บทที่15 เริ่มต้นที่บึง ลงท้ายทีู่เา
ฟานลี่หลินหอบหิ้วหีบหยกที่นางขโมยมาจากกระท่อมหลังหนึ่งในส่วนลึกของบึงใบนั้นแล้วฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ จนมาถึงบริเวณขอบบึงมรณะร้อยลี้ ทันทีที่นางพบว่าตนได้รอดพ้นจากอันตรายมากมายเ่าั้มาแล้วจึงตัดสินใจวางหีบหยกใบนั้นลง ก่อนเค้นพลังญาณออกมาอย่างสุดกำลังเพื่อเปิดหีบหยกเบื้องหน้าเมื่อฝาของหีบหยกถูกเปิดออก ปรากฏเสาพลังสีฟ้าครามสายหนึ่งพุ่งออกจากภายในหีบก่อนทะลวงเป็เส้นตรงขึ้นสู่ท้องฟ้าจากนั้นก็เลือนหายไปฟานลี่หลินถอนหายใจอย่างโล่งอก นางได้คิดว่าหากตนฝืนเปิดหีบใบนี้ขณะที่อยู่ภายในกระท่อมสตรีผมขาวนั่นต้องรู้ตัวเป็แน่แท้ ความคิดสิ้นสุดคนก็เข้าไปตรวจดูภายในหีบ พบว่าภายในมีสิ่งของอยู่ห้าสิ่งประกอบด้วย หยกสีดำนิลขนาดเท่าหัวแม่มือหนึ่งชิ้น พืชขนาดเล็กที่มีใบสีแดงเพลิงสองต้นดอกบัวตูมสีม่วงเข้มหนึ่งดอก เขาสัตว์รูปทรงแปลกประหลาดคู่หนึ่ง และศิลาแผ่นบางขนาดเท่าฝ่ามือที่มีอักษรบันทึกเป็ประโยคยาวเหยียดฟานลี่หลินหยิบแผ่นศิลานั้นขึ้นมาแล้วอ่าน ทราบว่าศิลาแผ่นนี้เป็ศิลาที่บันทึกวิธีการปรุงโอสถชนิดหนึ่งทั้งยังบอกรายละเอียดส่วนผสมไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งสิ่งของที่อยู่ในหีบหยกนี้ก็คือส่วนผสมที่จะใช้ในการปรุงโอสถนั่นเองแต่ทว่าส่วนประกอบที่มีอยู่ยังเหลืออีกหนึ่งอย่าง ฟานลี่หลินอ่านส่วนประกอบในแผ่นศิลาเปรียบเทียบชื่อและลักษณะของสิ่งของที่มีอยู่จึงทำให้พอที่จะคาดเดาได้เก้าส่วนว่าส่วนประกอบที่ขาดไปหนึ่งอย่างตามที่ระบุไว้ในแผ่นศิลาคือใบหยกมรกตพันปี แต่ทันใดนางพลันฉุกคิดก่อนคว้าเข้าไปในอกเสื้อแล้วนำของสิ่งหนึ่งออกมา
“หรือว่าพืชสีเขียวมรกตนี่ จะเป็ใบหยกมรกตพันปี?”
