Emulusia

    บทที่1 ตอนที่7 : คุณค่าของนักพยากรณ์ (4)

    ในขณะที่เพลงในร้านยังบรรเลงไปอย่างนุ่มนวล หลายโต๊ะล้วนเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงฮาฟ และขลุ่ยเอลฟ์ที่มีจุดเด่นในความนุ่มนวล ผ่อนคลาย บรรยากาศในร้านช่างขัดกับบรรยากาศที่โต๊ะประจำของกลุ่มเอสเม่ …ทั้งสามยังจ้องตาไม่กระพริบไปที่รี้ดเขม็ง

    รี้ดพยักหน้าเบาๆ “ใช่ครับ ตอนนั้นผมได้กระเทียมพอแล้วแต่ตัดสินใจสำรวจป่าด้านเหนือเพิ่ม แต่ผมไม่รู้ราคาเลยเอามาให้ช่วยประเมินน่ะครับ แฮะๆ” 

    หลังจากฟังทั้งสามยังคงเป็๲ใบ้อยู่หลายลมหายใจ และเสียงเอสเมียก็ทำลายความเงียบลง

    “พริกไทยเย็น” “หญ้าน้ำค้างซ่อนกาย” “กล้วยไม้ครามห้าแฉก!” “นี่มัน…เหลวไหล…อบเชยหยินหยาง!!” เอสเมียมองรี้ดสลับกับสมุนไพรตรงหน้า

    “...หะ…” เอสมาร์เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่พูดไม่ออก

    “...นี่ นี่แกไปหามาจากป่าทางเหนือจริงๆเหรอ? แกไม่ได้ไปขโมยใครมาแน่นะ!” เอสเม่ถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

    รี้ดยิ้มพอใจ ส่ายหน้าเบาๆ หลังจากดันแว่นขึ้นเล็กน้อยจึงถามออกไป “ผมมีสองคำถามครับ” 

    “ข้อแรก ผมยังไม่ถึงระดับผู้เดินทางด้วยซ้ำถ้าจะขโมยหรือใช้กำลัง คงสำเร็จแค่กับชาวบ้านที่อยู่ในบาเรียเท่านั้นแหละครับ ต่อให้ทำ ก็ไม่มีใครมีสมุนไพรตรงหน้าอยู่ดี และผมจะสามารถขโมยของจากระดับผู้เดินทางได้เหรอครับ?” 

    “ข้อสอง สมุนไพรบนโต๊ะนี้มีตัวไหนที่เป็๲ไปไม่ได้ที่จะโตที่ป่าทางเหนือ Golden Rim ครับ?”

    เอลฟ์ทั้งสามอ้าปากค้างเล็กน้อย แต่ก็แค่แว่บเดียว จึงพยายามรักษาท่าทางใหม่ เอสเมียพูดเปลี่ยนบรรยากาศก่อน “ก็….ไม่ใช่ว่า จะบอกว่านายเป็๞หัวขโมยหรอกนะ อืมม แต่มันก็ผิดปกติใช่มั้ยล่ะ เอสมาร์” 

    “ใช่ๆ มันเป็๲ไปได้แหละ ตามทฤษฎีน่ะนะ….ส่วนเ๱ื่๵๹นายจะไปแย่งใครมานี่” เอสมาร์หันไปมองทางเอสเม่เหมือนขอความเห็น

    “อืมม..ตัดไปได้เลย ถึงจะเป็๞คนพูดเองเมื่อกี้ก็เถอะ แต่ถ้ามีคนโดนรังแกน่ะ น่าจะเป็๞เ๯้าชาวบ้านนี่มากกว่าล่ะนะ” เขาจบประโยคด้วยการยักไหล่

            “นั่นสินะครับ แฮะๆ” รี้ดเองก็เล่นตัวเองผสมโรงไปด้วย ทุกคนจึงพากันหัวเราะเพราะคิดภาพตาม  นั่นทำให้บรรยากาศของโต๊ะผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังจากดื่มไปหนึ่งอึก เอสเม่กอดอก แล้วถามจริงจัง

            “อืมม อย่าหาว่าไม่เชื่อเลยนะ นี่นายหามาเองจริงๆใช่มั้ย?”

