“เ้าของโรงแรมทีดีทีเอสพาร์กชื่อว่า พอเจตน์ ตั้งดำรงธนเสถียร เป็ประธานกรรมการบริษัทมีภรรยาชื่อโศรยา ตั้งดำรงธนเสถียร เป็ GM เขาสองคนมีลูกสาวชื่อเติมฝันเธอเป็เพื่อนสนิทของยัยบัวครับ”
ต้องกล้าบอกเล่าสิ่งที่ตนตกตะลึงเมื่อ่เช้าให้ชายหญิงวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าฟัง
“หา!”
ณัฐกานต์เบิกตากว้างอุทานเสียงดังด้วยความใเธอไม่คิดว่าเพื่อนสนิทของบุตรสาวจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเื่นี้ด้วยหากเพื่อนสนิทของบัวบูชาเข้ามาเกี่ยวข้องในเื่นี้ นั่นย่อมแปลว่า...อีกไม่ช้าบุตรสาวอันเป็ที่รักของเธอก็จะต้องก้าวเข้ามาเกี่ยวข้องในภารกิจของต้องกล้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยเช่นกัน
“คืออย่างนี้ครับพี่ณัฐ...โรงแรมของตฤณได้เปลี่ยนชื่อเป็โรงแรมทีดีทีเอสพาร์กแล้วครับหลังจากที่ตฤณและพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตได้ไม่นาน” ชนัยอธิบายให้พี่สะใภ้เข้าใจ เขากานตา และธีร์ ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของโรงแรมนี้มาโดยตลอด
ณัฐกานต์ไม่ได้ติดตามข่าวคราวเื่โรงแรมของตฤณมานานมากแล้วนับั้แ่ตฤณเสียชีวิตเพราะไม่อยากระลึกถึงเหตุการณ์อันหดหู่นี้ จึงไม่รู้มาก่อนว่าโรงแรมแห่งนี้ได้ถูกเปลี่ยนชื่อไปแล้วอีกทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับเพื่อนสนิทของบุตรสาวอันเป็สุดที่รักของเธออีกด้วย
“อ๋อ!พี่เข้าใจแล้ว”
หญิงวัยกลางคนเข้าใจในสิ่งที่ชนัยอธิบายได้อย่างรวดเร็วเพราะเธอรู้แบ๊กกราวด์ความผิดปกติในการตายของตฤณและพ่อแม่ของเขามาั้แ่ต้นเท่า ๆกับที่ชนัย กานตา และธีร์รู้ แต่เธอเลือกที่จะไม่สนใจข้อมูลข่าวสารของโรงแรมแห่งนี้ต่อเพราะไม่อยากะเืใจบ่อยครั้งเมื่อนึกถึง
ชนัยกานตา และธีร์ ไม่คิดว่าเื่ราวต่าง ๆ จะทำให้ต้องกล้าสามารถจะเข้าไปถึงตัวเ้าของโรงแรมทีดีทีเอสพาร์กคนปัจจุบันได้ง่ายขึ้นขนาดนี้...
เพราะตลอดมา...พอเจตน์ผู้บริหารโรงแรมแห่งนี้ค่อนข้างปิดตัวไม่ค่อยเปิดเผยตนทางสื่อสาธารณะสักเท่าไร จึงยากนักที่จะเข้าถึงตัวได้มีเพียงโศรยา ที่มักชอบประชาสัมพันธ์ตนเองและโรงแรมผ่านสื่อสาธารณะอยู่บ่อยครั้งเท่านั้นจนผู้คนทั่วไปส่วนใหญ่เข้าใจผิดคิดว่าเธอคือเ้าของโรงแรมที่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินซึ่งเป็ที่ตั้งของโรงแรมอันมีมูลค่ามากมายมหาศาลนั้น
และนี่คือเหตุผลสำคัญ...ที่ชนัยได้ปูพื้นฐานให้ต้องกล้าศึกษาเื่การลงทุนในโรงแรมโดยแนะนำให้เขาทำโปรเจกต์จบเกี่ยวกับเื่นี้
“ใครก็ได้ช่วยอธิบายให้ต้องเข้าใจได้มั้ยครับว่าโรงแรมทีดีทีเอสพาร์ก เกี่ยวข้องกับคุณตฤณ และพ่อแม่ของเขายังไง ?” ต้องกล้าสอบถามบุคคลที่อยู่ตรงหน้าทั้งสี่ เพื่อให้ตนเองแน่ใจว่าสิ่งที่ตนคิดไว้ถูกต้อง
ธีร์สูดหายใจลึกๆ ก่อนเล่าเื่ราวให้ชายหนุ่มฟัง
“พ่อแม่ของตฤณเป็เ้าของโรงแรมแห่งนี้ เมื่อพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุตฤณก็ได้รับมรดกโรงแรมและทรัพย์สมบัติทั้งหมดเป็กรรมสิทธิ์ของเขาแต่เพียงผู้เดียวตามพินัยกรรมที่พ่อแม่ของเขาได้ทำไว้แต่...เพียงสองเดือนเท่านั้น ตฤณก็ต้องมาจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุอีก...”
