รุ่งเช้าของอีกวัน จางซินตื่นขึ้นมาด้วยความสดใสผิดปกติ แม้เมื่อคืนจะนอนไม่หลับเพราะภาพของลุงกัว แต่ความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้ากลับทำให้นางรู้สึกกระปรี้กระเปร่า นางรีบจัดการธุระส่วนตัว ก่อนจะตรงไปยังคอกม้าที่ลุงกัวพักอยู่
แสงอรุณสีทองสาดส่องลงมาอาบไล้คอกม้าให้ดูอบอุ่น ลุงกัวกำลังยืนอยู่ข้างๆ ม้าพยศตัวนั้น กำลังให้อาหารมันด้วยท่าทางอ่อนโยน ร่างกายอันกำยำของเขาที่ยังคงเปลือยอยู่ครึ่งหนึ่งดูเซ็กซี่ในแสงยามเช้า กล้ามเนื้อหน้าอกที่แน่นตึงเป็ลอนๆ กล้ามเนื้อแขนที่ใหญ่โตราวกับท่อนซุง และส่วนที่ตุงนูนออกมาอย่างชัดเจนใต้กางเกงของเขา ทำให้หัวใจของจางซินเต้นระรัวทันที
"อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะลุงกัว" จางซินกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มหวานหยด เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น
ลุงกัวที่กำลังให้อาหารม้าพยศตัวนั้นอยู่ หันมามองจางซินด้วยแววตาที่เรียบเฉย แต่ก็แฝงไว้ด้วยความอบอุ่น "อรุณสวัสดิ์ขอรับคุณหนู"
จางซินเดินเข้าไปใกล้มากขึ้น สายตาของนางไม่อาจละออกจากร่างกายอันกำยำของลุงกัว นางสังเกตเห็นเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ยังคงซึมอยู่ตามร่องกล้ามเนื้อจากการทำงานยามเช้า แสงแดดที่ส่องกระทบิัสีแทนของเขาทำให้ดูเหมือนเขาเป็เทพเ้าแห่งความแข็งแกร่ง
"วันนี้ข้าอยากจะให้ลุงกัวสอนข้าขี่ม้าเ้าค่ะ" จางซินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา "แต่ข้าคิดว่า... หากเราไปฝึกกันในป่านอกเมือง คงจะดีกว่านะเ้าคะ จะได้ไม่มีใครมารบกวน"
ลุงกัวพยักหน้าช้าๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง "ได้ขอรับคุณหนู"
จางซินยิ้มกว้างด้วยความดีใจ หัวใจของนางเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกจากอก นางไม่คิดว่าลุงกัวจะยอมง่ายดายถึงเพียงนี้ ความตื่นเต้นและความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจทำให้ใบหน้าของนางแดงระเรื่อ
ไม่นานนัก ทั้งสองก็เตรียมม้าพร้อมออกเดินทาง ลุงกัวจูงม้าพยศตัวนั้นออกมาจากคอก มันดูเชื่องลงมากผิดจากเมื่อวานราวกับเป็ม้าคนละตัว ม้าพยศเดินตามลุงกัวอย่างอ่อนโยน ถูจมูกเข้ากับมือของเขาด้วยความรัก
"ท่านปราบมันได้แล้วหรือเ้าคะลุงกัว" จางซินถามด้วยความประหลาดใจ สายตาของนางเต็มไปด้วยความชื่นชม
"ขอรับคุณหนู" ลุงกัวตอบสั้นๆ ก่อนจะหันมามองจางซินด้วยรอยยิ้มบางเบา "มันเป็ม้าดี เพียงแต่้าคนที่เข้าใจมันเท่านั้น"
ลุงกัวเดินมาข้างๆ ม้าพยศ ก่อนจะช่วยจางซินขึ้นไปบนหลังม้า มือใหญ่ที่หยาบกร้านของเขาัักับเอวเล็กของนาง ทำให้ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วร่างของจางซิน นางรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งและความอบอุ่นจากมือของเขา
จางซินนั่งอยู่บนหลังม้าอย่างสง่างาม ร่างกายของนางสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น ลุงกัวตามขึ้นมานั่งซ้อนท้าย โดยมีแขนอันแข็งแกร่งของเขากอดรัดเอวของนางไว้หลวมๆ เพื่อประคองไม่ให้นางตกจากหลังม้า
ความอบอุ่นจากแผ่นอกอันแข็งแกร่งของลุงกัวแผ่ซ่านมาถึงแผ่นหลังของจางซิน ทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ กลิ่นกายของบุรุษเพศที่หอมกรุ่นปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ทำให้จางซินรู้สึกวาบหวามไปทั่วทั้งร่าง นางรู้สึกเหมือนจะละลายไปกับความใกล้ชิดนี้
