เช้าวันนั้นอันนาทุบประตูห้องพีทแทบพัง
“ตื่นได้แล้ว!” เธอะโเสียงของเธอเหมือนนาฬิกาปลุกที่ดังอยู่ข้างหูพร้อมกับเสียงเคาะประตูที่ไม่มีความเมตตา
“นี่มันแค่ 9 โมงเอง” พีทครางงอแงและมุดตัวลึกเข้าไปในผ้าห่ม “วันหยุดนะขออีกหน่อย”
อันนาเปิดประตูห้องและเดินเข้าไปในห้องนอนเขา“ฉันบอกให้ลุก!” เธอะโอีกครั้ง พร้อมดึงผ้าห่มออกจากตัวเขาและเปิดม่านจนแสงแดดพุ่งเข้ามาเต็มห้อง
“กุญแจสำรองของฉันมีไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินเท่านั้นนะรู้มั้ย”พีทบ่นพึมพำ พลางหลับตาหนีแสง
“ไปอาบน้ำและเตรียมตัว ฉันจะกลับมาอีก30 นาที” เธอสั่งพลางชี้นิ้วเหมือนครูฝึกทหาร “ถ้านายยังไม่เสร็จตอนนั้น…”เธอหยุดแล้วกำหมัดก่อนจะปิดประตูออกไป
พีทรู้ดีกว่าใครว่าอย่าท้าทายอันนาเวลาที่เธออยู่ในโหมดสั่งการเขาจึงลุกขึ้นแม้จะไม่เต็มใจและเตรียมตัวให้เรียบร้อย เมื่อเธอกลับมา เขาก็ยืนพร้อมอยู่ที่ประตูพร้อมกับทำหน้าเหนื่อยแบบเกินจริง
“ดีมาก” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มขำ ๆ
กาแฟทำให้พีทตื่นและทำให้สมองของเขาแจ่มใสขึ้นพีทพึ่งสังเกตเห็นว่าอันนาในวันนี้ดูแตกต่างไป—เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาคู่กับกระโปรงพลิ้วสีฟ้าเธอไม่ค่อยใส่กระโปรงเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเลือกยีนส์มากกว่า แต่วันนี้เธอดู…น่ารักสดใส เหมือนเธอตื่นเต้นกับวันนี้เป็พิเศษ
“มองอะไร?” เธอถาม
“ไม่มีอะไร” พีทตอบพลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ
เธอดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดเธอไม่ได้เจอน้ำและเบสมาสักพักแล้วและไม่มีการคุยผ่านวิดีโอหรือข้อความใดที่จะแทนการได้เจอกันตัวจริงได้
ทั้งสองเดินช็อปปิ้งของขวัญทั้งวันและในที่สุดก็มาถึงร้านวินเทจที่เต็มไปด้วยของเก่า เสื้อผ้ามีสไตล์และของกระจุกกระจิกที่ดูมีเสน่ห์
“เบสน่าจะชอบแจ็กเก็ตวินเทจพวกนี้นะ” พีทพูดพลางหยิบตัวหนึ่งขึ้นมาดู
“จริง” อันนาตอบดวงตาของเธอเป็ประกาย “เราหาของขวัญที่เหมาะสำหรับเขาเจอสักที!”
ขณะที่เธอเดินสำรวจร้านดวงตาของเธอกวาดมองชั้นวางอย่างสนใจ ทั้งคู่หยุดเมื่อเจอกับลูกโลกหิมะที่มีฉากชายหาดข้างใน
“มันน่ารักดีนะ!” อันนาพูดพลางหยิบมันขึ้นมาและเขย่าเบา ๆ
“มันแปลกนะ ฉันว่า” พีทพูดพร้อมยิ้มขำ“ลูกหิมะที่มีชายหาดอยู่ข้างใน? ชายหาดไม่มีหิมะนะ อย่างน้อยมันควรจะเป็ทรายป่ะ?”
“ทรายจะตกลงมาจากฟ้าได้ยังไง?” เธอแซวกลับ
“โอ้ย ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น...”พีทเริ่มเถียง แต่ก็หัวเราะแทน ทั้งคู่หัวเราะกันจนแทบหยุดไม่ได้บทสนทนาที่ไม่มีเหตุผลนี้กลายเป็บทสนทนาประจำของทั้งสองไปแล้ว
“มันทำให้ฉันนึกถึงตอนนายร้องไห้ที่ชายหาดภูเก็ต”เธอบอก
“ฉันไม่ได้ร้องไห้!” พีทเถียง “แล้วเธอจะไปรู้อะไรเธอนอนคว่ำหน้าบนทราย น้ำลายไหลด้วยซ้ำ!”
