โครตพลังดวงตาเทพเจ้า

    ตอนที่ 29 เป็นอย่างที่คิดว่าคือเขา

    ตอนที่ 29 เป็นอย่างที่คิดว่าคือเขาดังนั้นพี่ชายคนขับรถที่ขับไปตามที่เขาชี้นั้น เลี้ยวซ้ายทีเลี้ยวขวาที อีกนิดเดียวก็เกือบที่จะทำให้พี่ชายขับรถคิดว่าเขากำลังแกล้งเล่นในท้ายที่สุด รถแท็กซี่ก็จอดห่างจากโรงแรมที่โอ่อ่าตระการตาแห่งหนึ่ง เซิง ห่าวได้จ่ายเงินและลงมาจากรถ จากที่ไกลไกลเขาได้มองเห็นเฉิงจื่อห่าวเดินเข้าไปในโรงแรมแห่งนั้นเขาก็ได้ตามเข้าไปอย่างช้าๆ แต่เขากลับหยุดอยู่ที่หน้าประตูของโรงแรมไม่ไกลเท่าไรนัก สายตาของเขาจ้องมองไปที่ป้ายแผ่นหนึ่งป้ายแผ่นนี้มีตัวหนังสือมากมายทำให้เซิงห่าวรู้สึกว่าขี้เกียจอ่าน แต่ว่าตัวอักษรเฉิงตัวใหญ่ที่สุดที่อยู่บนนั้นเขาก็สามารถมองได้อย่างชัดเจนมีกลุ่มบอดี้การ์ดกลุ่มหนึ่งอยู่ที่ประตูทางเข้าของโรงแรม แต่ละคนที่เข้าไปภายในงานทั้งหมดนั้นจะต้องแสดงสิ่งที่คล้ายกับบัตรเชิญแผ่นหนึ่งดูท่าหากต้องต้องการจะเข้าไปคงเป็นเรื่องที่เป็นไม่ได้หลังจากที่เซิงห่าวลังเลอยู่พักหนึ่ง แล้วเขาก็เดินไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ด้านข้างของโรงแรม ดวงตาของเขาก็สแกนเข้าไปข้างในโรงแรม สั่งอาหารราคาถูกแบบสุ่ม แล้วก็รอต่อไปตอนที่เขาออกมาจากบ้านนั้นไม่ได้นำเงินไปมามากเท่าไรนัก พึ่งจะจ่ายค่ารถไปก็หมดไปแล้วเกือบครึ่งหนึ่ง ดังนั้นตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่ประหยัดเงินเอาไว้เท่านั้นทุกการเคลื่อนไหวของเฉิงจื่อหาวอยู่ในสายตาของเขา แต่เนื่องจากมีคนจำนวนมาก เขาจึงจำเป็นต้องใช้แรงในการมองมากขึ้น หลังจากที่ผ่านไปได้ไม่นานนัก ก็เริ่มรู้สึกว่าดวงตาของเขาปวดขึ้นมาเล็กน้อยเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วเซิงห่าวหลับตาลงสักครู่หนึ่ง เพื่อบรรเทาอาการปวดให้ลดน้อยลง ลองคิดดูอีกครั้ง วางแผนที่จะตรวจดูเป็นระยๆะ อย่างนั้นก็น่าจะไม่สามารถมีปัญหาอะไรได้แล้วจากรูปลักษณ์นี้ เขาสามารถที่จะดูได้ถึงตอนเย็น ใบหน้าของเขาเริ่มที่จะซีดเผือดไปเล็กน้อย การที่เขาใช้สายตาจ้องมองเฉิงจื่อหาวอยู่ตลอดนั้นทำให้เขารู้สึกว่าอ่อนเพลียไปเล็กน้อย แต่เพื่อหาหลินเหยาให้เจอ เขาจะต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด"คุณคะ ขอโทษนะคะ คุณต้องการอะไรอีกไหมคะ?" บริกรสาวเดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าแปลกๆ เพราะหลังจากเข้ามาตั้งแต่เมื่อตอนบ่าย เซิงห่าวสั่งเพียงแต่มะเขือยาวเผาลูกเดียว แล้วกินมันจนถึงตอนเย็นเซิงห่าวนั่งอยู่ในตำแหน่งที่ติดกับผนัง อีกด้านหนึ่งของกําแพงเป็นโรงแรมที่เฉิงจื่อหาวอยู่ เขาใช้สายตาสแกนมองผ่านคนอื่นที่หลังกำแพงนี้ มองไปที่ผนังตลอดทั้งบ่าย ดูอย่างไรก็ไม่ใช่พฤติกรรมของคนปกติและในขณะนั้นเอง เซิงห่าวกลับมองเห็นงานเลี้ยงในโรงแรมฝั่งตรงข้าม ดูเหมือนว่ากำลังจะเลิกรากันไปแล้ว เพราะมีคนจํานวนมากกําลังเดินไปที่ประตู"พี่สาวไม่ต้องแล้ว ขอบคุณครับ ทั้งหมดเท่าไหร่?" เซิงห่าวรีบหันไปถามด้วยรอยยิ้มทันที ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าใบหน้าที่ซีดเผือดของเขา รอยยิ้มนี้ก็คงจะสดใสราวกับแสงที่ทอประกายมาจากดวงอาทิตย์แน่นอนบริการสาวได้ถูกโน้มน้าวด้วยรอยยิ้มนี้ จนเธอลืมเรื่องแปลกๆที่เซิงห่าวได้ทําไปจนหมดสิ้น แล้วได้พูดขึ้นว่า : "38 หยวน ขอบคุณค่ะ"เมื่อได้เช็กบิลอย่างรวดเร็ว เซิงห่าววิ่งออกจากประตูของร้านอาหาร ก็ได้มาถึงที่ลานจอดรถของโรงแรม เขาหมอบอยู่ไม่ไกลจากรถยนต์ของเฉิงจื่อหาวมากนัก แล้วก็ได้รออยู่อย่างนั้นหลังจากนั้นไม่นาน ด้วยใบหน้าแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าเฉิงจื่อหาวที่ดื่มเหล้าไปไม่น้อยให้คนอื่นพาเดินไปอย่างโซซัดโซเซมาถึงที่ข้างรถยนต์คนที่อยู่ข้างเขานั้นรีบร้อนไปเปิดประตูรถ และต้องการที่จะช่วยพาเขาขึ้นไปบนรถ ประจวบเหมาะที่ในเวลานั้น เสียงของโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเฉิงจื่อหาวดึงโทรศัพท์มือถือของเขาออกมา ได้ดูที่เบอร์โทรนั้น คิ้วขมวดเข้าหากัน แล้วก็กดรับโทรศัพท์นั้น :  " ฉันไม่ได้บอกหรอกหรือว่าถ้าไม่ได้มีเรื่องอะไรแล้วละก็ ไม่ต้องโทรมาหาฉันง่ายๆไม่ใช่หรอกเหรอ?"ไม่รู้ว่าอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์พูดอะไร  เพียงแค่เห็นว่าเฉิงจื่อหาวพูดต่อไปว่า : “ ถ้าหากเธออยากร้องไห้อีก ก็แค่มัดปากเธอเอาไว้ เพียงแต่ว่าอย่าปล่อยให้เธอตายก็พอ”ภายในใจของเซิงห่าวกระตุกวูบ เขาสแกนไปที่ของโทรศัพท์มือถือ เขาก็ได้จดหมายเลขโทรศัพท์นั้นไว้อย่างเงียบๆ"พอได้แล้ว วันนี้ฉันดื่มเหล้าแล้ว จะไม่แวะไปแล้ว" เฉิงจื่อหาววางสายโทรศัพท์อย่างไม่สบอารมณ์ แล้วจึงค่อยหย่อนก้นนั่งลงบนรถ รถยนต์คันนั้นก็ได้ขับจากไปเซิงห่าวเดินออกมา สีหน้าของเขาดูตึงเครียดเล็กน้อย เขาได้รับยืนยันมาบ้างแล้ว