ตำหนักโจวกันเด็น (วังหลัง)
“แครก!”
“เพล้ง!”
เสียงกระจกแตกร้าวก่อนแตกกระจายดังกึกก้อง ทว่ามีมันได้ยินเพียงผู้เดียว
จยิโกะคุรู้สึกสับสน ไม่แน่ใจว่าหลงเข้าไปในโลกแห่งกระจกั้แ่เมื่อไร รู้แต่เพียงว่านักบวชที่สามารถร่ายมนตร์มายาระดับนี้ได้ต้องมีการบำเพ็ญเพียรลึกล้ำ เกรงว่ามันไม่ใช่คู่ต่อสู้ จากนี้ไปควรสู้ต่อหรือล่าถอยดี
สี่ขุนพลเทพ ผู้นำร้อยแปดอสูรต่างมีจุดเด่นแตกต่างกัน น่าเสียดายจยิโกะคุไม่ได้เก่งต่อสู้ระยะประชิด มีร่างะยากทำลายเช่นไดโอ ไม่ได้ถนัดลอบสังหาร สืบข่าว สามารถเหาะเหินได้อย่างเอ็นมะ และไม่ได้ถนัดวางแผน ฝีมือลึกล้ำหาตัวจับยากอย่างเท็งโกะคุ จุดเด่นของมันคือชั่วช้าสามานย์ รอบคอบระมัดระวัง กล่าวได้อีกอย่างหนึ่งคือชั่วร้ายทว่าขลาดเขลา ยามใดคู่ต่อสู้ด้อยกว่ามันจะบดขยี้โดยไม่ลังเล กลับกันเมื่อเจอคู่ต่อสู้แข็งแกร่ง มันจะโลเลยากตัดสินใจ
ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าใด บทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณของสมณะเฒ่ายิ่งอบอวลในอากาศมากขึ้นเท่านั้น ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ใกล้จะอาบย้อมสถานที่แห่งนี้จนเหมือนแดนสุขาวดีเข้าไปทุกที
ข้าหลงเข้ามาั้แ่เมื่อใด
ในใจคิดทบทวน สายตาสอดส่ายประเมินทางหนีทีไล่ มันต้องรีบตัดสินใจ
คงหลังจากสังหารนักดาบนั่น ข้าใช้อาคมแทนตัวสละหางหนึ่งหางแลกกับศีรษะ ยามดีใจจิตหลงระเริงเกิดกิเลส เข้าทางสมณะเฒ่าพอดี ยามนี้ข้าทำลายโลกในกระจกแล้ว ติดอยู่ตรงยังมีม่านอาคมแดนสุขาวดีแห่งมันดาลากั้นอยู่อีกชั้นหนึ่ง ต้องหาช่องว่างรอยโหว่ให้ได้ หากหาไม่ได้ก็ต้องสร้างขึ้นมาเอง
ก่อนที่จักรพรรดิคันมุจะย้ายเมืองหลวงจากเมืองนารามาเมืองเฮอันนั้น ในด้านการเมืองถือได้ว่าพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง มีอำนาจเหนือองค์จักรพรรดิ ทว่าในด้านหลักธรรมกลับตกต่ำยิ่ง ขาดพระเถระผู้ทรงปริยัติ เต็มไปด้วยพระทุศีล มัวเมากิเลส เหตุที่สมเด็จพระจักรพรรดิทรงพระดำริเื่ย้ายเมืองหลวง ก็เพราะอิทธิพลของพระสงฆ์แผ่เข้ามายุ่งกับการเมืองการปกครองมากเกินไป
แต่ทว่าหลังจากคุไคบรรลุธรรม ประกาศตั้งนิกายใหม่ นับแต่นั้นนิกายชินกงแพร่ขยายไปทั่วโดยมีเมืองเฮอันเป็ศูนย์กลาง คณะสงฆ์ทรงปริยัติ พุทธจิตหนักแน่นมั่นคง หลายองค์บรรลุโพธิญาณ บางองค์เข้าสู่นิพพาน แม้ไม่ถนัดต่อสู้ด้วยอาคมอย่างพวกองเมียวจิ ทว่ามนต์มายากับข่ายเวทผนึกนับเป็เอกในแผ่นดิน
จยิโกะคุคิดทบทวนข้อมูลพุทธศาสนาในใจ กำหนดแผนรับมืออย่างรวดเร็ว มันอ้าปากกว้างสำรอกก้อนเนื้อแดงฉ่ำสีแดงสดสามก้อน เพียงพริบตาก้อนเนื้อนั้นขยุกขยิกก่อตัวเป็เด็กร่างเตี้ยเล็กสามคน ไม่มีอวัยวะบนใบหน้า เป็เพียงเศษเนื้อเลอะเลือน เด็กทั้งสามห้อตะบึงไปในสามทิศทาง แต่ไม่มีตนใดมุ่งไปทางสมณะเฒ่า