“ซึ่งเป็อุบัติเหตุที่ผิดปกติ”ชนัยเน้นเสียงตอกย้ำคำนี้
“แล้วคุณพอเจตน์ และคุณโศรยาเกี่ยวข้องอะไรกับคุณตฤณและพ่อแม่ของเขาครับ ?” ต้องกล้าขมวดคิ้วถามในสิ่งที่เขาสงสัย
“เดิมทีก่อนที่ตฤณจะเกิดคุณพ่อคุณแม่ของตฤณมีลูกยากมาก พยายามหาหนทางทุกวิถีทางไปพบแพทย์ที่ต่างประเทศก็แล้ว บนบานศาลกล่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศก็แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถมีทายาทสืบสกุลได้ไม่มีหลานที่มีเชื้อสายใกล้ชิดเพราะคุณพ่อคุณแม่ของตฤณเป็ลูกคนเดียวทั้งคู่ก็เลยตัดสินใจรับเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเป็ลูกบุญธรรมหวังว่าจะให้มีเด็กมาเกิดเป็ลูกอิจฉา ตามความเชื่อแบบโบราณน่ะ” ชนัยผลัดเปลี่ยนเป็ผู้เล่าเหตุการณ์
“พ่อแม่ของคุณตฤณก็เลยรับเลี้ยงคุณพอเจตน์ซึ่งเป็เด็กกำพร้าให้เป็บุตรบุญธรรมแล้วหลังจากนั้นไม่นานคุณตฤณจึงมาเกิดใช่มั้ยครับพ่อ”
ต้องกล้าคาดเดาเหตุการณ์จากประสบการณ์ที่ตนเคยนั่งดูละครหลังข่าวภาคค่ำกับณัฐกานต์เมื่อครั้งที่ตนเขามาอาศัยและเรียนอยู่ในเมืองไทยใหม่ ๆ
“อืม!ใช่ ! เดาได้ไม่ยากเลยนะเหมือนนิยายและละครไทยหลาย ๆ เื่เลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ณัฐกานต์หัวเราะออกมาเสียงดังแบบกลั้นไว้ไม่อยู่
“เื่ราวค่อนข้างจะดูเหมือนนิยายน้ำเน่านะลูกแต่มันคือเื่จริง...นิยายส่วนมากล้วนมีเค้าโครงสร้างมาจากชีวิตจริงแทบทั้งสิ้น” กานตาหัวเราะออกมาเบา ๆเพื่อไม่ให้บรรยากาศตึงเครียดมากเกินไปนัก
“แล้วตำรวจไม่สงสัยหรือครับว่าการตายของคุณตฤณและพ่อแม่ เป็การตายแบบผิดปกติ ?”ต้องกล้าไม่เก็บความสงสัยไว้กับตัว
“สงสัยสิทุกคนสงสัยกันหมด ขนาดหลวงพ่อกันต์ยังสงสัยเลย” ธีร์รีบตอบกลับชายหนุ่ม
“คนที่น่าสงสัยที่สุดคือ...คุณพอเจตน์และคนใกล้ชิดของคุณพอเจตน์ เพราะเป็คนที่จะได้รับผลประโยชน์อันมหาศาลจากการตายของคนทั้งสามมากที่สุด”ต้องกล้าทำท่าเหมือนพระเอกในการ์ตูนนักสืบ เมื่อเริ่มไขคดีฆาตกรรมได้
“ตำรวจและพวกเราทุกคนก็สงสัยเช่นนั้นเหมือนอย่างที่ลูกคิดเลย แต่ไม่มีหลักฐานใด ๆ สามารถพิสูจน์ได้ว่า พวกเขาเป็คนทำคดีผ่านมา 20 กว่าปีแล้วเราจะทำอย่างไรให้คนผิดได้รับโทษ หรือได้รับกรรมที่เขากระทำ เพื่อที่ดวงิญญาของตฤณและพ่อแม่ของเขาจะได้ไปเกิดอย่างสงบสุขเสียที”
ชนัยเอ่ยถามออกมามองไปยังชายหนุ่มที่อ่อนวัยที่สุดที่อยู่ตรงหน้าเขา้าให้บุตรชายเสนอตัวให้ความช่วยเหลือดวงิญญาที่น่าสงสาร 3ดวงนั้น ด้วยความเต็มใจของชายหนุ่มเอง ไม่ใช่เกิดจากการถูกบังคับหรือจำยอมทำตามจากพวกเขาทั้งสี่
