“ผมไม่ชอบช่วยคนทำผิด ผมชอบลงโทษคนทำผิดมากกว่า” ภาวินพูดออกมา รสาก็ยิ่งทึ่งกับสิ่งที่ได้ฟัง ภาวินเลยพากลับเข้ามาเื่ที่คุยกันต่อ “รสาคิดว่าจะทำให้ตัวเองหายไปอย่างนี้ แล้วยังคิดวิธีการที่จะทำให้ตัวหายไป แสดงว่าศึกษาข้อมูลมาดีแล้ว ถึงได้บอกการยื่นหายสาบสูญจากห้าปีลดเหลือสองปีได้”
“ฉันเบื่อน่ะ แล้วอีกอย่างนายก็โตมากแล้ว ถ้าให้พูดความจริงนายโตกว่าฉันแล้วอาจจะเห็นเื่ราวในชีวิตมามากกว่าฉันด้วยซ้ำ ฉันคิดว่านายน่าจะดูแลตัวเองได้ถ้าพวกนั้นคิดจะทำอะไรนาย แต่ฉันก็ยังห่วงอยู่ดี ฉันเลยกลายเป็เตี้ยอุ้มค่อมอยู่อย่างนี้ ตัวเองก็เอาไม่ค่อยจะรอดแต่ก็ยังดันทุรังจะอุ้มนาย”
“รสาคิดจะทิ้งผมไปอย่างนั้นเหรอ” รสาได้ยินอย่างนั้นก็ถอนหายใจออกมา
“ฉันก็อยู่ที่นี่ไม่ได้ไกลจากนายสักหน่อย ฉันเคยแอบไปฟังนายทำงานตั้งหลายครั้ง ฉันคิดว่าชาตินี้ถ้าไม่ตายก็คงวนเวียนติดอยู่กับนายนี่แหละ นายแค่ไม่รู้ตัวว่าฉันอยู่ใกล้นายก็แค่นั้น แต่บางครั้งฉันทั้งเหนื่อย ทั้งเบื่อกับคนรอบตัว”
“เรามาลองวิธีของผมก่อนแล้วกัน ถ้ารสาหนีมาแบบนั้นมันก็สนุกแค่่แรกเท่านั้น แต่หลังจากนั้นรสาก็จะต้องหนีตลอดไป ผมไม่อยากให้รสาต้องเป็แบบนั้น”
“มาถึงขนาดนี้แล้ว ฉันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เชื่อนาย” รสาพูดจบภาวินก็เข้าไปกอดร่างบางเอาไว้แน่น
“เราเลิกพูดเื่นี้กันเถอะ รสาอยู่ที่นี่ไปจนกว่ามือจะหายดีก่อน ถ้ากลับไปตอนนี้ผมคงจะต้องเป็ห่วงจนไม่เป็อันทำอะไรแน่”
“ฉันยังไม่กลับไปวันนี้หรอก” รสาพูดก่อนจะผลักชายหนุ่มออกแล้วมองคนที่คิ้วขมวดจนแทบจะชนกันอยู่แล้ว “เย็นมากแล้ว นายกลับบ้านเถอะ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน ทางออกจากบ้านฉันไม่ค่อยดีอยู่ด้วย”
“ผมตัดสินใจแล้ว”
“ตัดสินใจอะไร” รสาพูดขึ้นอย่างไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้าหมายถึงอะไร
“ผมจะอยู่กับรสาที่นี่” รสาได้ยินชายหนุ่มพูดออกมาเสียงจริงจังก็ได้แต่มึนงง
“นายจะไม่ถามฉันหน่อยเหรอ ว่าจะให้นายอยู่ด้วยไหม” รสาถามขึ้นทันทีแต่ดูเหมือนคนที่อยู่ตรงหน้ากลับยักไหล่ขึ้นเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นยืน
“ผมรู้ว่ารสาอยากอยู่กับผมเหมือนที่ผมอยากอยู่กับรสา” รสาได้แต่เอียงคอมองคนที่พูดเองเออเองอย่างนึกทึ่ง “กินเค้กไปั้แ่เที่ยง เย็นแล้วรสาอยากกินอะไร ผมจะทำให้กิน”
“ไม่รู้” รสาบอกออกไปอย่างนั้น ภาวินก็พยักหน้าให้
“เราไปเก็บผักที่รสาปลูกมากินไหม ว่าแต่มีผักอะไรบ้างล่ะ” ภาวินถามก่อนจะพูดต่อแล้วเดินออกไปทันทีจนรสาที่ได้แต่นั่งมองตามตาปริบ ๆ ก่อนที่รีบลุกขึ้นเดินตามออกไป
