แสงอาทิตย์ยามสายสาดส่องกระทบร่าง หวังเสิ่นหยวน... ผู้กำลังนอนสลบไสลข้างบ่อกากโอสถ
"อึก..."
หวังเสิ่นหยวนส่งเสียงครางแ่เบา เปลือกตากระพริบถี่ๆ ก่อนลืมขึ้นด้วยความยากลำบาก อาการปวดหัวร้าวระบมแล่นพล่านไปทั่วศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอย... รู้สึกหนึบชาและปวดตุบๆ ราวมีค้อนที่มองไม่เห็นกระหน่ำทุบอยู่ภายใน
เขายันกายลุกขึ้นนั่งอย่างโงนเงน ภาพตรงหน้ายังคงพร่ามัว ลมปราณในร่างปั่นป่วนวุ่นวายจนรู้สึกคลื่นไส้
"เกิด... เกิดอะไรขึ้น?"
เขาพยายามทบทวนความทรงจำ... เขามาที่นี่เพื่อทดสอบยา... เขาให้ไอ้หนูคนงานนั่นกินยาพิษ... แล้วจากนั้น...
"อ๊ากกก!"
ภาพความทรงจำขาดหายไปพร้อมความร้อนวูบวาบแล่นขึ้นมาตามร่างกาย เขาก้มลงมองสำรวจตัวเองด้วยความตื่นตระหนก และต้องเบิกตากว้าง
เสื้อผ้าไหมเนื้อดีมี รอยไหม้เกรียม เป็หย่อมๆ ชายเสื้อขาดวิ่นเหมือนถูกไฟลวก และที่สำคัญที่สุด... ถุงสมบัติ ข้างเอวมีรอยไหม้จนเป็รูโหว่! ขวดยาหลายขวดด้านในแตกเสียหาย น้ำยาไหลซึมส่งกลิ่นฉุนกึก
"บ้าเอ๊ย! หรือว่า... ธาตุไฟเข้าแทรก!?"
หวังเสิ่นหยวนสบถเสียงดัง ใบหน้าซีดเผือด อาการปวดหนึบท้ายทอยและการไหลเวียนลมปราณติดขัด ทำให้มั่นใจว่าตนเองสูดดมไอพิษจากบ่อกากโอสถมากเกินไป จนเกิดอาการคลุ้มคลั่งและทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว
เขารีบหันมองรอบกายหาพยาน มุมหนึ่งห่างออกไปไม่ไกล... เย่เฉิน นั่งกอดเข่าตัวสั่นงันงก ใบหน้าซีดเซียวและมีรอยเขม่าควันเปรอะเปื้อน
"เ้า! เ้าหนู!" หวังเสิ่นหยวนตะคอกเสียงแหบพร่า "เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น! ทำไมข้าถึงสลบไป!"
เย่เฉินสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนแทบเสียสติ
"ทะ... ท่านศิษย์พี่..." เย่เฉินพูดเสียงสั่น ละล่ำละลัก "หลังจากท่านหัวเราะ... ท่านก็... ท่านก็เริ่มอาละวาด! ตาของท่านแดงก่ำ ท่านปล่อยไฟออกมาเผาเสื้อผ้าตัวเอง... แล้วก็ล้มลงไปฟาดกับพื้นหิน... ข้าน้อย... ข้าน้อยกลัวจนไม่กล้าเข้าไปใกล้..."
คำโกหกของเย่เฉินสอดคล้องกับอาการปวดหัวและความเสียหายบนร่างกายอย่างสมบูรณ์แบบ หวังเสิ่นหยวนกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ความกลัวแล่นจับขั้วหัวใจ
‘ถ้าท่านอาจารย์รู้ว่าข้าประมาทจนธาตุไฟเข้าแทรกระหว่างปรุงยา... ข้าจบเห่แน่!’
