จันทร์กระซิบคลื่น

    บทที่ 22: ฝนชโลมใจ

    เช้าวันนั้นอันนาทุบประตูห้องพีทแทบพัง


                “ตื่นได้แล้ว!” เธอ๻ะโ๠๲เสียงของเธอเหมือนนาฬิกาปลุกที่ดังอยู่ข้างหูพร้อมกับเสียงเคาะประตูที่ไม่มีความเมตตา


                “นี่มันแค่ 9 โมงเอง” พีทครางงอแงและมุดตัวลึกเข้าไปในผ้าห่ม “วันหยุดนะขออีกหน่อย”


                อันนาเปิดประตูห้องและเดินเข้าไปในห้องนอนเขา“ฉันบอกให้ลุก!” เธอ๻ะโ๠๲อีกครั้ง พร้อมดึงผ้าห่มออกจากตัวเขาและเปิดม่านจนแสงแดดพุ่งเข้ามาเต็มห้อง


                “กุญแจสำรองของฉันมีไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินเท่านั้นนะรู้มั้ย”พีทบ่นพึมพำ พลางหลับตาหนีแสง


                “ไปอาบน้ำและเตรียมตัว ฉันจะกลับมาอีก30 นาที” เธอสั่งพลางชี้นิ้วเหมือนครูฝึกทหาร “ถ้านายยังไม่เสร็จตอนนั้น…”เธอหยุดแล้วกำหมัดก่อนจะปิดประตูออกไป


    พีทรู้ดีกว่าใครว่าอย่าท้าทายอันนาเวลาที่เธออยู่ในโหมดสั่งการเขาจึงลุกขึ้นแม้จะไม่เต็มใจและเตรียมตัวให้เรียบร้อย เมื่อเธอกลับมา เขาก็ยืนพร้อมอยู่ที่ประตูพร้อมกับทำหน้าเหนื่อยแบบเกินจริง


                “ดีมาก” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มขำ ๆ

     

    กาแฟทำให้พีทตื่นและทำให้สมองของเขาแจ่มใสขึ้นพีทพึ่งสังเกตเห็นว่าอันนาในวันนี้ดูแตกต่างไป—เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาคู่กับกระโปรงพลิ้วสีฟ้าเธอไม่ค่อยใส่กระโปรงเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเลือกยีนส์มากกว่า แต่วันนี้เธอดู…น่ารักสดใส เหมือนเธอตื่นเต้นกับวันนี้เป็๲พิเศษ


                “มองอะไร?” เธอถาม


                “ไม่มีอะไร” พีทตอบพลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ


    เธอดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดเธอไม่ได้เจอน้ำและเบสมาสักพักแล้วและไม่มีการคุยผ่านวิดีโอหรือข้อความใดที่จะแทนการได้เจอกันตัวจริงได้

     

    ทั้งสองเดินช็อปปิ้งของขวัญทั้งวันและในที่สุดก็มาถึงร้านวินเทจที่เต็มไปด้วยของเก่า เสื้อผ้ามีสไตล์และของกระจุกกระจิกที่ดูมีเสน่ห์


                “เบสน่าจะชอบแจ็กเก็ตวินเทจพวกนี้นะ” พีทพูดพลางหยิบตัวหนึ่งขึ้นมาดู


                “จริง” อันนาตอบดวงตาของเธอเป็๲ประกาย “เราหาของขวัญที่เหมาะสำหรับเขาเจอสักที!”


    ขณะที่เธอเดินสำรวจร้านดวงตาของเธอกวาดมองชั้นวางอย่างสนใจ ทั้งคู่หยุดเมื่อเจอกับลูกโลกหิมะที่มีฉากชายหาดข้างใน


                “มันน่ารักดีนะ!” อันนาพูดพลางหยิบมันขึ้นมาและเขย่าเบา ๆ


                “มันแปลกนะ ฉันว่า” พีทพูดพร้อมยิ้มขำ“ลูกหิมะที่มีชายหาดอยู่ข้างใน? ชายหาดไม่มีหิมะนะ อย่างน้อยมันควรจะเป็๲ทรายป่ะ?”


                “ทรายจะตกลงมาจากฟ้าได้ยังไง?” เธอแซวกลับ


                “โอ้ย ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น...”พีทเริ่มเถียง แต่ก็หัวเราะแทน ทั้งคู่หัวเราะกันจนแทบหยุดไม่ได้บทสนทนาที่ไม่มีเหตุผลนี้กลายเป็๲บทสนทนาประจำของทั้งสองไปแล้ว


                “มันทำให้ฉันนึกถึงตอนนายร้องไห้ที่ชายหาดภูเก็ต”เธอบอก


                “ฉันไม่ได้ร้องไห้!” พีทเถียง “แล้วเธอจะไปรู้อะไรเธอนอนคว่ำหน้าบนทราย น้ำลายไหลด้วยซ้ำ!”

