บทที่ 10 ข่าวร้าย
แดดจ้ายามเที่ยงแผ่รังสีความร้อนไปทั่วพื้นเมือง ผู้คนที่เดินไปมาตามท้องถนนพยามเดินไปยังที่ที่มีร่มเงาเพื่อหลบแสงแดดให้ได้มากที่สุด ชายสวมฮู้ดสีแดงคลุมศรีษะมิดชิดสวมกางเกงยีนส์สีดำเดินล้วงกระเป๋าผ่านร้านค้าข้างทางไปเรื่อย ๆ จนมาถึงหน้าร้านขายของชำร้านหนึ่งที่อยู่ติดสี่แยก ตอนนี้มีกลุ่มวัยรุ่นยืนรวมกันอยู่นับสิบคน เขาเดินตรงไปยังวัยรุ่นกลุ่มนั้นเพื่อเข้าไปหาชายร่างใหญ่ผิวดำที่ยืนอยู่ตรงกลาง แล้วกระซิบบอกเบา ๆ ดึงแขนให้ผละออกมา
"แดง...ขอคุยด้วยหน่อย"
ชายร่างใหญ่เดินตามออกมาด้วยดี ทั้ง ๆ ที่ตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชายคนนี้เป็ใคร หน้าก็มองเห็นได้ไม่ถนัด ยิ่งทำให้สงสัยว่าชายคนนี้้าคุยอะไรกับเขา
"นายเป็ใคร...้าคุยอะไรกับฉัน" เขาบอกไปหน้าคอยจับสังเกตว่าเป็ใครกันแน่
ชายน่าสงสัยคนนี้ถอดหมวกเสื้อฮู้ดออก ทำให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเบิกตาโพลง เพราะชายคนนี้เป็คนที่เขารู้จักดี และเป็คนที่เคยอยู่ในแก๊งดิอาย ก่อนที่จะถูกไล่ออกไป
"ทิม...มึงมาที่นี่ทำไม มึงไม่ได้อยู่ในแก๊งนี้อีกแล้วนะ"
"กูไม่ได้มาในฐานะสมาชิกแก๊ง แต่กูมาในฐานะเพื่อน ถ้ามึงยังเห็นว่ากูเป็เพื่อนมึงอยู่" ทิมพูดอย่างจริงจัง ทำให้แดงต้องหยุดฟังอย่างตั้งใจ "กูได้ยินมาว่าไอ้ปุ๊มันวางแผนจะกำจัดมึง เพื่อให้มันได้ขึ้นเป็หัวหน้าหน่วยที่หนึ่งแทน มันเลยไปดีลกับหน่วยอื่น ๆ เพื่อให้มาช่วยเหลือมัน กูไม่รู้นะว่าพวกมึงมีปัญหาอะไรกัน แต่หัวหน้าใหญ่คงไม่ยอมให้หน่วยที่หนึ่งแบ่งออกเป็สองฝ่ายหรอก หัวหน้าต้องสนับสนุนไอ้ปุ๊แน่นอน"
แดงยืนอึ้งไปทันทีเมื่อได้รู้ข่าวจากเพื่อน เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตนจะต้องถูกกำจัด เขาเลยถามเพื่อขอคำยืนยันจากเพื่อนอีกที "มึงพูดจริงเหรอ"
ทิมพยักหน้าแทนคำตอบ ทำให้แดงรู้สึกใจหล่นลงตาตุ่มไปในบัดนั้น เขามองหน้าเพื่อนอย่างลึกซึ้ง ทั้งกลัว ทั้งรู้สึกผิดในเื่เก่า ๆ ที่เคยทำ เลยฝืนใจถามเพื่อนไป
"กูควรทำยังไงดี...ทิม กูจะต้องทำยังไงดี!"
