บทที่ 58 พลังแห่งธรรมชาติที่แท้จริง!
แต่ก่อนที่ จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามจะถูกสัตว์อสูรในตำนานเขมือบเข้าไปก็ได้มีเสียงของคนผู้หนึ่งดังขึ้นมาจนถึงกับทำให้สัตว์ในตำนานตนนั้นหงอยไปเลยในทันที “ท่านจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม ท่านปลอดภัยดีหรือไม่ ข้ากะไว้อยู่แล้วเชียวว่าท่านชิว เหวินเจี้ยน จะไม่เข้ามาดูแลท่านจริงๆ ข้าจะคอยเอาใจช่วยท่านอยู่ห่างๆเองไม่ต้องห่วงนะเพคะ” ถูกต้อง นั่นก็คือเสียงของ ชิว หลิงซี นั่นเองนางได้เป็นถึงผู้ปกครองทั่วดินแดนของจริงแล้วในตอนนี้ และพวกสัตว์อสูรในโลกของนาง จะกล้าต่อกรเผชิญหน้ากับนางได้เยี่ยงไร
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามที่รู้สึกว่าตนเองมีหวังแล้ว เขาจึงกล่าวกลับไปว่า “ข้าขอบคุณเจ้ามากจริงๆแม่นาง ที่มาช่วยข้าเอาไว้ถ้าอย่างนั้นข้าคงคิดสภาพของตัวเองไม่ออกเลยว่า หลังจากที่สัตว์อสูรยักษ์พุ่งเข้ามาถึงตัวของข้าแล้วชิ้นส่วนของข้าจะยังอยู่ครบทุกประการอีกหรือไม่...เอ่อ...แล้วแม่นางเจ้าจะไม่ลงมาหาข้าอย่างนั้นหรือ...”
ชิว หลิงซี ตอบออกไปอย่างมั่นใจ “ข้าจะไม่ลงไปอย่างแน่นอนเพคะ เนื่องจากท่านจะได้แข็งแกร่งขึ้นเหมือนที่ข้าเคยฝึกฝนอยู่ข้างในนั้นมาก่อนพยายามเข้าเพคะ ข้าจะเป็นคนให้ความช่วยเหลือท่านอยู่ห่างๆเอง”
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม เข่าทรุดลงกับพื้นในทันที‘แม้แต่นาง ก็ยังไม่ลงมาช่วยเหลือข้าอย่างนั้นหรือนี่ข้าจะต้องตกนรกทั้งเป็นจริงๆใช่หรือไม่ เฮ้อ.... ’
ระหว่างที่จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามกำลังคิดอะไรอยู่นั่นเองเสียงของ ชิว เหวินเจี้ยน ก็ดังสอดแทรกขึ้นมาภายในจิตใจของเขา “ท่านจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามข้าไม่ผิดหวังเลยจริงๆที่ได้นำพาท่านเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ ในที่สุดก็บรรลุถึงขั้นที่1แล้วสินะขอรับถ้าอย่างนั้นข้าจะเริ่มอธิบายเลยก็แล้วกัน...........ตอนนี้ท่านกำลังอยู่ในช่วงก่อสร้างธาตุ ซึ่งแต่ละขั้นใหญ่มันจะมีด้วยกัน3ขั้นย่อยด้วยกัน ถ้าเกิดท่านถึงขั้นสูงสุดของขั้นย่อยเมื่อไหร่แล้วหละก็ท่านก็จะได้ไปสู่ขั้นต่อไป นั่นก็คือ กำเนิดธาตุ! แล้วทีนี้แหละ ท่านจะเข้าใจถึงความสามารถที่แท้จริงของมันอย่างเต็มตัวที่เกี่ยวกับพลังแห่งธรรมชาติ...อ่อที่สำคัญโดยปกติแล้ว คนธรรมดากว่าจะไปถึงขั้นนั้นได้ ก็ใช้เวลา ราวๆสัก500ปีเห็นจะได้ถ้าข้าจำไม่ผิดหนะนะ...ข้าขอลาแล้วนะ ไว้ครบกำหนด1วันข้างนอกเมื่อไหร่ข้าจะเข้ามารับอีกทีนึง...” เสียงของ ชิว เหวินเจี้ยน ได้หายไปอย่างรวดเร็วโดยไม่กล่าวอะไรให้ยืดยาวอีกต่อไป