     

    ตอนบ่ายฟ้าเริ่มมืดครึ้ม เมื่อทั้งสองกำลังกลับมาจากการช็อปปิ้งฝนเม็ดแรกตกลงมาและในไม่กี่นาที ฝนก็เทกระหน่ำ


                “ไปที่ห้องฉันใกล้กว่า!” พีท๻ะโ๠๲แข่งกับเสียงฝนและทั้งสองก็รีบวิ่งฝ่าสายฝนไป


    ทั้งคู่หัวเราะอย่างหมดแรงเมื่อถึงลิฟต์เสื้อผ้าของทั้งสองชุ่มไปด้วยน้ำจนแทบไม่เหลือที่แห้งเสื้อเชิ้ตสีขาวของอันนาเปียกจนแนบตัวทำให้เสื้อของเธอดูโปร่งใส และเมื่อพีทเผลอมองเธอความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยก็พลันก่อตัวขึ้นในใจเขา—ความรู้สึกที่เขาเองก็อธิบายไม่ได้


                “มองอะไร?” เธอถามเสียงเบา พลางกอดอกด้วยความไม่มั่นใจ


                “เปล่า…ฉันไม่ได้…” พีทพูดตะกุกตะกักหัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก


    ติ้ง! เสียงลิฟต์ช่วยชีวิตเขาไว้เธอเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรต่อ

     

                เมื่อถึงห้อง เธอตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า “ฉันขอผ้าเช็ดตัวนะ!”เธอพูดดังมาจากอีกห้อง


    พีทหยิบผ้าเช็ดตัวจากระเบียงและตรงไปที่ห้องน้ำเพื่อเช็ดตัวแต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป เขาก็ชะงักทันทีทันใด


    อันนากำลังยืนอยู่ตรงนั้นผ้าขนหนูคลุมหัว เธอยืนอยู่ในชุดชั้นในสีดำเข้าชุดกัน น้ำหยดลงมาจากหัวของเธอไหลผ่านเรือนร่างที่เหลือแต่ชุดชั้นในของเธอ


                “นายทำบ้าอะไรเนี่ย!” เธอกรี๊ดก่อนปิดประตูใส่หน้าพีท แรงกระแทกจากประตูทำให้เขาหงายหน้าลงไปกับพื้น


                เมื่อได้ยินเสียงร้องของพีท อันนารีบเปิดประตูออกมาด้วยความ๻๠ใ๽—โดยลืมสภาพที่ยังไม่ได้แต่งตัวของตัวเองไป“เป็๲อะไรมากมั้ย ฉันขอโทษ”


    เธอนั่งอยู่ตรงหน้าพีทน้ำยังคงหยดลงมาจากหัวของเธอ และแสงไฟสลัวในห้องน้ำก็ทำให้ภาพนั้นยิ่งชัดเจนเข้าไปอีกแถมครั้งนี้เธอยิ่งใกล้ตัวเขาไปกว่าเดิม


    แล้วเธอก็คิดขึ้นได้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหนในตอนนี้


    เธอกรี๊ดอีกครั้งตบหน้าผากพีทก่อนจะรีบกลับเข้าไปในห้องน้ำและปิดประตูเสียงดัง


    พีทนั่งอยู่ตรงนั้นอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก

     

    หลังจากส่งเสื้อผ้าให้เธอเปลี่ยนผ่านประตูพีทพยายามรวบรวมสติ ความคิดของเขาวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาแต่ไม่ใช่แค่ความอึดอัดของสถานการณ์—มันเป็๲บางอย่างที่มากกว่านั้นความรู้สึกปั่นป่วนในท้อง เสียงหัวใจที่เต้นแรงและเวลาที่เหมือนหยุดนิ่งเมื่อเธอมองมาที่เขา


    พีทไม่รู้ว่าตัวเองนั้นพร้อมไหมที่จะคิดถึงเ๱ื่๵๹นี้


    เมื่อเธอออกมาโดยใส่ใส่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่และกางเกงวอร์มของพีทพยายามทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


                “อย่าพูดอะไรเลย” เธอพูดเบา ๆโดยไม่สบตา


                “ไม่ได้จะพูดอะไร” พีทตอบ

     

    ทั้งสองนั่งเงียบๆ รอฝนหยุดตก บรรยากาศเต็มไปด้วยคำพูดที่ไม่ได้พูดออกมา แต่ไม่มีใครพูดอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่คำเดียว

    ขณะที่พีทมองเธอนั่งอยู่ตรงนั้นผมที่ยังชื้นเล็กน้อย เธอนั่งเล่นปลายแขนเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของเขา พีทมีความคิดเดียววนเวียนในหัว


    อันนาไม่เคยมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นมาก่อน


    หรือบางที…


    ฉันเองที่ไม่เคยมองเธอแบบนั้นมาก่อนเลย