บทที่ 4
แวมไพร์ที่พยายามจะกลมกลืนกับมนุษย์
ฮาโมนี่ยกยิ้มเมื่ออาหารตรงหน้ายั่วยวนหวังให้เธอสูบเืในตัว มือเรียวลูบไล้ไปที่ลำคอหนา ชายหนุ่มผู้ใจร้อนก็รีบปลดกระดุมคอเสื้อ ดึงปกเสื้อออกให้กว้างขึ้นพร้อมเอียงศีรษะเล็กน้อย ใบหน้าขาวเปลี่ยนเป็สีแดงฉับพลันเมื่อนักล่าสาวก้มหน้าลงมาประชิดลำคอ
แวมไพร์สาวไม่อาจอดทนได้อีกแม้จะยังรู้สึกโกรธเคืองเขาอยู่ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธชายหนุ่มคนนี้ได้ เพราะเขาคือแหล่งอาหารชั้นยอดของเธอ ล่ำค่า หอมหวาน และรสชาติดีกว่าใครอื่น
ั์ตาสีฟ้าแปรเปลี่ยนเป็สีม่วงลึกลับ เขี้ยวคมค่อย ๆ งอกยาวขึ้นเพื่อให้ฝังเข้าิัได้ง่าย
“อ๊ะ….”
เฮนรี่คว้าตัวหญิงสาวให้ลงจากบนโต๊ะมานั่งบนตักเขาแทนเพื่อที่เธอจะได้ดูดเืเขาได้ถนัด แขนใหญ่โอบเอวเล็กแน่นขึ้นเมื่อเธอดูดเืของเขาอย่างกระหาย
อึก อึก...
เธอดื่มเืเขาจนอิ่มแล้วผละออกจากลำคอ เืสีแดงสดยังคงไหลออกจากผิวอันขาวใส เธอก้มลงอีกครั้งเพราะนึกเสียดายที่จะให้เือันมีค่านี้ไหลออกมาอย่างเปล่าประโยชน์ ฮาโมนี่จัดการใช้ลิ้นเลียทำความสะอาดคราบของเหลว
ชายหนุ่มใบหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกกระตุ้น เขาขบเม้มริมฝีปากแน่นกักกลั้นอารมณ์วาบหวิวไว้ การกระทำของนักล่าสาวมักจะเป็แบบนี้ตลอด เมื่อเธอดูดเืเขาจนพอใจ หลังจบงานจะเลียทำความสะอาดคราบเืให้เขาแบบนี้ทุกครั้ง พฤติกรรมอันยั่วยวนที่เ้าตัวไม่เคยคิดแต่คนโดนกระทำก็คิดไปทางนั้นอยู่ตลอด
มือหนาจับช่อผมลอนยาวไปไว้ด้านหลังเพื่อให้ได้เห็นลำคอยาวระหงของหญิงสาว
“ท่านพี่... ข้าก็หิวเหมือนกันนะ” เขาพูดเสียงแหบเบา นิ้วเรียวเกลี่ยไปที่ลำคอของเธอ
ชุดเดรสที่เธอสวมใส่มันมิดชิดจนปกปิดคอสวย ถ้าจะดูดเืตรงคอก็คงต้องปลดกระดุมเม็ดบน
ฮาโมนี่ผละหน้าออกจากซอกคอของเขา ั์ตาสีม่วงกลับมาเป็สีฟ้าเหมือนเดิม เธอมองใบหน้าชายหนุ่มซึ่งตอนนี้ทั่วทั้งใบหน้าและั์ตาของเขาเปลี่ยนเป็สีแดง สีตาดั่งเืเหมือนกับพวกแวมไพร์คลั่งไม่มีผิด
“นายไม่ได้กินเืคนอื่น?”
