จวนอ๋องหุ้ยได้ส่งแม่สื่อมาสู่ขอจิ่งรั่วอย่างเป็ทางการ ผู้คนในเมืองที่ทราบข่าวเื่ที่คุณหนูรองจิ่งผลักอ๋องหุ้ยตกน้ำต่างมายืนออรอดูและรอฟัง แต่ทว่าหญิงสาวยังมิหายจากการถูกโบยจึงมิได้ออกมาต้องรับแขกที่มาสู่ขอทำให้แม่สื่อเกิดความไม่พอใจเป็อย่างยิ่ง มีเพียงเสนาบดีจิ่งและอนุเซิ่งเท่านั้นที่ออกมาต้อนรับแขก
"คุณหนูรั่วอยู่ที่ใดกัน มิเห็นออกมาพบหน้าข้าเลย"
แม่สื่อเอ่ยถามขึ้นเมื่อมิเห็นจิ่งรั่วออกมา
"เอ่อ.... นางไม่ค่อยสบายน่ะ"
"ไม่สบายเช่นนั้นหรือ ถึงอย่างไรก็ตาม นางก็ควรออกมาต้อนรับเรามิใช่หรือ"
"ข้าต้องขออภัยแทนบุตรสาวของข้าด้วย ั้แ่นางตกน้ำวันนั้นนางยังนอนซมเพราะพิษไข้จึงมิได้ออกมาต้อนรับท่าน"
เสนาบดีจิ่งออกหน้าแทนบุตรสาว
"ถึงนางจะป่วยแต่ท่านก็ควรให้นางออกมาพบข้า ข้าเป็ถึงตัวแทนของอ๋องหุ้ยที่มาสู่ขอบุตรสาวท่าน หรือว่าท่านเห็นว่าอ๋องหุ้ยมิคู่ควรกับบุตรสาวท่าน"
"แม่สื่อกล่าวหนักเกินไปแล้ว รั่วเอ๋อป่วยจนลุกจากเตียงไม่ไหวจริง ๆ เื่นี้ข้ารับประกัน"
เมื่อเห็นว่าเสนาบดีจิ่งรับประกันเป็มั่นเหมาะเสียงแม่สื่อจึงได้อ่อนลง ทั้งหมดพูดคุยถึงเื่พิธีแต่งงาน ตกลงเื่สินสอดรวมทั้งกำหนดวันแต่งงานเรียบร้อยแล้วจึงทำสัญญาหมั้น ขณะที่กำลังทำสัญญากันนั้นอนุเซิ่งได้กระตุกแขนเสื้อเสนาบดีจิ่งเบา ๆ ชายมากอายุหันไปมองภรรยาของตนก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำให้ได้ยินกันเพียงสองคน
"รั่วเอ๋อไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว หากนางไม่ยอมที่จะเป็พระชายารองของอ๋องหุ้ย ก็คงจะมิมีชายใดกล้ารับนางเป็ภรรยาอย่างแน่นอน"
"แต่"
"เ้าคิดหรือว่าจะมีผู้ใดกล้ารับหญิงที่กอดบุรุษจนตกน้ำมาเป็ภรรยาอีก"
พูดถึงตรงนี้อนุเซิ่งได้แต่อดกลั้นมิให้น้ำตาของตนไหลออกมาเป็ทางเพราะความสงสารบุตรสาว 'หนทางของการเป็อนุที่ว่าลำบากแล้วนั้นหนทางของการเป็ชายารองเองก็ไม่ต่างกันเท่าใดนัก'
เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันเรียบร้อยแล้ว แม่สื่อจึงขอตัวลากลับโดยมีพ่อบ้านประจำตระกูลจิ่งออกไปส่งแม่สื่อขึ้นรถม้า เมื่อแม่สื่อกลับไปแล้ว จิ่งอันที่แอบฟังอยู่ตลอดได้ออกมาจากที่ที่ตนยืนหลบฟังอยู่
"ไม่นะท่านแม่ ข้าไม่อยากเป็พระชายารองของอ๋องหุ้ย ฮือ ๆ ๆ "
หญิงสาวร้องไห้ออกมาอย่างเหลืออด อนุเซิ่งเดินเข้าไปโอบบุตรสาวที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นในอ้อมกอดของนาง
"เ้ามีสิทธิ์เลือกหรือ ด้วยมารดาของเ้าที่เป็อนุย่อมไม่มีทางที่อ๋องหุ้ยจะยกตำแหน่งพระชายาให้เ้าอย่างแน่นอน"
"แต่ท่านพ่อ ข้ามิได้รักอ๋องหุ้ย"
"ตอนนี้เื่รักหรือไม่รักมิได้สำคัญเท่าชื่อเสียงของเ้าอีกต่อไปแล้ว การที่เ้าตกน้ำพร้อมอ๋องหุ้ยนั้นลือไปทั่วเมืองหลวง หากเ้ามิแต่งงานกับอ๋องหุ้ยเ้ายังจะมีหน้าอยู่ที่เมืองหลวงนี่อีกหรือ"
