บทที่ 2นักล่า
ทันทีที่เฮรัคก้าวเท้าเข้าสู่ชายป่าเขารับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในทันทีทุกสรรพสิ่งรอบกายพลันเงียบสงัดลงราวกับถูกสะกด
สัตว์ป่าตัวน้อยใหญ่ต่างััได้ถึงการมาเยือนของผู้บุกรุกเสียงนกร้องและแมลงที่เคยพัดระงมจางหายไปในพริบตา
เมื่อเห็นเช่นนั้น เขาจึงค่อยๆผ่อนน้ำหนักฝีเท้าให้เบากริบ พร้อมกับปรับจังหวะการหายใจให้สม่ำเสมอเริ่มกวาดสายตาค้นหาเหยื่อผ่านทัศนวิสัยของตน
ไม่นานนักกระต่ายป่าขนสีเทาตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในระยะสายตา เฮรัคหยุดนิ่งขยับแขนง้างคันธนูขึ้นอย่างใจเย็นลูกศรถูกวางพาดเตรียมพร้อมปลิดชีพเหยื่อเบื้องหน้า
“เชนหลาน เปิดโหมดช่วยเล็งเป้า”
เฮรัคออกคำสั่งในใจ
เชนหลาน ชิปพันธุกรรม ที่ฝังอยู่ในสมองตอบรับคำสั่งนั้นทันทีเสียงสังเคราะห์ที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัว
“กำลังคำนวณความเร็วและทิศทางลม...”
พริบตานั้นเส้นช่วยเล็งสีฟ้าเรืองแสงก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเฮรัคเขาปรับมุมยิงเพียงเล็กน้อยตามคำแนะนำของระบบ ก่อนจะปล่อยสายธนู
ฟิ้ว!
ลูกศรพุ่งทะยานผ่านอากาศกระต่ายตัวนั้นกระดิกหูเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันได้ขยับขาโดดหนีหัวของมันก็ถูกลูกศรเจาะทะลุจนสิ้นใจคาที่
เฮรัคกวาดสายตามองรอบด้านอย่างระแวดระวังเมื่อแน่ใจว่าไม่มีภัยคุกคามอื่นเขาจึงเดินไปเก็บซากกระต่ายขึ้นมาชั่งน้ำหนักในมือ ประเมินคร่าวๆว่าน่าจะหนักราวห้าถึงหกปอนด์ เขาลงมือดึงลูกศรออกเช็ดเืกับขนหนานุ่มของมันจนสะอาด แล้วจึงเก็บเข้ากระบอกศรเพื่อใช้งานต่อ
“การควบคุมร่างกายของข้ายังอ่อนเกินไป...”
เฮรัคพึมพำกับตัวเองเขารู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อยังไม่มั่นคงพอยามต้องรั้งสายธนูค้างไว้เขาพ่นลมหายใจสั้นๆ ก่อนจะมุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่า
ไม่กี่นาทีต่อมา เขาก็พบเป้าหมายใหม่บนกิ่งไม้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีนกปรอดหัวโขนแดงคู่หนึ่งกำลังไซ้ขนหยอกล้อกันอย่างเพลิดเพลิน
เฮรัคกลั้นหายใจ ทำจิตใจให้สงบดุจผิวน้ำค่อยๆ ง้างคันธนูยาวคู่ใจจนสุด แรงตึงของสายส่งผ่านความรู้สึกมาถึงปลายนิ้วลูกศรสะท้อนแสงเย็นเยียบเล็งตรงไปยังเ้านกคู่นั้น
ฟิ้ว!
ลูกศรดอกเดียวพุ่งทะลุร่างนกทั้งสองอย่างแม่นยำร้อยพวกมันเข้าด้วยกันราวกับผลไม้เชื่อม
เฮรัคเดินไปหยิบเหยื่อขึ้นมาพิจารณานกชนิดนี้มีขนาดเล็กและเนื้อน้อยมากแต่ในบริเวณนี้พวกมันมีจำนวนหนาแน่นจนดูผิดปกติ ราวกับสมดุลป่าได้เสียไปแล้วจึงไม่มีใครใส่ใจเื่การอนุรักษ์ และสำหรับเฮรัคที่ต้องดิ้นรนในโลกใบใหม่นี้เขาก็ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยเื่นั้นเช่นกัน
เวลา่บ่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เฮรัคเก็บเกี่ยวผลลัพธ์ได้อย่างอุดมสมบูรณ์กระต่ายสามตัว นกปรอดหัวโขนแดงอีกสิบเจ็ดตัว และปลาอีกสองตัวหากไม่เพราะร่างกายเริ่มล้าจนง้างธนูไม่ไหว เขาคงล่าต่อได้อีกนาน
เมื่อยามเย็นมาเยือนแสงอัสดงสีส้มทองทอดเงายาวลงบนผืนป่า ทันใดนั้นเสียงคำรามลึกลับของอสุรกายก็แว่วมาจากส่วนลึกของพงไพร
เฮรัคััได้ถึงอันตรายที่คืบคลานมาพร้อมความมืดเขาไม่ลังเลที่จะเร่งฝีเท้าออกจากป่าในทันที
ณ ประตูปราสาท
“เ้า...เ้าล่าทั้งหมดนี่มาได้คนเดียวจริง ๆ หรือ?”
