ตอนที่ห้าสิบหก พร้อมหรือยังที่จะเป็นนักผจญภัยอันดับหนึ่ง?
พวกหัวหน้ากลุ่มย่อยที่เถียงกันเมื่อกี้คุกเข่าลงคารวะขออภัยและร่างกายสั่นกลัว ด้วยการตตวาดจากผม
แบบเดียวกับที่ก็อบลินสเลเยอร์แสดงว่าคนที่มีทักษะพอที่จะสั่งนักผจญภัยจากหลายกลุ่มให้ร่วมมือกันได้มีแต่คนระดับขุนนางหรือเปล่านะ?
ผมไม่อยากบดบังความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาและเอาประสบการณ์ของผมที่อาจจะผิดพลาดได้มาบดบังการคิดพิจารณาแก้ไขปัญหาคิดต้นกลยุทธของพวกนี้
แต่ผมชักมองออกแล้วว่าทำไมคนอย่างดยุกหมูอ้วนถึงอยู่ในโลกนี้ได้แบบชิลๆเพราชาวบ้านคิดว่า การมีผู้ปกครองที่ชั่วช้าดีกว่าการไม่มีผู้ปกครอง
เพราะแต่ละคนจะเถียงปัญหาโลกแตกที่เถียงกันทางอินเตอร์เน็ตไม่จบไม่สิ้นและเขียนแนวล้อเลียนคนที่ไม่ชอบแท็งก์อย่างผู้กล้าโล่อย่างนี้
ไม่มีแท็งก์ก็อาจจะโดนตบตายกันเท่านั้นแต่สายความเร็วพรางตัวก็ไม่ใช่เรื่องผิด
แต่เราอาจจะต้องเป็นคนที่ตัดสินใจเพ่อไม่ให้พวกนี้มันทะเลาะกันเพื่อเสียบรรยากาศที่กลมกลืน
พี่กล้ามที่ฝึกกันมาอย่างดุดเดือดบุกเข้ามาในห้องกลยุทธและกล่าวกับคนที่อยู่ในห้องว่า
“คนไหนที่มันทำให้ท่านดยุกไม่พอใจข้าจะฆ่ามัน”
พี่กล้ามคว้าดาบขนาดใหญ่และฟันลงบนโต๊ะโต๊ะผ่าเป็นสองเสี่ยงโดยที่ไม่ได้ใช้สกิล แสดงความมีพละกำลังที่เพิ่มมากขึ้นและทักษะที่เพิ่มมากขึ้นของพี่กล้าม
แต่เอ็งจะพังโต๊ะไปทำไมฟะ
แต่ยังดีที่พี่กล้ามไม่ใช่พวกแรมเบิร์ตป่านนี้คงเอาดาบฟันพวกที่มอบอยู่แล้วไม่ใช่แค่ที่โต๊ะ
หวังว่าแรมเบิร์ตคงไม่ก่อปัญหาอะไรมากนักนะ
..
ณ ชายแดนระหว่างการเดินทาง
“เจ้าพวกออร์คอย่าหวังว่าจะทำร้ายขบวนของข้าได้อัศวินสีรุ้งเรนโบว์ไนท์อยู่ที่นี่แล้ว ทั้งหมด ชาร์จ Charge ”
ร่างกายของเหล่าอัศวินสีรุ้งเรืองแสงสีขาวและพุ่งเข้าไปหากลุ่มออร์คในเวลาเดียวกัน
..
โอเค ช่างหัวแรมเบิร์ตมันไปก่อนมันเป็นปัญหาคนอื่นที่ไม่ใช่ปัญหาของผมอยู่ตอนนี้ เดี๋ยวตอนกลับมาให้เป็นปัญหาของผมที่หลังต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน
ผมต้องใช้ยุทธการ “ถามไม่ตรงคำตอบตอบไม่ตรงคำถาม”
เพื่อแก้ไขปัญหาที่ไม่มีคำตอบในโลกของความเป็นจริงหรือคำตอบอาจจะอยู่ที่ว่า“ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะดำเนินกลยุทธอย่างไรหรือเผชิญกับศัตรูแบบไหน?”