“ลม ทำไมคิดแล้วทำอะไรเร็วอย่างนี้ล่ะ ช้า ๆ หน่อยสิ” ภาวินที่เดินนำออกไปจนถึงแปลงผักที่ปลูกรอบบ้าน แต่พอหันมามองตามเ้าของเสียงบ่นก็เห็นเ้าของเสียงที่เดินตามมาอย่างช้า ๆ
“เดินได้ไหม เห็นชัดหรือเปล่า” ภาวินก้าวขาเดินกลับมาทางคนที่เดินตามออกมาก่อนจะไปหยุดตรงหน้า รสาเงยหน้าขึ้นแล้วขยับกรอบแว่นที่ตกลงมาที่สันจมูกให้เข้าที่
“มองเห็น แต่เรามาคุยกันให้รู้เื่ก่อน” รสาพูดขึ้นแล้วจับแขนของคนที่ตั้งท่าจะเดินกลับเข้าไปในแปลงผักใหม่
“มีเื่ไหนที่เรายังคุยไม่รู้เื่กัน รสา”
“ลม ไม่ใช่ฉันจะไม่ให้นายอยู่หรอกนะ แต่ที่นี่มันไกลที่ทำงานนาย แล้วพรุ่งนี้นายก็ต้องไปทำงาน อย่ามัวแต่เล่นอยู่เลย” รสาพูดขึ้น แต่ภาวินก็เลื่อนมือตัวเองไปกุมมือบางที่จับแขนตัวเองเอาไว้
“ขับรถแป๊บเดียวก็ถึง ไม่ต้องห่วงผมหรอก” ภาวินบอกพร้อมกับยิ้มออกมา “ถ้าผมตัดผักของรสา รสาจะไม่โกรธผมจนควันออกหูใช่ไหม”
“ต่อให้นายจะทำผักฉันตายทั้งแปลง ฉันก็ไม่โกรธหรอกน่า” รสาพูดออกมา ภาวินก็วางมือลงบนศีรษะเล็กเบาๆ
“ถ้าอย่างนั้นเรากินผัดผักบุ้งกันเถอะ ผมเห็นขึ้นเยอะเลย” รสาพยักหน้าก่อนจะค่อย ๆ ดึงมือตัวเองจากมือหนา
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปเอามีดกับตะกร้ามาให้นาย นายก็เดินดูไปก่อนแล้วกัน” รสาพูดจบก็เดินอ้อมไปทางหลังบ้านเข้าไปในครัวก่อนจะหยิบมีดและตะกร้าไปเก็บผักบุ้ง
รสาเดินออกจากหลังบ้านไปตรงแปลงผักบุ้งตาก็แทบจะถลนออกมาเมื่อเห็นกรรมวิธีเก็บผักบุ้งของชายหนุ่ม
“ลมมมมมมม! นายทำอะไรของนาย” หญิงสาวเรียกชายหนุ่มเสียงดังเมื่อเห็นมือที่ถือผักบุ้งมาทั้งต้นทั้งรากอย่างนั้น ปากรสาที่อยากจะพูดก็อ้า ๆ หุบ ๆ ราวกับกำลังพูดไม่ออก
“เก็บผักบุ้งรอรสายังไง มีอะไร เรียกซะใหมดเลย” ภาวินพูดขึ้นอย่างนั้น รสาก็ได้แต่มองผักบุ้งในมือชายหนุ่มแล้วมองบริเวณที่ชายหนุ่มพึ่งดึงผักบุ้งขึ้นมาดินกระจุยกระจาย
“ฉันคิดว่านายกำลังจะพังแปลงผักบุ้งฉันซะอีก” รสาพูดขึ้นก่อนจะเดินไปทางที่ชายหนุ่มยืนอยู่ก่อนจะปรายตามองหน้าคนเก็บสลับกับผักบุ้งในมือ “ผักบุ้งยังอ่อนอยู่เลย ยังเก็บกินได้อีกหลายครั้ง นายจะถอนทั้งรากทั้งโคลนไปอย่างนั้นทำไม”
“ผมไม่เคยปลูกเอง เคยแต่ซื้อมาทำก็แค่นั้น” ภาวินบอกออกมาอย่างนั้นรับ รสาก็ส่ายหน้าแล้วนั่งยองลงก่อนจะกวักมือให้ภาวินนั่งลงข้าง ๆ
“เวลานายจะตัดผักบุ้งก็จับเป็กำอย่างนี้ แล้วใช้มีดค่อย ๆ ตัดให้เหลือลำต้นห่างจากดินสักหน่อย แค่นี้ก็ได้แล้ว” รสาบอกก่อนจะหันมาชูผักในมือให้ภาวินดู “เราไม่ได้จะตัดไปขาย ไม่ต้องเอาไปทั้งรากทั้งต้นหรอก ค่อย ๆ ตัดให้มันได้งอกให้เราได้กินอีกก็ได้”
