มิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 33 สถานการณ์ตึงเครียด

            เจียงเฉิงเยว่มองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเย็นชา“ไม่ได้พบกันนาน? คำพูดนี้ช่างพิลึกทำไมในความประทับใจของข้า ถึงจำคนรู้จักเก่าแก่อย่างใต้เท้าเช่นนี้ไม่ได้?”

           เจียงเฉิงเยว่โกหกความเป็นจริงแล้วแม้ว่าจะมีวาสนาได้พบกันเพียงครั้งหนึ่งกับคนตรงหน้าแต่ก่อนที่จะพบก็รับรู้ถึงการมีอยู่ ไม่เพียงแค่รู้แต่ความประทับใจยังลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง

            โยวหยวนเจ้าเมืองยวนโส่วแห่งปรโลกผู้นี้ยามแรกเมื่อฉิงชางจวินมีอิทธิพลยิ่งใหญ่ราวกับพระอาทิตย์กลางนภาในปรโลกกระทั่งมีอำนาจในการสั่งการราชาผีน้อยใหญ่อีกฝ่ายเป็นหนึ่งในราชาผีชั้นผู้น้อยซึ่งลุกขึ้นต่อต้านภายใต้แรงกดดันอย่างหาได้ยากนักกล่าวได้ว่าเป็นหนามที่ดำรงอยู่สำหรับฉิงชางจวินประการที่สองที่อีกฝ่ายสร้างความประทับใจให้กับเจียงเฉิงเยว่อย่างลึกซึ้งคือโยวหยวนผ่านนรกทั้งสิบแปดขุมในปรโลก เช่นเดียวกับตนเอง!

           หากวิญญาณอาฆาตที่บาปหนาเข้ามาในปรโลกย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกลงโทษให้ผ่านนรกทั้งสิบแปดขุมรอบหนึ่งหลังจากชำระบาปที่ติดตัวมาจึงสามารถกลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้งอย่างสะอาดบริสุทธิ์พวกเขาในเวลานี้ไม่มีกายเนื้อแล้ว การลงโทษที่น่าสยดสยองอย่างการควักไส้ดึงลิ้นหรือใช้รถฉีกกระชากตรึงไว้กับไม้เหล่านั้นสุดท้ายแล้วล้วนเป็นภาพมายาที่สร้างขึ้นในจิตใต้สำนึกเพื่อให้ผู้ถูกลงโทษสามารถถูกลงโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกวันราวกับว่าจะไม่ได้เห็นแสงสว่างตลอดไปและอยู่ในความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้งโดยไม่มีทางปลดปล่อยตนเองจากความความสิ้นหวังและความหวาดผวา

           สำหรับราชาผีแห่งปรโลกส่วนใหญ่เกิดจากวิญญาณที่ดุร้ายซึ่งรวบรวมพลังแห่งความอาฆาตแค้นอย่างต่อเนื่องควบรวมเป็นตัวตนเพื่อมอบพลังจนเป็นรูปร่างอารมณ์ของความเจ็บปวดและความกลัวที่รุนแรงจะกลายเป็นพลังแห่งความอาฆาตแค้นโดยให้แหล่งพลังงานที่ดียิ่งดังนั้น การที่ร่างถูกทรมานในปรโลก วิญญาณจะถูกหลอมทุกวี่วันแต่กลับกลายเป็นหนึ่งในวิธีการฝึกฝนที่รุนแรงของราชาผีในปรโลกบางตนที่ชอบเสี่ยงอันตรายราวกับเป็นด่านอย่างไรอย่างนั้น แน่นอนว่าเป็นเหตุผลเดียวกับความเสี่ยงในการลงทุนและการกระทำนี้มีข้อเสียมากมาย จุดที่อันตรายถึงชีวิตมากที่สุดคือหากทนไม่ไหวอาจมีความเป็นไปได้มากว่าจะจบลงด้วยการที่วิญญาณแตกสลาย

            ก่อนหน้าโยวหยวนเจียงเฉิงเยว่เป็นเพียงคนเดียวที่ทะลวงผ่านทั้งสิบแปดด่านรวดและได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีพลังวิญญาณไร้ขอบเขตจนถึงตอนนี้ เขาได้กลายเป็นราชาผีที่มีชื่อเสียงในสามโลก พลิกสถานการณ์ของหนึ่งในสองราชาผีผู้ยิ่งใหญ่แห่งปรโลกมาแล้ว