เมื่อผมไม่ถนัดในเรื่องกลยุทธผมจะบอกสิ่งที่ผมต้องการให้พวกนี้ฟังและค่อยช่วยๆผมคิดละกันอดจะตื่นเต้นไม่ได้เพราะหากผมแนะทางผิด พวกเราอาจจะผิดพลาดหรือมองไม่เห็นความผิดพลาดในอนาคตก็ได้
“ลุกขึ้นเถอะอันที่จริงข้าชื่นชมพวกเจ้ามากที่ช่วยออกแนวคิดเรื่องการหาอุปกรณ์ที่ครบถ้วนระหว่างการผจญภัยให้กับข้าได้สำเร็จต้องขอบคุณพวกเจ้าอย่างมากแต่มีปัญหาคาใจในเรื่องของการที่จะใช้กลยุทธไหนใช่หรือไม่?”
พวกนั้นทำท่าจะเถียง ผมโบกมือ
“ข้าอ่านที่พวกเจ้าพูดไว้ทั้งหมดแล้วหากให้ข้าพูดคือพวกเจ้าทั้งสองฝั่งนั้นคิดถูกแล้ว วิธีการของพวกเจ้าคือสิ่งที่ทำให้พวกเจ้ารอดชีวิตมาได้ขนาดนี้ก็เป็นหลักฐานอยู่แล้วว่ามันเป็นวิธีที่ถูกต้องจะมาหาว่าใช้วิธีผิดได้อย่างไรจริงไหม?”
“ทะท่านดยุกขะข้า”
พวกนั้นกล่าวอย่างตะกุกตะกัก
ผมประคองพวกเขาลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้แบบเดิมและส่งสายตาให้เสมียนยกเอาเก้าอี้และโต๊ะตัวใหม่มาเปลี่ยนในการประชุมในห้องจากการที่พี่กล้ามฟันเก้าอี้ไปจนพัง
พี่กล้ามไม่เคยคิดจะใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียของพวกเขา
อะแฮ่ม
ผมกระแอมและพูดต่อไป
“ข้าต้องขออภัยพวกเจ้าด้วยอันที่จริงข้าใช้ลูกเล่นใส่พวกเจ้า ข้าวางแผนเอาไว้ในสถานการณ์ที่พลปืนได้เปรียบสูงสุดยึดครองทำเลที่ดี และวางพวกเจ้าไว้ใน[ทุ่งสังหาร]ที่ไม่สามารถหลบได้หากเจ้าอยู่ในรัศมีการยิงของพลปืนของข้า ข้าบีบพวกเจ้าให้ตกอยู่ในสภาพที่เจ้าแสดงจุดแข็งของพวกเจ้าไม่ได้เต็มที่แต่แสดงจุดแข็งของข้าได้ดีที่สุด”
ผมก้มศีรษะเล็กน้อยขอโทษพวกเขา
“มะต้องหรอกครับท่านดยุ..เอ่อท่านหัวหน้า พวกเราผิดเอง นักผจญภัยต้องยอมรับความผิดพลาดทีเกิดขึ้นได้และต้องแก้ไขปัญหาไปให้ได้คือความรับผิดชอบของพวกเราขอรับ” นักดาบกล่าว
“ใช่ขอรับข้าควรจะระวังตัวแต่ประมาทไป มองการวางแผนระยะของพลผืนไม่ออก พอรู้ตัวท่านหัวหน้าก็ไม่เปิดให้พวกเราแก้ไขสถานการณ์ท่านทำได้ถูกต้องแล้วขอรับ ไม่เปิดโอกาสให้ศัตรูแก้ไขสถานการณ์ได้”
ผมผงกศีรษะ