ความเร็วของเด็กทั้งสามยิ่งกว่าม้าวิ่ง คล่องแคล่วกว่าสุนัขป่า น่าเสียดายยังไม่ทันพ้นเขตสวน กลับมีไม้เท้าพระธรรมสามอันหล่นลงจากฟากฟ้าปักตรึงร่างมันทั้งสามไว้กับพื้นดิน พร้อมกับแสงพุทธธรรมสว่างไสวไม่มีประมาณฉายลงมา เจิดจ้าดุจอาทิตย์ยามเที่ยง ร่างของเด็กทั้งสามหายวับเหลือเพียงเศษผงไหม้ดำกองอยู่
หลังจากจยิโกะคุในร่างจิ้งจอกสำรอกก้อนเนื้อออกมา มันรีบคาบร่างเทงงูขึ้นมาสองตน แล้วห้อตะบึงไปยังทิศตรงข้ามกับสมณะเฒ่า จังหวะที่ธรรมรังสีกำลังจางลง มันโยนร่างเทงงูสองร่างพุ่งชนกับไม้เท้าพระธรรม เสียงกึงราวกับเสียงระฆังดังกึกก้อง ตามมาด้วยแรงสั่นะเืเหมือนทั้งโลกกำลังสั่นไหว จังหวะนี้เองมันรีบหมุนตัวสะบัดหางจิ้งจอกหนึ่งหางรัดพันไม้เท้าเอาไว้
ตูม!
หางข้างนั้นะเิเป็เศษซาก สละหางหนึ่งหางแลกกับไม้เท้าพระธรรมหนึ่งด้าม ไม้เท้าแตกกระจายเป็เสี่ยง ๆ หลังจากเสียหางไปขนขาวเป็เงางามพลันหม่นหมองลงในพริบตา แต่มันไม่สนใจอาศัยจังหวะนี้…
บนหลังคาตรงมุมสวนทั้งสี่ด้านปรากฏพระสงฆ์สี่รูปท่าทางดุดัน หน้าตาคร่ำเคร่งอย่างที่สุด ท่านสวมชุดน่าอี* ทับด้วยจีวรสีน้ำตาลยืนอยู่มุมละองค์ ร่างอาบไล้ไปด้วยแสงแห่งธรรม จีวรพัดพลิ้ว รูปหนึ่งในมือถือไม้เท้าพระธรรม ขณะที่อีกสามรูปสองมือว่างเปล่า
สายเกินไป!
การตอบโต้ของพระสงฆ์รูปที่สี่ถือว่าช้าเกินไป ไม้เท้าพระธรรมยังไม่ทันหลุดจากมือ ร่างของจยิโกะคุก็หายลับ ไม่อาจโทษพระทั้งสี่รูปได้ ปีศาจจิ้งจอกถึงขนาดสละพวกเดียวกัน ทั้งยังสละหางหนึ่งหางพลังบำเพ็ญหนึ่งร้อยปีเพื่อเจาะช่องของม่านอาคม
พอมันผ่านทะลุไปได้ กระทั่งะโขึ้นหลังคายังกลัวเสียเวลา อาศัยร่างปีศาจจิ้งจอกดาบทวนไม่ระคายฝ่าอาคารต่าง ๆ ไปตรง ๆ ทะลุทะลวงผนัง ขื่อคาน กำแพง ต่อให้อิฐหินดินปูนแข็งแกร่งเพียงใดก็เปรียบได้แค่กระดาษบาง ๆ สำหรับมันเท่านั้น
จยิโกะคุไม่กล้าแม้แต่หันหลังกลับไปมอง แค่เหลือบดูก็ไม่ มันเกรงว่าหากเสียเวลาไปแค่เสี้ยววินาที สมณะเฒ่าจะถือโอกาสลงมือ มันไม่กลัวพระสงฆ์สี่รูปนั่น แค่สี่วัชระนิกายฉุเก็นโด** แห่งูเาไดเซนจิ สวะสี่ตัว หากจับพวกมันแยกกันแค่นิ้วเดียวก็ฆ่าพวกมันได้ แต่สมณะเฒ่าไม่ใช่ หากจำไม่ผิดนั่นคือสมณะจิโซ เ้าอาวาสวัดไดโกจิ
จยิโกะคุนึกขอบคุณตัวเอง มันเข้าใจแล้วว่าสมณะพวกนี้กำลังทำอะไร ทำไมต้องกางข่ายเวทกักขังตัวมันเอาไว้ ทำไมไม่ช่วยเหล่าเชื้อพระวงศ์ั้แ่แรก ทำไมจึงปล่อยให้มันฆ่าฟันตามใจชอบ ทำไมแค่กักขังแต่ไม่ยอมสังหาร เบาะแสเหล่านี้นำไปสู่…
“ต้องรีบรายงานนายท่าน”
ขณะจิ้งจอกขาวะโสูงเพื่อข้ามกำแพงพระราชวัง ทันใดนั้นมันััรับรู้ได้ถึงบางสิ่ง สิ่งซึ่งน่ากลัวยิ่งกว่าโลกในกระจก ม่านอาคมแดนสุขาวดี ข่ายเวท ทั้งน่ากลัวกว่าสิ่งที่สมณะจิโซกำลังทำอยู่
เวลานี้มันไม่กล้ากลับไปรายงานนายท่านแล้ว มันต้องหนีออกจากเมืองหลวงทันที ที่นี่น่ากลัวเกินไป มันไม่น่าเชื่อท่านพี่ออกจากป่าลึกอันสงบสุข มาเป็ข้ารับใช้นายท่าน หากไม่ออกมาวันนี้คงไม่เป็เช่นนี้
เสี้ยววินาทีที่มันััรับรู้ สิ่งนั้นก็มาถึง!?