            แม้ว่าฉิงชางจวินไม่ได้พูดอะไรแต่ในใจกลับพอใจยิ่ง จนกระทั่งการปรากฏตัวของโยวหยวนได้ทำลายสถิติที่เขารักษาไว้เช่นนี้แล้วเขาจะไม่รู้จักอีกฝ่ายได้อย่างไร? การจงใจบอกว่าไม่รู้จักกันแน่นอนเพียงเพื่อยั่วยุอีกฝ่าย ทว่าเขาพูดในเชิงเหยียดหยามอีกฝ่ายกลับไม่หงุดหงิดแม้แต่น้อย ยังคงยิ้มอย่างงดงามแล้วตอบกลับ“ผู้น้อยคิดไม่ถึงจริงเชียว...ว่าจะได้พบฉิงชางจวินผู้ที่มีข่าวลือว่าถูกสวรรค์ลงมาจัดการแยกวิญญาณหลังจากการปิดล้อมเมืองยงเมื่อหลายสิบปีก่อนเฮอะ ‘เข่นฆ่าเมืองและทำลายประเทศ’ การลงมือของฉิงชางจวินนั้นเป็นที่ประจักษ์อย่างที่คาดไว้เสียจริงช่างชวนให้คนเลื่อมใส เพียงไม่คาดคิดว่า...หลังจากเข่นฆ่าเมืองและทำลายประเทศแล้ว‘สองผู้ยิ่งใหญ่แห่งปรโลก’ที่หยิ่งผยองเมื่อปีนั้นจะมีวันที่สามารถตกต่ำลงจนถึงเพียงนี้? การอาศัยอยู่ในร่างของมนุษย์ธรรมดาเพื่อความอยู่รอดกลับชวนให้ทอดถอนใจจริงเชียว”

            ฮึ่มภายหลังแทงคนไม่สำเร็จ กลับถูกแทงทะลุก้นบึ้งหัวใจแทนเจียงเฉิงเยว่อดโกรธจนหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวไม่ได้ ถึงอย่างนั้นฉิงชางจวินในตอนนี้มีอายุขัยเกือบสองร้อยปี จึงไม่ถึงขั้นอารมณ์เสียในทันทีหลังจากมองข้ามเรื่องนี้แล้วมองไปโดยรอบ เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มหยัน“หากพูดเช่นนี้...ราชาผีผู้ทำสัญญาเบื้องหลังของ ‘คำสาปร้อยผีกลืนใจ’ นี้คือใต้เท้าหรือ?

           โยวหยวนยิ้มโดยไม่พูดอะไร

           เจียงเฉิงเยว่เอ่ยอย่างเย็นชา “คำสาปเช่นนี้ขัดต่อกฎสวรรค์ใต้เท้าไม่กลัวว่าสวรรค์จะลงมาสืบสวน ลงเอยเหมือนกับข้าอย่างนั้นหรือ?”

           โยวหยวนหัวเราะแล้วกล่าว “เรื่องนี้ไม่รบกวนให้ฉิงชางจวินต้องเป็นกังวลหรอกนอกจากนี้ มีฉิงชางจวินเป็น ‘มุกกับหยกก่อนหน้า[1]’ สังหารคนนับหมื่นในคราวเดียวกล้าที่จะนำเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาไปเผชิญหน้ากับเซียนจวินแห่งแดนสวรรค์มากมายนับเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด หากเทียบกันแล้ว ข้าแค่รับวิญญาณของมนุษย์เล็กน้อยจึงไม่นับว่าเป็นอาชญากรรมครั้งใหญ่อะไร ใช่หรือไม่?”