เป็นเฉิงจื่อหาวที่เป็นลักพาตัวหลินเหยาไปเมื่อเขาเดินไปที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ เขาได้โทรศัพท์ให้หาเบอร์ที่ศิษย์พี่ฉีเจาได้ให้ตัวเองเอาไว้ เขาต้องการค้นหาที่อยู่จากหมายเลขโทรศัพท์มือถือนี้ แต่เขาเองก็ไม่ได้มีกำลังคนให้มาช่วยเหลือได้มากมาย เพียงแต่ลองดูว่าฉีเจาจะมีวิธีอะไรที่ดีหรือไม่เขาเลือกใช้เหตุผลลอยๆ เขาไม่ได้บอกเหตุผลที่แท้จริงให้ฉีเจาได้รู้ เขากลัวที่จะบอกแล้วจะกลายเป็นแวกหญ้าให้งูตื่นจนสามารถตรวจพบที่อยู่ได้อย่างรวดเร็ว  มันเป็นสถานที่ที่ห่างไกลแห่งหนึ่ง ตามคำกล่าวที่ฉีเจาได้บอกเขา ที่อยู่นี้เดิมทีเป็นโรงงานแห่งหนึ่ง แต่เนื่องจากอยู่ห่างไกลเกินไป โรงงานจึงได้ปิดตัวลงเมื่อเขาได้ที่อยู่ที่แน่นอนแล้ว เซิงห่าวก็โบกรถแท็กซี่อีกคันหนึ่ง จากประมาณเงินที่อยู่ในตัวของตัวเองแล้ว มันน่าจะเพียงพอ"สถานที่นั้นห่างไกลมากนะ เธอแน่ใจหรือว่าต้องการจะไป? " คนขับรถเป็นหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ได้จ้องมองไปที่เซิงห่าวดูแล้วไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอย่างแน่นอน จากนั้นก็ถามว่า: "แล้วทําไมเด็กอย่างเธอถึงอยากจะไปที่นั่น? ดึกขนาดนี้แล้วไม่รู้หรือว่ามันอันตรายมาก? ”"พี่สาวครับ ที่ผมไปที่นั่นเพราะมีเรื่องด่วน" เพื่อที่จะรีบไปยังสถานที่แห่งนั้น เซิงห่าวไม่สนใจว่าเขาจะต้องทำให้ตัวเองปากหวานราวน้ำผึ้งมากแค่ไหน"งั้นก็ได้ ได้ยินเสียงเธอที่เรียกว่าพี่สาว ฉันจะไปส่งเธอให้" คนขับรถสาวที่เดิมทีได้ยินว่าจะไปที่ไหนก็คิดว่าไม่อยากจะไป แต่เมื่อถูกเซิงห่าวใช้น้ำเสียงแบบนี้เรียกว่าพี่สาว ทันใดนั้นหัวใจก็เต้นแรงเซิงห่าวกล่าวขอบคุณ :  "ขอบคุณครับ พี่สาว พี่สาวขับเร็วขึ้นอีกหน่อยได้ไหมครับ พอดีผมค่อนข้างรีบ"คนขับสาวยิ่งมีความสุขมากขึ้นไปอีก แล้วตอบว่า : "ได้ ตามที่เธอต้องการ"ตลอดทาง คนขับรถสาวได้สอบถามเซิงห่าวตลอดว่าไปในสถานที่ห่างไกลนั้นเพื่อไปทำอะไรกันแน่ ทําให้เซิงห่าวต้องรับมืออย่างระมัดระวัง กลัวว่าตัวเองจะเผลอพูดพลาดไปเมื่อรถมาถึงสถานที่รกร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งมีอาคารเก่าแก่พังทลายเป็นบริเวณกว้าง คนขับรถสาวจึงหยุดรถ และพูดอย่างรู้สึกแปลกใจว่า : "เอ๋? ทำไมถึงร้างได้ขนาดนี้ เมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้นี่ "เมื่อมองไปที่นี่แม้แต่ไฟส่องสว่างก็ไม่มี