เขาพยายามนึกถึง "จดหมายลับ" แต่ความปวดหัวทำให้สมองตื้อไปหมด ด้วยความกลัวความผิด หวังเสิ่นหยวนจึงเลือกที่จะตัดจบปัญหาตรงหน้า
‘ช่างมัน! คงเผาไปแล้ว... ดีกว่าให้ใครมาเจอตอนข้าเสียท่าแบบนี้’
เขาลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นออกจากตัวอย่างหงุดหงิด แล้วชี้หน้าเย่เฉินด้วยนิ้วสั่นเทา
"ฟังให้ดี! เื่เกิดขึ้นวันนี้... ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด! ไม่งั้นข้าจะกลับมาตัดลิ้นเ้าแล้วโยนลงบ่อขยะ!"
"ขะ... ขอรับ! ข้าน้อยสาบาน! ข้าน้อยไม่เห็นอะไรทั้งนั้น!"
หวังเสิ่นหยวนรีบเดินกะเผลกกลับขึ้นไปทางหอปรุงยา เพื่อไปรายงานผลการทดลอง (เท็จ) และแอบรักษาอาการาเ็เงียบๆ
เย่เฉินมองตามหลังศิษย์พี่หวังจนลับตา... ทันทีที่แผ่นหลังนั้นหายไป อาการตัวสั่นและความหวาดกลัวบนใบหน้าพลันเลือนหายราวหมอกควัน ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเ็า
"คนโง่... มักจะหาเหตุผลมาหลอกตัวเองเสมอ"
เย่เฉินล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ัั จดหมายลับ ซึ่งซ่อนอยู่อย่างปลอดภัย
เย่เฉินกลับเข้ามาในเรือนพักคนงานอันเงียบสงบ เดินตรงไปยังมุมมืดที่สุด สั่งให้ จางหู่ คอยดูต้นทางมิให้ใครเข้ามาใกล้
เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัย เย่เฉินหยิบ "จดหมายลับสีดำ" ซึ่งขโมยมาได้ออกมาคลี่ดูภายใต้แสงสลัว
ในกระดาษแผ่นนั้นมิได้มีเพียงรายชื่อคนงาน 10 คนผู้จะถูกสังเวย แต่ยังมี "แผนผัง" วาดด้วยหมึกสีแดงฉาน แสดงตำแหน่งการจัดวางศิลาอาคมรอบหุบเขา
"นี่มัน... 'ค่ายกลโลหิตแปดทิศ'!"
ความทรงจำจากคัมภีร์เทพอสูรเทวะทำให้เขารู้จักค่ายกลชนิดนี้ มันเป็วิชามารนอกรีต... ใช้ดูดกลืนพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิต เพื่อส่งไปหล่อเลี้ยง "เตาหลอม" ที่จุดศูนย์กลาง
‘ผู้าุโหลัวอวิ๋น... ช่างอำมหิตนัก คิดจะใช้ชีวิตคนนับสิบเพื่อยาเม็ดเดียว’
เย่เฉินไล่นิ้วไปตามเส้นสายแผนผัง พยายามหาจุดบอดค่ายกล ทันใดนั้น ดวงตาพลันเป็ประกาย!
‘เดี๋ยวก่อน... ค่ายกลนี้เน้นการส่งถ่ายพลังงานทางเดียว... จากรอบนอกเข้าสู่ศูนย์กลาง...’
รอยยิ้มเ็าปรากฏขึ้นมุมปาก
‘แต่ถ้าหาก... มีจุดสังเวยจุดหนึ่งที่ไม่ยอมปล่อยพลัง... แต่กลับมีแรงดูดมหาศาลยิ่งกว่าเตาหลอมตรงกลางล่ะ?’
ตามหลักการของกระแสพลัง หากแรงดึงดูดที่ปลายทางน้อยกว่าต้นทาง... กระแสพลังทั้งหมดจะ "ไหลย้อนกลับ"!
เย่เฉินมองตำแหน่งที่นั่งตนเองในแผนผัง ใช้นิ้วจิ้มลงไปอย่างแรง
‘ข้าจะไม่หนี... และข้าจะไม่ทำลายค่ายกล’
‘แต่ข้าจะเปลี่ยนร่างกายให้เป็ "จุดศูนย์กลางใหม่"!’
เขาตัดสินใจแล้วว่าจะใช้กายาเทพอสูรและลายอักขระหน้าอก ทำหน้าที่เป็ "หลุมลึกไร้ก้นบึ้ง" แย่งชิงพลังงานชีวิตคนงานอีก 9 คน และพลังงานจากเตาหลอมหอปรุงยา... มาเป็ของตนเองทั้งหมด!