คิ้วสีดำเลิกขึ้นด้วยความสงสัย
“ไม่...ผมชอบแค่เืของท่านพี่ เหมือนที่ท่านชอบแค่เืของผม”
เฮนรี่พูดเสียงหนักแน่น นั่นทำให้ฮาโมนี่ปลดกระดุมคอเสื้อจนถึงกระดุมตรงหน้าอก เธอร่นเสื้อลงจนเห็นหัวไหล่
“กัดตรงไหล่อย่ากัดคอเดี๋ยวมันเห็นรอยชัด”
ร่างกายของเธอไม่เหมือนกับของเฮนรี่ที่ฟื้นตัวได้เร็ว และคมเขี้ยวของเขาก็มักจะฝากรอยช้ำสีม่วงไว้เสมอ
ชายหนุ่มกระชับกอดหญิงสาวแแ่ ฝังเขี้ยวเข้าไปที่ไหล่ ดื่มด่ำดูดเือย่างค่อยเป็ค่อยไป ก่อนจะถอนเขี้ยวออกและย้ายไปจุดอื่น ไล่ลงมาจนถึงไหปลาร้า คราวนี้ไม่ใช่แค่กัดแต่เขายังดูดขบเม้มผิวเนียนฝากรอยกุหลาบ
ริมฝีปากไล่ลงมาจนถึงเนินอกหวังจะพรมจูบตรงส่วนนุ่มนิ่ม
เขาผงะหน้าออกจากแรงทึ้งผมที่หญิงสาวกระชากผมอย่างไร้ปรานี
“จะ เจ็บ...”
ใบหน้าหล่อเ้าเล่ห์แสดงสีหน้าเ็ป
แม้จะไม่ได้รู้สึกเจ็บขนาดนั้นก็ตาม
“เฮนรี่... เราตกลงกันแล้ว ตอนนี้เราเป็พี่น้องกันอย่าทำอะไรไปมากกว่านี้”
เธอปล่อยมือออกจากผมเขาก่อนลุกออกจากตัก จัดการติดกระดุมเสื้อให้กลับมาเป็เหมือนเดิม
“ขอโทษครับ” ชายหนุ่มใบหน้าลู่ลง เขาเกลียดสถานะพี่น้อง เขาไม่เคยคิดว่าสถานะที่ดูใกล้ชิดจะทำให้ห่างเหินมากกว่าที่คิด
“ท่านพี่จะกลับมาอยู่ที่นี่เลยไหม ผมไม่คิดว่าท่านจะใช้ชีวิตอยู่ใกล้ชิดมนุษย์ได้นานมากกว่านี้”
“ยังไม่กลับแต่จะแวะมาบ่อย ๆ แล้วกันพอดีมีเื่น่าสนใจน่ะ”
เฮนรี่ขมวดคิ้ว เป็คำตอบที่เขาคาดไม่ถึง คนอย่างฮาโมนี่ที่มักจะหลีกเลี่ยงอยู่กับมนุษย์กลับบอกว่ามีเื่น่าสนใจ
เธอสนใจอะไรขนาดถึงกลับเผลอยิ้มออกมา
“ไม่ใช่ว่าท่านพี่ยังโกรธผมอยู่หรอกเหรอ?”
ฮาโมนี่ยืนกอดอกพิงโต๊ะทำงาน
“ไม่ได้โกรธแล้ว แต่ไม่พอใจ วันหลังนายก็อย่าปิดบังอะไรฉันแล้วกัน”
เธอเหลือบมองชายหนุ่มที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหรู
“ฉันไม่อยากให้ชีวิตอันเรียบง่ายของฉันต้องวุ่นวายเพราะน้องชายที่ชอบทำตัวโด่งดัง คราวนั้นก็ไปเป็นักแสดงทำให้ชีวิตของฉันวุ่นวายมากพอแล้ว พอตอนนี้ดันมาลงเล่นการเมือง นึกว่าจะเป็แค่นักการเมืองหางแถวแต่ดันลงสมัครเลือกตั้งแล้วยังเป็หัวหน้าพรรคอีก”
หญิงสาวถอนหายใจ ก่อนจะยืดตัวตรงขึ้น
“ทำไมนายชอบเป็ที่สนใจมากขนาดนี้”
เฮนรี่เมื่อเห็นใบหน้าเ็าแสดงสีหน้าหงุดหงิดใส่เขาก็แค่นหัวเราะขึ้นมา
“ฮะ ฮ่า ฮ่า เพราะข้าเป็แวมไพร์ที่หล่อเหลาไงละครับ ก็ต้องใช้หน้าตาให้เป็ประโยชน์”
ฮาโมนี่ไม่อยากจะสนทนากับน้องชายผู้หลงตัวเอง เธอจึงหยิบหมวกขึ้นสวมใส่ เตรียมจะออกจากคฤหาสน์หลังนี้
ชายหนุ่มดีดตัวลุกขึ้นตามหญิงสาวทันที
“จะกลับแล้วเหรอ อยู่กับข้าอีกหน่อยสิ~~ ท่านพี่~~”
หญิงสาวไม่สนใจต่อคำอ้อนวอนของน้องชาย เธอสาวเท้าเดินต่อโดยมีอีกคนเดินตามมาติด ๆ
.......
