บทที่ 33 แบ่งกันคนละสามชั้นครึ่ง!
ขณะที่ริมฝีปากของเหลิ่งชิงชิวเกือบจะแตะโดน ลู่เฉิงเหวินก็ไม่อาจฝืนทนได้อีก เขาเลี่ยงหลบใบหน้าของเธอ
อีกทั้งปากก็ยังบ่น “ชักช้าร่ำไรอยู่ได้ ไม่มีอารมณ์แล้ว!”
หญิงสาวรู้สึกตกใจเมื่อพบว่าความผิดหวังแรงกล้ากำลังถาโถมเข้าสู่หัวใจของตนเอง
นี่ฉันกำลังทำอะไรลงไป?
ฉันคิดจะจูบลู่เฉิงเหวินงั้นเหรอ?
เขาไม่ยอมให้จูบ ...แต่ฉันกลับรู้สึกผิดหวัง?
อีตาผู้ชายบ้า! ฉันมันน่ารังเกียจนักรึไง?
สามปีที่ผ่านมา ฉันอารมณ์ดีให้คุณเห็นแค่นิดหน่อย คุณก็ดีใจจนกระโดดตัวลอยแล้ว
ทว่าตอนนี้ได้ทีทำหยิ่ง! คิดจะเอาคืนบ้างงั้นเหรอ!
เมื่อหญิงสาวหันไปมองก็เห็นมือสั่นเทาของลู่เฉิงเหวินที่หันหลังให้ตนเองแล้ว
เหลิ่งชิงชิวหัวเราะออกมาเบา ๆ
อีตาทึ่ม! ตื่นเต้นถึงขนาดนั้นเลยเหรอ? เชอะ!... ทำเป็นเก่ง ที่แท้ก็ไม่กล้า สมน้ำหน้าที่เป็นชายโสด
“เอ่อ...”
มือของลู่เฉิงเหวินสั่นอย่างไม่สามารถควบคุมได้ “แค่... แค่นี้ก่อน ผมยังมีธุระ ต้องรีบไปก่อน!”
ลู่เฉิงเหวินทำใจดีสู้เสือ ทว่าเขากลับเดินออกไปราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่าง จากนั้นไม่นานจ้าวกังก็เข้ามาถาม “คุณชายลู่ เป็นยังไงบ้างครับ?”
“หุบปากแล้วรีบไป!”
เหลิ่งชิงชิวเดินตามออกมาทีหลัง พลางตะโกนเรียกลู่เฉิงเหวินโดยไม่สนใจสายตาคนอื่น
“คุณชายลู่!”
ชายหนุ่มหยุดเดิน
“วันหลังถ้าอยากจะจูบก็มาหาฉันนะคะ”
ลู่เฉิงเหวินเห็นใบหน้าสงบราบเรียบ ทว่าแฝงรอยยิ้มแห่งความสาแก่ใจของเหลิ่งชิงชิวแล้วก็กำหมัดแน่น
พวกคุณเป็นผีทวงวิญญาณกันใช่ไหมฮะ!?
“รู้แล้ว” ลู่เฉิงเหวินหมุนตัวได้ก็รีบก้าวเท้าอย่างรวดเร็วราวกับกำลังหนีผี
เพียงแค่มองดูจากด้านหลัง เหลิ่งชิงชิวก็สามารถเดาออกว่าสภาพจิตใจของอีกฝ่ายตอนนี้เป็นอย่างไร หากขณะนี้เขามีล้อติดไฟอยู่ใต้เท้าก็คงจะบินหนีไปแล้ว
หญิงสาวระเบิดหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ
หานเยว่กับคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้วยพากันตะลึง!
สมองของเจ้านาย... ผิดปกติไปแล้วรึเปล่า?
ลู่เฉิงเหวินยังเดินไปไม่ถึงลิฟต์ ทว่าประตูลิฟต์ก็เปิดเสียก่อน เมื่อตำรวจหญิงพร้อมด้วยตำรวจอีกหลายนายออกมาจากลิฟต์ พวกเขาจึงแสดงบัตรประจำตัวให้ลู่เฉิงเหวินดู
“ลู่เฉิงเหวินใช่ไหม?”