            เจียงเฉิงเยว่ตอบกลับ“โอ้ เจ้าก็พึ่งพาวิธีการนี้ในการบ่มเพาะหรือ รู้วิธีเล่นกลจริงเชียวไม่แปลกใจที่จะมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ อิิทธิพลขยายตัวรวดเร็วยิ่งช่างเป็นคนรุ่นหลังที่น่าเกรงขามจริงเชียว”

           เมื่อครู่เขาแสร้งว่าต่อหน้าทำเป็นไม่รู้จัก ยามนี้เขาเปิดเผยออกมาทันทีแน่นอนว่าโยวหยวนไม่สนใจความผิดพลาดหรือความขัดแย้งก่อนหน้านี้เอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นชา “บ่มเพาะอย่างไรมา...สำคัญเช่นนั้นจริงหรือ? ฉิงชางจวินกับท่านนั้นแห่งเมืองจู้ยงมีชื่อเสียงมาเป็นเวลานานย่อมโดดเด่นพอแล้วไม่ใช่หรือไร?การหลีกทางให้กับเหล่าคนรุ่นหลังในเวลาที่เหมาะสมก็เป็นคุณธรรมที่ดี”

           หลังจากเจียงเฉิงเยว่ได้ยินก็หัวเราะเสียงเย็น

           โยวหยวนพูดอีกครั้ง “ฉิงชางจวินไม่สู้เอาวิญญาณของคนผู้นี้ออกมาอย่างเชื่อฟัง...อาจสะดวกต่อทุกฝ่ายกระมัง?”

           เจียงเฉิงเยว่หัวเราะเยาะ “หากข้าบอกว่า ‘ไม่’ เล่า?”

            โยวหยวนอธิบาย“นี่นับเป็นการหาความลำบากให้ตนเองกระมัง? หลังจากการต่อสู้ที่เมืองยงแม้ว่าท่านจะไม่เคยถูกแดนสวรรค์แยกวิญญาณตามข่าวลือจริงแต่ท่านนั้นในวังเสวียนหมิงก็ปิดกั้นข้อมูลของท่านจากทั้งสามโลกอย่างสิ้นเชิง...และในเมื่อฉิงชางจวินสามารถปรากฏตัวที่นี่ได้ด้วยนิสัยที่ซื่อตรงของท่านผู้นั้นในวังเสวียนหมิง แม้ว่าเขาจะมีใจลำเอียง...ฉิงชางจวินก็จ่ายราคาที่สอดคล้องกันสำหรับการต่อสู้ในเมืองยงไปแล้ว...ไม่ว่าราคานี้เป็นรูปธรรมอย่างไรโดยธรรมชาติแล้วย่อมสมน้ำสมเนื้อกับ ‘เข่นฆ่าเมืองและทำลายประเทศ’ สี่ตัวอักษรที่เผยความเผด็จการยิ่ง มิฉะนั้นเขากับสวรรค์คงมิอาจอธิบายกันได้ด้วยเหตุนี้ยามนี้ท่านฉิงชางจวินคงไม่สามารถรุ่งเรืองเฉกเช่นในอดีตได้อีก”

           หลังจากเจียงเฉิงเยว่ได้ยินคำพูดนั้นก็หัวเราะเยาะ “โอ้หลังจากที่เจ้าคาดคะเนแล้ว...คิดว่าข้าในตอนนี้ไม่สามารถเอาชนะเจ้าได้หรือ?เช่นนี้จึงได้มาที่นี่ด้วยความพึงพอใจเพื่อยั่วยุผู้อาวุโสอย่างข้า?”

           โยวหยวนหัวเราะเสียงเบา

           เขากับเจียงเฉิงเยว่ไม่เคยต่อสู้กันมาก่อนในอดีตเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจียงเฉิงเยว่ การพบกันเพียงครั้งเดียวปีกของเขาถูกตัดจำต้องกลับมา[2]นับได้ว่าหนีหัวซุกหัวซุนและยังเกือบถูกเจียงเฉิงเยว่นำตนเองกับผู้ใต้บังคับบัญชาที่อิทธิพลเริ่มมากขึ้นรัดคอตายในเปลด้วยกันผู้อาวุโส ถึงอย่างไรย่อมเป็นผู้อาวุโส!

           เวลานี้ที่เจียงเฉิงเยว่กล่าวถึงเรื่องนั้นอีกครั้งเห็นได้ชัดว่าต้องการเหน็บแนม แต่โยวหยวนไม่ได้หลงกลเขา ทั้งยังไม่โกรธเคืองกลับยิ้มเย้ยหยัน “ฉิงชางจวิน สามสิบปีทางตะวันออกของแม่น้ำกับสามสิบปีทางตะวันตกของแม่น้ำ...ท่านไม่จำเป็นต้องนำถ้อยคำเหล่านี้มากระตุ้นข้าฮวงจุ้ยนั้นผลัดกันมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อตกอับแล้วก็ต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับโชคชะตา!ข้าเกลี้ยกล่อมให้ท่านเป็นคนเชื่องๆ เสียแต่ตรงนี้จะดีกว่า”

