บทที่ 10 ท่านใต้มู่หน้าเหี้ยมใจโหด
ตะวันเริ่มบ่ายคล้อยจิ้นหยางกับเจียวซิ่งกลับมาจากตัดไม้ไผ่เพื่อนำมาทำเป็หลักให้แตงกวาเกี่ยวพันขึ้นยามใหญ่เมื่อมาถึงเรือน หน้าเรือนมีต้นไม้ใหญ่พร้อมกับแคร่ไม้ไผ่หนึ่งตัวไว้เป็ที่พักพิงยามร้อน ๆ ทั้งสองจึงพากันมานอนเอนหลังพักผ่อน
“ท่านจะรีบไปตัดมาไผ่มาทำไมหรือขอรับ ผักของท่านยังไม่ขึ้นเลยนะขอรับ เราจะไม่เหนื่อยเปล่าหรือ? ”
“ข้ามั่นใจอย่างไรแตงกวาของข้าต้องขึ้น เ้าอย่ามาพูดให้ข้าละเหี่ยใจเช่นนี้สิ”
“จริงสิ! พี่จิ้นหยางตอนที่ท่านขัดหลังให้ท่านเ้าเมืองท่านคงเห็นเรือนร่างเขาหมดทุกจุดแล้วใช่หรือไม่? เช่นนั้นท่านจงตอบข้ามาว่าข้ากับท่านเ้าเมืองผู้ใดหล่อเหลากว่ากันขอรับ” เมื่อถูกถามใบหน้าของจิ้นหยางแดงระเรื่อครั้นนึกภาพของท่านเ้าเมืองที่เขาััมาแทบทั้งคืน จนต้องลุกขึ้นจากแคร่เดินหนีเจียวซิ่งเพราะกลัวว่าเขาจะเห็นสีหน้าของตนยามนี้
“ไม่รู้ ...ไม่มีผู้ใดหล่อเหลาสักคนไปหาท่านแม่ดีกว่าเย็นนี้มีอะไรกินนะ!”
“เดี๋ยวสิท่านพี่มาตอบข้าก่อน ว่าผู้ใดหล่อเหลากว่ากัน” เจียวซิ่งลุกขึ้นเดินตามหลังของจิ้นหยางแต่ทว่าเมื่อมาถึงหน้าเรือนกลับเห็นว่ายามนี้มีเกี้ยวมาหยุดเทียบท่าอยู่หน้าเรือน เสียงอ้อนวอนของท่านแม่ดังชัดเจน จิ้นหยางรีบเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาทันที
“ท่านใต้เท้าตอนนี้ข้าไม่มีอันใดให้ท่านหรอกเ้าค่ะ ท่านเองก็เห็นว่า่ที่ผ่านมาฟ้าฝนไม่เป็ใจ ท่านใต้เท้าเห็นใจข้าสักนิดนะเ้าคะ”
“เฮอะ! เห็นใจเ้าอย่างนั้นหรือ? แล้วของที่เ้าเอาของข้าไปเล่า เ้าไม่เห็นใจข้าบ้างหรือไงไม่รู้อย่างไรข้าจะต้องได้อะไรติดไม้ติดมือไป” ใต้เท้ามู่กวาดตามองในเรือนไม่มีสิ่งใดให้เขานำไปได้เลย จนกระทั่งจิ้นหยางเดินเข้ามา
“ท่านแม่เกิดอันใดขึ้นขอรับ”
“นี่ไง! ดอกเงินของข้า นี่เ้าเป็บุตรชายของหญิงชรานางนี้ใช่หรือไม่? อื้ม...ร่างกายของเ้าบึกบึนแข็งแรงไม่ใช่น้อยหากนำไปใช้แรงงานคงจะดี นี่เ้ากลับเรือนพร้อมข้าต่อจากนี้เ้าต้องไปเป็ทาสในเรือนจนกว่าเ้าจะทำงานใช้หนี้ให้หมดข้าถึงจะปล่อยตัวเ้าออกมา”
“ไม่ได้นะท่านอย่ามายุ่งกับลูกชายข้า เขาไม่รู้เื่อะไรด้วยซ้ำ” หญิงชรารีบดึงแขนจิ้นหยางมาอยู่ด้านหลังแต่จิ้นหยางที่ไม่รู้ว่าท่านใต้เท้ามู่นั้นโหดร้ายเพียงใด จึงพยักหน้าให้ท่านแม่ก่อนจะเดินมายืนอยู่ตรงด้านหน้าเพื่อปกป้องท่านแม่จากใต้เท้าหน้าเืผู้นี้