เขาอยากจะบ้าตาย!
นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน! วันนี้ทั้งวันไม่ต้องพักกันเลยรึไงฮะ!?
นางเอกอีกแล้วเหรอ?
ให้ตายสิ... หลงอ้าวเทียน... นายปรากฏตัวออกมาเถอะนะ! ฉันจะไม่ขังนายในห้องมืดอีกแล้ว ขอร้องละ!
ถึงแม้นายจะสงบลงไปบ้าง แต่พวกผู้หญิงของนายสลับกันมาเอาเรื่องฉัน!
นางเอกจางเสินเอ๋อร์
ตอนเรียนหนังสือเธอมักจะเอาเรื่องของลู่เฉิงเหวินไปฟ้อง ถ้าในโลกนี้จะมีใครสักคนที่อยากให้เขาระเบิดตัวตายคาถนนละก็ คนคนนั้นต้องเป็นจางเสินเอ๋อร์อย่างแน่นอน!
ความโกรธเกลียดของจางเสินเอ๋อร์ต่างไปจากเหลิ่งชิงขิวกับสวีเสวี่ยเจียว เพราะความโกรธเกลียดของเธอคือความรู้สึกเคียดแค้น
เธอเคียดแค้นคนรวยที่เอาแต่ใจเหมือนกับลู่เฉิงเหวิน เคียดแค้นคนที่รังแกคนไม่เลือกหน้าอย่างลู่เฉิงเหวิน เธอคิดว่าคนอย่างลู่เฉิงเหวินไม่ควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้
ตามบทแล้ว เธอจะต้องปลอมตัวเข้ามาทำงานที่บริษัทของเขาเพื่อหาหลักฐานและคอยตรวจสอบเรื่องชั่ว ๆ ที่เขาทำ แต่กลับโดนจับได้ซะก่อน
ดังนั้นเขาเลยตั้งใจว่าจะทำอะไรบางอย่างกับอีกฝ่าย
หลังวางยาก็เตรียมจุดจบให้เธอจนพร้อมเสร็จสรรพ
ทว่าสิ่งที่แน่นอนที่สุดคือบุตรแห่งโชคชะตา หลงอ้าวเทียน เทพแห่งความยุติธรรมปรากฏตัว!
ในขณะที่เขากำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม หลงอ้าวเทียนก็โผล่ออกมาฆ่าเขาและพาจางเสินเอ๋อร์หนีไป
ส่วนฤทธิ์ของยาในร่างกายของจางเสินเอ๋อร์น่ะเหรอ?
เห็นไหม... บังเอิญไหมล่ะ? ในตัวหลงอ้าวเทียนมันไม่มียาแก้!
หลังจากที่ทำทุกวิถีทาง สุดท้ายก็จนปัญญา ในสถานการณ์เช่นนั้น...
หลงอ้าวเทียนจึงจำใจต้องยอมเสียสละตัวเอง ฝืนทนต่อความละอายแก่ใจ พยายาม... กัดฟัน... ทำในสิ่งที่... ไม่เต็มใจจะทำ... ใช้วิธีแก้พิษที่เกินกว่าจะพรรณนาให้เธอ!
แปะ แปะ แปะ!
มาถึงจุดนี้แล้วก็ควรจะปรบมือให้!
ที่สำคัญคือต่อมาจางเสินเอ๋อร์ติดใจวิธีแก้พิษ!
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เธอเริ่มหลงใหลเคลิบเคลิ้มในกระบวนการ ‘แก้พิษ’ และคิดว่าในโลกนี้มีเพียงอุปกรณ์แก้พิษของหลงอ้าวเทียนเท่านั้นที่แกร่งที่สุด เยี่ยมที่สุด ดีที่สุด เธอไม่อาจถอนตัวได้อีก!
ห่วยแตก!
บทละครตอนนี้ห่วยจนไม่อยากจะพูดถึง!
แต่คนทั่วไปกลับชอบมันมาก!
ลู่เฉิงเหวินรู้
ตามบทละครแล้ว ผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงที่สามารถส่งตนเองไปลงนรกได้อย่างแท้จริง อันตรายที่สุดในบรรดานางเอกทั้งหมด!
จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด!
“อ้าว เพื่อนสมัยเรียน!” ลู่เฉิงเหวินหัวเราะ “ทำไมถึงบังเอิญจัง?”
“มีคนแจ้งความว่าคุณชายใหญ่แห่งตระกูลลู่กระทำการอุกอาจที่นี่อย่างเปิดเผย จะตีกันยังจัดให้มีตารางเวลา เป็นความจริงรึเปล่าคะ?”
ลู่เฉิงเหวินคิดในใจ
‘คราวนี้แย่แล้ว! จางเสินเอ๋อร์เกลียดฉันยิ่งกว่าผู้หญิงคนอื่น ๆ’
‘แต่จะติดก็ตรงที่ตอนนี้ฉันต้องรีบไปช่วยคน จะปล่อยให้เธอมาจับตัวไม่ได้!’
‘ถ้าโดนจับกุม แม่ของเจี่ยงซือหานต้องตายแน่!’
จางเสินเอ๋อร์สะดุ้ง “คุณพูดอะไร?”
“ฮะ? อ๋อ!... ผมบอกว่า เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียน แหะ ๆ... ปล่อย ๆ ไปบ้างสิ! ผมจะบอกให้ เจียวซื่อเหิงคนนั้นน่ะเป็นคนไม่ดี เขาทั้งเล่นการพนันและใช้บริการผู้หญิง ทำความชั่วทุกรูปแบบ ใช้อำนาจรังแกคนอื่น คิดว่าตัวเองมีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้ ทั้งยังหลอกลวงและรังแกผู้หญิง และที่สำคัญที่สุด ...เขาเข้าห้องน้ำไม่ปิดประตู!”
“จะเข้าห้องน้ำแล้วปิดประตูหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของพวกเราค่ะ แต่คุณทำร้ายร่างกายคนอื่น ตอนนี้คุณต้องไปโรงพักกับฉัน”
ลู่เฉิงเหวินเหงื่อตก
“เสินเอ๋อร์...”
“กรุณาเรียกฉันว่าตำรวจจางด้วยค่ะ”
“ครับ คุณตำรวจจาง ผมต้องรีบไปช่วยคนจริง ๆ คุณตำรวจคนดีมีเมตตาปล่อยผมไปได้ไหม? เอางี้ ให้เวลาผมสองชั่วโมง สองชั่วโมงเท่านั้น ผมไปช่วยคนเสร็จจะรีบกลับมามอบตัว!”
“ลู่เฉิงเหวิน คุณรู้กฎหมายใช่ไหม? กฎหมายไร้การต่อรอง ทำตามกฎหมายยังต้องนัดเวลาดูว่าคุณว่างรึเปล่าอย่างนั้นเหรอ? อย่าพูดมาก คุณสามารถปฏิเสธการจับกุมได้ แต่จะต้องมีความผิดเพิ่มอีกหนึ่งข้อหา!”
ฉึบ! ...ลู่เฉิงเหวินโดนใส่กุญแจมือ
“เสินเอ๋อร์ ไม่ใช่สิ! คุณตำรวจจาง ผมรู้ว่าคุณเกลียดคนอย่างผม พูดตามตรงผมก็เกลียดตัวเองมากเหมือนกัน แต่วันนี้ผมต้องรีบไปช่วยคนจริง ๆ ชีวิตคนสำคัญเหนือสิ่งใด! ทุกครั้งที่คุณจับผมก็แค่ไม่กี่ชั่วโมง สุดท้ายจ่ายเงินประกันตัวผมก็ออกไปได้ตลอด แต่ครั้งนี้ผมขอร้องเถอะ ช่วยมองข้ามไปหน่อย ผลบุญของการช่วยชีวิตคนเท่ากับสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น ผมกับคุณแบ่งกันคนละสามชั้นครึ่ง!”
จางเสินเอ๋อร์ไม่ใช่ตำรวจที่เคร่งในกฎระเบียบมากนัก เธอชูนิ้วกลางใส่ลู่เฉิงเหวิน จากนั้นก็หมุนตัวพาเขาเดินออกไป