           เจียงเฉิงเยว่กัดฟันเพื่อระงับโทสะที่พลุ่งพล่าน จากนั้นหายใจเข้าลึกๆ“เจ้าเมืองยวนโส่ว เหตุใดถึงตัดสินว่าเจ้าในตอนนี้มีอำนาจเหนือกว่า? น่าจะเคยได้ยินคำว่า ‘อูฐที่ผอมตายยังตัวใหญ่กว่าม้า[3]’กระมัง”

           ราวกับว่าโยวหยวนได้ยินเรื่องที่น่าขบขันมากจึงหัวเราะไม่หยุด เอ่ยเหน็บแนมเช่นกัน“ช่างเสแสร้งจริงเชียว หากฉิงชางจวินยอมเป็นที่สองในสามโลกคงไม่มีใครกล้าเป็นที่หนึ่ง ว่าก็ว่าเถอะจากที่ได้เห็นการต่อสู้ที่แท้จริงมาก่อน อิงตามนิสัยที่รุนแรงก่อนหน้านี้ของท่านหากคิดว่าจะเอาชนะข้าได้จริงๆ คงจะลงมือไปนานแล้วไหนเลยจะยังปะทะฝีปากกับข้าจนถึงตอนนี้?”

           เจียงเฉิงเยว่ถูกดักทางจนพูดไม่ออก กลับไม่คิดว่าคนผู้นี้จะรู้จักเขาดีเช่นนี้แน่นอนว่าฝีปากเขาไม่สามารถปล่อยไปได้ เขาพูดอีกครั้ง“เจ้ารู้ได้อย่างไร...อาจเป็นเพราะข้าแค่ไม่ต้องการทำร้ายเหล่ามนุษย์ที่อยู่แถวนี้ก็ได้กระมัง?”เขายิ้ม จากนั้นหันศีรษะช้าๆมองไปยังทิศทางหนึ่งอย่างแม่นยำพลางตะโกนเสียงดัง “ใช่หรือไม่น้องสาม? ถึงอย่างไรก็เป็นพี่น้องกัน...เสด็จพี่อย่างข้าย่อมทนไม่ได้ที่จะเห็นวิญญาณของเจ้าแตกสลายไปกับภูตผีภายใต้แรงกดดันวิญญาณของข้าเช่นนี้”

           บริเวณมุมทางเดินด้านข้างของวัดเสวียนชาง ในความมืดมีเงาร่างหนึ่งสว่างวาบออกมาเป็นหลี่อวิ๋นอี้อย่างที่คาดไว้

           ใบหน้าของอีกฝ่ายขาวซีดอยู่บ้าง มองมายังทิศทางของโยวหยวนอย่างประหม่าเมื่อเห็นราชาผีผู้ทำสัญญาเหลือบมองแวบหนึ่งอย่างเฉยชาจึงค่อยสงบสติอารมณ์แล้วกล่าว “ฉิงชางจวิน เจ้าครอบครอบร่างของเสด็จพี่ยามนี้ยังกล้าพูดจาใหญ่โตอย่างไม่ละอายใจอีกหรือ?”

           เจียงเฉิงเยว่หัวเราะอย่างหนัก มองดูอีกฝ่ายแล้วเอ่ยอย่างเย็นชา“เจ้ายังกล้าดีเรียกเขาว่า ‘เสด็จพี่’ ในยามนี้อีกหรือ? เท่าที่ข้ารู้ หลี่อวิ๋นเฉินไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเจ้าเจ้าปฏิบัติกับเขาด้วยการร่ายคำสาปชั่วร้ายเช่นนี้ เพียงเพราะเขาขวางทางเจ้าหรือไร?”

           หลี่อวิ๋นอี้กล่าวอย่างเย็นชา“หากปรารถนาที่จะบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจสิ่งเล็กน้อย...เสด็จพ่อทรงมีใจเอนเอียงช่วงหลายปีนี้นอกจากคนขี้โรคผู้นี้แล้ว เคยมองตรงมาที่พวกเราทั้งหมดเมื่อไรกัน?ดังที่เรียกว่า เมื่อถึงที่สุดแล้วก็ต้องพลิกกลับด้านหลี่อวิ๋นเฉินเกิดมาโดยไม่จำเป็นต้องทำอะไรกลับมีเกียรติยศสูงสุดตอนนี้ควรถึงคราวที่เขาต้องจ่ายค่าตอบแทนสักเล็กน้อยแล้วไม่ใช่หรือไร?”