ยามเฝ้าประตูถามด้วยความตะลึงตาเบิกกว้างมองกองซากสัตว์
“แน่นอนนี่คือนกปรอดหัวโขนแดงที่เ้าอยากได้ จ่ายเงินมาเถอะ”
เฮรัคตอบด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
ยามคนนั้นกลืนน้ำลายอึกใหญ่มองพวงนกที่คล้องระเกะระกะอยู่รอบคอเฮรัค ก่อนจะควักกระเป๋าเงินออกมาอย่างฝืนใจ
“ข้า... ข้าซื้อแค่ห้าตัวพอ”
“ได้ ไม่มีปัญหา”
เฮรัคไม่ได้หวังจะขายทั้งหมดอยู่แล้วเพราะคนรับใช้อย่างเขาในปราสาทไม่มีเงินเดือนจะได้เงินก็ต่อเมื่อมีเทศกาลพิเศษเท่านั้น ต่างจากยามที่มีเงินประจำแม้จะเพียงน้อยนิดก็ตาม
ระหว่างทางกลับเข้าสู่ส่วนในของปราสาทเหยื่อจำนวนมากในมือทำให้เฮรัคกลายเป็จุดสนใจ ผู้คนรอบข้างต่างพากันกระซิบกระซาบ
“เด็กนั่นไปเอาของพวกนั้นมาจากไหนกัน?”
“เห็นว่าออกไปล่าเองนะ”
“ข้าว่าพวกสัตว์มันคงวิ่งชนต้นไม้ตายเองมากกว่ามั้งใครจะเชื่อ!”
เฮรัคเดินผ่านฝูงชนจนกระทั่งเห็นเฒ่าเฮนรีเขาจึงะโเรียก
“เฒ่าเฮนรี! ดูนี่สิ!”
เฒ่าเฮนรีหันมามองกระต่ายและปลาที่เฮรัคชูขึ้นสายตาของชายชราสะดุดเข้ากับรอยแผลจากลูกศรที่หมดจดงดงาม เขาขยี้ตาซ้ำ ๆราวกับไม่เชื่อสิ่งที่เห็น
“กระต่ายกับปลาพวกนี้ข้าให้ท่านถือเป็ค่าตอบแทนที่ให้ยืมธนู กินมันบำรุงกำลังซะหน่อยท่านจะได้เลื่อนนัดกับทวยเทพออกไปอีกนิด”
เฮรัคหัวเราะร่วนพลางวางเหยื่อลง
เฒ่าเฮนรีไม่ปฏิเสธเขาเพียงพยักหน้าเงียบ ๆ สายตาจ้องมองคันธนูในมือเด็กหนุ่มด้วยความโหยหาอาลัย
“ข้าขอยืมคันธนูกับลูกศรต่ออีกซักสองสามวันได้ไหม?”
เฒ่าเฮนรีนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบช้าๆ
“เอาไปเถอะ... มันเป็ของเ้าแล้ว”
“ฮะ? ให้ข้าเลยเหรอ?”