โบสถ์ใจกลางเมืองหลวงซึ่งเป็สถานที่ที่ผู้คนมักวนเวียนเข้าออกเป็ประจำอยู่ติดกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของซิสเตอร์
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งถือถุงกระดาษสีน้ำตาลที่ใส่ขนมปังไว้จนแทบจะล้นออก เขาเดินมาจนถึงหน้าสถานสงเคราะห์
และหน้าสถานสงเคราะห์ก็มีหญิงสาวชุดเดรสสีฟ้าสดใสสวมหมวกใบใหญ่สีเดียวกับชุด ทันทีที่เธอเห็นลีโอนาร์ด ใบหน้าเรียบเฉยก็ยกยิ้มขึ้นให้เขาทันที
“รอนานไหมครับ”
“ก็ไม่เท่าไหร่ค่ะ ว่าแต่เราจะเข้าไปสถานสงเคราะห์ทำไมคะ”
“ก็ต้องมาแจกขนมของกินให้เด็ก ๆ ไงครับ”
ลีโอนาร์ดเดินนำเข้าประตูเหล็กที่ยามผู้ดูแลเปิดประตูต้อนรับ
“สายัณห์สวัสดิ์ครับคุณลีโอนาร์ด” ชายหุ่นท้วมยิ้มทักทายให้ลีโอนาร์ดอย่างเป็มิตร
ร่างสูงก้มศีรษะเล็กน้อยและยิ้มตอบกลับ
“สายัณห์สวัสดิ์ครับคุณลุง”
ชายหุ่นท้วมมองหญิงสาวที่เดินตามลีโอนาร์ดเข้ามา เขายิ้มทักทายให้เธอ ทว่าหญิงสาวกลับเมินไม่สนใจ ไม่แม้จะหันมาชายตามองด้วยซ้ำ
“พี่ลีโอมาแล้ว!!” เด็กน้อยตัวเล็กะโเสียงแจ๋วรีบบอกกับเพื่อนวัยไล่เลี่ยกันถึงการมาของชายหนุ่ม
เด็ก ๆ วิ่งกรูเข้ามาหาและล้อมรอบลีโอนาร์ดอย่างดีใจ
“ใจเย็น ๆ วันนี้พี่ซื้อมาเยอะได้ครับทุกคนแน่นอน”
ลีโอนาร์ดมองหญิงสาวพลางยื่นถุงกระดาษที่ใส่ขนมให้เธอ “ช่วยผมแจกหน่อยนะครับ”
ฮาโมนี่รับมา เหล่าเด็กตัวเล็กเท่าสะโพกก็ยืนตรงเรียงแถวอยู่ข้างหน้าด้วยสายตาวิ้งเป็ประกาย
“พี่สาวสวยจังเลยครับ เป็แฟนกับพี่ลีโอเหรอฮะ”
เด็กน้อยถามไร้เดียงสาจ้องมองมาที่เธอตาใส
ใบหน้าหญิงสาวที่หน้าบึ้งตลอดั้แ่เดินเข้ามาก็คลี่ยิ้มบาง ๆ
“ตอนนี้ยังแต่วันข้างหน้าก็ไม่แน่”
ฮาโมนี่หยิบของแจกจ่ายให้เหล่าเด็กตัวน้อยจนของในมือไม่เหลือแล้ว หลังจากเธอทำภารกิจที่ไม่เคยทำมาทั้งชีวิตเสร็จก็ยืนมองชายหนุ่มเล่นกับเด็ก ๆ อยู่สักพักใหญ่
ใบหน้าหล่อเข้มใจดีและยิ้มเก่ง เพียงแค่เจอเขาไม่กี่ครั้งก็รับรู้ได้ว่าชายผู้นี้เป็คนอ่อนโยนอย่างคาดไม่ถึง รอยยิ้มของเขาทำให้เธอรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรง หัวใจที่ไม่เคยเต้นแรงกับใครมาเนิ่นนาน ฮาโมนี่เผลอคิดฟุ้งซ่านอย่างลืมตัว และตระหนักได้ว่าแววตาที่เธอมองเขาไม่ใช่ความพิศวาสแต่มันคือความกระหายต่างหาก