เวลาบ่ายคล้อย... แสงแดดเริ่มอ่อนลง แต่ความตึงเครียดในเรือนพักคนงานกลับทวีความรุนแรง ทุกคนต่างรู้ดีว่าคืนนี้คือคืนจันทร์เต็มดวง... ซึ่งมักจะมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นเสมอ
เย่เฉินนั่งขัดสมาธิอยู่ในเงามืด เขาหยิบ "ขวดหยกรวมปราณ" ซึ่งขโมยมาจากศิษย์พี่หวังออกมา
ภายในขวดมียาเม็ดสีขาวนวลอยู่ 5 เม็ด... ปกติแล้วผู้ฝึกยุทธระดับต้นจะกินเพียงเดือนละ 1 เม็ดเพื่อค่อยๆ ขัดเกลาพลัง แต่เย่เฉินเทยาทั้งหมดลงบนฝ่ามือ
‘ร่างกายข้า้ารากฐานแข็งแกร่งกว่านี้เพื่อรับมือกับแรงดูดของค่ายกล...’
เขาโยนยาทั้ง 5 เม็ดเข้าปากพร้อมกัน เคี้ยวและกลืนลงไปในคราวเดียว!
กร้วม! อึก!
ทันทีที่ตัวยาละลาย พลังปราณบริสุทธิ์และรุนแรงะเิออกในท้อง! ความร้อนมหาศาลพุ่งพล่านราวกลืนถ่านไฟแดงๆ ลงไป! กระแสพลังงานพยายามพุ่งทะยานสู่จุดตันเถียนเพื่อทะลวงระดับพลัง
‘อย่าหวัง!’
เย่เฉินกัดฟันกรอด ขบกรามแน่นจนเส้นเืขมับปูดโปน เขาไม่ได้้าเลื่อนระดับในตอนนี้ เพราะแสงแห่งการเลื่อนระดับจะดึงดูดความสนใจผู้คุมกฎ
เขาโคจร "ลมหายใจอสูรเทวะ" กดทับ พลังเ่าั้ไว้อย่างรุนแรง! บังคับมิให้รวมตัวกันที่จุดตันเถียน แต่บีบอัดมันให้ "แทรกซึม" เข้าไปในผนังเส้นชีพจรเทพอสูรแทน
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
เสียงเส้นเอ็นและชีพจรลั่นดังเบาๆ ความเ็ปแสนสาหัสแล่นไปทั่วร่างราวมีมดนับหมื่นตัวกัดกินเส้นเืจากภายใน! เืกำเดาสีคล้ำไหลซึมออกจากจมูก แต่เย่เฉินยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง
เขาใช้จิตตานุภาพเหนืุ์ บังคับให้พลังยาหลอมรวมเข้ากับเส้นชีพจร ขยายขนาดและเพิ่มความหนาแน่นขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งเส้นชีพจรภายในร่างเปลี่ยนจากสีแดงจางๆ กลายเป็ สีดำทมิฬ หนาแน่นดุจรากไม้เหล็กโบราณ
‘รากฐานสร้างเสร็จแล้ว... ทีนี้ก็เหลือแค่รอให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับ...’
เย่เฉินปาดเืกำเดาทิ้ง ลืมตาขึ้นด้วยแววตาคมกล้ากว่าเดิม
ทันใดนั้น เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นหน้าเรือนพัก!
"ทุกคนออกมาให้หมด! ผู้คุมกฎจากหอปรุงยามาถึงแล้ว!"
ปัง!
ประตูเรือนพักคนงานถูกถีบจนเปิดอ้าออกอย่างแรง กลุ่ม "ผู้คุมกฎหอปรุงยา" สวมชุดคลุมยาวสีแดงดำและสวมหน้ากากรูปหัวกะโหลกสัตว์อสูรพิษ ก้าวเข้ามา บรรยากาศเปลี่ยนเป็หนาวเหน็บทันที
หัวหน้าผู้คุมกฎก้าวออกมาข้างหน้า มือถือม้วนรายชื่อสีทอง "ผู้ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้... จงก้าวออกมาข้างหน้า! นี่คือบัญชาจากท่านผู้าุโหลัวอวิ๋น!"