เห็นได้ชัดเจนมากว่าไม่มีใครอยู่ที่นี่ เพราะก่อนหน้านี้คนขับรถสาวเคยมาที่นี่อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่ตอนนั้นยังมีคนอยู่ที่นี่เมื่อรู้แล้วว่าตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว เธอบอกแล้วว่าอย่างไรก็ไม่สามารถพาเซิงห่าวมาที่นี่ได้ แต่หลังจากที่ดูเซิงห่าวแล้วมีลักษณ์เป็นเพียงแค่เด็กนักเรียนคนหนึ่งเท่านั้นเมื่อตอนที่อยู่บนถนน คนขับรถสาวก็ได้รับความสำเร็จในการที่จะรู้ชื่อจริงของเซิงห่าว เธอลังเลอยู่เล็กน้อยแล้วพูดขึ้นมาว่า : "เสี่ยวห่าว ทางที่ดีกลับกันเถอะ อย่างมากที่สุดถ้ากลับกันตอนนี้ฉันจะไม่คิดค่ารถเธอก็ได้"เมื่อตอนที่อยู่บนถนน คนขับรถสาวก็ได้รับความสำเร็จในการที่จะรู้ชื่อจริงของเซิงห่าว เธอลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนกล่าวขึ้นเซิงห่าวไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย และเขาใช้ทักษะการสแกนทำการการสแกนไปด้านหน้า เขาใช้ความสามารถในการสแกนตลอดทั้งบ่ายนี้ เขานั้นเริ่มที่จะทนไม่ไหวขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว ด้านหน้านั้นมืดดำสนิท เขาเดินลงไปจากรถ มองหาทิศทางของเสียงแล้วเดินเข้าไป หยุดอยู่ที่หลังกำแพงห้องหนึ่งด้านหลังกําแพงนั้น มันเป็นห้องน้ำห้องหนึ่ง ผู้ชายคนหนึ่งที่มีผมสีแดงสวมกางเกงทรงหลวม(baggy pants)กําลังล้างหน้าอยู่ และยังกำลังส่องกระจกแล้วหลงใหลตัวเองอยู่และเขาก็ผ่านไป คือสถานที่ซึ่งคล้ายกับห้องโถงใหญ่แห่งหนึ่ง มีสิ่งของมากมายวางระเกะระกะอยู่เต็มไปหมด  มีผู้ชายไม่กี่คนที่แต่งตัวไม่ต่างจากผู้ชายที่กำลังล้างหน้าเท่าไรกำลังนั้งเล่นไพ่กันอยู่ และหนึ่งในนั้นก็มีหนึ่งคน ร่างกายค่อนข้างกำยำแข็งแรง เป็นผู้ชายที่มีกล้ามเนื้อไปทั้งตัวตั้งแต่แรกเห็นและห่างจากพวกเขาไปไม่ไกลนัก คนหนึ่งนอนตะแคงอยู่บนพื้น ชุดดอกไม้สีขาวของเธอมีคราบเลือดอยู่บางส่วน ร่างกายปกคลุมไปด้วยฝุ่น ดวงตาของเธอก็ถูกมัดอยู่ดด้วย ใบหน้าของเธอแดงและบวมมาก นอนอยู่บนพื้นหากหน้าอกของเธอไม่กระเพื่อมอยู่เล็กน้อย เซิงห่าวก็คงคิดว่าดูคล้ายกับคนที่ตายแล้วคนหนึ่ง"เฮ้!" คนขับสาวเดินเข้ามาที่ด้านข้างของเขา ยังไม่ทันได้พูดอะไร เธอก็ถูกเขาหยุดและปิดปากของเธอไว้ชู่ !คนขับรถหญิงพยายามดิ้นรน และคิดได้ทันทีว่าเธอเจอผู้กระทำความผิดที่เป็นเยาวชนหรือไม่ และเซิงห่าวก็จงใจที่จะโกหกเธอและพาเธอมาที่นี่...