ตอนบ่ายฟ้าเริ่มมืดครึ้ม เมื่อทั้งสองกำลังกลับมาจากการช็อปปิ้งฝนเม็ดแรกตกลงมาและในไม่กี่นาที ฝนก็เทกระหน่ำ
“ไปที่ห้องฉันใกล้กว่า!” พีทะโแข่งกับเสียงฝนและทั้งสองก็รีบวิ่งฝ่าสายฝนไป
ทั้งคู่หัวเราะอย่างหมดแรงเมื่อถึงลิฟต์เสื้อผ้าของทั้งสองชุ่มไปด้วยน้ำจนแทบไม่เหลือที่แห้งเสื้อเชิ้ตสีขาวของอันนาเปียกจนแนบตัวทำให้เสื้อของเธอดูโปร่งใส และเมื่อพีทเผลอมองเธอความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยก็พลันก่อตัวขึ้นในใจเขา—ความรู้สึกที่เขาเองก็อธิบายไม่ได้
“มองอะไร?” เธอถามเสียงเบา พลางกอดอกด้วยความไม่มั่นใจ
“เปล่า…ฉันไม่ได้…” พีทพูดตะกุกตะกักหัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก
ติ้ง! เสียงลิฟต์ช่วยชีวิตเขาไว้เธอเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรต่อ
เมื่อถึงห้อง เธอตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า “ฉันขอผ้าเช็ดตัวนะ!”เธอพูดดังมาจากอีกห้อง
พีทหยิบผ้าเช็ดตัวจากระเบียงและตรงไปที่ห้องน้ำเพื่อเช็ดตัวแต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป เขาก็ชะงักทันทีทันใด
อันนากำลังยืนอยู่ตรงนั้นผ้าขนหนูคลุมหัว เธอยืนอยู่ในชุดชั้นในสีดำเข้าชุดกัน น้ำหยดลงมาจากหัวของเธอไหลผ่านเรือนร่างที่เหลือแต่ชุดชั้นในของเธอ
“นายทำบ้าอะไรเนี่ย!” เธอกรี๊ดก่อนปิดประตูใส่หน้าพีท แรงกระแทกจากประตูทำให้เขาหงายหน้าลงไปกับพื้น
เมื่อได้ยินเสียงร้องของพีท อันนารีบเปิดประตูออกมาด้วยความใ—โดยลืมสภาพที่ยังไม่ได้แต่งตัวของตัวเองไป“เป็อะไรมากมั้ย ฉันขอโทษ”
เธอนั่งอยู่ตรงหน้าพีทน้ำยังคงหยดลงมาจากหัวของเธอ และแสงไฟสลัวในห้องน้ำก็ทำให้ภาพนั้นยิ่งชัดเจนเข้าไปอีกแถมครั้งนี้เธอยิ่งใกล้ตัวเขาไปกว่าเดิม
แล้วเธอก็คิดขึ้นได้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหนในตอนนี้
เธอกรี๊ดอีกครั้งตบหน้าผากพีทก่อนจะรีบกลับเข้าไปในห้องน้ำและปิดประตูเสียงดัง
พีทนั่งอยู่ตรงนั้นอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก
หลังจากส่งเสื้อผ้าให้เธอเปลี่ยนผ่านประตูพีทพยายามรวบรวมสติ ความคิดของเขาวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาแต่ไม่ใช่แค่ความอึดอัดของสถานการณ์—มันเป็บางอย่างที่มากกว่านั้นความรู้สึกปั่นป่วนในท้อง เสียงหัวใจที่เต้นแรงและเวลาที่เหมือนหยุดนิ่งเมื่อเธอมองมาที่เขา
พีทไม่รู้ว่าตัวเองนั้นพร้อมไหมที่จะคิดถึงเื่นี้
เมื่อเธอออกมาโดยใส่ใส่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่และกางเกงวอร์มของพีทพยายามทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อย่าพูดอะไรเลย” เธอพูดเบา ๆโดยไม่สบตา
“ไม่ได้จะพูดอะไร” พีทตอบ
ทั้งสองนั่งเงียบๆ รอฝนหยุดตก บรรยากาศเต็มไปด้วยคำพูดที่ไม่ได้พูดออกมา แต่ไม่มีใครพูดอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่คำเดียว
ขณะที่พีทมองเธอนั่งอยู่ตรงนั้นผมที่ยังชื้นเล็กน้อย เธอนั่งเล่นปลายแขนเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของเขา พีทมีความคิดเดียววนเวียนในหัว
อันนาไม่เคยมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นมาก่อน
หรือบางที…
ฉันเองที่ไม่เคยมองเธอแบบนั้นมาก่อนเลย