เขาเริ่มขานชื่อทีละคน... จนกระทั่งมาถึง "จางหู่" และ "เย่เฉิน"
เย่เฉินแสร้งทำเป็ตื่นตระหนก รีบเดินออกไปรวมกลุ่มกับคนงานคนอื่น รวมทั้งหมดสิบคน
หัวหน้าผู้คุมกฎแสยะยิ้มภายใต้หน้ากาก เขาหยิบ "ตราประทับเหล็ก" เผาไฟจนร้อนแดงฉานออกมา ตรานั้นสลักลวดลายอักขระมารบิดเบี้ยว
"เพื่อเป็การยืนยันตัวตนและป้องกันการหลบหนี... พวกเ้าทุกคนต้องรับ 'ตราประทับโลหิต'!"
เขาเดินเข้าไปหาคนงานคนแรก แล้วกดตราประทับร้อนๆ ลงไปที่หลังคอทันที!
ฉ่า!!!
"อ๊ากกกกกก!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่น! กลิ่นเนื้อไหม้คลุ้งตลบอบอวล ทันทีที่ตราถูกประทับ ร่างกายคนงานผู้นั้นก็ ทรุดฮวบ ลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดลงในพริบตา ราวกับตรานั้นกำลังเริ่ม "สูบ" พลังชีวิตไปส่วนหนึ่งแล้ว!
ผู้คุมกฎเดินไล่ประทับตราทีละคน จนกระทั่งมาถึงเย่เฉิน
"ถึงตาเ้าแล้ว..."
ฉ่า!
ความร้อนมหาศาลจี้ลงบนิัหลังคอ! ความเ็ปแล่นพล่าน พร้อมพลังงานชั่วร้ายบางอย่างพยายามแทรกซึมเข้าสู่ไขสันหลังเพื่อยึดครองร่าง
‘ตรามารงั้นรึ...’
เย่เฉินแค่นเสียงในใจ กายาเทพอสูรตื่นตัวทันที! เขาปล่อยให้พลังงานชั่วร้ายแทรกซึมเข้ามา แต่ทันทีที่มันเข้ามา... เส้นชีพจรเทพอสูรสีดำทมิฬ ภายในร่างก็พุ่งเข้า "ล็อก" พลังงานนั้นไว้แ่า ราวกับกรงเล็บัจับงูพิษไว้ไม่ให้ขยับ!
"อ๊าาา! เจ็บ! เจ็บเหลือเกิน!"
เย่เฉินแสร้งกรีดร้องเสียงหลง ร่างกายบิดเร่าและทิ้งตัวลงไปนอนกองกับพื้น แกล้งทำเป็หมดแรงเหมือนคนอื่นๆ ได้อย่างแเี
ผู้คุมกฎมองดูผลงานด้วยความพึงพอใจ "ดีมาก... คืนนี้เมื่อจันทร์เต็มดวงลอยเด่น ตรานี้จะนำทางพวกเ้าไปสู่เกียรติยศสูงสุด!"
พวกมันเดินจากไป ทิ้งให้ "เครื่องสังเวย" ทั้งสิบคนนอนรอความตายด้วยความสิ้นหวัง
เย่เฉินนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นหินเย็นเฉียบ มุมปากซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้เงามืดค่อยๆ ยกขึ้นเป็รอยยิ้ม
‘ตราประทับเสร็จสมบูรณ์... การเชื่อมต่อระหว่างข้ากับเตาหลอม... เริ่มต้นขึ้นแล้ว!’
