กาลก่อนั้แ่ครั้งยังอยู่แดนเต๋ามู่หลินได้ท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆมากมาย ยามว่างเขาจึงฝึกวาดรูปไปด้วยแน่นอนว่าด้วยความที่เป็ผู้บําเพ็ญเพียร การจะเรียนรู้อะไรย่อมใช้เวลาไม่นาน ถึงจะอย่างนั้นก็เป็ที่รู้กันว่าในแดนเต๋าฝีมือการวาดรูปของเขาเหนือกว่าทวยเทพทั้งหลายมากนักดังนั้นถ้าพูดกันตามตรงฝีมือการวาดรูปของเขานั้นอยู่ในระดับที่ยากจะหยั่งถึงเมื่อรวมเข้ากับภาพทิวทัศทั้งหลายที่ไปพบเจอมา นั่นทําให้เขาไร้ผู้ใดทัดเทียมด้านนี้อย่างแท้จริง
มู่หลินจึงตั้งใจว่าเมื่อถึงงานเลี้ยงเขาจะมอบนาฬิกา Gucci เป็ของขวัญชิ้นแรกส่วนอีกชิ้นเขาจะทํามันในงานโดยยืมอุปกรณ์การวาดของจิตรกรที่ทางบริษัทซุยกรุ๊ปจ้างมาเพื่อทําให้งานครึกครื้นขึ้นดังนั้นแล้วเขาจึงได้คิดไงว่าคนทั้งหลายประเมินเขาตํ่าไป
ใครกันล่ะบอกว่าเขาจะมอบของขวัญธรรมดาให้?
ระดับเขาน่ะมันต้องเป็อะไรที่สุดยอดที่ไม่สามารถหาได้อีกไหนในโลกนี้อีกแล้วต่างหาก!
หนึ่งในนั้นคือรูปภาพที่ถูกวาดขึ้นโดยเขา!
ปัจจุบันทุกคนเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อและงงงัน
คุณจะมาวาดรูปอะไรในตอนนี้?แกล้งตลกรึเปล่า?
ซุยิก็ผงะไปเหมือนกันเท่าที่เขาจําได้เพื่อนของเขาคนนี้วาดรูปไม่เก่งไม่ใช่เหรอ?ไหงอยู่ดีๆถึงอยากวาดมันแล้วมอบให้เขาล่ะ?
มู่หลินนี่นายตั้งใจจะทําอะไรกันแน่?!
นอกจากซุยิแล้วพวกเจียงหยางก็สะดุ้งดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนี้จะก่อเื่ทุกครั้งในที่ๆไป กระทั่งงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนตัวเองก็ไม่เว้น!
ช่างเป็คนที่น่า...อะไรเช่นนี้!
ทางด้านจิตกรที่อยู่ในฝูงชนก็ชี้ที่ตัวเองอย่างงงงัน“ผม?’’
“ก็คุณนั่นแหละหรือยังจะมีใครอีกล่ะที่มีอุปกรณ์วาดรูป? เร็วๆอย่าเสียเวลาผมไม่ชอบ!’’ มู่หลินกลอกตา ในที่นี้ก็มีเพียงคุณคนเดียว คุณยังจะงงอีกเรอะ?
วันหน้าวันหลังหัดไปกินอะไรบํารุงสมองเสียบ้างนะ!
จะได้ไม่มึนเช่นนี้!
“ดะ...ได้!’’รู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็ถึงเพื่อนสนิทของนายน้อยซุยิ จิตรกรคนนั้นก็พยักหน้าอย่างไม่ลังเลแล้วนําอุปกรณ์ทั้งหมดขึ้นไปมอบให้แก่มู่หลินอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าจิตกรคนนั้นรู้งานดีเป็อย่างมากด้วยความที่ว่า้าประจบเอาใจ เขาจึงจัดแจงอุปกรณ์ทั้งหมดให้พร้อมวาดโดยทันที
มู่หลินที่เห็นจึงยิ้มอย่างพึงพอใจ“ไม่เลว! ไว้เดี๋ยวผมตอบแทนคุณทีหลัง!’’เขาเป็คนที่ยึดมันในเื่บุญคุณเป็อย่างมาก ใครก็ตามที่ทําดีกับเขาเขาจะตอบแทนคนๆนั้นอย่างดี ส่วนใครก็ตามที่ร้ายมากับเขาเขาจะคืนกลับไปให้มันเป็ร้อยเท่าพันเท่าจนไม่อาจนับไหว!