ในขณะนั้นลีโอนาร์ดก็หันมาสนใจหญิงสาว เขาเดินตรงมาหาเธอที่ยืนหลบอยู่ใต้ต้นไม้
“ผมเสร็จธุระแล้ว เราออกไปกันเถอะครับ”
ฮาโมนี่เดินตามร่างสูงออกมา ระหว่างที่เดินอยู่ ชายกระโปรงของเธอก็ถูกรั้งไว้ เมื่อหันไปมองก็เห็นเด็กน้อยก่อนหน้านี้เป็คนดึงไว้
“ผมเห็นพี่สาวหน้าซีดมากเลย เอาน้ำไหมฮะ”
เด็กน้อยยื่นขวดน้ำให้
“ฉันสบายดีน่ะ เก็บน้ำไว้เถอะ” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ และมุ่งเดินต่อตามชายหนุ่มต่อ
ที่ใบหน้าของเธอซีดไม่ใช่เพราะขาดน้ำ แต่คงเพราะเธออยู่ใกล้กับโบสถ์ต่างหาก ร่างกายเลยรุ่มร้อนราวกับถูกแผดเผา
เมื่อออกจากสถานสงเคราะห์ ลีโอนาร์ดก็เริ่มรู้สึกถึงความประหลาดของหญิงสาวเพิ่มขึ้นอีก ระหว่างทางหรือแม้กระทั่งตอนอยู่กับเด็ก ๆ ฮาโมนี่ไม่พูดอะไรเลย ไม่แม้จะเล่นกับเด็ก ๆ แต่ถ้าเขาขอให้เธอช่วยอะไร เธอก็ช่วยโดยไม่มีบ่น
ตอนนี้เราทั้งคู่เดินมาหยุดตรงร้านอาหารภัตตาคาร เป็่เย็นพอดี เขาจึงชวนเธอทานอาหารก่อนแยกย้าย เพราะเขาเห็นใบหน้าเธอดูอิดโรย
ลีโอนาร์ดเปิดเมนูอาหารพลางเหลือบมองหญิงสาวตรงข้าม
หัวคิ้วของเธอขมวดลงจนแทบจะผูกเป็ปมในขณะอ่านเมนู
“วีเนอร์ชนิทเซิล 1 ที่ครับ” ลีโอนาร์ดบอกกับพนักงานก่อนจะปิดเมนูอาหาร มองหญิงสาวเบื้องหน้า
“เอาเหมือนกับคุณผู้ชายค่ะ”
พอสั่งอาหารเสร็จเรียบร้อย บรรยากาศโต๊ะอาหารก็เงียบอึมครึมจนเขาเป็ฝ่ายเปิดหัวข้อบทสนทนา
“คุณฮาโมนี่เป็คนเงียบๆ แบบนี้มาตลอดเลยเหรอครับ”
เขาไม่อยากให้เกิดความอึดอัดใจเลยถามเธอด้วยความสงสัย
“ฉันดูเป็อย่างงั้นเหรอคะ? ถ้าฉันทำให้คุณไม่สบายใจหรืออึดอัดต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีฉันเกร็งมากเวลาอยู่กับคุณน่ะค่ะ”
เธอตอบอย่างเขินอาย พลางยิ้มเจื่อน ๆ
ลีโอนาร์ดผุดยิ้มและถามแหย่เย้าหญิงสาว
“แต่ตอนตามผม่กลางคืนดูไม่เกร็งหรือกลัวเลยนะครับ”
ั์ตาสีฟ้าครามเหลือบมองไปทางอื่น ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“ก็มัน.... อืม... ฉันไม่รู้นี่คะว่าต้องทำยังไง หรือต้องพูดแบบไหน คุณลีโอนาร์ดถึงจะเข้าใจความต้องของฉัน”
“อย่าทำแบบนั้นอีกก็พอครับไม่ว่าจะกับใครก็ตาม คุณฮาโมนี่อาจจะต้องลองปรับเปลี่ยนวิธีการพูดและการกระทำที่เอาแต่มุทะลุด้วยนะครับ”