เฮรัคใเพราะรู้ดีว่านี่คือของรักของหวงของชายชรา
เฒ่าเฮนรีโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“เอาไปเถอะ ต่อให้อยู่กับข้าข้าก็รั้งสายมันไม่ไหวอีกแล้ว ของดีมันควรได้อยู่ในมือคนที่ใช้มันเป็”
เมื่อได้รับมอบธนูยาวมาอย่างเป็ทางการเฮรัคจึงไม่ได้ปฏิเสธเขาเก็บมันไว้กับตัวและกลับไปยังห้องพักเล็ก ๆ ของตนเขาเริ่มชำแหละกระต่ายและจัดการนกปรอดจำนวนมากจนกระทั่งเข้าสู่ยามค่ำคืน
เนื้อกระต่ายและนกถูกเสียบไม้ย่างอยู่เหนือกองไฟกลิ่นหอมเริ่มโชยออกมา ในโลกที่เครื่องปรุงหายากเฮรัคใช้เพียงสมุนไพรป่ารสเผ็ดและโรยเกลือหยาบๆ ลงไปเท่านั้น
นกปรอดสุกเร็วมากเพราะเนื้อน้อยเฮรัคกัดเข้าไปคำหนึ่งแล้วก็ต้องประหลาดใจ เพราะมันไม่มีกลิ่นสาบเลยสักนิดแถมยังหอมกรอบอย่างที่ยามเฝ้าประตูเคยคุยไว้จริง ๆ
ทันใดนั้นหน้าต่างข้อความสีฟ้าก็เด้งขึ้นมาในสายตา
“ตรวจพบสารอาหารที่เข้ากันได้กับค่าความทนทาน...หากบริโภคนกปรอดหัวโขนแดงต่อเนื่องครบ 150 ตัวจะสามารถเพิ่มพละกำลังได้ 1 หน่วย”
เฮรัคถึงกับสะดุ้งจนเกือบทำเนื้อหลุดมือหนึ่งหน่วยของพละกำลังในโลกนี้ไม่ใช่เื่เล่นๆมันคือการเปลี่ยนจากคนอ่อนแอให้กลายเป็ผู้แข็งแกร่งได้ในพริบตาในโลกก่อนของเขาไม่มีอาหารชนิดไหนเปลี่ยนร่างกายได้ขนาดนี้
ในปราสาทแห่งนี้มีอัศวินประจำการอยู่ว่ากันว่าอัศวินเพียงคนเดียวสามารถล้มคนธรรมดาได้นับสิบและบารอนบัคเองก็เป็อัศวินชั้นสูงที่มีพลังพิเศษบางอย่าง
เฮรัคเคยคิดว่ามันเป็แค่เื่เล่าเกินจริงมาตลอดแต่ตอนนี้ ความคิดของเขากำลังเปลี่ยนไป
หลังจากกินจนอิ่มหนำเขาล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ และหลับลึกไปอย่างรวดเร็ว
เช้าวันต่อมา
หลังจากเคลียร์งานประจำเสร็จเฮรัคก็สะพายธนูมุ่งหน้าเข้าป่าอีกครั้ง ครั้งนี้เป้าหมายของเขาชัดเจนคือการล่านกปรอดหัวโขนแดงเท่านั้น ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มสังเกตพืชพรรณที่แปลกตา
ทุกครั้งที่เจอพืชใหม่ ๆเขาจะทามันลงบนหลังมือเพื่อดูอาการแพ้ ก่อนจะแตะที่ริมฝีปากเพื่อให้ เชนหลานชิปพันธุกรรม ช่วยวิเคราะห์องค์ประกอบ
ไม่กี่วันต่อมา เขาก็ได้พบกับใบเฟิร์นแดง
“ตรวจพบอาหารที่เข้ากันได้:ใบเฟิร์นแดง... หากบริโภคต่อเนื่องครบ 10 ปอนด์จะเพิ่มความทนทานได้ 1 หน่วย”
ผ่านไปเจ็ดวัน เฮรัคจัดการนกไปสองร้อยตัวและฝืนกินใบเฟิร์นแดงรสขมจัดไปอีกสิบห้าปอนด์เมื่อเขาสั่งให้เชนหลานแสดงสถานะปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าทึ่ง
“เฮรัคเมอร์ลิน
พละกำลัง: 1.4
ความว่องไว: 0.6
ความทนทาน: 1.4
พลังจิต: 1.2”
เขาพบว่าหลังจากกินนกครบจำนวนที่กำหนดค่าพลังก็เริ่มคงที่เพราะร่างกายเกิดการต้านทาน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือเมื่อพละกำลังและความทนทานเพิ่มขึ้นความว่องไวของเขาก็ขยับตามขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ
เฮรัคกำหมัดแน่นััได้ถึงพลังมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในกล้ามเนื้อชื่อเสียงของเขาเริ่มขจรขจายในหมู่คนรับใช้ เพราะทุกครั้งที่เขากลับเข้าปราสาทจะต้องมีพวงนกปีกสีแดงติดตัวมาเสมอ จนทุกคนต่างขนานนามเขาว่า นักล่านกปีกแดง
ในขณะที่เขากำลังจมอยู่ในความคิดถึงพลังที่เพิ่มขึ้นเสียงแหบพร่าของเฒ่าเฮนรีก็ดังมาจากด้านนอก
“เฮรัค! เร็วเข้า ออกมานี่เดี๋ยวนี้!”