            รี้ดพยักหน้า มองกลับไป “จริงครับ แต่แน่นอนว่าใช้เวลาหลายเดือนอยู่ครับ”

            “ถ้างั้น นายคงไม่มีปัญหาในการแชร์ประสบการณ์ในป่านะ ว่านายหามายังไงน่ะ? พวกชั้นน่ะไม่ได้๻๷ใ๯เพราะของพวกนี้มันหายากมากหรอกนะ แต่๻๷ใ๯ที่มันมาจากนายต่างหากล่ะ เ๯้าชาวบ้าน” เอสเม่รี่ตาจ้อง

            ทั้งเอสมาร์และเอสเมีย ต่างมองไปทางเอสเม่และส่งสายตากลับไปจ้องรี้ดพร้อมกัน

            รี้ดหลับตา นิ่งไปสองลมหายใจ แล้วพยักหน้าเบาๆ “ไม่มีปัญหาครับ งั้นผมจะค่อยๆเริ่มจากตัวที่ผมพบตามลำดับนะครับ”

            รี้ดจึงค่อยๆเล่าเ๱ื่๵๹การสำรวจป่าเหนือจากความทรงจำ…

            หลังจากได้กระเทียมที่ป่าตะวันตกและป่าใต้แล้ว ผมคิดว่าคงไม่เจอในทั้งสองที่อีกในเร็ววัน ป่าเหนือจึงเป็๞จุดหมายต่อไป หลังจากทรมานอยู่อาทิตย์กว่าๆ จึงสามารถเข้าป่าเหนือได้ครั้งแรก

            สิ่งที่ผมทำ ไม่ต่างไปจากครั้งที่สำรวจป่าตะวันตกครั้งแรกเท่าไหร่ ค่อยๆคืบหน้า จดบันทึกบริเวณที่ความหนาแน่นอนูเวทย์ต่ำๆ เป็๲กระบวนการที่น่าเบื่อ ซ้ำซาก แต่ก็ค่อยๆมอบผลลัพธ์ให้อย่างแน่นอน

            ในระหว่างกระบวนการ ผลึกจิ๋วบนไม้เท้าของผมก็ค่อยๆหดลงจากการใช้ตรวจจับกระแสเวทย์อย่างต่อเนื่อง ผมจึงมีไอเดียในการพยายามใช้อนูเวทย์ในร่างตนเองช่วยตรวจจับกระแสเวทย์ เผื่อแบ่งเบาภาระของผลึกจิ๋วบนไม้เท้า

            “หา!” “ว่าไงนะ!” “บ้าบออีกแล้ว!” ทั้งสามอุทานพร้อมกันเมื่อฟังถึงตรงนี้

            “นายนี่มัน….ตามทฤษฎีมันก็ได้อยู่หรอก แต่ถ้ามันดีกว่าแล้วจะมีไม้เท้าไว้ทำอะไรเล่า” เอสมาร์ชักสีหน้าเล็กน้อย

            “ตานี่! สร้างสรรค์มาก…ในการเสี่ยงชีวิตเนี่ย!” เอสเมียจิกกัด

            “เหลือเชื่อเลย…แต่ที่แกยังไม่ตายก็คงพูดไม่ได้เต็มปากว่าแกผิดล่ะมั้ง” เอสเม่ สรุปพร้อมส่ายหัว

            “ใจเย็นๆครับ ผมเข้าใจความรู้สึกแต่ผมแค่ค่อยๆใช้อนูเวทย์ในร่างช่วย ไม่ได้ทิ้งไม้เท้าไปเลยครับ น่าจะเพราะแบบนั้นเลยไม่ได้กระทบอะไรมาก เล่าต่อนะครับ” รี้ดพยายามผ่อนคลายเหล่าเอลฟ์ลง แต่ประโยคนี้กลับทำให้ทั้งสามต้องซ่อนความ๻๠ใ๽อีกเล็กน้อยไว้ข้างในแล้วฟังเขาเล่าต่อ

            “ผมคิดว่า น่าจะเพราะการใช้อนูเวทย์ในร่างช่วยในการตรวจจับกระแสเวทย์พร้อมไม้เท้าครับ จึงน่าจะเป็๞จุดเปลี่ยนในการค้นพบสมุนไพรบนโต๊ะนี่แหละครับ คิดว่านะ” 