แม้ว่าแดงจะเคยทำไม่ดีกับเขาไว้มากมายแค่ไหนก็ตาม เขาก็ไม่เคยโกรธเคืองอะไรเลย ซ้ำยังคิดว่าเเดงเป็เพื่อนของเขาเหมือนเดิมไม่เสื่อมคลาย พอตอนนี้เพื่อนเดือดร้อน มีเหรอที่เขาจะไม่ยื่นมือเขาช่วย
"กูมีวิธี แต่มึงจะทำได้รึเปล่า...อันนี้มึงก็ต้องตัดสินใจเอาเอง"
"ยังไงทิม...กูจะต้องทำอะไรบ้าง มึงบอกมาเลย"
ทิมยิ้มขึ้นมาอย่างมีเลศนัย เขาไม่ตอบ แต่กลับบอกให้เพื่อนคอยดูไปก่อน
หลังจากที่พวกกริ้นท์รักษาตัวจนหายปกติดีแล้ว พวกเขาก็กลับมาเรียนตามเดิม ไม่ปล่อยให้ตนต้องขาดเรียนกันเกินสามวันเลยสักคน ยังไงก็ตาม..! สามวันที่พวกเขาหยุดไป เพียงเท่านี้ก็ทำให้พวกเขาตามเพื่อนไม่ทันแล้ว ไม่รู้ว่าคนอื่นเรียนไปถึงบทไหนต่อไหนแล้ว ด้วยเหตุนี้มิ้นท์จึงมาช่วยติวให้กริ้นท์กับแบงค์เป็พิเศษ เธอเลยนัดพวกเขามาที่สวนตะแบกหลังพักเที่ยง แบงค์กับกริ้นท์เดินออกจากโรงอาหารมุ่งหน้ามายังจุดที่เธอกำหนดไว้ทันทีหลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จ พอมาถึงก็เห็นมิ้นท์นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิมที่กริ้นท์กับเพื่อน ๆ มานั่งเป็ประจำ เหตุผลที่เธอเลือกที่สวนตะแบกในการติวหนังสือให้กับพวกเขา เป็เพราะที่แห่งนี้สงบมากที่สุด ไม่วุ่นวายกับนักเรียนคนอื่น ถึงแม้จะมีนักเรียนอยู่หลายคนก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครส่งเสียงดังออกมาเลย อีกอย่างที่แห่งนี้สมบูรณ์มากที่สุด เท่าที่พวกเขาได้เคยสังเกต
เอ๊ะ!!
แบงค์รีบหันขวับไปมองเพื่อนทันที เพราะใที่อยู่ ๆ เพื่อนก็อุทานออกมา
"อะไรเหรอกริ้นท์"
"อ๋อ..เปล่า ไปกันเถอะ" กริ้นท์ปฎิเสธไป แล้วชวนแบงค์เดินเข้าไปหามิ้นท์ แต่อีกใจก็เอาแต่มองออกไปนอกประตูรั้ว เขารู้สึกเหมือนมีใครแอบมองอยู่เลย แต่พอหันไปดูก็ไม่เห็นมีใครเลย หรือเขาจะคิดไปเอง ก็ไม่น่าใช่ เพราะเขารู้สึกเหมือนเห็นจริง ๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็ใคร สุดท้ายเขาก็เลิกสนใจแล้วนั่งลงตรงข้ามกับมิ้นท์
"วันนี้ติววิชาเลขก่อนนะ" มิ้นท์บอกมาทันที
"แล้วแต่เธอเลย ยังไงฉันก็โง่อยู่แล้ว" แบงค์บอกเสียงเรียบ ๆ
กริ้นท์ไม่ได้สนใจเลยว่าเพื่อนพูดอะไรกันบ้าง เขาเอาแต่มองออกไปนอกรั้ว ทำให้คาใจอยู่ไม่หาย หากเขายังไม่ได้เห็นให้แน่ชัด