ลุงกัวกระตุกบังเหียนเบาๆ ม้าพยศก็เริ่มออกเดินอย่างช้าๆ มุ่งหน้าสู่ป่านอกเมือง จังหวะการเดินของม้าทำให้ร่างกายของจางซินโยกคลอนไปมาเล็กน้อย แผ่นหลังของนางแนบชิดกับแผ่นอกของลุงกัวมากขึ้น
ระหว่างทาง จางซินรู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดที่เพิ่มมากขึ้น แผ่นหลังของนางแนบชิดกับแผ่นอกของลุงกัวอย่างสมบูรณ์ แขนอันแข็งแกร่งของเขากอดรัดเอวของนางไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับจะบอกให้นางรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องกลัว
"ลุงกัวเ้าคะ" จางซินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา "ท่านเคยสอนใครขี่ม้าแบบนี้มาก่อนหรือไม่เ้าคะ"
ลุงกัวหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำของเขาสั่นะเืผ่านแผ่นอกมาถึงแผ่นหลังของนาง "ไม่เคยขอรับคุณหนู"
จางซินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่นางก็ไม่ได้แสดงออกให้ลุงกัวเห็น ความรู้สึกที่ซับซ้อนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของนาง ทั้งความดีใจที่ได้เป็คนแรก และความกังวลว่าเขาจะไม่รู้จักวิธีที่จะทำให้นางพอใจ
"แล้วท่านเคย... ขี่ม้ากับสตรีอื่นมาก่อนหรือไม่เ้าคะ" จางซินถามต่อด้วยความอยากรู้ เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความหวาดกลัวที่จะได้ยินคำตอบที่ไม่้า
ลุงกัวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและจริงใจ "ไม่เคยขอรับคุณหนู คุณหนูเป็คนแรกที่ข้าขี่ม้าด้วย"
คำตอบของลุงกัวทำให้จางซินรู้สึกดีใจอย่างประหลาด หัวใจของนางเต้นแรงขึ้น นางไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกเช่นนั้น แต่นางก็รู้สึกดีใจจริงๆ ที่ได้เป็คนแรกในหลายๆ เื่ของเขา ความรู้สึกเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของนาง
ม้าพยศยังคงเดินต่อไปอย่างช้าๆ ลึกเข้าไปในป่า บรรยากาศรอบข้างเริ่มเงียบสงบลง มีเพียงเสียงลมพัดและเสียงฝีเท้าม้าเท่านั้นที่ดังขึ้นเป็จังหวะ ใบไม้เขียวขจีสองข้างทางแกว่งไปมาตามสายลม สร้างเงาไผลที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
จางซินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีครามสดใส ต้นไม้สองข้างทางที่เขียวขจี และสายลมที่พัดโชยมาปะทะใบหน้า ทำให้จิตใจของนางรู้สึกผ่อนคลาย แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกวาบหวามก็ยังคงเกาะกุมอยู่ในใจของนางไม่จางหาย
นางรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากกายของลุงกัวที่แผ่ซ่านมาถึงนาง ความรู้สึกวาบหวามเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของนางอีกครั้ง นางพยายามควบคุมตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาเมื่อคืนยังคงเผาผลาญอยู่ในใจของนาง
นางนึกถึงภานางนึกถึงภาพในตำราภาพชุนกงที่หลิวเหมยเคยให้ดู ภาพของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนกายของบุรุษในท่าทางที่เร่าร้อน ภาพเ่าั้ทำให้จางซินรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่าง ความทรงจำเ่าั้เริ่มผสมผสานกับความรู้สึกในปัจจุบัน ทำให้ความปรารถนาของนางยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