“ทุกๆ คนครับ ต้องยังคิดวิธีการไม่ออกว่าจะช่วยคุณตฤณและพ่อแม่ของเขายังไงดีแต่...ต้องกำลังจะได้เข้าไปดูงานที่โรงแรมนั้นพอดีต้องจะพยายามหาข้อมูลมาให้ได้มากที่สุดนะครับ”
“แต่...เวลามันผ่านมานานมากแล้ว20กว่าปี ไม่รู้จะมีข้อมูลหลงเหลืออยู่มั้ยหรือมีคนเก่าคนแก่ที่จะให้ข้อมูลที่เป็ประโยชน์กับเราได้มั้ย?” ต้องกล้าเอ่ยปากรับคำอย่างแบ่งรับแบ่งสู้
ระยะเวลาที่จะเข้าไปดูงานเป็ระยะเวลาที่สั้นมากเขาอาจไม่ได้ข้อมูลใด ๆ ที่เป็ประโยชน์ในการช่วยเหลือคุณตฤณและพ่อแม่ของชายผู้ล่วงลับเลยก็ได้ต้องกล้าคิดในใจ
“ลูกไม่ต้องกังวลมากนักแต่ขอให้ทำหน้าที่นี้ให้เต็มที่เท่าที่จะทำได้ พวกเรา 4คนก็พยายามอยู่เช่นกัน เป็โชคดีของพวกเราที่เข้าหาตัวผู้ต้องสงสัยได้ง่ายขึ้นเพราะลูกจะได้เข้าไปดูงานที่โรงแรมแห่งนี้และลูกสาวของผู้ต้องสงสัยก็เป็เพื่อนสนิทกับหลานบัวด้วย”กานตาปลอบประโลมใจบุตรชายสุดที่รักหลังจากที่เธอสังเกตเห็นแววตาที่เป็กังวลของเขา
“ทุก ๆ คน โดยเฉพาะหลานจะต้องระวังตัวไว้ให้มาก ๆจะให้ยัยบัวรู้เื่นี้ตอนนี้ไม่ได้เป็อันขาด เดี๋ยวเอาไปแอบเล่าให้หนูตาวฟังมีหวังความลับเปิดเผย อาจทำให้เป็อันตรายต่อต้องได้”ณัฐกานต์ย้ำกับต้องกล้าและทุกคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า
...แม้ว่าเธออยากจะเล่าเื่นี้ให้บุตรีอันเป็ที่รักยิ่งฟังเพียงใดก็ตามแต่เธอเห็นว่ายังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่บัวบูชาจะรู้เื่นี้
“แม้แต่เพื่อนสนิทของต้องทั้งเจไดและภูผา หรือคนอื่น ๆ ก็ห้ามเล่าเื่นี้ให้ใครฟังนะจ๊ะ”กานตาสำทับบุตรชายด้วยอีกคน
“ครับป้าณัฐครับแม่” ต้องกล้ารับคำป้าและมารดาของเขาอย่างว่านอนสอนง่าย
“พ่อมีบางอย่างจะเล่าให้ต้องฟัง”ชนัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมองมายังบุตรชายผู้เป็ที่รัก
“หลังจากที่ตฤณตายไปได้ไม่นานคุณพอเจตน์ก็รีบติดต่อขายที่ดินและโรงแรมให้กับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายและพยายามขายหุ้นของโรงแรมออกไปด้วยแต่...ใครก็ตามที่กำลังจะซื้อที่ดินและโรงแรมนี้ หรือ คิดจะ Takeoverกิจการ คนที่จะซื้อหรือผู้ที่เกี่ยวข้องก็มีอันเป็ไปเสียชีวิตแบบกะทันหันแทบทุกรายบางรายต้องเข้าโรงพยาบาลแบบกะทันหันเกือบเอาชีวิตไม่รอด” ผู้เป็บิดาเอ่ยเล่าสบตาต้องกล้าแน่วนิ่ง
ชายหนุ่มผู้อ่อนเยาว์ที่สุดในวงสนทนาเบิกตาโพลงกว้างตกตะลึงในสิ่งที่ตนได้ยินจากคำบอกเล่าของบิดา...