"มีอะไรเหรอกริ้นท์...ฉันเห็นนายเอาแต่มองไปที่นอกรั้ว มีใครอยู่เหรอ" แบงค์ถามออกไปอีกครั้ง ทำให้มิ้นท์หันมามองเขาอย่างสงสัยด้วยอีกคน ความจริงเธอก็สังเกตพฤติกรรมของกริ้นท์อยู่พักนึงแล้ว เห็นเขาเอาแต่มองออกไปนอนรั้วเหมือนอย่างที่แบงค์ว่าจริง ๆ
"เปล่า...ไม่มีอะไร ว่าแต่ถึงไหนแล้วเนี่ย" เขาปฎิเสธกลับไปเหมือนเดิม แล้วเปลี่ยนเื่ไป ทำให้แบงค์กับมิ้นท์สงสัยเข้าไปใหญ่ แต่ทั้งคู่ก็เลิกสนใจ แล้วหันกลับมาติวหนังสือกันตามเดิม
นอกประตูรั้วโรงเรียน มีชายสวมฮู้ดแขนยาวสีแดงหลบอยู่หลังไม้ใหญ่ เขาคอยมองอะไรบางอย่างที่สวนตะแบกภายในรั้วโรงเรียน พอเขาคอยสังเกตไประยะหนึ่งก็เห็นนักเรียนกลุ่มหนึ่งเดินเข้าไปยังโต๊ะที่กริ้นท์ติวหนังสืออยู่ เมื่อเห็นแน่ชัดแล้วเขาก็รู้ได้ทันทีว่าสามคนนั่นคือ แจ็ค ธีและท็อปนั้นเอง ตอนนี้แกนนำแก๊งประเหลียนเอสคอร์ทมารวมตัวกันครบแล้ว
จะว่าไปเ้าพวกนี้ก็ดูไม่ได้มีพิษมีภัยเลยนี่หว่า ไม่เหมือนเป็แก๊งนักเลงเลย เหมือนเป็แค่กลุ่มเพื่อนปกติทั่วไปเลยมากกว่า แต่ยังไงเ้าพวกนี้ก็สามารถเอาชนะแดงได้ก็ถือว่าเก่งใช่ย่อยเลย เปรียบได้กับเพชรที่รอการเจียระไน ถ้าได้ฝึกฝนสั่งสอนสักหน่อยเ้าพวกนี้ต้องไปได้ไกลแน่
ชายอู้ดแดงคิดอยู่ภายในใจ ตาคอยจับจ้องไปที่กลุ่มพวกกริ้นท์ทุกระยะโดยไม่ให้คราดสายตาไปได้ สุดท้ายเขาก็เลิกจับตามอง แล้วเดินมือล้วงกระเป๋าเสื้อฮู้ดออกมาโดยที่ไม่ระวังตัวอีกต่อไป และก็ไม่มีใครสังเกตเห็นด้วยเหมือนกัน
ระหว่างที่กริ้นท์กับเพื่อน ๆ พูดคุยกันอยู่ จนลืมไปแล้วว่าเขากำลังติวหนังสืออยู่ ทำเอามิ้นท์ปรี๊ดแตกว่าไปยกใหญ่ เพื่อน ๆ เลยเงียบเสียงไม่รบกวนอีก แต่เงียบไปได้ไม่นาน ธีก็นึกอะไรขึ้นมาได้เลยรีบโพล่งออกไปทันที
"เออ...พี่ ฉันลืมไปซะสนิทเลย"
จากที่เพิ่งเงียบกันไปไม่นาน ทุกคนก็ต้องหันมาที่ธีกันหมด เพื่อรอฟังความอย่างสนใจ
"เมื่อวานตอนฉันไปตลาด ฉันได้ยินเขาลือกันว่าพวกแก๊งปะเหลียนแฟมิลี่จะเปิดศึกกับพวกเรา เห็นว่าตอนนี้พวกมันกำลังรวบรวมพลกันอยู่"
"จริงเหรอธี" แจ็คถามกลับไปอีกที
"ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ฉันได้ยินมาอย่างนั้น"
"แล้วทำไมนายไม่บอกให้เร็วกว่านี้" แบงค์ค้อนมา
"ก็มันลืมน่ะ...เพิ่งมานึกขึ้นได้"
แจ็คขบคิดอยู่ครู่หนึ่งสีหน้าชักเริ่มไม่ค่อยดีนัก เพราะเขาก็เคยได้ยินชื่อแก๊งที่ธีว่ามาเหมือนกัน ถ้าเป็อย่างที่ธีว่าจริง ๆ พวกเขาก็เจอศึกหนักเลยก็ว่าได้