จิ้นหยางจ้องมองไปยังใต้เท้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าทั้งใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยริ้วรอยท้องยื่นออกมาจนน่าเกลียด นี่หรือใต้เท้ามู่ผู้ที่ท่านแม่ติดหนี้
“ไม่! ข้าไม่ไปไหนทั้งสิ้นอีกอย่างข้าได้ยินมาว่าท่านแม่ติดหนี้ท่านเพียงเล็กน้อย ข้าขอเวลาเมื่อไหร่ที่แตงกวาข้าขายได้ข้าจะนำเงินไปใช้หนี้ท่านเอง”
“ฮ่า ฮ่า คนอย่างเ้านะหรือจะหาเงินมาใช้หนี้ข้าได้สู้เ้าไปทำงานให้ยังจะดีกว่า” เสียงหัวเราะสายตาเย้ยหยันดูถูกของใต้เท้ามู่ที่จ้องมองมายังจิ้นหยางทำให้เขารู้สึกโมโห จึงเอ่ยถามจำนวนที่ท่านแม่ติดหนี้
“ท่านแม่ของข้าติดท่านเท่าไหร่กัน” ใต้เท้ามู่ทำท่าทางครุ่นคิดยกนิ้วขึ้นมานับก่อนจะตอบคำถามของจิ้นหยาง
“แม่ของเ้านำข้าวข้าไปสิบจินเมื่อคิดเป็เงิน แม่ของเ้าติดข้าอยู่สองตำลึงเงินแต่ทว่าข้าไม่ได้ใจดีที่จะให้เยื่อยืมโดยไม่คิดดอก เมื่อรวมดอกที่แม่ของเ้าไม่ได้ให้ข้ารวมกันเป็สี่ตำลึงเงิน ชาตินี้ทั้งชาติเ้าจะหามาจ่ายข้าได้หรือ? แต่ก็เอาเถอะข้าจะรอดูแล้วกันว่าเ้าจะหามาคืนหาได้หรือไม่ข้าจะให้เวลาภายในสามเดือนเท่านั้น และระหว่างนี้ดอกจะเพิ่มเรื่อย ๆ หากเ้าหามาไม่ได้เ้าต้องไปเป็บ่าวรับใช้ในเรือนข้า"
"ท่านแม่ติดหนี้ท่านเพียงไม่มากแต่ดอกของท่านมันไม่มากเกินไปหน่อยหรือขอรับ เช่นนี้ไม่เท่ากับว่าฆ่าชาวบ้านตาดำ ๆ แม้จะดูเหมือนมีเมตตาให้ยืมเมล็ดพันธุ์แต่ก็ยังคิดดอกมากโขเช่นนี้ช่างเป็คนเ้าเล่ห์เพทุบาย ที่ชาวบ้านยอมจ่ายเพราะเกรงกลัวแต่ดอกของท่านมันเพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะข้าหรือชาวบ้านคนไหน ๆ ก็ไม่มีทางใช้หนี้ท่านหมดหรอก ใบหน้าเหี้ยมยังไม่พอใจยังโหดไร้ซึ่งน้ำใจ" จิ้นหยางยืนต่อว่าอย่างไม่เกรงกลัวที่ถูกใต้เท้ามู่เอาเปรียบเช่นนี้ ทำให้ใต้เท้ามู่โกรธเกรี้ยวหันหน้าไปมองบ่าวที่มาด้วยกันก่อนที่คนพวกนั้นจะใช้ไม้ทุบตีจิ้นหยางจนล้มลง
"เ้ามันสามหาวกล้าต่อปากต่อคำกับข้าหรือ? ข้าอุตส่าห์ใจดียื่นเวลาให้เ้าสามเดือนแต่เข้ากลับว่าข้าอย่างไม่เกรงกลัว พวกเ้าจัดการสั่งสอนชายต้อยต่ำพวกนี้ให้รู้สึกนึกที" สิ้นเสียงของใต้เท้ามู่บ่าวรับใช้รีบใช้ไม้มาทุบตีร่างกายของจิ้นหยาง
พลั๊ก !!
“โอ๊ย! เฮอะ! เพราะข้าเอ่ยความจริงทำให้ท่านรับไม่ได้ถึงได้ลงมือกับคนไม่มีทางสู้อย่างนี้หรือ? นี่หรือใต้เท้าที่ชาวบ้านพึงพาอาศัย อ๊ากกก!!...”