มันรีบหันคอสำรอกชิ้นเนื้อก้อนหนึ่งให้ไปตกในเขตพระราชวัง มันรับรู้โดยสัญชาตญาณว่าเวลานี้ในพระราชวังปลอดภัยกว่าด้านนอกมาก แต่ทว่ามันไม่อยากย้อนกลับแล้ว มันกลัววิกาลยาวนานฝันยุ่งเหยิง
ตรอกจูอิเอะ
สิ้นเสียงปรบมือ ต้าหมินลุกขึ้นยืนอย่างขัดเขิน รู้สึกว่าตนเองติดค้างคำอธิบายแก่พ่อแม่ของน้องจันทร์เ้า (เด็กหญิงชื่อ ‘ทสึคิ’ แปลว่าพระจันทร์ ต้าหมินเลยถือโอกาสตั้งชื่อเล่นให้) หากอธิบายไม่ชัดเจนพวกเขาอาจนำผู้มีพระคุณอย่างเสื้อเก่า เข็มเย็บผ้าและชามบิ่นไปทิ้ง ด้วยกลัวว่าเป็ปีศาจหรือถูกภูตผีสิงสู่
“แค่ก ๆ อะแฮ่ม”
ต้าหมินยืดอก สองมือไพล่หลัง เชิดหน้าแล้วกล่าวด้วยความมั่นใจ มองไปทางอุเอะโนะ
“ข้ายังไม่ได้แนะนำตัวกับท่านอย่างเป็ทางการ ข้าชื่อโคทาโร่ (小太郎***) เป็องเมียวจิ”
*ชุดน่าอี คือชุดใส่ข้างใน สำหรับพระสงฆ์มหายานจะเป็เสื้อกางเกงสีทึบ เช่น สีเทา สีน้ำตาล สีคราม ใช้ใส่สำหรับทำงานออกแรง เช่นเดียวกับพระสงฆ์ไทยที่เวลาทำงานภายในวัดจะนุ่งเพียงสบงและอังสะ
**ฉุเก็นโด เป็ศาสนาลูกผสมระหว่าง ชินโต พุทธ ลัทธิบูชาผู้วิเศษ และการกราบไหว้บูชาูเา ก่อตั้งโดย เอ็นโนะเกียวจะ (นักเวทและนักพรตผู้บำเพ็ญตบะบนูเา) ต่อมานักบวชในนิกายนี้เรียกว่า ฉุเก็นฉะ
ในสมัยเฮอันและคามาคุระ นิกายนี้รุ่งเรืองอยู่บริเวณูเาไดเซนจิและพื้นที่โดยรอบ มีวัดในสังกัดมากกว่า 100 วัด พระนักรบกว่า 3,000 รูป เทียบได้กับพระนักรบทีู่เาฮิเอ ูเาโยชิโนะ และูเาโคยะ
***小太郎 อันที่จริงอ่านว่า โคะทะโระ เพราะชาวญี่ปุ่นมักออกเสียงสั้น แต่เพียงให้ง่ายแก่การออกเสียงของคนไทย ขอใช้ว่า ‘โคทาโร่’ แทน
ชื่อโคทาโร่ สมัยก่อนมักตั้งให้บุตรคนโต แปลว่า “เด็กที่จะเติบโตเป็ผู้ใหญ่ที่ดี”
โคะ แปลว่า เด็ก, เด็กน้อย
ทะ แปลว่า ผู้ใหญ่
โระ แปลว่า คนดี