“และมีอีกเหตุผลที่แฝงอยู่คือข้าไม่ได้ต้องการให้พวกเจ้าคิดแต่จะสู้สงครามการต่อสู้ครั้งที่ผ่านมาเตรียมพร้อมเหมือนกับจะต่อสู้กับสงครามและการต่อสู้ที่จบไปแล้ว แต่ข้าต้องการให้พวกเจ้ารับมือการต่อสู้ในอนาคตเพราไม่มีการต่อสู้ที่ไหนเหมือนกัน ข้าเลยต้องคิดให้มากเข้าไว้มองให้เห็นเหตุการร์ล่วงหน้ามากกว่าใครทุกคนกองทัพของข้าจึงจะได้ไม่พ่ายแพ้ต่อใครที่ไหน ไม่ว่าจะเจอกับศัตรูแบบใดก็ตาม ข้าต้องการสร้างพวกเจ้าให้สามารถรับสถานการณ์ทุกอย่างที่อาจจะเกิดขึ้นได้ข้าชื่นชมในความยึดมั่นในหนทางของตนเองของพวกเจ้าอย่าได้เข้าใจผิดเสียหาหนทางของตนเองแม้จะไม่มีหนทาง พวกเจ้าทำได้ดีมากๆแล้ว”
ท่าทางพวกนี้จะไม่ค่อยโดนคนชมเท่าไรถึงกับหน้าแดงเกาหน้าเกาหัวกันไปมาทันที
“เจ้าพูดถูกเรื่องของการที่ว่าใช้คนลอบเข้ามาจัดการข้าคือแผนการที่ถูกต้องแล้วแต่จ้าตกอยู่ในตำแหน่งเสียเปรียบ ที่จะรอดพ้นการยิงสังหารพื้นที่ของข้าได้อย่างไร?“ ผมชี้ไปที่หัวหน้าสายโจรและผมชี้ไปที่หัวหน้าสายโล่
“เจ้าทำถูกในการที่ป้องกันพื้(ฐานได้เพื่อปรับตัวตามสถานการณ์ต่อไปแต่เจ้าเคลื่อนไหวช้าเกินไปที่จะสามารถจัดการข้าได้ก่อนที่ทางข้าจะยิงซ้ำได้อีกครั้ง”
และผมชี้ไปที่หัวหน้าเมจที่ได้พยายามห้ามสองกลุ่มนี้ที่ทะเลาะกันและทำตัวลีบจากการที่ห้ามคนหัวร้อนทั้งสองคน
“และคนที่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ทั้งหมดที่ข้าว่ามาได้คือเจ้าสาวเมจ แต่ข้ากลัวเจ้ามาก ข้าถึงได้กำจัดเจ้าเป็นคนแรกในการต่อสู้”
“ดิฉันหรือคะ?”
ผมผงกศีรษะ
“รักษาชีวิตไว้เติบโตให้แข็งแกร่งขึ้น ข้าเชื่อว่าในอนาคตเจ้าจะสามารถเป็นผู้ที่สามารถพลิกผลแพ้ชนะของสงครามได้ในอนาคต”
สาวเมจหน้าแดงอีกครั้ง
พวกนี้ท่าทางจะแพ้ต่อคนที่ชมล่ะมั้ง
ผมกล่าวต่อไป
“ข้าต้องการประสบการณ์ของพวกเจ้าเพราข้าอาจจะเป็นคนที่มองในมุมมองที่ผิดพลาดได้เช่นกัน ไม่ได้ไร้จุดอ่อนถึงต้องการให้พวกเจ้ามาช่วยข้าในการคิดแก้ไขปัญหาการสร้างแฟมิเลียที่แข็งแกร่งที่สุดขึ้นมาข้าพูดจากใจจริง พวกเจ้าพร้อมที่จะเป็นที่หนึ่งในโลกกันหรือยัง?พร้อมหรือยังที่จะกลายเป็นนักผจญภัยแถวหน้าของโลกนี้?”
ผมหันไปถามพวกหัวหน้าสายโจรนักดาบและเมจ
“มีแต่คนที่เชื่อมั่นว่าตนเองจะเป็นอันดับหนึ่งเท่านั้นถึงจะสามารถขึ้นเป็นอันดับหนึ่งได้ความทะเยอะทะยานของพวกเจ้า มอบมาให้ข้าเถอะ เพราข้าจะทะเยอะทะยานให้มากกว่าพวกเจ้าทั้งหลายเอง”