ผู้เป็มารดาก้มลงเพื่อขอความเมตตาต่อใต้เท้ามู่เมื่อเห็นว่าบ่าวของเขาลงไม้ลงมือกับจิ้นหยางมากกว่าเดิม
"ใต้เท้าโปรดเมตตาจิ้นหยางของข้าด้วย เขาพึ่งจะหายป่วยสติเลอะเลือนไม่รู้จักผู้มีพระคุณ ท่านโปรดเมตตาหยุดตีเขาด้วยเถิดเ้าค่ะ " จิ้นหยางไม่ทันตั้งตัวถูกไม้ฟาดเข้าที่ตัวเขาใช้มือบังร่างกายจนแขนได้รับาเ็ ทรุดตัวขดกองที่พื้นอย่างเ็ป มองไปดูมารดาที่เอาแต่ก้มหัวให้ใต้เท้ามู่พร้อมน้ำตาใจของจิ้นหยางสั่นเครือไปหมด เจียวซิ่งรีบเข้ามาขอร้องอีกคนคุกเข่าข้าง ๆ หญิงชราก้มหัวให้แก่ใต้เท้าผู้โเี้อ้อนวอนครั้งแล้วครั้งเล่า
"ท่านใต้เท้าท่านพี่ของข้าสติเลอะเลือน ท่านโปรดอภัยด้วยขอรับ เมตตาท่านพี่ข้าสักครั้งเถิดขอรับ ข้าจะคอยตักเตือนเขาไม่ให้ล่วงเกินท่านใต้เท้าอีกขอรับ " ใต้เท้ามู่เห็นจิ้นหยางได้รับาเ็ประมาณหนึ่งก็พึงพอใจยกมือขึ้นให้บ่าวรับใช้หยุดทุบตี ก่อนจะนั่งคุกเข่าจ้องมองใบหน้าของจิ้นหยาง
"นี่ข้าแค่ตักเตือนหากเ้ากล้าว่าข้าแม้อีกแค่ครั้งเดียวครั้งหน้าข้าจะตัดลิ้นของเ้าทิ้งเสีย อีกสามเดือนพวกเ้าต้องนำเงินไปให้ข้ามิเช่นนั้นข้าจะยึดที่ดินของพวกเ้า "
จิ้นหยางเจ็บใจเหลือเกินจะลุกขึ้นต่อว่าก็รู้สึกเ็ปไปหมดอีกทั้งตอนนี้มือของท่านแม่ที่จับกายเขาอยู่สั่นเทาไปหมด จิ้นหยางรู้ถึงความเป็ห่วงต่อบุตรชายจึงไม่อยากให้มารดาทุกข์ใจไปมากกว่านี่จึงไม่ได้เอ่ยอันใดปล่อยให้ใต้เท้ามู่ขึ้นเกี้ยวจากไปเท่านั้น เจียวซิ่งรีบเข้ามาพยุงร่างกายของจิ้นหยางทันที
"พี่จิ้นหยางท่านเป็เช่นไรบ้างขอรับ ท่านก็รู้ดีว่าท่านใต้เท้ามู่เป็คนเช่นไรทำไมท่านถึงได้ต่อว่าเขาเช่นนั้นกัน ดูสิร่างกายของท่านได้รับาเ็ไปหมดแล้ว "
"ข้าไม่เป็อะไร ทำไมทุกคนถึงต้องยอมกันนะทั้งหน้าเืทั้งจิตใจเหี้ยมโหดทางการไม่เห็นการกระทำของเขาหรืออย่างไร ถึงได้นิ่งเฉยเช่นนี้"
"จะมีผู้ใดทำอันใดใต้เท้ามู่กันได้เล่าจิ้นหยางเอ้ย! เพียงแค่เขายัดเงินให้ทางการคนพวกนั้นก็ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นแล้ว "หญิงชราได้พยุงแขนของจิ้นหยางพลางบอกลูกชายด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น
'เหอะ! ยัดเงินใต้โต๊ะเหรอไม่ว่าสมัยไหนก็เป็เหมือนกันสินะ โอ๊ยไม่คิดเลยว่าทั้งชีวิตจะมาถูกทุบตีไร้ทางสู้อย่างนี้ เทวดารังแกกันหรือไง ให้เกิดใหม่น่าจะให้เกิดเป็คนร่ำรวยก็ไม่ได้อีกกี่วันร่างกายถึงจะกลับมาทำงานได้นะ' จิ้นหยางคิดในใจเดินตามแรงหิ้วปีกของเจียวซิ่งเข้ามาในเรือนร่างกายเจ็บระบมไปหมด