ภาวินมองคนที่ค่อย ๆ อธิบายอย่างยิ้ม ๆ “ใครสอนเธอเหรอ”
“เยอะแยะ ทั้งหนังสือ ทั้งอินเทอร์เน็ต อยากรู้อะไรก็แค่หา ไม่เห็นจะยากเลย” รสาบอกพร้อมกับเอาผักบุ้งที่ตัวเองตัดใส่ตะกร้า ก่อนจะส่งด้ามมีดให้ภาวินจับ “นายลองดูสิ”
ภาวินรับมีดมาแต่ก็เหมือนมีประกายตาราวกับกำลังขำอะไรบางอย่าง
“นายขำอะไรลม”
“ผมไม่เคยเห็นรสาส่งมีดให้ใครแบบนี้” ภาวินพูดขึ้นแบบนั้น คิ้วเรียวก็ขมวดขึ้นก่อนจะคลายลง
“พูดมาก รีบตัดไปเถอะ ฉันจะได้เปิดน้ำรดน้ำผักสักที” รสาบอกก่อนจะมองภาวินที่ตัดผักบุ้งตามที่หญิงสาวสอน ดูจากท่าทางก็พอจะรู้ว่าไม่เคยจับงานแบบนี้ แต่มันก็ไม่แปลกที่ชายหนุ่มจะไม่เคยปลูกผัก เพราะบ้านเก่าของภาวินแค่มีที่ซุกหัวนอนก็พอแล้ว ส่วนพอไปเรียนก็ต้องตั้งใจเรียนให้คุ้มกับค่าเทอม พอได้เริ่มทำงานเขาก็ทำทุกอย่างตามแผนที่วางไว้
“ทำไมถึงบอกให้ผมไปเรียนเมืองนอก” ภาวินพูดขึ้นระหว่างเก็บผัก
“นายบอกว่าอยากเป็ผู้พิพากษานี่”
“ถึงผมจะไม่ได้ไปเรียนเมืองนอก ผมก็มีสิทธิ์ที่จะสอบถ้ามีคุณสมบัติตามเกณฑ์” ภาวินพูดเสียงเรื่อย ๆ แต่มือก็ยังคงตัดผักบุ้งไปอย่างช้า ๆ
“ฉันรู้มาว่าสอบผู้ช่วยผู้พิพากษามีสอบสามสนาม สนามใหญ่ สนามเล็ก และสนามจิ๋ว ฉันไปดูอัตราการสอบได้ถ้าคิดเป็เปอร์เซ็นต์ คนที่ไปสนามจิ๋วมีเปอร์เซ็นต์สูงที่สุด ซึ่งต้องเรียนจบโทจากต่างประเทศมาสองใบ ฉันก็แค่เสนอทางเลือกให้นายไปก็เท่านั้น เพราะฉันรู้ว่านายคงจะไม่ขอไปเรียนเองหรอก”
“ผักพวกนี้รสาปลูกก็ยังได้เก็บกิน แต่ให้โอกาสผมขนาดนั้น รสาไม่ได้อะไรเลย” ภาวินหันไปมองหญิงสาวที่กำลังจะลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้แล้ววางมือลงบนไหล่กว้าง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นมองเข้าไปดวงตาคมที่มองอยู่ก่อนแล้ว
“ใครว่าไม่ได้ล่ะ ฉันก็ได้คนตัดผักมาแล้วยังไง” รสาพูดจบก็จรดริมฝีปากลงบนหน้าผากของภาวินอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบเดินเข้าไปในบ้านทันที ทิ้งให้ชายหนุ่มได้แต่มองตามก่อนจะหัวเราะออกมา
“น่ารักขนาดนี้ได้ยังไงวะเนี่ย” ภาวินได้แต่พูดกับตัวเองก่อนหยิบตะกร้าผักบุ้งขึ้นมาแล้วเดินตามคนที่หนีเข้าบ้านไปก่อนอย่างอารมณ์ดี ใครจะว่ายังไงเขาก็จะไม่สนใจ หน้าที่หลังจากนี้ของเขาคือการรักษารอยยิ้มบนใบหน้าของผู้หญิงที่ชื่อ รสา เอาไม่ว่าเขาต้องใช้วิธีการใดก็ตาม เขาสัญญา
-------------------------------------
สามารถเข้าไปพูดคุยกันได้ใน เพจ เมื่อรัก หรือทวิตเตอร์ เมื่อรัก กันได้นะคะ
กดติดตามหรือกดถูกใจเพื่อเป็กำลังในการลงนิยายของรักกันได้นะคะ
…เมื่อรัก…