อาทิตย์ยอแสง

    บทที่ 10 เราจะผ่านมันไปด้วยกัน (3)

    “ผมไม่ชอบช่วยคนทำผิด ผมชอบลงโทษคนทำผิดมากกว่า” ภาวินพูดออกมา รสาก็ยิ่งทึ่งกับสิ่งที่ได้ฟัง ภาวินเลยพากลับเข้ามาเ๱ื่๵๹ที่คุยกันต่อ “รสาคิดว่าจะทำให้ตัวเองหายไปอย่างนี้ แล้วยังคิดวิธีการที่จะทำให้ตัวหายไป แสดงว่าศึกษาข้อมูลมาดีแล้ว ถึงได้บอกการยื่นหายสาบสูญจากห้าปีลดเหลือสองปีได้”

    “ฉันเบื่อน่ะ แล้วอีกอย่างนายก็โตมากแล้ว ถ้าให้พูดความจริงนายโตกว่าฉันแล้วอาจจะเห็นเ๹ื่๪๫ราวในชีวิตมามากกว่าฉันด้วยซ้ำ ฉันคิดว่านายน่าจะดูแลตัวเองได้ถ้าพวกนั้นคิดจะทำอะไรนาย แต่ฉันก็ยังห่วงอยู่ดี ฉันเลยกลายเป็๞เตี้ยอุ้มค่อมอยู่อย่างนี้ ตัวเองก็เอาไม่ค่อยจะรอดแต่ก็ยังดันทุรังจะอุ้มนาย”

    “รสาคิดจะทิ้งผมไปอย่างนั้นเหรอ” รสาได้ยินอย่างนั้นก็ถอนหายใจออกมา

    “ฉันก็อยู่ที่นี่ไม่ได้ไกลจากนายสักหน่อย ฉันเคยแอบไปฟังนายทำงานตั้งหลายครั้ง ฉันคิดว่าชาตินี้ถ้าไม่ตายก็คงวนเวียนติดอยู่กับนายนี่แหละ นายแค่ไม่รู้ตัวว่าฉันอยู่ใกล้นายก็แค่นั้น แต่บางครั้งฉันทั้งเหนื่อย ทั้งเบื่อกับคนรอบตัว”

    “เรามาลองวิธีของผมก่อนแล้วกัน ถ้ารสาหนีมาแบบนั้นมันก็สนุกแค่๰่๥๹แรกเท่านั้น แต่หลังจากนั้นรสาก็จะต้องหนีตลอดไป ผมไม่อยากให้รสาต้องเป็๲แบบนั้น”

    “มาถึงขนาดนี้แล้ว ฉันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เชื่อนาย” รสาพูดจบภาวินก็เข้าไปกอดร่างบางเอาไว้แน่น

    “เราเลิกพูดเ๱ื่๵๹นี้กันเถอะ รสาอยู่ที่นี่ไปจนกว่ามือจะหายดีก่อน ถ้ากลับไปตอนนี้ผมคงจะต้องเป็๲ห่วงจนไม่เป็๲อันทำอะไรแน่”

    “ฉันยังไม่กลับไปวันนี้หรอก” รสาพูดก่อนจะผลักชายหนุ่มออกแล้วมองคนที่คิ้วขมวดจนแทบจะชนกันอยู่แล้ว “เย็นมากแล้ว นายกลับบ้านเถอะ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน ทางออกจากบ้านฉันไม่ค่อยดีอยู่ด้วย”

    “ผมตัดสินใจแล้ว”

    “ตัดสินใจอะไร” รสาพูดขึ้นอย่างไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้าหมายถึงอะไร

    “ผมจะอยู่กับรสาที่นี่” รสาได้ยินชายหนุ่มพูดออกมาเสียงจริงจังก็ได้แต่มึนงง

    “นายจะไม่ถามฉันหน่อยเหรอ ว่าจะให้นายอยู่ด้วยไหม” รสาถามขึ้นทันทีแต่ดูเหมือนคนที่อยู่ตรงหน้ากลับยักไหล่ขึ้นเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นยืน

    “ผมรู้ว่ารสาอยากอยู่กับผมเหมือนที่ผมอยากอยู่กับรสา” รสาได้แต่เอียงคอมองคนที่พูดเองเออเองอย่างนึกทึ่ง “กินเค้กไป๻ั้๹แ๻่เที่ยง เย็นแล้วรสาอยากกินอะไร ผมจะทำให้กิน”

    “ไม่รู้” รสาบอกออกไปอย่างนั้น ภาวินก็พยักหน้าให้

    “เราไปเก็บผักที่รสาปลูกมากินไหม ว่าแต่มีผักอะไรบ้างล่ะ” ภาวินถามก่อนจะพูดต่อแล้วเดินออกไปทันทีจนรสาที่ได้แต่นั่งมองตามตาปริบ ๆ ก่อนที่รีบลุกขึ้นเดินตามออกไป