เขาคลี่ยิ้มให้เธอ พลางคิดว่าหญิงสาวคนนี้ช่างไม่เหมือนใครเลย
“เข้าใจและค่า ว่าแต่ฉันเรียกคุณว่าลีโอได้ไหมคะ ฉันเห็นเด็ก ๆ เรียกคุณแบบนั้น”
“ถ้าคุณสะดวกแบบนั้นก็ได้ครับ คุณฮาโมนี่”
หญิงสาวระบายหญิงกว้างเมื่อได้รับความสนิทสนมเพิ่มมากขึ้น
เวลาผ่านไปชั่วครู่หนึ่งอาหารก็มาเสิร์ฟถึงโต๊ะ ลีโอนาร์ดเริ่มใช้ซ้อมและมีดหั่นเป็ชิ้นพอดีคำ และทานด้วยความเอร็ดอร่อย เนื้อลูกวัวชิ้นบางชุบเกล็ดขนมปังทอด พร้อมสลัดผัก มื้อเบา ๆ ที่ไม่ได้มีปริมาณมาก แต่ทว่าหญิงสาวตรงหน้ากลับกินเพียงไม่กี่คำ
“คุณฮาโมนี่อิ่มแล้วเหรอครับหรือว่ารสชาติไม่ถูกปาก?”
ลีโอนาร์ดถามด้วยความเป็ห่วง
“ปกติมื้อเย็นฉันจะทานได้น้อยค่ะ ถึงจะน่าเสียดายกับรสชาติของมัน... สงสัยตอนกลางวันฉันต้องมาทานเมนูนี้อีกรอบแน่ค่ะ”
“ท่าทางคุณจะติดใจเนื้อลูกวัวสินะครับ แต่น่าแปลก...”
ลีโอนาร์ดเว้นเสียงทิ้งไว้ มือที่ถือมีดวางลง และเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำดื่มก่อนจะพูดประโยคต่อ
“คุณฮาโมนี่ไม่เคยกินอาหารประจำพื้นเมืองเลยหรือครับ ทั้ง ๆ ที่คุณก็ดูเติบโตอยู่ที่นี่...”
หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยกับประโยคคำถามที่มีแต่ความสงสัยและจับผิด
เขาช่างเป็คนที่ไหวพริบดีเกินคาด
“เคยสิคะ แต่ว่าที่บ้านของฉันจะมีพ่อครัวทำให้ทาน แล้วรสชาติมันต่างกับร้านอาหารมาก ๆ ฉันที่หนีออกมาจากบ้านพอได้มากินเมนูนี้แล้วก็หวนคิดถึงรสชาติฝีมือพ่อครัวเลยค่ะ แม้จะแตกต่างแต่ก็อร่อยพอกัน ๆ”
เธอแถเป็ฟืนเป็ไฟพลางหัวเราะกลบเกลื่อน พอเห็นสีหน้าชายหนุ่มคลายความสงสัยแล้ว เธอก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
เมื่อไม่มีใครใช้ห้องน้ำ ฮาโมนี่เลยทำการลงกลอนประตู เธอมองกระจกเบื้องหน้าและอ้าปากกว้างก่อนจะใช้นิ้วล้วงคอเอาอาหารเมื่อครู่ที่กินลงไปอาเจียนออกจนหมด
เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตัวเองถึงต้องลงทุนทำอะไรที่ไม่เคยทำเพราะมนุษย์แค่คนคนเดียว แม้จะยังไม่แน่ใจว่าชายผู้นี้ใช่คนที่เธอตามหาหรือเปล่า ทว่าที่ผ่านมานี่ก็เป็ครั้งแรกที่เธอรู้สึกเ็ปหัวใจตอนััตัวเขา
ฮาโมนี่สลัดความคิดฟุ้งซ่าน ก่อนจะเปิดกระเป๋าหยิบลิปสติกเติมสีปากที่จางลงจากการบ้วนน้ำหลายรอบ