"ลุงกัวเ้าคะ" จางซินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา "ท่านเคยสอนใครขี่ม้าแบบนี้มาก่อนหรือไม่เ้าคะ"
ลุงกัวหัวเราะในลำคอเบาๆ "ไม่เคยขอรับคุณหนู"
จางซินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่นางก็ไม่ได้แสดงออกให้ลุงกัวเห็น
"แล้วท่านเคย... ขี่ม้ากับสตรีอื่นมาก่อนหรือไม่เ้าคะ" จางซินถามต่อด้วยความอยากรู้
ลุงกัวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ "ไม่เคยขอรับคุณหนู"
คำตอบของลุงกัวทำให้จางซินรู้สึกดีใจอย่างประหลาด นางไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกเช่นนั้น แต่นางก็รู้สึกดีใจจริงๆ
ม้าพยศยังคงเดินต่อไปอย่างช้าๆ ลึกเข้าไปในป่า บรรยากาศรอบข้างเริ่มเงียบสงบลง มีเพียงเสียงลมพัดและเสียงฝีเท้าม้าเท่านั้นที่ดังขึ้นเป็จังหวะ
จางซินรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากกายของลุงกัวที่แผ่ซ่านมาถึงนาง ความรู้สึกวาบหวามเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของนางอีกครั้ง นางพยายามควบคุมตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถทำได้
นางหลับตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกวาบหวามนำพาไป จินตนาการถึงภาพในตำราภาพชุนกง ภาพของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนกายของบุรุษในท่าทางที่เร่าร้อน ภาพเ่าั้ทำให้จางซินรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่าง
ม้าพยศยังคงควบไปตามทางเดินในป่าอย่างช้าๆ จังหวะการก้าวเดินของมันทำให้ร่างกายของจางซินโยกคลอนไปมาบนหลังม้า แผ่นหลังของนางแนบชิดกับแผ่นอกอันแข็งแกร่งของลุงกัว แขนอันกำยำของเขากอดรัดเอวของนางไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย เพื่อประคองไม่ให้นางตกจากหลังม้า
ความอบอุ่นจากกายของลุงกัวแผ่ซ่านมาถึงนาง กลิ่นกายของบุรุษเพศที่หอมกรุ่นปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ทำให้จางซินรู้สึกวาบหวามไปทั่วทั้งร่าง นางหลับตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกเ่าั้นำพาไป
จังหวะการควบม้าที่โยกขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ ทำให้สะโพกของจางซินเสียดสีกับท่อนเนื้ออันใหญ่โตของลุงกัวที่ตุงนูนอยู่ใต้กางเกง ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วร่างของนาง จางซินรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า
นางนึกถึงภาพในตำราภาพชุนกงที่หลิวเหมยเคยให้ดู ภาพของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนกายของบุรุษในท่าทางที่เร่าร้อน โดยเฉพาะท่าที่ทำจากด้านหลัง ที่หญิงสาวเป็ฝ่ายขยับสะโพกเข้าหาท่อนเนื้อของบุรุษ ภาพเ่าั้ทำให้จางซินรู้สึกตื่นเต้นและอยากลองทำตาม
ด้วยความคะนองและปรารถนาที่พุ่งพล่าน จางซินจึงแอบแอ่นสะโพกไปด้านหลังเล็กน้อย เพื่อให้ร่องรักของนางเสียดสีกับท่อนเนื้อของลุงกัวอย่างจงใจ นางขยับสะโพกเบาๆ ตามจังหวะการควบม้าที่โยกขึ้นลง ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วร่างของนาง ทำให้จางซินต้องกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่น เพื่อไม่ให้ส่งเสียงครางออกมา
ลุงกัวรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของจางซิน เขารู้ดีว่านางกำลังทำอะไร แต่เขาก็ยังคงนิ่งเฉย ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมา มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
จางซินรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของท่อนเนื้อของลุงกัวที่เสียดสีกับร่องรักของนาง มันใหญ่โตและแข็งแกร่งกว่าที่นางจินตนาการไว้มาก ความรู้สึกเสียวซ่านที่พุ่งพล่านทำให้นางรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่าง
นางแอบเหลือบมองลุงกัวผ่านกระจกเงาที่ติดอยู่บนบังเหียนม้า ลุงกัวยังคงมองตรงไปข้างหน้า ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์
จางซินรู้สึกได้ถึงความกล้าหาญที่เพิ่มมากขึ้น นางจึงแอบแอ่นสะโพกไปด้านหลังอีกครั้ง คราวนี้แรงขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ร่องรักของนางเสียดสีกับท่อนเนื้อของลุงกัวอย่างเต็มที่
ความรู้สึกเสียวซ่านที่พุ่งพล่านทำให้นางรู้สึกเหมือนจะละลายไปกับหลังม้า นางกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่น พยายามอดทนอดกลั้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เสียงครางแ่เบาหลุดรอดออกมาจากลำคอของนาง
"อืม..." เสียงครางเบาๆ ลอยออกมาจากริมฝีปากของจางซิน ทำให้นางใกับตัวเอง นางรีบกัดริมฝีปากแน่นขึ้น แต่ความรู้สึกเสียวซ่านก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ลุงกัวรู้สึกได้ถึงความปรารถนาที่พุ่งพล่านของจางซิน เขารู้ดีว่านางกำลัง้าอะไร แต่เขาก็ยังคงนิ่งเฉย ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมา มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
ทันใดนั้นเอง ลุงกัวก็กระตุกบังเหียนม้าอย่างแรง ม้าพยศก็เริ่มควบเร็วขึ้น จังหวะการควบม้าที่เร็วขึ้นทำให้ร่างกายของจางซินโยกคลอนไปมาบนหลังม้าอย่างรุนแรง สะโพกของนางเสียดสีกับท่อนเนื้อของลุงกัวอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกเสียวซ่านที่พุ่งพล่านทำให้นางรู้สึกเหมือนจะขาดใจ
"อ๊า..." เสียงครางที่หวานเหมือนน้ำผึ้งหลุดออกมาจากลำคอของจางซิน นางพยายามกลั้นเสียง แต่จังหวะการควบม้าที่รุนแรงทำให้นางควบคุมตัวเองไม่ได้
จางซินรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของท่อนเนื้อของลุงกัวที่เสียดสีกับร่องรักของนาง มันใหญ่โตและแข็งแกร่งกว่าที่นางจินตนาการไว้มาก ความรู้สึกเสียวซ่านที่พุ่งพล่านทำให้นางรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่าง
นางกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่น พยายามอดทนอดกลั้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เสียงครางแ่เบาหลุดรอดออกมาจากลำคอของนางอย่างต่อเนื่อง
"อืม... อ๊า... อืม..." เสียงครางเบาๆ ดังขึ้นเป็ระยะๆ ตามจังหวะการโยกคลอนของม้า จางซินรู้สึกเหมือนร่างกายของนางกำลังถูกคลื่นความสุขซัดผ่าน
ลุงกัวยังคงควบม้าต่อไปอย่างไม่ลดละ เขารู้ดีว่าจางซินกำลัง้าอะไร และเขาก็พร้อมที่จะมอบให้
จังหวะการควบม้าที่เร็วขึ้นทำให้ร่างกายของจางซินโยกคลอนไปมาบนหลังม้าอย่างรุนแรง สะโพกของนางเสียดสีกับท่อนเนื้อของลุงกัวอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกเสียวซ่านที่พุ่งพล่านทำให้นางรู้สึกเหมือนจะขาดใจ นางกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่น พยายามอดทนอดกลั้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เสียงครางแ่เบาหลุดรอดออกมาจากลำคอของนางอย่างต่อเนื่อง