           เจียงเฉิงเยว่ตอบกลับ “วิญญาณแตกสลาย...พูดไม่ได้ว่าค่าตอบแทนไม่สูง”

            หลี่อวิ๋นอี้กล่าวต่อ“เสด็จพ่อทรงโปรดปรานจนทำให้เขานิสัยเสีย เสด็จพี่ของข้าเป็นคนไม่ได้เรื่องไม่มีความทะเยอทะยาน...จะคู่ควรกับการรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ได้อย่างไร? หากเขาได้นั่งในตำแหน่งนั้นจริง นี่จะเป็นหายนะต่อประเทศชาติและประชาชน”

           เจียงเฉิงเยว่ยิ้มเยาะ “โอ้? กลับดูไม่ออกเลยว่าเจ้ามีใจห่วงใยใต้หล้าเช่นนี้?”

           หลี่อวิ๋นอี้คร้านจะสนใจการเยาะเย้ยของเขาผู้ไม่เกี่ยวข้องและเป็นคนนอก เพียงกล่าว“ล้วนไม่มีความเกี่ยวข้องกับฉิงชางจวิน...เหตุใดฉิงชางจวินจึงต้องลงไปในน้ำโคลนด้วย?”

           เจียงเฉิงเยว่มองด้านหลังแล้วเอ่ยต่อ “ข้าเข้ามายุ่งเกี่ยวแล้วอาศัยพวกเจ้าที่มั่นใจเต็มเปี่ยมเช่นนี้คิดว่าจะสามารถเอาดวงวิญญาณของเสด็จพี่ของเจ้าไปจากมือข้าได้อย่างนั้นหรือ?”

           หลังจากหลี่อวิ๋นอี้เห็นว่าเขารับรู้ได้จึงไม่หลบซ่อนอีกต่อไปเขาโบกมือไปที่ด้านหลังทันใดนั้นวัดเทียนจวินแห่งนี้กลับถูกมือธนูในชุดลำลองอย่างชุดจิ้นจวง[4] ล้อมรอบอย่างแน่นขนัดทั้งบนผนังและหลังคาล้วนมีผู้ถือคันธนูพร้อมดึงสายธนูอย่างเต็มแรงโดยที่ปลายลูกศรชี้มาที่เขา

            หลังจากนั้นชายวัยกลางคนผู้มีท่าทางราวกับผู้บัญชาการทหารเข้าไปประสานมือที่ด้านหลังของหลี่อวิ๋นอี้พลางกล่าว “ฝ่าบาท ทุกคนประจำที่แล้ว”

           เจียงเฉิงเยว่มองไปยังกลุ่มมือธนูในชุดลำลองทันใดนั้นพลันรู้สึกว่าเครื่องแบบบนร่างของพวกเขานั้นดูคุ้นตานักจึงนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้บนถนนมีคนจำนวนหนึ่งควบม้าจนเกือบจะชนเขากับหลี่อวิ๋นหังซึ่งสวมเสื้อผ้าเช่นนี้เขายังแปลกใจอยู่เลยว่าในเมืองเล็กเช่นนี้จะควบม้ามาทำอะไรเดิมทีนั่นคือการไล่ล่าเอาชีวิตเขา!น่าเสียดายนักที่เขากับหลี่อวิ๋นหังกำลังอ้อร้อกันอยู่...จะไปมีความคิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วนได้อย่างไร

           เมื่อนึกถึงตรงนี้เจียงเฉิงเยว่พลันหนาวสะท้าน บอกในใจว่าตนเองน่าจะ‘เสียสติเพราะความงาม’ ไปแล้วกระมัง?

