มื้อเที่ยงวันนั้น เคนจิรู้สึกเหมือนกำลังกินข้าวอยู่ท่ามกลางายุคกลาง
เหตุผลหลัก ๆ มาจากมนุษย์ชายหญิงสองคน ซึ่งเคนจิคิดว่าทุกคนคงรู้ว่าเขาหมายถึงใคร
เคนจิไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคาร์ลกับนีช่า หลังจากที่เขากลับบ้านไปเมื่อคืนก่อน ทั้งสองคนก็เอาแต่จ้องเขม็งใส่กันไม่เลิก ทั้งที่ตอนนี้กำลังทานมื้อเที่ยงแสนอร่อยอยู่แท้ ๆ
"อะแฮ่ม! ทั้งสองคน มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?"
"มีค่ะ!/ไม่มี!" นีช่าพูดแต่ก็ถูกคาร์ลขัดขึ้นทันที
แววตาของทั้งสองที่มองใส่กันเหมือนจะพูดว่า
...อยากมีเื่เหรอ! จะเอาใช่ปะ!...
เคนจิไม่รู้เลยว่าควรจะทำอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้ เพราะงั้นเขาถึงได้เอาแต่ก้มหน้าก้มตาแทะน่องไก่ในมือ และพยายามไม่สนใจสายตาของทั้งสองที่กำลังก่อาประสาทใส่กันโดยมีเคนจิเป็ตัวคั่นกลาง
หลังจากจบมื้อเที่ยง เคนจิก็รู้สึกเหมือนอาหารที่กินไปจะไม่ย่อย
...เพราะอะไรน่ะเหรอ?...
เพราะอดีตคู่รักสองคนนั้นยังไม่เลิกเล่นเกมจ้องตากันยังไงล่ะ
ไม่...พวกเขาไม่ได้กำลังทำาประสาทใส่กันหรอก แต่พวกเขากำลังทำให้เคนจิเป็บ้า
เพราะงั้นตอนที่ทั้งสองคนมาถึงศูนย์บัญชาการลับ เคนจิจึงจำเป็ต้องเปิดศาลไต่สวน เพื่อจะได้รู้ว่าทั้งสองมีปัญหาอะไรกันแน่
ปึง!!!
เคนจิปิดประตูเสียงดัง ทำเอาคาร์ลและนีช่าสะดุ้งโหยง
ชายหญิงหันมองมายังต้นเสียง บนใบหน้าของพวกเขามีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
เคนจิเดินไปลากเก้าอี้มาสามตัว จากนั้นก็นั่งลง ชายหนุ่มกอดอกและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
"ทั้งสองคน ช่วยนั่งลงด้วยครับ"
สองคนที่ทะเลาะกันก่อนหน้านี้ อยู่ ๆ ก็สามัคคีพร้อมใจกันนั่งลงบนเก้าอี้ตามที่เคนจิสั่ง
บรรยากาศกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเด็กหนุ่มทำให้ทั้งสองได้แต่จ้องมองแผ่นพื้นกระเบื้อง เพราะอย่างน้อย ๆ กระเบื้องก็ไม่ได้พยายามจะบีบคอพวกเขาให้ตายด้วยสายตา
"คะ เคนจัง ปะ เป็อะไรไปอย่างนั้นเหรอ?" คาร์ลเอ่ยถามในที่สุด
"นั่นเป็คำถามของผมต่างหาก" เคนจิพูดเสียงเย็น "ทั้งสองคนเป็อะไรไปกันแน่ ผมไม่ได้หูหนวกตาบอด ถึงได้ไม่สังเกตเห็นท่าทางแปลก ๆ ของทั้งคู่"
คาร์ลกลืนน้ำลาย "คะ คือว่า เื่นั้น..."