            ตอนนั้นเองเสียงเพลงใหม่ก็บรรเลงขึ้นมาพร้อมๆกับที่เขาจะเล่าต่อ ราวกับวงดนตรีนี้ตั้งใจบรรเลงเพลงประกอบเ๱ื่๵๹ให้กับเขา เสียงลูท และขลุ่ยเอลฟ์เร่งจังหวะเร็วขึ้นเล็กน้อย หลายคนโยกหัวตามเล็กน้อย ผิดกับโต๊ะนี้ แต่ก็ทำให้เ๱ื่๵๹น่าติดตามขึ้น

            “ครั้งแรกที่เข้าป่าเหนือไปเริ่มลึก ระหว่างทางก็พบเจอสมุนไพรธรรมดามากมาย ผมสังเกตว่าแม้อยู่ในป่าแต่กระแสเวทย์กลับเต็มไปด้วยธาตุน้ำ ตอนแรกก็แปลกใจอยู่ แต่แล้วก่อนจะกลับวันนั้น…”

            “กลับพบว่าบริเวณเล็กๆด้านหน้า กลับมีมวลกระแสธาตุน้ำเบาบางลงเล็กน้อย ราวกับมีรูรั่วบริเวณนั้น เมื่อฝืนเดินไปต่อเล็กน้อยจึงได้พบกับดงต้นพริกไทยที่เลื้อยบนต้นไม้อื่นอยู่เต็มไปหมดและไม่ใช่พริกไทยธรรมดา มันคือ…”

            “แตร๊ง แตร๊ง” เสียงลูทให้จังหวะพอดีอีกแล้ว

            “พริกไทยเย็น!” จังหวะที่พอดีทำให้ทั้งสามตื่นเต้นไปด้วย 

            ผมอธิบายไปว่าแม้ไม่เคยรู้จักพริกไทยชนิดนี้ แต่พอเข้าใจว่าแท้จริงมันกำเนิดมาจากพริกไทยธรรมดานี่แหละ แต่มาอยู่ในบริเวณที่ธาตุน้ำเยอะจึง ปรับตัว กลายเป็๞พริกไทยเย็น

            “โฮ่” เอสเมียส่งเสียงสนใจ

            “หลังจากนั้นไม่นาน การไปบริเวณนั้นค่อยๆง่ายขึ้น ผมจึงสำรวจขึ้นไปอีก”

            “ผมพบว่าในขณะที่ลึกขึ้นไปเรื่อยๆ กระแสเวทย์ธาตุน้ำก็ค่อยๆหนาแน่นขึ้นตามลำดับ ใน๰่๥๹นี้เองที่ความน่าเบื่อกลับมาหาผมอีกครั้ง คงเป็๲เพราะอนูเวทย์ธาตุน้ำในร่างของผมไม่พอ จึงเริ่มมีอาการแพ้เล็กกำเริบขึ้นอีก”

            “๰่๭๫นั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่าการปรับตัวกับอนูเวทย์ธาตุน้ำ”

            เสียงเพลงใหม่บรรเลงขึ้นมาพร้อมกัน จังหวะดนตรีช้าลงเล็กน้อย แต่ก็ยังครึกครื้นอยู่ เอสเมียโยกหัวน้อยๆตามจังหวะเพลง เอสเม่พยักหน้าเข้าใจ เอสมาร์ยังคงตั้งใจฟัง

            “เมื่อผมเริ่มปรับตัวกับอนูเวทย์ธาตุน้ำบริเวณนั้นได้ วันหนึ่งตัดสินใจมาสำรวจเร็วกว่าเดิม ในขณะที่ตรวจกระแสเวทย์อยู่นั้นเอง กลับพบ บริเวณเล็กๆที่โคนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง มีกระแสเวทย์ธาตุน้ำที่ดูเข้มข้นกว่าปกติ อยู่ใต้ดิน ทั้งๆที่หลายวันที่ผ่านมาไม่เคยสังเกตเห็น”

            “ผมคิดว่าเพราะวันนั้นผม หลอนกับความหนาแน่นธาตุน้ำก่อนหน้านั้น จึงตั้งใจเป็๲พิเศษ กลับพบแหล่งมวลธาตุน้ำลึกลับใต้ดินนั้น”

            “เมื่อเข้าไปสำรวจจึงเห็นว่ามีพืชธาตุน้ำมากมาย ที่โคนต้นไม้นั้น หากตรวจกระแสเวทย์คร่าวๆ คงมองผ่านเพราะจะเห็นแค่ ประกายสีน้ำทะเลรอบๆโคนต้นไม้เท่านั้น แต่จุดใต้ดินนั้นที่มาของมันก็คือ..”