"อ๊า... อืม... อ๊า..." เสียงครางของจางซินเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกเสียวซ่านที่รุนแรงทำให้นางไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป
ลุงกัวรู้สึกได้ถึงความปรารถนาที่พุ่งพล่านของจางซิน เขารู้ดีว่านางกำลัง้าอะไร และเขาก็พร้อมที่จะมอบให้ เขากระตุกบังเหียนม้าอีกครั้ง ม้าพยศก็เริ่มควบเร็วขึ้นไปอีก จังหวะการควบม้าที่ดุดันทำให้ร่างกายของจางซินโยกคลอนไปมาอย่างรุนแรง สะโพกของนางเสียดสีกับท่อนเนื้อของลุงกัวอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกเสียวซ่านที่พุ่งพล่านทำให้นางรู้สึกเหมือนจะะเิออกมา
ลุงกัวขยับกายเข้าใกล้นางมากขึ้น แขนอันแข็งแกร่งของเขากอดรัดเอวของนางไว้แน่นกว่าเดิม จนร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันเป็หนึ่งเดียว ท่อนเนื้ออันใหญ่โตของเขากำลังเสียดสีกับร่องรักของนางอย่างจัง ความรู้สึกเสียวซ่านที่พุ่งพล่านทำให้นางรู้สึกเหมือนจะละลายไปกับหลังม้า
"อ๊า... อ๊า... อืม..." เสียงครางของจางซินดังขึ้นเรื่อยๆ นางรู้สึกเหมือนร่างกายของนางกำลังถูกไฟเผาไหม้
จางซินรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของท่อนเนื้อของลุงกัวที่เสียดสีกับร่องรักของนาง มันใหญ่โตและแข็งแกร่งกว่าที่นางจินตนาการไว้มาก ความรู้สึกเสียวซ่านที่พุ่งพล่านทำให้นางรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่าง นางกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่น พยายามอดทนอดกลั้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เสียงครางแ่เบาหลุดรอดออกมาจากลำคอของนางอย่างต่อเนื่อง
ลุงกัวโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของจางซินด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า "คุณหนู... ท่านกำลังเล่นกับไฟนะขอรับ"
จางซินรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของลุงกัวที่รดรินอยู่ข้างหู ทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้านไปทั้งตัว นางเงยหน้าขึ้นมองลุงกัวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา "ข้า... ข้าไม่กลัวไฟเ้าค่ะลุงกัว"
"อ๊า... อืม..." เสียงครางหลุดออกมาจากริมฝีปากของนางอย่างไม่อาจกลั้น ความรู้สึกเสียวซ่านที่รุนแรงทำให้นางรู้สึกเหมือนจะสลบไป
ลุงกัวยิ้มมุมปาก ก่อนจะขยับกายเข้าใกล้นางมากขึ้น ท่อนเนื้ออันใหญ่โตของเขากำลังเสียดสีกับร่องรักของนางอย่างจัง ความรู้สึกเสียวซ่านที่พุ่งพล่านทำให้นางรู้สึกเหมือนจะละลายไปกับหลังม้า
จางซินรู้สึกได้ถึงความชื้นแฉะที่เริ่มซึมออกมาจากร่องรักของนาง น้ำรักใสๆ เริ่มไหลซึมออกมาเล็กน้อย เปียกชื้นผ้าชั้นในของนาง ความรู้สึกนั้นทำให้นางรู้สึกอายแต่ก็ตื่นเต้นไปพร้อมกัน
"อ๊า... อืม... ข้า... ข้ารู้สึกแปลกๆ เ้าค่ะ..." จางซินครางออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ
ลุงกัวรู้สึกได้ถึงความชื้นแฉะที่เริ่มซึมผ่านผ้าของทั้งสองคน เขายิ้มมุมปากด้วยความพอใจ "นั่นเป็เื่ธรรมดาขอรับคุณหนู"
จางซินรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของท่อนเนื้อของลุงกัวที่เสียดสีกับร่องรักของนาง มันใหญ่โตและแข็งแกร่งกว่าที่นางจินตนาการไว้มาก ความรู้สึกเสียวซ่านที่พุ่งพล่านทำให้นางรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่าง นางกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่น พยายามอดทนอดกลั้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เสียงครางแ่เบาหลุดรอดออกมาจากลำคอของนางอย่างต่อเนื่อง