เมื่อได้ยินดังนั้น จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามตกตะลึงในทันที “อะไรนะ500ปี!!!!ใครจะบ้าอยู่ถึงจนป่านนั้นกัน...เอะ แต่เดี๋ยวก่อนข้ามีอายุมาตั้ง1000ปีแล้วนี่หว่า กับอีกแค่500ปี ข้าจะขอลองดูสักหน่อยก็แล้วกัน...” (มันว่าตัวเองบ้าครับ มันหลอน^^)
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม จึงได้เริ่มฝึกฝนพลังงานแห่งธรรมชาติต่อไปอย่างไม่รู้วันรู้คืนเขาปล่อยตัวเองให้ไหลผ่านไปตามกระแสลมที่รุนแรง กลางโลกที่เงียบสงบแห่งนี้และยังคงนั่งสมาธิต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็จะไม่ลืมตาเด็ดขาดเนื่องจากความมุ่งมั่นของเขาในครั้งนี้ก็คือ ระดับที่ชิว เหวินเจี้ยน กล่าวถึงให้เขาฟังนั่นเอง
ในตอนนี้เป็นวันที่ 29แล้วนับตั้งแต่จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเข้ามายังโลกของสนามฝึกซ้อมเขายังคงนั่งสมาธิอยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนมากว่า 20วันเต็มๆเขาซึมซับถึงแก่นแท้ของมันได้อยากรวดเร็ว
แว๊ก แว๊ก~~~! (เสียงวิหคนะครับ น่าจะเสียงแบบนี้แหละเชื่อผม555)
ในขณะนั้นเอง ก็ได้มีเสียงของสัตว์อสูรที่เป็นวิหคขนาดยักษ์บินผ่านมากำลังจะเริ่มจู่โจมเขา....
ฉึบ!
ศีรษะของวิหคตัวนั้น ขาดออกจากลำตัวของมันและได้ ร่วงหล่นลงมาตกสู่พื้นดินในทันที...
ครับผมแค่ฉึบเดียวเท่านั้นเป็นเสียงของสายลมแห่งธรรมชาติ ที่จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามใช้มันเพื่อป้องกันตนเองเอาไว้เพราะในระหว่างที่เขาฝึกฝนอยู่นั้นเอง เมื่อใดที่พลังเขาเพิ่มมากยิ่งขึ้นเขาจะนำมันมาเพิ่มให้กับสายลมรอบๆตัวของเขาตลอดระยะเวลา20กว่าวันที่ผ่านมา
ในขณะที่วิหคตัวล่าสุดได้ตายลงไปเขาก็ยังไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ เพราะในตอนนี้เขาได้อยู่ในโหมดของสมาธิขั้นสุดยอด ไม่ว่าอะไรเข้ามาใกล้เขาก็จะไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย...
และแล้ว ก็ครบกำหนด 30วัน หรือก็คือ1วันในโลกภายนอกนั่นเอง
แปะ แปะ แปะ (เสียงปรบมือ)
ชิว เหวินเจี้ยน จึงได้ส่งเสียงเข้ากระแสจิตของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม “ท่านจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามครบกำหนดแล้วขอรับ ท่านทำได้ดีกว่าที่ข้าคาดการณ์เอาไว้มากนัก ถ้าไม่เชื่อท่านก็ลองลืมตาขึ้นมามองภาพที่อยู่เบื้องหน้าของท่านดู...”