           อายุปูนนี้แล้วแต่ยังไม่เคยรู้จักรสชาติของความรักเมื่อใจเต้นถึงได้รู้ว่าตนเองไม่ต่างอะไรกับทรราชที่โง่เขลาและทำลายประเทศเหล่านั้นหากเป็นปกติทำไมเขาจะสังเกตความแปลกประหลาดเล็กน้อยหล่านี้ไม่ออกเพราะเหตุใดราชรถที่ลำเลียงองค์ชายสองพระองค์ถึงเพลาหักกลางทางได้...เดิมทีตั้งแต่เริ่มทั้งสองคนได้เข้ามาอยู่ในกับดักที่วางไว้เรียบร้อยแล้วช่างน่าเสียดายที่ในสายตาของตนล้วนมีแต่ความตื่นเต้นที่ได้กลับมาคืนดีกับหลี่อวิ๋นหังอยู่ตลอดทางเดิมทีไม่ได้แบ่งใจไปคิดเรื่องอื่นเลย...หากในวันนี้ข้าล้มที่นี่จริงเช่นนี้ก็นับได้ว่าขายหน้าไปทั่วทั้งสามโลกแล้ว!

           เจียงเฉิงเยว่แสร้งทำเป็นสงบแล้วพูดด้วยรอยยิ้มงดงาม “อึกทึกครึกโครมเช่นนี้เชียว?”จากนั้นเขาหันมาหาโยวหยวนพลางยกมุมปาก “เขาไม่รู้เจ้าก็ควรจะรู้...ว่าอาวุธของมนุษย์ธรรมดาไม่มีผลกับข้า จริงหรือไม่?”

           เขาเป็นราชาผีแห่งยมโลก มีร่างกายที่ใช้พลังวิญญาณควบแน่นหากเป็นรูปร่างก็จะฟันแทงไม่เข้า แต่เมื่อไรที่ไม่เป็นรูปร่างก็จะล่องลอยราวกับควันและหมอกภายหลังฟันแทงเข้าร่างจะทะลุผ่านไป

           โยวหยวนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ไม่มีผลกับฉิงชางจวิน..แต่มีผลต่อองค์รัชทายาท”

           เจียงเฉิงเยว่ตกตะลึง สีหน้าพลันขาวซีด

            โยวหยวนพูดต่อ“หลังจากรอให้ร่างกายของหลี่อวิ๋นเฉินตายไปวิญญาณจะออกจากร่างโดยธรรมชาติ...แม้ว่าฉิงชางจวินจะผนึกเขาไว้ในจุดที่ลึกล้ำในจิตสำนึกของตนเองแต่เมื่อถึงเวลา ฉิงชางจวินเตรียมที่จะส่งเขาไปที่แห่งใดกัน? วิญญาณคนเป็นเมื่อจากร่างไปแล้วจะไม่สามารถมีชีวิตได้...ฉิงชางจวินจะพาเขาไปครอบครองร่างของมนุษย์คนอื่นรอให้เขาสิ้นอายุขัย เช่นเดียวกันนั้นอย่างไรก็ไม่สามารถกลับชาติมาเกิดได้แต่จะบอกให้แล้วกันว่าท่านเข้ามาพัวพันกับวิบากกรรมโดยเปล่าประโยชน์ เมื่อถึงเวลาฉิงชางจวินจะขอให้วังเสวียนหมิงลงโทษอีกครั้งหรือไม่? ไม่รู้ว่าในเวลานั้นฉิงชางจวินจะยังได้รับการลงโทษระดับสองหรือไม่กันนะ”

           เจียงเฉิงเยว่นิ่งค้างเป็นเวลานานถึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มหยัน “มนุษย์กับมนุษย์ราชาผีกับราชาผี...ลำบากทั้งสองแล้วที่คิดแทนข้ากับองค์รัชทายาทได้รอบคอบเช่นนี้ดูเหมือนว่าคืนนี้พวกเจ้ามุ่งมั่นที่จะชนะสินะ?”

           ------------------------

            [1]มุกกับหยกก่อนหน้า เป็นสำนวน หมายถึง มีผลงานที่โดดเด่นออกมาก่อนหน้าจึงสามารถใช้อ้างอิงได้

           [2]ปีกถูกตัดจำต้องกลับมา เป็นสำนวน หมายถึง กลับมาอย่างหมดอาลัยตายอยาก

           [3]อูฐที่ผอมตายยังตัวใหญ่กว่าม้า เป็นสำนวน หมายถึง แม้ว่าจะลำบากแต่ก็ยังสบายกว่าอีกหลายคน

           [4] ชุดจิ้นจวง หมายถึงชุดประเภทหนึ่งที่ใส่แล้วคล่องตัว ไม่ระเกะระกะ

    คล้ายกับเรื่องมิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808