ลุงกัวกระตุกบังเหียนม้าอีกครั้ง ม้าพยศก็เริ่มควบเร็วขึ้นไปอีก จังหวะการควบม้าที่ดุดันทำให้ร่างกายของจางซินโยกคลอนไปมาอย่างรุนแรง สะโพกของนางเสียดสีกับท่อนเนื้อของลุงกัวอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกเสียวซ่านที่พุ่งพล่านทำให้นางรู้สึกเหมือนจะะเิออกมา
"อ๊า... อ๊า... อืม... ลุงกัว..." จางซินครางชื่อของเขาออกมาด้วยเสียงที่หวานเหมือนน้ำผึ้ง น้ำรักของนางเริ่มไหลออกมามากขึ้น เปียกชื้นผ้าชั้นในและซึมผ่านไปถึงกางเกงของลุงกัว
จางซินรู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มที่เริ่มก่อตัวขึ้นในกายของนาง นางบิดกายไปมาด้วยความกระสับกระส่าย ความปรารถนาที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเริ่มปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง นางไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับชายใดมาก่อน แม้แต่องค์ชายที่รูปงามที่สุดในแคว้นก็ยังไม่สามารถทำให้นางรู้สึกเช่นนี้ได้
"อ๊า... อืม... อ๊า..." เสียงครางของนางดังขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกเสียวซ่านที่รุนแรงทำให้นางรู้สึกเหมือนจะสลบไป
ลุงกัวโน้มตัวลงจุมพิตที่ซอกคอของจางซินอย่างแ่เบา ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วร่างของนาง จางซินรู้สึกเหมือนจะหมดแรง นางซบหน้าลงกับแผ่นอกอันแข็งแกร่งของลุงกัว
"ลุงกัว..." จางซินครางออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า "ข้า... ข้าไม่ไหวแล้วเ้าค่ะ"
น้ำรักของนางไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง เปียกชื้นผ้าชั้นในจนโปร่งใส ความรู้สึกชื้นแฉะและเสียวซ่านทำให้นางรู้สึกเหมือนจะละลายไปกับหลังม้า
"อ๊า... อืม... น้ำ... น้ำมันไหลออกมาเ้าค่ะ..." จางซินพึมพำด้วยความอาย แต่ก็ไม่สามารถหยุดความรู้สึกนั้นได้
ลุงกัวยิ้มมุมปาก ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ท่อนเนื้ออันใหญ่โตของเขากำลังเสียดสีกับร่องรักของนางอย่างจัง ความรู้สึกเสียวซ่านที่พุ่งพล่านทำให้นางรู้สึกเหมือนจะละลายไปกับหลังม้า
จางซินรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของท่อนเนื้อของลุงกัวที่เสียดสีกับร่องรักของนาง มันใหญ่โตและแข็งแกร่งกว่าที่นางจินตนาการไว้มาก ความรู้สึกเสียวซ่านที่พุ่งพล่านทำให้นางรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่าง นางกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่น พยายามอดทนอดกลั้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เสียงครางแ่เบาหลุดรอดออกมาจากลำคอของนางอย่างต่อเนื่อง
"อ๊า... อ๊า... อืม... ลุงกัว... ข้าจะ... จะ..." จางซินครางออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ ร่างกายของนางเริ่มสั่นะเือย่างรุนแรง
น้ำรักของนางไหลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน เปียกชื้นผ้าชั้นในและซึมผ่านไปถึงกางเกงของลุงกัว ความรู้สึกชื้นแฉะและเสียวซ่านทำให้นางรู้สึกเหมือนจะะเิออกมา
ลุงกัวยังคงควบม้าต่อไปอย่างไม่ลดละ เขารู้ดีว่าจางซินกำลัง้าอะไร และเขาก็พร้อมที่จะมอบให้