เป็นเพราะเสียงของ ชิว เหวินเจี้ยนจึงทำให้ จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม รู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง เขาได้ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ... “นี่นี่...นี่ทำไมศพของสัตว์อสูรในโลกแห่งนี้ถึงได้มากมายขนาดนี้...ย...อย่าบอกนะว่าตอนที่ข้าฝึกซ้อมอยู่เป็นเจ้าที่เข้ามาช่วยเหลือข้าเอาไว้ ข้าจะต้องขอบคุณเจ้ามากจริงๆ” จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามตื่นเต้นตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นซากศพของเหล่าสัตว์ยักในตำนานตกตายอยู่เต็มพื้นดินไปหมด
ชิว เหวินเจี้ยน ได้หัวเราะออกมาหลังจากที่ได้ยินคำตอบของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม“ฮ่า ฮ่า ฮ่า~...ท่านคิดว่าสัตว์อสูรพวกนี้แข็งแกร่งหรือไม่ ข้าขอถามแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”
“แน่นอนพวกมันแข็งแกร่งกว่าข้ามาก เพราะตั้งแต่วันแรกข้าก็ได้วิ่งหนีมันมาโดยตลอด...” จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม ได้กล่าวตอบกลับไป
ชิว เหวินเจี้ยน ในตอนนี้สีหน้าของเขาดูเย็นชาเป็นอย่างมากเพื่อที่ให้จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามตกตะลึงเล่น “ข้ามีเรื่องจะมาบอกท่านเกี่ยวกับสัตว์อสูรพวกนี้ว่าหลายวันที่ผ่านมาพวกมันได้ทำอะไรไว้บ้าง ท่านคงจะไม่รู้สึกตัวสินะงั้นข้าจะบอกให้ก็แล้วกัน... ในตอนแรก พวกมันเข้ามาจู่โจมท่านและท่านก็โดนมันกัดเข้าที่ขาข้างซ้าย แต่ถึงอย่างนั้น รอยแผลก็ได้หายไปอย่างรวดเร็วและในเวลาต่อมา พลังแห่งสายลมที่หมุนอยู่รอบอากาศ ก็ได้ฆ่าเหล่าสัตว์อสูรโบราณนับไม่ถ้วนที่คิดจะทำร้ายท่าน...ส่วนที่ข้าจะบอกนั่นก็คือ ท่านในตอนนี้สามารถสัมผัสพลังงานแห่งธรรมชาติได้แล้ว และยังเข้าสู่เพียงขั้นที่3ของก่อสร้างธาตุเท่านั้นแต่ทว่ากลับทำให้สัตว์อสูรโบราณระดับต่ำที่สุดที่ท่านเคยหนีพวกมันมาแล้วครั้งหนึ่งตกตายเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนได้ แค่นี้คงจะบอกได้แล้วสินะว่า มันเป็นพลังที่ฝึกฝนยากเย็นขนาดไหน...”
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามได้แต่ยืนฟังอย่างสงบ เพราะในตอนนี้เขากำลังเกิดอาการช็อคอยู่นั่นเอง ‘นี่มันเรื่องจริงหรือ เขาไม่ได้โกหกข้าใช่หรือไม่.... ข้าสามารถฆ่าสัตว์อสูรในตำนานได้ นี่ข้าทำมันได้จริงๆ! และข้าก็ไม่ได้ฝันไป!......’เขาก็ได้คิดไปต่างๆนาๆเกี่ยวกับพลังที่พึ่งจะได้มาใหม่เนื่องจากมันเคยเป็นได้เพียงแค่ความฝันในการได้รับพลังระดับนี้มาครอบครองภายในเวลา1วัน!!!
ชิว เหวินเจี้ยน เมื่อเห็นว่าจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม เริ่มที่จะไม่ฟังแล้วเขาจึงตะโกนออกมาในประโยคสุดท้าย “….นี่แหละมันก็คือพลังแห่งธรรมชาติที่แท้จริง!!!!!!”