นั่นแหละเขามู่หลิน!
จิตรกรคนนั้นเพียงพยักหน้าขอบคุณเฉยๆถึงชายหนุ่มคนนี้จะไม่ได้ดูรํ่ารวยที่สุดแต่เขาที่เป็เพื่อนกับนายน้อยซุยิย่อมไม่ใช่คนธรรมดาดังนั้นแล้วของตอบแทนย่อมมีค่าเป็อย่างมาก
พอจิตรกรลงไปแล้วเหล่าผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงก็ส่งเสียงฮือฮา
“นั่นเขาตั้งใจจะวาดรูปจริงเหรอ?วาดเอาตอนนี้นี่นะ?’’
“ถึงจะวาดรูปเก่งแต่ให้มาวาดตอนนี้จะได้สักแค่ไหนกันเชียว?’’
“อีกอย่างงานเลี้ยงก็ใกล้จะจบลงแล้วด้วยเขาคิดว่ามีเวลามากพอขนาดนั้นเลยรึไง?’’
“...’’
“ช่างไม่เจียมตัว!’’หวังลิ่วและเท้าก้านมองไปยังมู่หลินบนเวทีก่อนสบตาให้กันในความคิดของพวกเขาชายหนุ่มก็แค่คนโง่คนหนึ่งที่อวดดีไม่เข้าเื่และกําลังจะอับอายขายขี้หน้าด้วยมือของตัวเอง
ช่างเป็คนที่ไม่เจียมตัวเสียจริง!
“อยากเห็นจริงๆว่าเขาจะมีอะไรมาโชว์…’’กลับกัน หวังชาวเย่พึมพํา ในสายตาของเขาชายหนุ่มคนนี้จะต้องมีดีบางอย่างไม่งั้นคนระดับซุยิคงไม่มาคบด้วยหรอก
‘เขาตั้งใจจะทําอะไรกันแน่?หรือว่าจริงๆแล้วเขาจะวาดรูปเป็…’’มองไปยังชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาหาเื่เธอได้ไม่นานนี้จื่อหลิงก็อดคิดถึงฝีมือต่อสู้อันร้ายกาจของเขาไม่ได้เธอจึงคิดว่าบางทีเขาอาจจะเป็อัจฉริยะที่มีความสามารถอีกอย่างก็ได้
“ิน้อยเพื่อนของลูกคนนี้เคยเรียนวาดรูปมาด้วยงั้นเหรอ?’’เห็นว่าชายหนุ่มเริ่มนั่งลงบนเก้าอี้แล้ว ซุยเทียนก็ถามซุยิอย่างสงสัย
“ใช่!พวกฉันเองก็อยากรู้!’’ เจียงหยาง หวู่เสิน หยวนอิ้ง ทั้งสามคนต่างมองเพื่อรอคําตอบในความเห็นของพวกเขาสิ่งที่มาจากมู่หลินมักไม่ธรรมดาเสมอ บางทีเขาอาจจะมีฝีมือในการวาดรูปเหนือชั้นจริงๆก็ได้
“...’’ ซุยิก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเขาจึงยิ้มแห้งๆแล้วพูดเสียงเบาโดยพยายามไม่ให้ใครได้ยิน“เท่าที่รู้นะรูปที่ถูกวาดขึ้นโดยเขาน่ะอาจารย์ผู้สอนมักนําไปโยนทิ้งเสมอเลยล่ะ!’’
ในอดีตตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งมู่หลินเป็เพียงคนเดียวที่วาดรูปได้ห่วยที่สุดห่วยถึงขนาดที่ว่าอาจารย์ผู้สอนไม่พอใจและนํามันไปโยนทิ้ง
แล้วอย่างนี้มันหมายความว่ายังไงน่ะเหรอ?ของมันแน่อยู่แล้ว! ก็หมายความว่าฝีมือการวาดรูปของเขาห่วยสุดๆไปเลยยังไงล่ะ!
