เช้าวันถัดมา ภายในจวนตระกูลไป๋
“คุณชายรองเ้าคะมีแขกจากตระกูลลู่มาขอพบท่านอีกแล้วเ้าค่ะ” นางบ่าวเอ่ยอย่างลังเลก่อนจะเหลือบมองไป๋อี้เฟยในร่างของหลินซินเหยียน
หลินซินเหยียนในร่างของ ไป๋อี้เฟยที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ถึงกับขมวดคิ้วทันที “พวกเขาไม่ยอมจบจริงๆ ด้วย...”
ไป๋อี้เฟยในร่าง หลินซินเหยียนเดินเข้ามายืนข้างๆ พลางกระซิบ “อย่าเสียอารมณ์ พยายามควบคุมท่าทางของเ้าให้ได้”
“ข้าก็แค่ไม่เข้าใจว่าพวกเขาจะมาหาเื่อะไรอีก!”หลินซินเหยียนพูดอย่างขัดใจ
ไม่นานนักชายวัยกลางคนคนหนึ่งในชุดหรูหราสีดำก็เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มจอมปลอม ลู่หรงบิดาของลู่จินหรง และผู้นำตระกูลลู่
“ท่านอี้เฟยดูเหมือนตระกูลไป๋ของท่านจะเจอปัญหาไม่น้อยใน่นี้นะขอรับ”ลู่หรงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยการเย้ยหยัน
หลินซินเหยียนพยายามตีสีหน้าเรียบเฉยที่สุด“ท่านมาที่นี่เพื่อพูดอะไร ข้าขอให้พูดตรงๆ อย่าอ้อมค้อม”
ลู่หรงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะพูดขึ้น“ข้าก็แค่มาเสนอไมตรี ท่านเองก็รู้ว่าเมืองซางเฉิงนี้ ใครเป็ใหญ่อยู่...”
ไป๋อี้เฟยในร่างของหลินซินเหยียนที่ยืนฟังอยู่ข้างๆกำหมัดแน่นทันที เขาพูดขึ้นเสียงเรียบ “ความหมายของท่านคืออะไร?”
“หึ ข้าแค่จะบอกว่าหากตระกูลไป๋ยอมร่วมมือกับตระกูลลู่ ปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปเอง”
หลินซินเหยียนกัดฟันแน่นเธอรู้ทันทีว่านี่คือแผนการกดดันของอีกฝ่าย แต่เธอไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีแน่นอน
“หากท่านไม่มีธุระอย่างอื่น ข้าว่าท่านกลับไปได้แล้ว”
ลู่หรงชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะอีกครั้ง “เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือนท่านอี้เฟย...เื่นี้อาจไม่จบลงแค่นี้”
หลังจากลู่หรงกลับไปบรรยากาศภายในจวนก็ตึงเครียดขึ้นทันที ไป๋อี้เฟยในร่างของ หลินซินเหยียน เดินมาที่สวนหลังบ้านและหลินซินเหยียนในร่างของ ไป๋อี้เฟย ตามมาด้วยท่าทางหงุดหงิด
“เ้าดูใจเย็นเกินไปหรือเปล่า?”หลินซินเหยียนถามพลางขมวดคิ้ว
ไป๋อี้เฟยถอนหายใจ“การรักษาความสงบเป็เื่สำคัญที่สุด หากเ้าแสดงท่าทีอ่อนแอออกไปพวกเขาจะยิ่งได้ใจ”
“แต่ข้าทนไม่ได้!”หลินซินเหยียนพูดเสียงดัง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ข้ากลัวจริงๆว่าพวกเขาจะทำอะไรอีก...”
ไป๋อี้เฟยหันมามองเธอก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ “เ้าไม่ต้องกลัว ข้าอยู่ตรงนี้”
คำพูดนั้นทำให้หลินซินเหยียนชะงักไปดวงตาของเธอเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนจะรีบเบือนหน้าหนี
“เ้าพูดอะไรของเ้าน่ะข้าไม่กลัวเสียหน่อย!”
ไป๋อี้เฟยยิ้มมุมปาก ก่อนจะพูดขึ้น“ปากแข็ง...”