เมื่อนางนำต้นพืชสีเขียวมรกตนั้นออกมาในหัวพลันปรากฏใบหน้าของบุรุษผู้หนึ่งขึ้น บุรุษผู้ที่นำพืชต้นนี้ออกมาให้นาง บุรุษที่เคยช่วยเหลือและร่วมเป็ร่วมตายกับนางมาแต่ทว่าตอนนี่มันกลับ…….. ขณะที่จิตใจของนางกำลังเหม่อลอยอยู่นั้นที่ด้านหลังกลับมีพลังสายหนึ่งเคลื่อนใกล้เข้ามา ฟานลี่หลินตื่นจากภวังค์นางกำชับกระบี่ก่อนตวัดหมุนตัวกลับหลังปากส่งเสียงขึ้น
“ผู้ใด”
ทันทีที่ฟานลี่หลินหันกลับไปและเห็นว่าผู้มาเป็ใครนางต้องตื่นตระหนก ปากกล่าวเสียงสั่นสะท้าน
“ท่านพ่อ ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร”
“หากพ่อมิคาดคั้นจากพี่เลี้ยงเ้าพ่อคงมิทราบว่าเ้าจะมาสถานที่อันตรายเช่นนี้”
“ลูกผิดไปแล้ว”
“เอาเถอะ เ้าปลอดภัยก็ดีแล้วไป.....กลับบ้าน”
ฟานลี่หลินเดินก้มหน้าด้วยความสำนึกผิดก่อนเข้าไปเก็บสิ่งของในหีบหยกจนหมดสิ้น จากนั้นก็เดินตามบิดาออกไป เมื่อนางและบิดาออกมาพ้นจากบึงมรณะร้อยลี้ที่แม่น้ำจิ่งเหอก็มีเรือขนาดกลางของพรรคจอดเทียบท่าไว้รออยู่แล้ว เมื่อทั้งสองลงเรือใบเรือก็ถูกกางออก ระบบกลไกเริ่มทำงาน พาให้ตัวเรือเคลื่อนที่ลอยทวนกระแสน้ำออกห่างจากบึงมรณะร้อยลี้ไปฟานลี่หลินยืนทอดสายตามองไปยังบึงมรณะร้อยลี้ที่กำลังห่างออกไปเรื่อยๆ ปากก็กล่าวพึมพรำแ่เบา
“ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง…..ข้าจะจดจำเ้าไว้ เฟยหลง”
กรงเล็บทั้งห้าแหวกฝ่าอากาศเข้าที่ตำแหน่งศีรษะของเฟยหลงเสียงลมหวีดหวิวรุนแรงสะท้านแก้วหู พลังญาณที่แฝงมากับกระบวนท่านี้ลึกล้ำจนส่งผลให้ร่างของเฟยหลงตรึงอยู่กับที่มิอาจขยับขัดขวางได้กรงเล็บทั้งห้าพุ่งเข้าใส่หน้าผากของชายหนุ่มระยะห่างเหลือไม่กี่ชุ่น แต่ทันใดนั้นกลุ่มหมอกควันสีเขียวกลับผุดขึ้นมาจากพื้นดินจนทั่วบริเวณโดยรอบของทั้งสองทันทีที่กรงเล็บของสตรีผมขาวััโดนกลุ่มหมอกควัน พลังญาณที่ห่อหุ้มกรงเล็บพลันถูกกัดกร่อนอย่างรวดเร็วเป็เหตุให้นางต้องชักมือกลับ แล้วพุ่งปราดถอยหลังหลบจากบริเวณเมื่อครู่โดยเร็ว นางส่งเสียงขึ้น
“เป็หมอกพิษที่ร้ายกาจนัก ขนาดพลังญาณของข้ายังมิอาจต่อต้านได้”
สตรีผมขาวเหลียวมองไปยังบริเวณกลุ่มหมอกควันพิษและเฟยหลงที่ถูกหมอกพิษปกคลุมทั่วร่างจนหมดสิ้นนางจึงสบทออกมาคำหนึ่ง
“เ้าเด็กสารเลว น่าเจ็บใจนักที่ข้ามิได้เป็คนลงมือสังหารเ้าด้วยตนเอง… เหอะ แต่เ้าก็ต้องตกตายโดยไม่เหลือแม้แต่เศษซากด้วยหมอกพิษนี้นี่ก็พอจรรโลงใจให้ข้าได้บ้าง”