"กรุณาพูดความจริงด้วยครับ"
นีช่ายกมือขึ้น "ค่ะ! ฉันอยากพูดก่อน...อัดอั้นมาั้แ่เมื่อวานแล้ว เพราะงั้นขอพูดก่อนนะคะ"
"เชิญครับ"
"เดี๋ยว ๆ เดี๋ยวก่อน!" คาร์ลลุกขึ้นขัดจังหวะการพูดของนีช่า
ทั้งเคนจิและนีช่าต่างจ้องมองคนไร้มารยาทด้วยสายตาดุร้าย ทำให้คาร์ลจำต้องหดตัวกลับไปนั่งคุดคู้ดังเดิม
"เชิญพูดครับนีช่า" เคนจิเปิดโอกาสให้หญิงสาวพูดอีกครั้ง
นีช่ากระแอม เธอเหลือบมองไปทางคาร์ลเล็กน้อยและเริ่มอธิบาย
"ที่ฉันมีพฤติกรรมแปลกไป เป็เพราะมีใครบางคนพยายามปิดปากไม่ยอมให้ฉันพูดอะไรบางอย่างค่ะ"
ใคร ที่นีช่าเอ่ยถึงคงเป็ใครไปไม่ได้นอกจาก...
เคนจิหันไปทางคาร์ลที่กำลังเหงื่อไหลเป็น้ำตก
"ว่าไงครับรุ่นพี่ มีอะไรจะสารภาพมั้ย"
"อึก!" คาร์ลลังเล แต่เมื่อโดนกดดันนานเข้า สุดท้ายก็ยอมสารภาพออกมา "คือว่าที่จริงแล้ว..."
เื่ที่คาร์ลไม่ยอมบอกกับเคนจิ คือเื่ที่เขาไม่ได้มีที่พักเป็หลักเป็แหล่ง หรือก็คือคาร์ลอาศัยห้องศูนย์บัญชาการลับเป็ทั้งที่ทำงานและบ้านซุกหัวนอนในเวลาเดียวกัน
อันที่จริงนี่ก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรหรอก เคนจิคิดว่าคาร์ลจะพักที่ไหนมันก็อยู่ที่ความสบายใจของรุ่นพี่ เคนจิไม่เคยคิดอยากจะเข้าไปก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของคาร์ลแม้แต่น้อย เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เคนจิใ กลับเป็เื่ที่คาร์ลปิดบังเื่นี้มาั้แ่ตอนแรกที่ทั้งสองตกลงทำงานร่วมกัน ซึ่งนั่นมันก็เกือบครึ่งปีได้แล้ว
"ทำไมต้องปิดบังด้วยล่ะครับ..."
คาร์ลหลบสายตาลงต่ำ
"คะ คือว่า ฉันกลัวว่าเคนจังจะมองว่าฉันไม่น่าเชื่อถือ" คาร์ลสารภาพในที่สุด "แบบว่า ฉันเป็รุ่นพี่ เป็หัวหน้างาน แต่กลับไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน ฉันแค่กลัวว่าตัวเองจะดูไม่น่าเชื่อถือจนเคนจังไม่ยอมมาทำงานด้วยก็เท่านั้น"
"..."
"..."
"ถ้าผมจะไม่เชื่อถือรุ่นพี่ คงไม่ใช่เื่ที่รุ่นพี่จะมีบ้านหรือไม่มีบ้านหรอกครับ รุ่นพี่คิดว่าคนที่ขึ้นไปยืนกอดอกหน้าระเบียงและโอ้อวดว่าตัวเองหน้าตาดีนี่น่าเชื่อถือหรือเปล่าครับ?"
"อึก!"
นีช่าตัวสั่นเพราะกำลังพยายามกลั้นเสียงหัวเราะ
เคนจิเอื้อมมือมาจับมือที่ชื้นเหงื่อของคาร์ล
"ที่ผมเลือกรุ่นพี่ เพราะผมได้เห็นผลงานและความสามารถของรุ่นพี่แล้วครับ ดังนั้นช่วยอย่าคิดเองเออเอง แล้วก็ไม่ต้องปิดบังเื่แบบนี้กับผมหรอกครับ...บอกแล้วไงว่าจะยังไงผมก็อยู่ข้างรุ่นพี่"
"คะ เคนจัง" คาร์ลเหมือนกำลังจะร้องไห้
ลำบากให้เคนจิและนีช่าต้องมานั่งปลอบอีก
คาร์ลกอดเอวของรุ่นน้องเอาไว้ ในขณะเดียวกันก็เอาขากั้นนีช่าออกไป
...เป็รุ่นพี่ที่สองมาตรฐานจริง ๆ ...
