ตอนที่ 29 ความต่างของประสบการณ์
"ช่างน่าเสียดายด้วยความเป็อัจฉริยะระดับนี้ภายภาคหน้าเ้าย่อมขึ้นสู่จุดสูงสุดในเมืองเมฆครามได้ไม่ยากแต่เ้ากระทำการอุกอาจเกินอภัยได้เ้าจำต้องตายภายใต้เงื้อมมือข้าในวันนี้!!"
"ท่านาุโแห่งป้อมอัคคีอันเกรียงไกร กล่าวชมผู้เยาว์เช่นนี้ ผู้เยาว์รู้สึกปิติเป็อย่างมากแต่น่าเสียดายที่ท่านสร้างความขุ่นเคืองแก่ข้ามากเกินไปหากท่านยอมทิ้งแขนซักข้างไว้ที่นี่ ข้าอาจจะปล่อยให้ท่านกลับไปก็เป็ได้?"
เล้งซานแสยะยิ้มประสานมือพลางโค้งตัวเล็กน้อยการกระทำที่อ่อนน้อมของมันช่างขัดกับคำพูดเชือดเฉือนของมันเป็อย่างมาก!!
"เ้า!!"
ซูจ้าวกายสั่นสะท้านไปด้วยโทสะมันไม่คิดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะกล้ากล่าวถ้อยคำเช่นนี้กับมันด้วยตำแหน่งบุตรชายหัวหน้าพรรคป้อมอัคคีคนก่อน และน้องชายหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันตลอดอายุมีแต่คนสรรเสริญเยินยอมัน ไม่มีใครในเมืองเมฆคราม ไม่ให้เกียรติมันการถูกดูิ่จากผู้เยาว์อายุไม่ถึง 1 ใน 3 ของมันเช่นนี้มีหรือที่มันจะทนรับฟังไหว
"อย่าหวังว่าจะได้เป็ศพที่สมบูรณ์!!!"
ซูจ้าวโคจรพลังลมปราณและทะยานร่างเข้าใส่เล้งซานอีกครั้งปราณอัคคีที่ร้อนแรงห่อหุ่มมือทั้งสองข้างของมัน เมื่อเข้าระยะสิบก้าวจากเล้งซานมันซัดฝ่ามืออัคคีที่ร้อนแรงลงสู่พื้น
"อัคคีผลาญท้องทุ่ง!!"
เปลวเพลิงอัคคีที่ร้อนแรงลุกไหม้เป็วงกว้างกว่าร้อยเมตร โดยมีซูจ้าวเป็ศูนย์กลาง ต้นไม้สองข้างทางลุกไหม้อย่างรวดเร็วเปลวเพลิงสูงกว่า 2 เมตรลุกโชนกลบร่างของเล้งซานหายเข้าไปในกองเพลิงขนาดใหญ่
ซูจ้าวมั่นใจว่าเล้งซานย่อมไม่สามารถหลบเลี่ยงหรือหนีออกจากกระบวนท่าที่ครอบคลุมทั่วพื้นที่เช่นนี้ได้อย่างแน่นอนซูจ้าวเผยรอยยิ้มแห่งผู้ชนะและเหลือบตาขึ้นไปมองเล้งซานเล็กน้อยแต่ภาพที่ปรากฏกลับทำให้มันซีดราวกับไร้โลหิตที่หมุนเวียน
เล้งซานไม่ได้ขยับหลบเลี่ยงแม้แต่น้อยใบหน้าก็ไม่แสดงถึงความร้อนที่ได้รับจากเปลวเพลิงกลับยืนแสยะยิ้มมือทั้งสองข้างไขว้หลังแม้เส้นผมซักเส้นก็ไม่มีทีท่าว่าถูกเผาไหม้แม้ซักนิด
ความจริงแล้วเล้งซานแอบโคจรพลังปราณอัคคีแห่งัและปล่อยออกมาครอบคลุมร่างเป็ชั้นบางๆ เพื่อใช้ป้องกันความร้อนแต่ก็มิได้ปล่อยออกมากพอให้สังเกตเห็นได้
ซูจ้าวแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็นเปลวอัคคีร้อนแรงอันแสนภาคภูมิใจของพรรคมัน กลับมิอาจทำอันตรายแม้เส้นผมเส้นเดียวให้แก่ผู้เยาว์คนหนึ่งตัวมันเองนั้นแม้จะสูญเสียลมปราณในการตามล่าเล้งซานมาตลอดทั้งคืน แต่ก็ยังยอมใช้กระบวนท่าที่ใช้ลมปราณมหาศาลอย่างอัคคีผลาญท้องทุ่ง โดยหวังจะจบการต่อสู้ในทันที
แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็ว่ามันเสียลมปราณทั้งหมดที่เหลือเพียงน้อยนิด แลกกับความสูญเปล่า!!
ในตอนนี้นั้นแม้ใช้ปราณคุ้มกันร่างกายยังทำได้ไม่ถึงสามส่วนของยามปรกติอย่าได้พูดถึงเื่เอาชัยเลย แม้จะหนีออกไปยังนับว่าสาหัสมาก
"จบการแสดงปาหี่ของท่านแล้วหรือยัง าุโซู?"