กล่าวจบสตรีผมขาวนางนั้นก็มิได้สนใจเฟยหลงอีกนางเค้นพลังญาณออกมาอย่างเต็มกำลังก่อนพุ่งทะยานไปยังตำแหน่งของลำแสงสีฟ้าครามที่ปรากฏเมื่อครู่นั้นด้านเฟยหลงที่ถูกหมอกควันพิษปกคลุมทั่วร่าง ตอนแรกชายหนุ่มรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง แต่พอผ่านไปซักระยะร่างกายกลับรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นคล้ายดั่งพึ่งได้ทำสมาธิซึมซับเอาพลังธรรมชาติเข้าสู่ร่าง กลุ่มหมอกควันพิษนี้กลับทำอะไรมันไม่ได้เฟยหลงได้แต่งุนงงว่าเพราะเหตุใด แต่มันหาทราบไม่ว่าเมื่อครั้งที่ตนถูกงูทมิฬหมื่นพิษกลืนกินเข้าไปตนได้ประสบโชควาสนาดูดซับพลังธรรมชาติที่เป็ศูนย์รวมพิษนับหมื่นชนิดของงูั์ จนทำให้พิษร้ายมิอาจย่างกายชายหนุ่มได้อีกแล้วกลับกันกลุ่มพิษต่างๆ ยังเปรียบดังเป็วิมาน์ของมันก็ปาน เฟยหลงเมื่อพบว่าตนมิได้รับอันตรายจากพิษจึงตัดสินใจเดินหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของบึงต่อไปเพื่อค้นหาทางออกเส้นทางอื่นเพราะหากมันย้อนกลับทางเดิมมีหวังอาจต้องจบชีวิตเพราะสตรีผมขาวนั้นเป็แน่
“ลี่หลิน หวังว่าเ้าจะออกจากบึงมรณะร้อยลี้แห่งนี้ได้อย่างปลอดภัยนะ”
สตรีผมขาวพุ่งทะยานด้วยความเร็วราวบ้าคลั่งนางมิหยุดพักผ่อนหายใจหายคอเลยแม้แต่น้อย เช่นนี้จึงใช้เวลาเพียงสองวันก็บรรลุมาถึงจุดที่หีบหยกของนางวางอยู่เมื่อพบว่าสิ่งของในหีบหยกถูกขโมยไปจนหมดสิ้น นางต้องกรีดร้องคำรามด้วยโทสะอีกครั้งขณะที่กำลังกรีดร้องด้วยโทสะ ที่ด้านข้างพลันมีเสียงคนเคลื่อนไหว นางจึงะโก้องก่อนพุ่งทะยานเข้าหาผู้มา
“เ้าตัวบัดซบ มอบสิ่งของออกมา”
กรงเล็บทั้งห้างองุ้มกระชากไปยังตำแหน่งคอหอยแต่ทันทีที่ร่างของผู้มาปรากฏสู่คลองจักษุสายตานาง คนต้องหยุดชะงักลงทันใด ปากกล่าวด้วยความประหลาดใจ
“ลูกเฉิงป้า”
“ท่านป้า”
“ลูกเฉิงป้า เ้ามาที่นี่ทำไมบิดาเ้าสั่งห้ามมิใช่รึ”
“ท่านป้าที่แท้ท่านก็อยู่ที่นี่ข้าตามหาท่านได้พักใหญ่ ดีที่เห็นสัญญาณประจำพรรคเมื่อวันก่อนจึงทำให้ตามหาท่านพบได้ท่านป้าข้ารอต่อไปไม่ไหวแล้ว ของที่ข้า้าท่านรวบรวมมันได้ครบหรือยัง”
“เอ่อออ คือว่า”
“คืออะไร”
“มีคนมาขโมยมันไปแล้ว”
“ท่านว่าอะไร”