หลังจากที่จัดการเื่เข้าใจผิดเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งสามคนก็ช่วยกันจัดข้าวของที่เหลือให้เรียบร้อยก่อนพระอาทิตย์ตกดิน และแล้วในที่สุดศูนย์บัญชาการใหม่ก็พร้อมเปิดทำการ
คาร์ลจับกล่องใบสุดท้ายพับเก็บและมัดรวมกันไว้เผื่อต้องมีการโยกย้ายที่อยู่ในอนาคต เขาเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาและส่งเสียงโอดครวญราวกับคนแก่ใกล้สิ้นอายุขัย
"แค่นี้ก็โอดโอยซะแล้ว ไม่เอาไหนเลย" นีช่าพูดเหน็บแนม
"อยากพูดอะไรก็พูดไป"
ครั้งนี้คาร์ลเลือกที่จะไม่สนใจเสียงนกเสียงกาของนีช่า สายตาของเขาจับจ้องไปที่รุ่นน้องที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ด้านนอกด้วยความสนอกสนใจ
"ชอบเคนจิเหรอ?" นีช่าแกล้งถามทั้งที่ก็เห็น ๆ กันอยู่แล้ว
คาร์ลส่งเสียงจิ๊จ๊ะ "หนวกหูน่า"
"ถ้านายไม่เอาฉันขอ"
"เหอะ...ทำได้ก็ทำเลย" คาร์ลตอบกลับด้วยความมั่นใจ ทำเอาคนฟังรู้สึกหมั่นไส้
"มั่นใจซะเหลือเกินนะว่าเคนจิจะไม่เลือกฉัน"
"แหงล่ะ เคนจังไม่มีทางเลือกเธอหรอก"
"นายจะรู้ได้ยังไง"
...เพราะเขาชอบฉันน่ะสิ...คาร์ลตอบอยู่ในใจ
"พวกมักเกิล (คนธรรมดา) ไม่เข้าใจหรอก"
"พูดภาษาต่างดาวอีกแล้ว"
คาร์ลไม่ได้สนใจสิ่งที่นีช่าพูด เพราะเคนจิที่อยู่ชั้นล่างกำลังโบกมือเรียกทั้งสองคนลงไป
ดูเหมือนว่าเคนจิจะสั่งอาหารมื้อพิเศษมาทานด้วยกัน เพื่อเป็การฉลองย้ายที่ทำงานและที่อยู่ใหม่ของคาร์ล
เซตอาหารญี่ปุ่นที่เคนจิสั่งมาถูกใจมนุษย์สองคนที่เหลือเป็อย่างมาก เคนจิแอบหัวเราะตอนที่คาร์ลกับนีช่ายื้อแย่งกันเพื่อให้ได้กินปลาแซลมอนชิ้นสุดท้าย
คาร์ลคิดว่าถ้ามีเครื่องดื่มมึนเมาสักเล็กน้อย อาหารมื้อนี้คงสมบูรณ์แบบ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เคนจิไม่ยอมให้คาร์ลดื่มเครื่องดื่มพวกนั้นเด็ดขาด
คาร์ลได้รู้เหตุผลก็เป็่หลังมื้ออาหาร ตอนที่นีช่ากลับไปแล้ว แต่เคนจินั้นเดินไปนั่งลงที่โต๊ะทำงาน
รุ่นน้องคนดีหันมายิ้มหวานให้คาร์ล
...ทำไมกันนะ คาร์ลกลับรู้สึกขนลุก และคิดว่ารอยยิ้มแบบนั้นของรุ่นน้องดูอันตรายกว่ารอยยิ้มครั้งไหน ๆ ...
"เร็วเข้าครับรุ่นพี่"
"อะ อะไรเหรอ?" คาร์ลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "วะ ว่าแต่ เคนจังไม่กลับบ้านงั้นเหรอ นี่ก็ดึกมากแล้วนะ"
เคนจิยิ้มกว้างกว่าเดิมและตอบว่า
"ไม่ครับ เพราะคืนนี้ เราจะทำงานชดเชย หลังจากที่หยุดงานไปหลายวัน"
ม่ายยยยยยยย!!
คาร์ลพยายามจะวิ่งหนี แต่ก็ถูกเคนจิลากตัวกลับมานั่งประจำที่โต๊ะทำงาน
เคนจิวางมือลงบนไหล่ของรุ่นพี่
"ตั้งใจทำงานนะครับ"
"เคนจัง จอมมารร้าย..."
คาร์ลได้แต่ตัดพ้อและยอมรับชะตากรรมของตัวเอง
...ดูเหมือนคืนนี้จะต้องปวดหลังอีกแล้ว...