ััแรกที่ฝ่ามือหยาบกร้านของกวินทร์แตะลงบนหน้าผากเล็กจ้อยของบุตรสาว ความรู้สึกเย็นะเืดุจน้ำแข็งพันปีก็แล่นพล่านผ่านิัเข้าสู่กระดูกดำ มันไม่ใช่ความเย็นตามธรรมชาติ แต่เป็ความหนาวเหน็บที่แฝงไปด้วยจิตมุ่งร้าย อาฆาตมาดร้าย และความตายที่กำลังกัดกินพลังชีวิตอันเปราะบางอย่างตะกละตะกลาม
เสียงกรีดร้องของศิรินทร์ที่ดังอยู่เื้ัไม่ได้เข้าสู่โสตประสาทของจักรพรรดิเซียนอีกต่อไป ในวินาทีนี้นอกจากร่างของเด็กน้อยตรงหน้าแล้ว ทุกสรรพสิ่งในจักรวาลล้วนไร้ความหมาย
กวินทร์หลับตาลง ตัดขาดการรับรู้จากโลกภายนอก แล้วดำดิ่งเข้าสู่ห้วงสมาธิระดับสูงสุด ภายในความมืดมิดแห่งจิติญญา เขาเห็นเปลวไฟแห่งชีวิตของน้องอันดาเป็เพียงดวงไฟดวงเล็กๆ ที่กำลังสั่นไหวท่ามกลางพายุหิมะสีดำทมิฬที่โหมกระหน่ำ รอบกายของเธอถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนน้ำแข็งที่มองไม่เห็น มันรัดแน่นจนเส้นเืปูดโปนและหัวใจแทบจะหยุดเต้น
'คำสาปบ้าบอนี่ มันฝังรากลึกถึงไขกระดูก หากข้าใช้พลังรุนแรงเพียงนิดเดียว ร่างกายของลูกจะต้องแตกสลายไปพร้อมกับน้ำแข็งแน่'
กวินทร์ขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นตามขมับทั้งที่อุณหภูมิในห้องลดต่ำจนติดลบ การรักษาครั้งนี้ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าการต่อสู้กับจอมมารนับหมื่นตัว เพราะศัตรูไม่ได้อยู่ตรงหน้า แต่อยู่ในร่างของคนที่เขารักที่สุด และเดิมพันครั้งนี้คือชีวิตของเืเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียว
เขาเริ่มโคจรลมปราณที่เหลืออยู่น้อยนิดในจุดตันเถียน พลังตบะที่เคยยิ่งใหญ่ดุจมหาสมุทรบัดนี้แห้งขือดเหลือเพียงแอ่งน้ำเล็กๆ จากการฝืนข้ามมิติ แต่ถึงกระนั้น คุณภาพของพลังปราณจักรพรรดิก็ยังคงบริสุทธิ์เหนือกว่าพลังใดๆ ในโลกมนุษย์
"ปราณตะวันอุ่น หลอมรวม!"
กวินทร์กระซิบแ่เบาในจิตใจ เขาไม่ได้เลือกใช้เพลิงกาฬที่ร้อนแรงในการละลายน้ำแข็ง เพราะนั่นจะเผาผลาญอวัยวะภายในของเด็กจนวอดวาย แต่เขาเลือกใช้เคล็ดวิชา "ปราณตะวันอุ่น" ซึ่งเป็วิชาสายรักษาแขนงหนึ่งของสำนักเซียนแพทย์์ พลังนี้มีคุณสมบัติเหมือนแสงแดดยามเช้าในฤดูใบไม้ผลิ อ่อนโยน นุ่มนวล และเต็มไปด้วยพลังแห่งการฟื้นฟู
แสงสีทองจางๆ เริ่มเรืองรองขึ้นที่ฝ่ามือของกวินทร์ มันไม่ใช่แสงที่เจิดจ้าบาดตา แต่เป็แสงนวลตาที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นราวกับอ้อมกอดของมารดา
ศิรินทร์ที่กำลังจะถลาเข้ามาขัดขวางชะงักฝีเท้าลงทันทีที่เห็นแสงนั้น ดวงตาที่แดงช้ำของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เธอััได้ว่าบรรยากาศกดดันและน่าหวาดกลัวเมื่อครู่เริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นสายหนึ่งที่แผ่ออกมาจากร่างของชายที่เธอเกลียดชัง
กวินทร์ค่อยๆ ถ่ายทอดปราณตะวันอุ่นผ่านจุดชีพจรบนหน้าผากของอันดาอย่างระมัดระวังที่สุด เขาจินตนาการว่าพลังของตนเป็ดั่งสายน้ำอุ่นสายเล็กๆ ที่ไหลรินเข้าไปในร่างลูกสาว แทรกซึมผ่านรูขุมขน เข้าสู่เส้นเืฝอย และมุ่งตรงไปยังหัวใจ
ภายในร่างกายของอันดา ทันทีที่ปราณสีทองไหลเข้าไป ปะทะกับไอปีศาจสีดำ เกิดเสียงดังฉ่า ราวกับน้ำเย็นราดลงบนกระทะร้อน ไอปีศาจพยายามจะต่อต้าน มันรวมตัวกันเป็รูปร่างคล้ายงูพิษ พุ่งเข้ากัดกินพลังสีทองของกวินทร์
'บังอาจนัก! เป็แค่เศษเสี้ยวจิตมารชั้นต่ำ กล้าดียังไงมาทำร้ายลูกข้า!'