"ฉันเคยได้ยินชื่อแก๊งนี้ เห็นว่าเป็แก๊งที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอปะเหลียน ถ้าเป็อย่างที่ธีว่าจริง ๆ ฉันว่าพวกเราแย่แน่ ๆ "
"นายจะไปกลัวทำไม ขนาดแก๊งดิอายมีเยอะกว่าพวกเรา เรายังเอาชนะมาได้เลย" แบงค์สวนแจ็คกลับไป
"แต่ครั้งนี้มีเยอะกว่าแก๊งดิอายหลายเท่าเลยนะ" ท็อปบอกเรียบ ๆ ตามทุนเดิมของเขา ทำเอาแบงค์หน้าอึ้งตาเบิกโพลงไปเลย
"ว่าไงนะ...หลายเท่าเลยเหรอ"
แบงค์แทบจะเป็ลมไปในทันใด ไม่คิดว่าฝ่ายศัตรูจะมีกันเยอะมากขนาดนั้น
"แย่ล่ะ...ถ้าพวกนั้นจะเปิดศึกกับเราจริง ๆ ฉันว่าพวกเราไม่รอดแน่เลย" แจ็คบอกหน้าไม่สู้ดีนัก เขาคิดว่าศึกครั้งนี้น่าจะเป็ศึกที่หนักหนาที่สุดเท่าที่พวกเขาได้พบมา อาจเป็ฟางเส้นสุดท้ายเลยก็ว่าได้
"ยังไงเราก็พอมีเวลาวางแผนกันอยู่ ฉันไม่คิดว่าพวกมันจะเปิดศึกตอนนี้หรอก" คนที่เงียบมาตลอดหลังจากที่ธีบอกเล่าเื่นี้มาได้เรียกความมั่นใจของเพื่อน ๆ ทุกคนกลับมาอีกครั้ง "แค่สองสัปดาห์ก็เพียงพอแล้วที่เราจะได้วางแผนรับมือกัน"
ถึงแม้กริ้นท์จะบอกกับเพื่อนไปอย่างนั้นก็จริง แต่ภายในใจก็ยังมีความกังวลอยู่เหมือนกัน เขาไม่ได้กลัวว่าสิ่งที่พูดไปจะไม่เป็จริง แต่เขากลัวว่าจะรับมือกับปัญหาที่กำลังจะมาได้ยังไงมากกว่า แบงค์สงสัยว่าเพื่อนมั่นใจได้ยังไง ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายศัตรูมีกองกำลังกันเยอะขนาดนั้น จะมาถล่มพวกเขาเอาเมื่อใดก็ได้ ไม่เห็นว่าศัตรูจะต้องใช้เวลาในการรวมรวมสมัครพรรคพวกเพิ่มอีกทำไม
"นายมั่นใจได้ยังไงว่าพวกมันจะไม่มาถล่มพวกเราซะก่อน"
"ไม่รู้สิ...ลางสังหรณ์มันบอกอย่างนั้น" กริ้นท์ตอบหน้าตาเฉย แจ็คหน้าขมวดขึ้นมาทันที ยืนกอดอก มือขวากุมปลายคางพยายามคิดแล้วเอ่ยออกมาเบา ๆ
"ลางสังหรณ์ของนายมันแม่นซะด้วยสิ"
จากคำพูดเรียบ ๆ ของแจ็ค ทำให้ทุกคนต้องขบคิดขึ้นมาทันที เพราะพวกเขาก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่ที่กริ้นท์สังหรณ์ขึ้นมา สิ่งนั้นจะเป็จริงอย่างที่เขารู้สึกทุกครั้ง
"งั้นเราก็วางใจกันได้แล้วแหละ เราพอมีเวลาในการวางแผนรับมือชัวร์แน่นอน" ธีเสริมมาอย่างมีความมั่นใจได้ในที่สุด
"นั้นสิ...ฉันก็ว่ายังงั้น" แจ็คเห็นด้วย
มีอยู่คนเดียวที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เพื่อน ๆ พูดกันอยู่ เพราะท็อปไม่เคยเจอเวลาที่กริ้นท์มีลางสังหรณ์ขึ้นมา เขาเลยไม่ได้มีความมั่นใจแบบเต็มเปี่ยมเหมือนกับคนอื่น ๆ เขาได้แต่มองคนนู้นทีคนนี้ที ทำตาปริบ ๆ