"ข้าจะไปอยู่บ้านเดิมของท่านแม่ก็ได้ ท่านพ่อ อย่าให้ข้าแต่งงานกับอ๋องหุ้ยเลยนะเ้าคะ"
"เหลวไหล เ้ารู้หรือไม่ว่าที่อ๋องหุ้ยให้แม่สื่อมาสู่ขอเ้าและยกตำแหน่งชายารองให้เ้านั้นเพราะเหตุใด หากมิใช่เพราะเขาเห็นแก่หน้าข้าที่เป็เสนาบดีแล้วล่ะก็ตอนนี้เขาคงมิส่งคนมาสู่ขอเ้าแต่คงจะรับเ้าเข้าจวนอย่างเงียบ ๆ ไปเป็แค่นางอุ่นเตียงเท่านั้น"
เสนาบดีจิ่งหันไปมองอนุเซิ่งที่กำลังกอดบุตรสาวไว้ในอ้อมกอดอย่างโกรธเคือง
"หากเ้าสอนบุตรสาวของเ้าให้ดีกว่านี้ ข้าคงมิต้องอับอายเหมือนดั่งตอนนี้ กลับไปก็สอนลูกเ้าให้ดี หากนางตัดทางเลือกนี้ไปก็ให้นางโกนผมไปบวชอยู่วัดไร้ทุกข์ซะ"
"ท่านพี่รั่วเอ๋อพูดไปเพราะไร้สติ ท่านอย่าให้นางต้องปลงผมอยู่วัดเลยนะเ้าคะ"
"เช่นนั้นก็จัดการบุตรสาวเ้าด้วยละกัน"
ชายมากอายุเดินออกจากโถงเรือนอย่างไม่รีบร้อนก่อนจะชะงักเท้าหยุดอยู่หน้าประตูโถง
"เื่เพิ่มสินเดิมให้รั่วเอ๋อนั้นข้าจะให้อนุเฟิงและอนุเป้าจัดการให้ก็แล้วกัน"
ความมืดเริ่มคลืบคลานเข้ามาอย่างช้า ๆ บุรุษในอาภรณ์ม่วงนั่งอ่านหนังสือนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงโต๊ะหนังสือ จนเมื่อเหวินจูเข้ามาจุดตะเกียงในห้องหนังสือชายหนุ่มจึงเริ่มขยับตัว
"ท่านอ๋อง วันนนี้อ๋องสี่ส่งแม่สื่อไปจวนตระกูลจิ่งเพื่อสู่ขอคุณหนูรองจิ่งเป็พระชายารองขอรับ"
"นับว่าทางนั้นยังไว้หน้าเสนาบดีจิ่งอยู่ไม่น้อย"
"ท่านอ๋องไม่แปลกใจหรือขอรับว่าทำไมอ๋องหุ้ยถึงได้ไปอยู่ตรงนั้นได้ตอนที่คุณหนูรองตกน้ำ"
"จากที่ข้ารู้จักอันอันมา นางมิชอบงานเลี้ยงเช่นนี้มากนัก เมื่อจบการแสดงของนางนางจึงแอบหลบออกมาเหมือนเช่นคราวก่อนที่นางบังเอิญมาช่วยข้า และคงเป็คุณหนูรองที่มาหาเื่นาง แต่เื่ที่คุณหนูรองตกน้ำพร้อมกับอ๋องหุ้ยนั้น......"
"หรือว่าท่านอ๋องหุ้ยจะพึงใจในตัวคุณหนูรองจิ่งขอรับ"
"มิใช่อย่างแน่นอน เพราะหากเป็เช่นนั้นเขาคงไม่ต้องเสียแรงตามไปในที่แบบนั้น"
"เช่นนั้นก็เป็..."
แก้วชาในมือของอ๋องสี่หรือเซียวมู่หรงถูกบีบจนแตกคามือ เหวินจูที่ยืนอยู่ด้านหน้าใเล็กน้อย รังสีอำมหิตค่อย ๆ แผ่ออกมาจากตัวของอ๋องสี่จนเหวินจูค่อย ๆ ถอยห่างไปหลายก้าว
"หะ เห็นว่าอ๋องหุ้ยจะจัดงานแต่งงานในอีก 10 วันข้างหน้า ดูแล้วเหมือนจะมีแผนการอะไรบางอย่างเลยนะขอรับ"
"เื่ที่เขาอยากเอาชนะข้านั้นข้ามิถือสา แต่เื่ที่เขาจะแย่งคนของข้าไปนั้นเห็นทีข้าคงนิ่งเฉยมิได้"
ชายหนุ่มรีบเขียนจดหมายขึ้นมาหนึ่งฉบับก่อนจะให้เหวินจูนำไปส่งให้จิ่งอัน 'นี่คงเป็ทางที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเื่ที่ข้าคิดนั้นถูกต้องหรือไม่'