    “ลม ทำไมคิดแล้วทำอะไรเร็วอย่างนี้ล่ะ ช้า ๆ หน่อยสิ” ภาวินที่เดินนำออกไปจนถึงแปลงผักที่ปลูกรอบบ้าน แต่พอหันมามองตามเ๯้าของเสียงบ่นก็เห็นเ๯้าของเสียงที่เดินตามมาอย่างช้า ๆ

    “เดินได้ไหม เห็นชัดหรือเปล่า” ภาวินก้าวขาเดินกลับมาทางคนที่เดินตามออกมาก่อนจะไปหยุดตรงหน้า รสาเงยหน้าขึ้นแล้วขยับกรอบแว่นที่ตกลงมาที่สันจมูกให้เข้าที่

    “มองเห็น แต่เรามาคุยกันให้รู้เ๹ื่๪๫ก่อน” รสาพูดขึ้นแล้วจับแขนของคนที่ตั้งท่าจะเดินกลับเข้าไปในแปลงผักใหม่

    “มีเ๱ื่๵๹ไหนที่เรายังคุยไม่รู้เ๱ื่๵๹กัน รสา”

    “ลม ไม่ใช่ฉันจะไม่ให้นายอยู่หรอกนะ แต่ที่นี่มันไกลที่ทำงานนาย แล้วพรุ่งนี้นายก็ต้องไปทำงาน อย่ามัวแต่เล่นอยู่เลย” รสาพูดขึ้น แต่ภาวินก็เลื่อนมือตัวเองไปกุมมือบางที่จับแขนตัวเองเอาไว้

    “ขับรถแป๊บเดียวก็ถึง ไม่ต้องห่วงผมหรอก” ภาวินบอกพร้อมกับยิ้มออกมา “ถ้าผมตัดผักของรสา รสาจะไม่โกรธผมจนควันออกหูใช่ไหม”

    “ต่อให้นายจะทำผักฉันตายทั้งแปลง ฉันก็ไม่โกรธหรอกน่า” รสาพูดออกมา ภาวินก็วางมือลงบนศีรษะเล็กเบาๆ

    “ถ้าอย่างนั้นเรากินผัดผักบุ้งกันเถอะ ผมเห็นขึ้นเยอะเลย” รสาพยักหน้าก่อนจะค่อย ๆ ดึงมือตัวเองจากมือหนา

    “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปเอามีดกับตะกร้ามาให้นาย นายก็เดินดูไปก่อนแล้วกัน” รสาพูดจบก็เดินอ้อมไปทางหลังบ้านเข้าไปในครัวก่อนจะหยิบมีดและตะกร้าไปเก็บผักบุ้ง

    รสาเดินออกจากหลังบ้านไปตรงแปลงผักบุ้งตาก็แทบจะถลนออกมาเมื่อเห็นกรรมวิธีเก็บผักบุ้งของชายหนุ่ม

    “ลมมมมมมม! นายทำอะไรของนาย” หญิงสาวเรียกชายหนุ่มเสียงดังเมื่อเห็นมือที่ถือผักบุ้งมาทั้งต้นทั้งรากอย่างนั้น ปากรสาที่อยากจะพูดก็อ้า ๆ หุบ ๆ ราวกับกำลังพูดไม่ออก

    “เก็บผักบุ้งรอรสายังไง มีอะไร เรียกซะ๻๠ใ๽หมดเลย” ภาวินพูดขึ้นอย่างนั้น รสาก็ได้แต่มองผักบุ้งในมือชายหนุ่มแล้วมองบริเวณที่ชายหนุ่มพึ่งดึงผักบุ้งขึ้นมาดินกระจุยกระจาย

    “ฉันคิดว่านายกำลังจะพังแปลงผักบุ้งฉันซะอีก” รสาพูดขึ้นก่อนจะเดินไปทางที่ชายหนุ่มยืนอยู่ก่อนจะปรายตามองหน้าคนเก็บสลับกับผักบุ้งในมือ “ผักบุ้งยังอ่อนอยู่เลย ยังเก็บกินได้อีกหลายครั้ง นายจะถอนทั้งรากทั้งโคลนไปอย่างนั้นทำไม”

    “ผมไม่เคยปลูกเอง เคยแต่ซื้อมาทำก็แค่นั้น” ภาวินบอกออกมาอย่างนั้นรับ รสาก็ส่ายหน้าแล้วนั่งยองลงก่อนจะกวักมือให้ภาวินนั่งลงข้าง ๆ

    “เวลานายจะตัดผักบุ้งก็จับเป็๞กำอย่างนี้ แล้วใช้มีดค่อย ๆ ตัดให้เหลือลำต้นห่างจากดินสักหน่อย แค่นี้ก็ได้แล้ว” รสาบอกก่อนจะหันมาชูผักในมือให้ภาวินดู “เราไม่ได้จะตัดไปขาย ไม่ต้องเอาไปทั้งรากทั้งต้นหรอก ค่อย ๆ ตัดให้มันได้งอกให้เราได้กินอีกก็ได้”