"นี่...ฉันขอขัดหน่อยนะ! พวกนายเพิ่งจะรักษาตัวกันหายไปหยก ๆ นี่จะพากันไปต่อยตีอีกแล้วเหรอ"
จากที่มิ้นท์นั่งเงียบคอยฟังมาตลอด พอถึงตอนนี้เธอเริ่มอดไม่ไหว ไม่พอใจที่เพื่อน ๆ เอาแต่คิดเื่ต่อยตี ไม่หันมาสนใจการเรียนกันเลย ด้วยเหตุนี้เธอจึงจำเป็ต้องว่าเพื่อน ๆ ไป
"อีกอย่าง...ถ้าเป็อย่างที่ธีว่าจริง ฉันว่าเื่นี้มันไม่ธรรมดาแล้วนะ พวกนายควรจะไปแจ้งตำรวจ"
"จะบ้าเหรอ! " แบงค์สวนกลับไปทันที "เราจะไปแจ้งตำรวจได้ยังไง เราไม่มีหลักฐานสักหน่อย เกิดเราไปแจ้งความทั้ง ๆ ที่ยังไมมีเค้าความจริง ก็กลับกลายเป็เราที่ถูกจับตามองเป็พิเศษแทน"
"ใช่...มันจะกลายเป็เราที่ทำอะไรไม่สะดวก จะไปไหนทีก็ถูกตำรวจจับตาเฝ้าระวังอยู่ตลอด มันไม่สนุกเลยนะ" แจ็คอธิบายให้เธอฟังอย่างจริงใจ ไม่ได้คิดที่จะว่าอะไรเธอกลับไปเลย"
"ใช่! มันไม่สนุกเลยนะ ที่มีเพื่อนที่เอาแต่ต่อยตี จะไปไหนสักทีก็มีแต่เื่ อย่างนี้จะหาความปลอดภัยให้คนรอบข้างได้ยังไง!!"
มันก็จริงอย่างที่เธอว่า พวกเขาตกเป็เป้าให้คนมาหาเื่ได้ตลอด เกิดไปเที่ยวด้วยกันแล้วมีเื่กันทุกครั้ง แบบนี้จะรับประกันความปลอดภัยให้กับเธอได้ยังไง
กริ้นท์รู้สึกแบบนี้อยู่ภายในใจ แต่เขาไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เธอฟังดี ไม่ว่าจะพูดอะไรไปก็ตาม มันก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีเลยสักทาง
"ไม่ต้องห่วงหรอกมิ้นท์ ยังไงเราก็ต้องแก้ปัญหานี้ได้อยู่แล้ว"
เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดมันจะไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาเลย แต่เขาก็จนหนทางที่จะสรรหาคำมาอธิบายให้เธอฟังแล้ว
"โอเค..!! เชิญพวกนายต่อยตีกันให้สนุก ฉันจะไม่ติวหนังสือให้อีกแล้ว"
มิ้นท์เก็บสมุดของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะใส่กลับไปในกระเป๋าอย่างรวดเร็ว แล้วลุกขึ้นเดินออกไปอย่างโมโหโกรธาพวกเพื่อน ๆ เป็ที่สุด แบงค์ไม่พอใจที่มิ้นท์ทำกิริยาแบบนี้ใส่ เขาเลยลุกขึ้นทำท่าจะเดินตามออกไป แต่ถูกแจ็คดึงแขนไว้ เขาส่ายหน้าปรามเพื่อนไว้ไม่ให้ทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด กริ้นท์หน้าห่อเหี่ยวไปในทันใด เขาเข้าใจความรู้สึกของมิ้นท์ดี แต่เื่นี้เป็ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากพวกเขา ยังไงพวกเขาก็ต้องเก็บกวาดกันเอาเองอยู่แล้ว