รัตติกาลมาเยือนหุบเขาเมฆาครามอย่างเงียบงัน... พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นกลางท้องฟ้า สาดแสงสีเงินนวลกระทบผืนดิน แต่มีเมฆหมอกสีแดงจางๆ ลอยปกคลุมยอดเขา
ภายในเรือนพักคนงานถูกปิดตาย เครื่องสังเวยทั้งเก้าคนนอนตัวสั่นงันงกอยู่ที่มุมห้อง
แต่ท่ามกลางความมืดนั้น... ร่างหนึ่งกลับขยับตัว
เย่เฉินลืมตาขึ้น ลุกขึ้นนั่งอย่างเงียบเชียบ แล้วคลานเข้าไปหาจางหู่ผู้กำลังนอนร้องไห้ตัวสั่นเทาอยู่
"ลุกขึ้น..." เย่เฉินกระซิบเสียงต่ำ
"นะ... นายท่าน... ข้ากลัว... ข้าไม่อยากตาย..." จางหู่สะอึกสะอื้น
"ถ้าไม่อยากตาย ก็หุบปาก แล้วตามข้ามา"
เย่เฉินกระชากคอเสื้อจางหู่ ลากร่างใหญ่โตนั้นให้ขยับเปลี่ยนตำแหน่งจากจุดเดิม ย้ายมานั่งลงที่ "มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือ" ของห้อง ซึ่งตรงกับตำแหน่ง "จุดทิศอสูร" ในแผนผังค่ายกลที่เขาถอดรหัสได้
"นายท่าน... ตรงนี้มันจะปลอดภัยจริงหรือ?" จางหู่ถามเสียงสั่น "ทำไมเราไม่หนีออกไป?"
"หนีไปก็ตายเปล่า ตราประทับจะะเิหัวเ้าทันทีที่ก้าวพ้นเขตเรือน" เย่เฉินตอบเสียงเรียบ "ตำแหน่งนี้คือ 'จุดบอด' ของกระแสพลัง... นั่งตรงนี้ แล้วโคจรลมหายใจตามที่ข้าเคยสอน ห้ามขยับไปไหนเด็ดขาดถ้าไม่อยากแห้งตาย เข้าใจไหม!"
จางหู่พยักหน้ารัวๆ ด้วยความกลัว เขาไม่เข้าใจสิ่งที่เย่เฉินพูดทั้งหมด แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่าการเชื่อเด็กหนุ่มคนนี้คือทางรอดเดียว
เย่เฉินกลับมานั่งลงที่ตำแหน่งตนเอง... จุดกึ่งกลางของจุดบอด เขานั่งขัดสมาธิ วางมือลงบนเข่า และหลับตาลงเตรียมพร้อม
ทันใดนั้น...
เหง่ง! เหง่ง! เหง่ง!
เสียงระฆังทองแดงใบมหึมาจากหอปรุงยาบนยอดเขา ดังะเืเลื่อนลั่นลงมาถึงก้นหุบเขา สามครั้ง!
มันคือสัญญาณเริ่มพิธีกรรม!
ฉ่า!
ทันทีที่สิ้นเสียงระฆัง ตราประทับโลหิตหลังคอคนงานทุกคนพลันร้อนระอุจนควันขึ้น! เส้นเืปูดโปนเริ่มเปลี่ยนเป็สีดำ เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปดังระงมทั่วเรือนพัก! พลังชีวิตเริ่มถูกดูดออกไปอย่างช้าๆ
แต่เย่เฉิน... ยังคงนั่งนิ่งสงบ
ตราประทับที่หลังคอของเขาก็ร้อนระอุเช่นกัน มันพยายามจะเจาะเข้าสู่เส้นชีพจร แต่ทว่า... มันกลับพบกับ "กำแพงเหล็กไหล" ของเส้นชีพจรเทพอสูรที่เตรียมการรอรับไว้อยู่แล้ว
เย่เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้นในความมืด...
ั์ตาของเขาไม่ได้สะท้อนความเ็ป แต่กลับสว่างวาบด้วยแสงสีแดงฉานยิ่งกว่าดวงจันทร์ในคืนนี้ เป็แววตาของปีศาจร้ายที่กำลังหิวกระหาย
มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มเย็นะเื
"เริ่มกันเถอะ..."
เย่เฉินเอ่ยกับความมืดมิด
"พวกเ้าอยากได้เืนักใช่ไหม... ได้... ข้าจะให้พวกเ้าดูด..."
"แต่มาดูกันว่า... สุดท้ายแล้วใครจะเป็คนกิน และใครจะเป็ฝ่ายถูกกิน!"
[จบตอนที่ 26]