เล้งซานค่อยๆเดินออกมาจากกองเพลิงพร้อมจิตสังหารที่ลุกโชนทิ้งเปลวเพลิงอันโชติ่ไว้เื้ัของมัน ราวกับปีศาจที่ก้าวออกมาจากขุมนรก
ซูจ้าวนั้นเบิกตากว้างเล็กน้อยจากนั้นก็รวบรวมสติกลับมาสงบอีกครั้ง จริงอยู่ที่มันแทบไม่เหลือลมปราณในร่างแล้วแต่ประสบการณ์ในยุทธภพหลายสิบปีของมันยังคงอยู่!!มีหรือที่มันจะเกรงกลัวต่อผู้เยาว์ที่พึ่งลืมตาดูโลกได้เพียงสิบกว่าปี ((เอ่อออจริงๆมันลืมตาดูโลกได้พันกว่าปีแล้ว ถถถ+))
เล้งซานทะยานร่างพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วโคจรพลังปล่อยหมัดขวาที่อัดพลังสิบส่วนแหวกอากาศมาจนก่อให้เกิดเสียงอย่างน่าหวาดหวั่น
วูบบบบบบบบ
ซูจ้าวเบี่ยงตัวหลบหมัดขวาของเล็งซานเล็กน้อยพลางย่อตัวลง และกระแทกศอกเข้าที่หน้าอกของเล้งซานอย่างจัง!!
ตูมมมมมม!!
เล้งซานกระเด็นถอยกรูดไปร่วมสิบก้าวกระอักเืเล็กน้อยใบหน้าซีดเผือก
'บัดซบ!!ไอแก่นี่มันร้ายจริงๆหากเมื่อครู่โคจรปราณับรรพตไม่ทันมีหวังกระดูกหน้าอกหักหมดเป็แน่!!'
"เ้าเด็กน้อยตอนข้าเดินทางทั่วยุทธภพ เ้ายังไม่เกิดเสียด้วยซ้ำ อย่าคิดว่าข้าไร้ซึ่งลมปราณและจะสังหารข้าได้โดยง่าย!!"
ซูจ้าวกล่าวจบก็ทะยานร่างเข้าหาเล้งซานในทันทีปล่อยเพลงหมัดออกมานับสิบกระบวน ทุกหมัดแฝงด้วยลมปราณชั้นสีเขียวและซัดเข้าใส่จุดตายอย่างแม่นยำ!! เล้งซานโคจรปราณับรรพตตลอดเวลาและใช้สองมือรับกระบวนท่าเป็พัลวัน แทบไม่มีโอกาสได้จู่โจมตอบโต้
ผ่านไปร้อยกระบวนยังไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำ แต่สีหน้าของซูจ้าวนั่นมีอาการอย่างเห็นได้ชัดเพราะลมปราณที่แทบจะหมดสิ้น ซูจ้าวถึงกับขมวดคิ้ว เพราะไม่ว่ามันจะจู่โจมเข้าที่ใดกลับถูกปัดป้องด้วยมือทั้งสองข้างของเล้งซานทั้งสิ้น อีกทั้งใน่หลังของการปะทะเล้งซานยังสามารถสวนกลับมาได้ถึง 3 หมัดทำให้มันไม่อาจประมาณได้แม้ชั่วพริบตา
'อะไรกัน!!การเคลื่อนไหวออกกระบวนของเ้าเด็กบัดซบนี่ ร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ!!'
ซูจ้าวตกตะลึงแต่ยังกัดฟันออกกระบวนท่าต่อไปจนใกล้ถึงขีดสุดของมันแล้ว
และในชั่วเวลาที่ซูจ้าวปรับลมหายใจเพียงน้อยนิดเล้งซานหรี่ตาเล็กน้อย มันสามารถรับรู้ได้ด้วยััแห่งัมันย่อมมิปล่อยโอกาสงามเช่นนี้หลุดไปมันเร่งลมปราณสิบส่วนทันทีและซัดเข้าไปที่ท้องของซูจ้าวทันทีด้วยปราณคุ้มกันที่เหลือเพียงสามส่วนของซูจ้าว มีหรือที่จะหยุดหมัดนี้ของเล้งซานไว้ได้!!
ตูมมมมมมมมมม!!
ซูจ้าวถูกกระแทกกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตรกระอักเืคำโตพ่นออกมาจากปากร่างนั้นกลิ้งตามแรงของหมัดไถลไปกับพื้นโดนไม่มีการตั้งหลักในท่าลงแม้แต่น้อยมันแทบจะครองสติเอาไว้ไม่อยู่หลังโดนหมัดนี้ของเล้งซานเข้าไป
เล้งซานรีบปรับลมปราณหมายพุ่งเข้าไปซ้ำทันทีเพื่อมิให้ซูจ้าวมีโอกาสฟื้นตัวแต่พอพุ่งเข้าไปถึงในระยะสิบก้าวห่างจากซูจ้าวแหวนมิติของซูจ้าวฉายแสงออกมาวูปหนึ่ง ซูจ้าวได้หยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ
เล้งซานชะงักเล็กน้อยเพื่อมองของสิ่งนั้น และพอเห็นสิ่งนั้นชัดเจนเล้งซานเบิกตากว้างและรีบถอยกรูดออกมาหลายสิบก้าวในทันที
'บัดซบ!!เ้าแก่นี่มันมีอาวุธอักขระ!!'