋านั้นไปอ้าเปิดตรงหน้าของโจ๊กทันที
“เอ้า! นี่ล่ะเงินตามข้อตกลงของเราถ้าไม่มีปัญหาอะไรแล้วก็ส่งการ์ดมาให้ฉันซักที”
มันพูดด้วยน้ำเสียงวางก้ามเสียเหลือเกินส่งให้โจ๊กจ้องมองเงินตรงหน้านั้นด้วยอารมณ์ที่แตกต่างไปจากเคย
เดิมทีเขาก็ไม่ได้หิวเงินหรืออยากจะได้เงินพวกนี้นักหนาอยู่แล้วบอกตามตรงว่าทีแรกรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกล็อตเตอร์รี่และกำลังมาขึ้นเงินจริงๆแต่ไอ้ท่าทีของเ้าไวเปอร์นี้มันชวนให้เขารู้สึกหมั่นไส้และโมโหขึ้นมาตะหงิดๆ
มันเป็สายตาที่เหมือนกับเขาเคยเจอมาก่อนหน้านี้ไม่มีผิด
สายตาของคนสัมภาษณ์งานของเขาที่จ้องมองดูถูกเขาและบอกปัดไม่ยอมรับเขาเข้าทำงาน
แค่เห็นไอ้คนที่ชอบดูถูกคนอื่นเพียงเพราะมีฐานะเหนือกว่าหรืออะไรทำนองนี้มันก็รู้สึกโมโหมากพอแล้ว แถมนี่เขายังโดนดูถูกเหยียดหยามสารพัด ทั้งๆที่เขาไม่ได้เป็คนมาขอเงินในส่วนนี้เลย
นี่น่ะเหรอ โปรเพลยเยอร์ ของ AOS?
ไอ้การ์ดใบนี้มันมีมูลค่ามากมายขนาดที่ไอ้คนน่ารังเกียจพรรค์นี้จะยอมจ่ายเงินให้เชียวเหรอ?
ระหว่างที่โจ๊กกำลังคิดสะระตะกับดวงตาที่จ้องมองเงินอยู่เท่านั้นเองจู่ๆ โทรทัศน์ด้านหลังมันก็มีเสียงเพลงของโฆษณาดังขึ้นดวงตาของเขาชำเลืองไปมองจึงได้เห็นว่ามันเป็โฆษณาเครื่องดื่มน้ำอัดลมยี่ห้อดังจ้าวหนึ่งที่พระเอกโฆษณาก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้เล่นอันดับหนึ่งของโลกที่ชื่อ “คิง” คนนั้น
“ถ้าผมทำได้ คุณก็ต้องทำได้”
จู่ๆคำพูดของผู้ชายคนนี้ก็แล่นเข้ามาในหัวของโจ๊กโดยไม่รู้ตัว
อารมณ์ชั่ววูบที่ทำให้เขานั้นหันกลับมามองหน้าเ้าผู้ชายปากเสียที่ชื่อไวเปอร์คนนั้น
“เอ้า! มัวลีลาอะไรอีกล่ะ ส่งการ์ดมาให้ฉันสิ ฉันไม่มีเวลามากนักหรอกนะเดี๋ยวต้องไปออกรายการทีวีด้วย!”
เสียงะโนั้นทำให้โจ๊กเผลอยื่นการ์ดสโนว์เบลนั้นไปให้โดยไม่ทันตั้งตัวเ้าหมอนั่นยิ้มแฉ่งและตั้งท่าจะดึงการ์ดราคายี่สิบล้านนั้นออกไปแต่แล้วจิตสำนึกบางอย่างก็สั่งให้โจ๊กดึงมือของเขากลับมา
“เฮ้ย? อะไรของนาย รีบๆ ส่งมาสิ”
เ้าไวเปอร์ชะงักไปก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องด้วยแบบไม่สบอารมณ์นัก
โจ๊กไม่ได้พูดอะไรออกมาเขาเพียงเอื้อมมือไปปิดกระเป๋าโลหะที่ใส่เงินจำนวน 20ล้านบาท เอาไว้ก่อนจะผลักมันไปหยุดอยู่ตรงหน้าของเ้าไวเปอร์นั้นทันที
“เอาเงินของคุณคืนไปเถอะผมเปลี่ยนใจที่จะไม่ขายมันแล้ว”
“ว่าไงนะ!?”
เ้าปากเสียนั่นถึงกับะโลั่นขณะที่กลุ่มของคุณผู้จัดการเองก็ดูจะใไปด้วย
“คิดจะเล่นตลกอะไรของแก จู่ๆจะเปลี่ยนใจไม่ขายแบบนี้อยากจะมีปัญหาหรือไง?!”
โจ๊กแทบจะไม่สนใจคำพูดนั้น เขาเพียงหันไปมองคุณผู้จัดการด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
“ผมสามารถเปลี่ยนใจไม่ขายได้ใช่มั้ยครับ?”
“หะ...อ..อ๋อ ครับ”คุณผู้จัดการเองก็สตันไปหลายวินาที แต่ก็ตั้งหลักได้ในไม่ช้า “ตามกฎแล้วหากข้อเสนอในการเจรจาซื้อขายนั้นเมื่อคู่ค้าไม่ถูกใจการเจรจาก็สามารถยกเลิกได้จากทั้งสองฝ่ายโดยไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้นครับ”
คำตอบนั้นดูจะทำให้โจ๊กยิ้มอย่างพอใจทว่าในรายของเ้าไวเปอร์นั้นกลับแทบจะหันไปถลึงตามองใส่คุณผู้จัดการคนนั้นเขม็งก่อนที่มันจะรีบหันกลับมามองโจ๊กและแยกเขี้ยวใส่
“คิดจะเล่นแง่อะไรของแกไม่ทราบหรือว่าถ้าคิดจะเรียกเงินมากกว่านี้ก็เกินไปหน่อยมั้ง สำหรับคนอย่างแกแค่ 20ล้านมันก็น่าจะเพียงพอแล้ว รู้จักเจียมตัวเองซะมั่ง!”
“เจียมตัว?”
โจ๊กเลิกคิ้วขึ้นก่อนที่จะหัวเราะหึออกมาเขาเก็บการ์ดสโนว์เบลนั้นลงไปในกระเป๋าเสื้อในที่สุด
“มันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเื่ของเงินทั้งสิ้นครับแต่ผมคงต้องเสียใจไปทั้งชีวิตแน่หากตัวเองต้องมายอมก้มหัวให้กับคนอย่างคุณเพียงเพราะเื่ของเงินจะบอกให้ว่าศักดิ์ศรีของผมน่ะ มันมีค่ามากกว่าเงิน 20 ล้าน ของคุณเสียอีก”โจ๊กพูดพลางจ้องตาฝั่งตรงข้ามเขม็ง“อีกอย่างถ้าการ์ดใบนี้เป็ของล้ำค่าที่มีแต่คนอยากจะได้มันไปจริงๆแล้วล่ะก็ มันคงจะดีกว่านี้หากมันจะได้ไปอยู่ในมือของคนที่มีค่ามากกว่าคนอย่างคุณ”