“เ้าตัวบัดซบแห่งวังัฟ้าเ้าหยางเค่อนั่นมันแอบขโมยไปแล้ว ข้าอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายรวบรวมมันไว้เพื่อเ้า ตลอดหลายสิบปีมานี้กลับถูกมันชุบมือเปิบจนหมดสิ้น บัดซบยิ่ง บัดซบยิ่ง ข้าจะฆ่ามัน ข้าจะฆ่ามัน”
“เป็ไปไม่ได้!! ก่อนที่ข้ามาที่นี่มันยังอยู่ที่เถาิซานอยู่เลย”
“เ้าแน่ใจรึ”
“ข้ามิได้โปปดท่าน”
สตรีผมขาวหน้าเขียวคล้ำขึ้นมาอีกรอบนางนึกถึงใบหน้าที่จริงจังและซื่อตรงของเฟยหลงเวลากล่าวเื่ราว พอรู้ว่านั่นเป็คำโป้ปดหลอกลวงส่งผลให้นางต้องมีโทสะเอ่อล้นขึ้นมาก่อนสบถด่าออกมาเสียงดัง
“ไอ้เด็กสารเลว เ้าหลอกข้าอีกแล้วววววว”
ที่ส่วนลึกของบึงมรณะร้อยลี้มีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งกำลังเยื้อย่างฝ่ากลุ่มหมอกควันพิษอย่างไม่ช้าไม่เร็วคล้ายกำลังเดินชมแมกไม้ริมบึงอยู่ก็ปานหากบุรุษหนุ่มผู้นั้นมิใช่เฟยหลงแล้วจะเป็ใคร เฟยหลงหลังจากที่รอดเงื้อมมือของสตรีผมขาวมาได้อย่างปาฏิหาริย์ชายหนุ่มก็ได้มุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของบึงมรณะร้อยลี้ไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้ตัว เดินทางมาได้ครึ่งค่อนวันในที่สุดมันก็มาถึงเกาะลอยกลางบึงแห่งหนึ่งที่เกาะลอยนั่นมีขนาดไม่ใหญ่มาก ทุกทิศทางมีแต่บึงน้ำล้อมรอบอยู่ โดยที่ไม่มีพื้นแผ่นดินต่อเป็ทางเชื่อมดั่งเช่นบริเวณอื่นระยะห่างจากจุดที่มันอยู่กับเกาะลอยมีระยะไม่น้อยกว่าสองลี้เศษ คนมิอาจะโข้ามไปได้แต่ทว่าหางตาของเฟยหลงกลับเหลือบไปเห็นเหล่าใบบัว และดอกบัวขนาดใหญ่เจริญงอกงามเป็กลุ่มเรียงรายคล้ายถนนทอดไปยังเกาะลอยนั่นด้วยบัวที่มีใบขนาดใหญ่เป็ตัวช่วยในการรองรับน้ำหนักได้เป็อย่างดี เช่นนั่นเฟยหลงจึงมุ่งหน้าไปที่กลุ่มบัวเ่าั้ก่อนคนจะทะยานร่างใช้สภาวะตัวเบาทิ้งร่างลงบนใบบัว หยิบยืมสภาวะตึงแรงผิวน้ำของใบบัวในการรับน้ำหนักแล้วทะยานไปยังใบบัวอีกใบด้านหน้าชายหนุ่มทำเช่นไปจนถึงครึ่งทาง ทว่าทันทีที่เท้าเหยียบลงที่ใบบัวใบหนึ่ง เหล่าดอกบัวขนาดใหญ่ที่อยู่รอบด้านพลันเบ่งบานราวกลับปากที่กำลังอ้าออกกว้างแล้วพุ่งสายยืดยาวเข้าหาเฟยหลง ดอกบัวขนาดใหญ่เหล่านี้แท้จริงเป็ดอกบัวที่กินสิ่งมีชีวิตเมื่อพวกมันััได้ถึงพลังชีวิตของสิ่งใด เมื่อนั้นมันจะอ้ากลีบดอกเข้าหาทันที