“เ้า!”หลินซินเหยียนหันกลับมาค้อนเขาแต่กลับเผลอสบตากับดวงตาคมของไป๋อี้เฟยที่จ้องมองมาด้วยความอ่อนโยน
หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวเธอรีบหันหน้าหนีทันที “ข้าว่าข้าจะไปดูร้านยาสักหน่อย!”
ไป๋อี้เฟยมองตามแผ่นหลังของเธอไปก่อนจะยิ้มบางๆ กับตัวเอง
่บ่ายที่ร้านยาซินเซิ่งถังขณะที่หลินซินเหยียนและไป๋อี้เฟยกำลังตรวจยาสมุนไพรอยู่ จู่ๆเสียงเอะอะก็ดังขึ้นจากด้านนอก
“เกิดอะไรขึ้น?” หลินซินเหยียนเอ่ยถามเสี่ยวไป๋ที่วิ่งเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนก
“คุณชายรองเ้าคะ!ท่านผู้ช่วยเถ้าแก่หลี่ถูกใส่ร้ายว่าแอบขโมยยาไปขายที่อื่นเ้าค่ะ!”
หลินซินเหยียนและไป๋อี้เฟยมองหน้ากันทันทีก่อนจะรีบวิ่งไปที่ด้านหน้าร้าน
ที่นั่นพวกเขาพบผู้ช่วยของร้านยาถูกคนของตระกูลลู่จับกุมไว้ พร้อมกับเสียงกล่าวหาดังลั่น
“พวกเราเจอยาที่มีตราสัญลักษณ์ของร้านนี้ไปขายที่ตลาดมืดนี่มันเื่อะไรกัน!?”
หลินซินเหยียนกำหมัดแน่น“นี่มันแผนของพวกเ้าชัดๆ!”
ชายคนหนึ่งหัวเราะเยาะ“หลักฐานอยู่ตรงหน้า พวกเราจะเชื่อคำแก้ตัวของเ้าได้อย่างไร?”
ไป๋อี้เฟยเดินเข้ามายืนข้างเธอพร้อมกับพูดเสียงเข้ม “พวกเ้าคิดว่าทำเื่เช่นนี้แล้วข้าจะยอมง่ายๆอย่างนั้นหรือ?”
บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดแต่หลินซินเหยียนกับไป๋อี้เฟยต่างไม่ยอมถอย
คืนนั้น หลังจากทุกอย่างสงบลงหลินซินเหยียนนั่งอยู่ในห้องพักของร้านยา ด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าและสับสน
ไป๋อี้เฟยเดินเข้ามาเงียบๆก่อนจะนั่งลงข้างๆ เธอ “เ้าเหนื่อยมากใช่ไหม?”
หลินซินเหยียนไม่ตอบแต่ดวงตาของเธอแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย
“บางทีข้าก็คิดว่าข้าคงไม่เหมาะกับเื่พวกนี้เลย...”
ไป๋อี้เฟยมองเธอ ก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ “เ้าทำได้ดีแล้วหลินซินเหยียนเ้าเข้มแข็งกว่าที่เ้าคิด”
หลินซินเหยียนหันมามองเขาดวงตาของเธอสั่นไหว “แล้วเ้าล่ะ...ทำไมถึงคอยช่วยข้าอยู่ตลอดเวลา?”
ไป๋อี้เฟยนิ่งไปก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงแ่ “เพราะข้ารู้สึก...ว่าการอยู่ข้างเ้ามันคือสิ่งที่ข้าต้องทำ”
คำพูดนั้นทำให้หลินซินเหยียนชะงักไปใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
หัวใจของทั้งสองคนเต้นแรงอยู่ในความเงียบไม่มีใครเอ่ยอะไรอีก
คืนนั้น ต่างคนต่างนอนไม่หลับทั้งไป๋อี้เฟยในร่างของหลินซินเหยียน และหลินซินเหยียนในร่างของไป๋อี้เฟยต่างครุ่นคิดถึงสิ่งที่อีกฝ่ายพูด
“ทำไมข้าถึงรู้สึกว่า...ไม่อยากให้เวลานี้จบลงเลย...”หลินซินเหยียนพึมพำเบาๆ ขณะมองออกไปนอกหน้าต่าง
ในขณะเดียวกันไป๋อี้เฟยเองก็มองจันทร์พลางถอนหายใจ“นี่ข้ากำลังทำอะไรอยู่...เหตุใดข้าจึงห่วงใยนางเช่นนี้...”