จิตราชันย์ในตัวกวินทร์คำรามก้อง เขาอยากจะขยี้มันให้แหลกคามือ แต่ต้องข่มใจไว้ เขาเปลี่ยนรูปแบบพลังจากการปะทะตรงๆ เป็การ "โอบล้อม" ปราณตะวันอุ่นกระจายตัวออกเป็ละอองฝอยนับล้าน เข้าโอบล้อมเกล็ดน้ำแข็งและไอมารเ่าั้ไว้อย่างนุ่มนวล ค่อยๆ ซึมซับและสลายความเย็นออกไปทีละน้อย ทีละน้อย
กระบวนการนี้ต้องอาศัยสมาธิและการควบคุมพลังที่ละเอียดอ่อนระดับปรมาณู หากเขาพลาดพลั้งส่งพลังมากเกินไปแม้แต่องคุลีเดียว เส้นเืที่เปราะบางของอันดาจะะเิออกทันที หรือหากส่งพลังน้อยเกินไป ความเย็นจะตีกลับและแช่แข็งหัวใจของเธอตลอดกาล
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึกของทุกคนในห้อง
หมอระดับ S และพยาบาลที่เคยถูกกดดันจนขยับตัวไม่ได้ เริ่มรู้สึกว่าร่างกายกลับมาเป็อิสระ แต่ไม่มีใครกล้าขยับหรือส่งเสียง ทุกสายตาจับจ้องไปที่เหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความเหลือเชื่อ
ภาพที่พวกเขาเห็นคือเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะอยู่ตามคิ้วและเส้นผมของเด็กน้อย เริ่มละลายกลายเป็หยดน้ำใสๆ ไหลลงมาตามใบหน้า ไอความเย็นสีขาวขุ่นที่เคยพวยพุ่งออกมาจากจมูกและปาก เริ่มจางลงจนแทบมองไม่เห็น
"เป็ไปไม่ได้"
หัวหน้าแพทย์พึมพำเสียงสั่นเครือ แว่นตาของเขาฝ้าจับจนมัวหมอง
"ค่าชีพจร ชีพจรของคนไข้กำลังกลับมา!"
เสียงของพยาบาลคนหนึ่งดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอชี้ไปที่หน้าจอโฮโลแกรมที่กวินทร์ไม่ได้ทำลาย กราฟสีแดงที่เคยดิ่งลงเหวและเกือบจะเป็เส้นตรง บัดนี้เริ่มมีการขยับขึ้นลงเป็จังหวะที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ตึก ตึก ตึก
เสียงหัวใจที่เต้นผ่านเครื่องขยายเสียง ดังฟังชัดราวกับเสียงกลองแห่งชัยชนะ
กวินทร์ยังคงไม่ลดละความพยายาม ใบหน้าของเขาเริ่มซีดลงเรื่อยๆ เม็ดเหงื่อไหลหยดลงบนผ้าปูที่นอน การถ่ายทอดปราณบริสุทธิ์ในขณะที่รากฐานิญญาเสียหาย ทำให้เขาต้องแลกด้วยพลังชีวิตของตนเอง แต่เขาไม่สน เขาเร่งเร้าพลังเฮือกสุดท้าย ดันปราณตะวันอุ่นเข้าไปจนถึงส่วนลึกที่สุดของหัวใจลูกสาว
ที่นั่น ก้อนน้ำแข็งสีดำทมิฬขนาดเท่ากำปั้นเด็กกำลังเกาะกุมหัวใจดวงน้อยอยู่ มันคือต้นตอของคำสาปทั้งหมด
กวินทร์รวบรวมสมาธิทั้งหมด บังคับปราณสีทองให้กลายเป็เข็มเล่มเล็กๆ นับพันเล่ม ทิ่มแทงเข้าไปในก้อนน้ำแข็งนั้นพร้อมกัน
"สลายไปซะ!"