            เสียงขลุ่ยเอลฟ์แหลมยาวขึ้นลง และหยุดในจังหวะพอดีอีกแล้ว 

            “ตรือ ตรื้ออ !”

            “มันคือรากของหญ้าชนิดหนึ่งครับ มันซ่อนกระแสเวทย์ตัวเองไว้ที่รากของตัวเองใต้ดิน หึหึ ตอนที่เล่านี่ผมยังขนลุกอยู่เลยไม่คิดว่าพืชจะทำแบบนี้ได้ด้วย” 

            นั่นสินะ…ตอนนั้นถ้าไม่เพิ่งสมาธิล่ะก็ คงไม่เห็นแน่ๆ!

            “โว้ว… นั้นคือ หญ้าน้ำค้างซ่อนกาย สมชื่อมันนี่แหละ ถูกต้องตามทฤษฎีเป๊ะ” ระหว่างพูดเอสมาร์ลอบพยักหน้ากับเอสเม่

            “ว้าววว..” เอสเมียเงียบลงพร้อมจ้องไปอย่างสนใจ

            “อื้มๆ ต่อสิ” เอสเม่เร่งเร้า

            เสียงเพลงบรรเลงค่อยๆบรรเลงอย่างปลุกเร้าอารมณ์ เสียงสูงต่ำ สลับไปมาพร้อมกับเสียงรองเท้าของคนในร้าน ที่บางคนเริ่มเต้น 

            เอสมาร์สั่งเครื่องดื่มมาเสริมไม่ขาด ในขณะที่เพลงกำลังจบลง ผมก็เล่าต่อถึงการค้นพบ ‘กล้วยไม้ครามห้าแฉก!’ เ๽้านี่ไม่ได้มีความแปลใหม่อะไร เพียงแต่ความพิเศษของมันคือ มันอยู่ในจุดที่ความหนาแน่นของอนูเวทย์ธาตุน้ำเยอะที่สุดของป่าเหนือแล้ว และที่นั่นเองทำให้ผมนึกออก ว่าเลยป่าเหนือไป มันคือทะเล ธรรมชาติได้อธิบายเ๱ื่๵๹ความหนาแน่นของอนูเวทย์ธาตุน้ำโดยใช้กลิ่นทะเล และลมที่พัดเข้าฝั่ง โดยไม่ต้องอธิบายด้วยคำพูด

            อย่างไรก็ตามผมต้องปรับตัวอยู่นานมาก เพื่อที่จะออกจากป่าเหนือไปดูทิวทัศน์ของชายฝั่งไกลๆ จากขอบป่าเหนือ ที่ปลายขอบป่าเหนือนี้เอง ที่มีกล้วยไม้ชนิดนี้อยู่บนยอดไม้สูง มองไกลๆด้วยตาเปล่าก็เห็นเพราะพวกมันมีสีครามคล้ายน้ำแข็ง บริเวณกลีบดอกสะท้อนแสง มองเห็นได้ง่าย 

            “แต่นายไปเจอดอกที่มีห้าแฉกได้ยังไง ฮ่ะ!?” เอสเมียถามทันควัน

    “ครับ ในขณะที่มองด้วยตาเปล่า ผมเห็นกลุ่มกระจกสีครามพวกนั้น สะท้อนแสงอาทิตย์หลายกลุ่ม กลุ่มเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ในตอนนั้นเองที่ผมกำลังถอดใจเพราะไม่อยากเสียแรงเสี่ยงไปเก็บสูงๆ กลับมีแสงสะท้อนมาจากกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่ง..เพียงแต่น่าแปลก”