ได้ยินซุยเทียนและพวกเจียงหยางก็แทบเซ
ห่วยสุดๆ?แล้วแบบนี้ยังกล้าเสนอหน้าที่จะวาดรูปต่อหน้าสาธารณะอีก?
นี่มัน…นี่มันบ้าบออะไรกัน?
เขาตั้งใจจะทําให้ตัวเองขายขี้หน้ารึไง?!
ขณะที่ทุกคนมีความคิดหลากหลายต่อสิ่งที่เกิดขึ้นมู่หลินเป็เพียงคนเดียวที่มีท่าทีสงบและผ่อนคลายมากที่สุด เมื่อเขานั่งลงบนเก้าอี้แล้วเขาก็หยิบพู่กันขึ้นมาสิบอัน
ท่ามกลางสายตาจับจ้องที่สงสัยชายหนุ่มใช่พู่กันทั้งสิบจุ่มสีดําแล้วระเรงลงไปบนกระดานสีขาวที่ว่างเปล่าอย่างรวดเร็ว
ทุกคนที่เห็นกระดานวาดรูปสีขาวเริ่มเละเทะก็มีใบหน้าเหยเก
นี่คุณมาวาดรูปจริงๆเหรอ?
ไม่นานบางคนก็เริ่มทนไม่ไหวจึงต้องบ่นออกมา
“นั่นเขาตั้งใจวาดรูปหรือมาแสดงปาหี่ให้พวกเราดู?’’
“เฮอะ!ระเรงมั่วเสียขนาดนั้นคงไม่ต้องบอกก็รู้กันแล้ว!’’
“บัดซบ!เสียเวลาดูชะมัด!’’
“...’’
“เหอะ!’’หวังลิ่วและเทาก้านที่เห็นก็แสยะยิ้มอย่างดูถูกพวกเขาคิดไว้ไม่มีผิดว่าชายหนุ่มตั้งใจทําให้ตัวเองขายขี้หน้า
คิดแล้วเชียวแกมันก็แค่คนรนหาที่!
“...’’ หวังชาวเย่ที่คาดหวังไว้สูงก็อึ้งจนหมดคําพูดไปเหมือนกัน
“...’’ จื่อหลิงก็เช่นกันเธอคิดไม่ถึงจริงๆว่าเขาจะไร้ฝีมือถึงขนาดนี้
ถึงจะอย่างนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจสายตาแห่งความดูถูกของคนรอบข้างแม้แต่น้อยกลับกันเขาหยุดมือแล้ววางพู่กันทั้งสิบลง ครู่ต่อมาเขาก็หยิบสีทั้งหลายเทลงไปในถังสีถังหนึ่งแล้วเขย่ามันเข้าด้วยกันจากนั้นเขาก็เทลงไปย้อมทั่วทั้งกระดานวาดรูปทันที
พริบตาต่อมารูปภาพสีดําที่เละเทะก็เละเทะมากขึ้นไปอีกทว่าใน่ต่อมามันเริ่มค่อยๆปรากฏความแจ่มชัดบางอย่างขึ้นเงาของสิ่งต่างๆเริ่มผุดโผล่ออกมาอย่างช้าๆจนน่าเหลือเชื่อ
ชายหนุ่มจึงหันไปทางผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงทุกๆคนแล้วเอ่ยอย่างไม่พอใจ“ตะกี้ใคระโบอกว่าเสียเวลา? นี่ยังผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาทีเลยด้วยซํ้า!ถ้าแค่นี้เสียเวลาแล้วการที่คุณมีชีวิตอยู่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณใช้เวลาอย่างฟุ่มเฟือยหรอกเหรอ?ถ้าเป็เช่นนั้นจริงคุณก็หยุดๆหายใจแล้วนอนตายไปซะเถอะจะได้ไม่เสียเวลาอีกต่อไป!’’
หนึ่งนาทียังทําให้คุณบ่นซะขนาดนี้ถ้าหนึ่งชั่วโมงจะเป็ยังไง? คุณไม่บ่นจนตายเลยรึ?
พิลึกคนชะมัด!