เขาตวาดก้องในใจ
ก้อนน้ำแข็งสีดำสั่นระริก ก่อนจะเกิดรอยร้าวและแตกกระจายออกเป็เศษเล็กเศษน้อย ปราณตะวันอุ่นรีบพุ่งเข้าไปห่อหุ้มเศษไอปีศาจเ่าั้ แล้วขับดันพวกมันออกมาตามรูขุมขน
ฟู่ว
เสียงลมหายใจเฮือกใหญ่ดังออกมาจากปากของน้องอันดา พร้อมกับไอสีดำจางๆ ที่พุ่งออกมาและสลายไปในอากาศทันทีที่กระทบกับแสงไฟ
อุณหภูมิในร่างกายของเด็กน้อยเริ่มสูงขึ้น ผิวที่เคยขาวซีดจนน่ากลัว เริ่มมีสีเืฝาดจางๆ ปรากฏขึ้นที่พวงแก้ม ริมฝีปากที่ม่วงคล้ำเริ่มกลับมาเป็สีชมพูระเรื่อ ความอบอุ่นไหลเวียนไปทั่วร่าง ขับไล่ความตายให้ออกไปจนหมดสิ้น
กวินทร์ค่อยๆ ถอนมือออกจากหน้าผากของลูกสาว ร่างกายของเขาโซเซเล็กน้อยด้วยความอ่อนล้าอย่างแสนสาหัส แต่ริมฝีปากแห้งผากกลับคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนที่สุด
เขาทำสำเร็จ เขาดึงลูกสาวกลับมาจากปากประตูนรกได้สำเร็จ
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มตก ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ราวกับกลัวว่าเสียงของตนจะไปทำลายปาฏิหาริย์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
ศิรินทร์ยืนตัวแข็งทื่อ มือทั้งสองข้างยกขึ้นปิดปาก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจ้องมองไปที่ลูกสาว น้ำตาแห่งความสิ้นหวังเมื่อครู่เปลี่ยนเป็น้ำตาแห่งความปิติยินดีและความสับสน เธอเห็นหน้าอกของลูกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ ลมหายใจเข้าออกเป็จังหวะปกติ สีหน้าของลูกดูเหมือนคนกำลังนอนหลับฝันดี ไม่ใช่คนป่วยหนักอีกต่อไป
"อันดา"
เธอเรียกชื่อลูกเสียงแ่เบา ขาที่เคยไร้เรี่ยวแรงก้าวเดินเข้าไปหาเตียงอย่างช้าๆ
ทันใดนั้น เปลือกตาบางใสของเด็กหญิงตัวน้อยก็เริ่มขยับไหว ขนตายาวงอนสั่นระริกเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เปิดปรือขึ้นอย่างเชื่องช้า
วินาทีนั้นเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนลงอีกครั้ง
ดวงตากลมโตสีดำสนิทที่ลึกล้ำเหมือนกับพ่อไม่มีผิดเพี้ยน ค่อยๆ ปรับโฟกัสภาพตรงหน้า ภาพแรกที่สะท้อนอยู่ในแววตาอันไร้เดียงสานั้น ไม่ใช่เพดานห้องสีขาว ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ที่น่ากลัว และไม่ใช่ใบหน้าของแม่ที่กำลังร้องไห้
แต่เป็ใบหน้าของชายหนุ่มแปลกหน้า ผู้มีผมเผ้ายุ่งเหยิง หนวดเครารุงรัง และเสื้อผ้าขาดวิ่น สกปรกมอมแมมราวกับขอทาน
แต่ทว่า เด็กน้อยกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
ในทางตรงกันข้าม เธอกลับััได้ถึงความอบอุ่นที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ความอบอุ่นที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต ความอบอุ่นที่เหมือนกับ ส่วนหนึ่งของชีวิตเธอที่ขาดหายไปได้กลับมาเติมเต็ม
สายใยบางอย่างที่มองไม่เห็นเชื่อมโยงระหว่างดวงตาของพ่อและลูก กวินทร์จ้องมองดวงตาคู่นั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรง น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินออกมาจากดวงตาของจักรพรรดิเซียนผู้ยิ่งใหญ่ ตกลงบนแก้มของลูกสาว
น้องอันดากะพริบตาปริบๆ ริมฝีปากเล็กๆ ที่เริ่มมีสีเืขยับยิ้มบางๆ เป็รอยยิ้มที่บริสุทธิ์และงดงามที่สุดเท่าที่กวินทร์เคยเห็นมาตลอดชีวิตห้าพันปี
เสียงเล็กๆ ที่แหบพร่าแต่หวานจับใจ เอื้อนเอ่ยออกมาเป็คำพูดแรกที่ทำลายกำแพงในหัวใจของทุกคนในห้องจนพังทลาย
"คุณพ่อ มาหาหนูแล้ว"
สิ้นเสียงนั้น เปลือกตาของเด็กน้อยก็ค่อยๆ ปิดลงอีกครั้ง ด้วยความอ่อนเพลียแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสบายใจและปลอดภัย ลมหายใจของเธอสม่ำเสมอ เข้าสู่ห้วงนิทราที่สงบสุขที่สุดในรอบห้าปี ภายใต้การปกป้องของชายผู้เป็บิดา