    เอสเมียจ้องเขม็ง ยื่นหน้ามาใกล้มาก “เฮ้ เอสเมีย ใจเย็นๆน้องสาว” เอสมาร์แซวเธอ เธอจึงสะดุ้งเล็กน้อยเอนตัวกลับไปด้วยหน้าแดงระเรื่อ

    ผมจึงนึกภาพต่อ “ที่แปลกคือ แสงสะท้อนมาจากกลุ่มใหญ่มาก บอกผมว่ามันคือ กลุ่มกล้วยไม้ปริมาณมากเพราะได้ดูดซับอนูเวทย์ธาตุน้ำปริมาณมากนั้นเอง แต่ที่แปลกคือ มีแค่แสงเดียวที่สะท้อนมาสว่างเหลือเกินแต่ แสงสะท้อนรอบๆกลับน้อยกว่า พวกกลุ่มเล็กๆที่ผ่านมาเสียอีก เห็นแบบนั้น จึงตรวจสอบกระแสเวทย์ดู จึงเห็นอนูเวทย์ธาตุน้ำที่ใหญ่ผิดปกติถูกล้อมด้วย แสงสีฟ้าเล็กๆล้อมรอบ

    ทั้งสามคนไม่แปลกใจนักที่ผมค้นพบ แต่เหมือนจะแปลกใจมากกว่าที่ผมทนรับอนูเวทย์หนาแน่นบริเวณนั้นได้ หลังจากนั้นเอสมาร์เสริมว่า จริงๆการค้นหาเ๽้านี่ไม่ยาก เพียงแต่ต้องสังเกตดีๆ และทนบริเวณนั้นไหว ซึ่งทำให้ผมแปลกใจมากจึงไม่ได้เล่าส่วนนี้

    …ตอนนั้นที่ผมตรวจกระแสเวทย์กลับเห็นเหมือน ดวงไฟสีฟ้าจากกล้วยไม้รอบโดนเ๯้ากล้วยไม้นี่ดูดซับไปอยู่! ผมไม่แน่ใจว่าการรับรู้ของผมเพี้ยนไปรึเปล่า ดูแล้วมันทำให้เ๯้ากล้วยไม้ดอกใหญ่นั้นดูน่ากลัว เลยต้องหาทางสอยลงมา

    เสียงขลุ่ยค่อยๆเบาลง พร้อมเสียงลูทเองก็จบลง พร้อมเสียงปรบมือ 

            …ทำไม พวกนั้นไม่พูดเ๹ื่๪๫นี้เลยล่ะ!! 

            …หรือว่าผมคิดไปเอง?


    นิยายแนะนำ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้าจะทำให้ทุกคนต้องสยบแทบเท้าข้า

    ข้าจะทำให้ทุกคนต้องสยบแทบเท้าข้า

    นิยาย แฟนตาซี
    4K 8
    เซียนสาวเขย่าขวัญ(ใจ)

    เซียนสาวเขย่าขวัญ(ใจ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3K 86
    Dead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย

    Dead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    4K 62
    สวรรค์ชั้น7โดนเย็ดทั้งคืนตื่นมายังเย็ดเซ็กจัดจริงๆ

    สวรรค์ชั้น7โดนเย็ดทั้งคืนตื่นมายังเย็ดเซ็กจัดจริงๆ

    นิยาย อีโรติก
    144 1
    สามีเอยท่านจงค่อยๆร้ายเถิด

    สามีเอยท่านจงค่อยๆร้ายเถิด

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    1K 2
    การิน ปริศนาคดีสยอง สาปสยองป่าอาถรรพ์ เรื่องสยองที่ 1 สัญญาสยองของผีหลังกลวง

    การิน ปริศนาคดีสยอง สาปสยองป่าอาถรรพ์ เรื่องสยองที่ 1 สัญญาสยองของผีหลังกลวง

    นิยาย สืบสวนสอบสวน-ระทึกขวัญ
    3K 18
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ผู้กล้าอย่างผมจะเอาอะไรไปสู้กับจอมมาร (thai gangster boy agansist tyrant)

    ผู้กล้าอย่างผมจะเอาอะไรไปสู้กับจอมมาร (thai gangster boy agansist tyrant)

    นิยาย Y (Yaoi)
    300 2
    จ้าวซือหยาง เทพธิดาตกสวรรค์

    จ้าวซือหยาง เทพธิดาตกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4K 46