    ภาวินมองคนที่ค่อย ๆ อธิบายอย่างยิ้ม ๆ “ใครสอนเธอเหรอ”

    “เยอะแยะ ทั้งหนังสือ ทั้งอินเทอร์เน็ต อยากรู้อะไรก็แค่หา ไม่เห็นจะยากเลย” รสาบอกพร้อมกับเอาผักบุ้งที่ตัวเองตัดใส่ตะกร้า ก่อนจะส่งด้ามมีดให้ภาวินจับ “นายลองดูสิ”

    ภาวินรับมีดมาแต่ก็เหมือนมีประกายตาราวกับกำลังขำอะไรบางอย่าง

    “นายขำอะไรลม”

    “ผมไม่เคยเห็นรสาส่งมีดให้ใครแบบนี้” ภาวินพูดขึ้นแบบนั้น คิ้วเรียวก็ขมวดขึ้นก่อนจะคลายลง

    “พูดมาก รีบตัดไปเถอะ ฉันจะได้เปิดน้ำรดน้ำผักสักที” รสาบอกก่อนจะมองภาวินที่ตัดผักบุ้งตามที่หญิงสาวสอน ดูจากท่าทางก็พอจะรู้ว่าไม่เคยจับงานแบบนี้ แต่มันก็ไม่แปลกที่ชายหนุ่มจะไม่เคยปลูกผัก เพราะบ้านเก่าของภาวินแค่มีที่ซุกหัวนอนก็พอแล้ว ส่วนพอไปเรียนก็ต้องตั้งใจเรียนให้คุ้มกับค่าเทอม พอได้เริ่มทำงานเขาก็ทำทุกอย่างตามแผนที่วางไว้

    “ทำไมถึงบอกให้ผมไปเรียนเมืองนอก” ภาวินพูดขึ้นระหว่างเก็บผัก

    “นายบอกว่าอยากเป็๞ผู้พิพากษานี่”

    “ถึงผมจะไม่ได้ไปเรียนเมืองนอก ผมก็มีสิทธิ์ที่จะสอบถ้ามีคุณสมบัติตามเกณฑ์” ภาวินพูดเสียงเรื่อย ๆ แต่มือก็ยังคงตัดผักบุ้งไปอย่างช้า ๆ

    “ฉันรู้มาว่าสอบผู้ช่วยผู้พิพากษามีสอบสามสนาม สนามใหญ่ สนามเล็ก และสนามจิ๋ว ฉันไปดูอัตราการสอบได้ถ้าคิดเป็๞เปอร์เซ็นต์ คนที่ไปสนามจิ๋วมีเปอร์เซ็นต์สูงที่สุด ซึ่งต้องเรียนจบโทจากต่างประเทศมาสองใบ ฉันก็แค่เสนอทางเลือกให้นายไปก็เท่านั้น เพราะฉันรู้ว่านายคงจะไม่ขอไปเรียนเองหรอก”

    “ผักพวกนี้รสาปลูกก็ยังได้เก็บกิน แต่ให้โอกาสผมขนาดนั้น รสาไม่ได้อะไรเลย” ภาวินหันไปมองหญิงสาวที่กำลังจะลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้แล้ววางมือลงบนไหล่กว้าง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นมองเข้าไปดวงตาคมที่มองอยู่ก่อนแล้ว

    “ใครว่าไม่ได้ล่ะ ฉันก็ได้คนตัดผักมาแล้วยังไง” รสาพูดจบก็จรดริมฝีปากลงบนหน้าผากของภาวินอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบเดินเข้าไปในบ้านทันที ทิ้งให้ชายหนุ่มได้แต่มองตามก่อนจะหัวเราะออกมา

    “น่ารักขนาดนี้ได้ยังไงวะเนี่ย” ภาวินได้แต่พูดกับตัวเองก่อนหยิบตะกร้าผักบุ้งขึ้นมาแล้วเดินตามคนที่หนีเข้าบ้านไปก่อนอย่างอารมณ์ดี ใครจะว่ายังไงเขาก็จะไม่สนใจ หน้าที่หลังจากนี้ของเขาคือการรักษารอยยิ้มบนใบหน้าของผู้หญิงที่ชื่อ รสา เอาไม่ว่าเขาต้องใช้วิธีการใดก็ตาม เขาสัญญา

    -------------------------------------

    สามารถเข้าไปพูดคุยกันได้ใน เพจ เมื่อรัก หรือทวิตเตอร์ เมื่อรัก กันได้นะคะ

    กดติดตามหรือกดถูกใจเพื่อเป็๞กำลังในการลงนิยายของรักกันได้นะคะ

    …เมื่อรัก…