เฟยหลงะโหมุนตัวหลบก่อนใช้ปลายเท้าแตะลงบนสายของดอกบัวที่พุ่งจู่โจมมาสายแรกจากนั้นคนก็ย่อตัวลงหลบดอกบัวดอกที่สอง แล้วะโม้วนตัวไปด้านหน้าหลบรอดจากดอกบัวสายที่สามก่อนที่ร่างจะตกลงชายหนุ่มพลันเตะปลายเท้าซ้ายใส่สายบัวดอกที่สี่ หยิบยืมสภาวะพุ่งทะยานไปด้านหน้าคนก็ตกลงยังใบบัวขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ห่างจากเกาะลอยนัก ทันทีที่เฟยหลงจะก้าวเท้าต่อไปยังเบื้องหน้าพลันมีเสียงตูมใหญ่ สายน้ำแตกกระเซ็นซ่านขึ้น ปรากฏมีดอกบัวขนาดใหญ่สามดอกพุ่งทะยานโผล่พ้นจากใต้น้ำเข้าหาเฟยหลงเฟยหลงมิรอช้าชักกระบี่สีดำมะเมื่อมออกมาตวัดเสียงดังฉับ ดอกบัวขนาดใหญ่ทั้งสามถูกผ่าครึ่งเป็แนวราบคนก็อาศัยดอกบัวดังกล่าว ใช้เท้าเหยียบหยิบยืมสภาวะดีดตัวพุ่งทะยานกลับหลังบรรลุถึงเกาะลอยในที่สุด
ฟู่ววว เสียงเป่าปากอย่างโล่งอกของเฟยหลงดังออกมาก่อนที่มันจะทันได้โล่งใจอย่างสนิทที่ด้านหลังกลับมีเสียงสวบสาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วชายหนุ่มหันกายไปมองคนต้องตื่นตระหนก เพราะเบื้องหน้ากลับมีกองทัพงูนับร้อยนับพันตัวเลื้อยคลานเข้าหาอย่างมืดฟ้ามัวดินกองทัพงูเหล่านี้ลำตัวเป็สีขาวทั้งหมด ลิ้นของมันที่แลบออกมามีสีเขียวเข้มต่างจากอสรพิษทั่วไปมากนักเฟยหลงตวัดหมุนควงกระบี่ในมือจนแตกพล่าเบ่งบานเป็บุปผากระบี่ มันเร่งเร้าสภาวะการจู่โจมจนบัดนี้บุปผากระบี่ก็ปรากฏขึ้นรอบตัวมันมากกว่าสิบดอกงูสีขาวระลอกแรกพุ่งกระโจนเข้าหาเฟยหลงทั้งสี่ทิศแปดทาง แต่ทันทีที่เข้าใกล้รัศมีบุปผากระบี่ของเฟยหลงร่างของพวกมันต้องขาดเป็สองท่อนลงในทันใด เืสีเขียวสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณแล้วกัดกร่อนจนพืชหรือสิ่งมีชีวิตแถวนั้นต้องสูญสลายไป
“แม้แต่เืของมันยังเป็พิษนับว่าอันตรายมากแล้ว”
เช่นนั้นเฟยหลงจึงตวัดกระบี่สู้พลางถอยพลางเพื่อคิดกลับออกทางเดิม แต่ทว่าคนพึ่งได้คิดว่าต้องถอยกลับถูกเหล่ากองทัพงูล้อมรอบปิดหนทางถอยไปเสียแล้วเช่นนี้เฟยหลงจึงเร่งตวัดกระบี่หมุนตัวปล่อยบุปผากระบี่สังหารเหล่ากองทัพงูไปอย่างมากมายซากศพของงูสีขาวยิ่งมายิ่งมากขึ้น ทว่าศพของพวกมันที่เกลื่อนกราดอยู่บนพื้นต่างถูกพวกเดียวกันกลืนกินจนหมดสิ้นเป็ภาพที่น่าสะอิดสะเอียนนัก งูจำนวนมหาศาลจู่โจมเข้าหาเฟยหลงแม้บุปผากระบี่จะเป็กระบวนท่าสังหารที่รวดเร็วและถี่ยิบแต่จำนวนของงูสีขาวเหล่านี้ก็มีมากเกินไปส่งผลให้มีงูจำนวนไม่น้อยที่รอดผ่านบุปผากระบี่เข้ามาฉกกัดเฟยหลงได้
“อ้ากกก”
เฟยหลงใช้พลังญาณดีดกระแทกงูนับสิบตัวออกจากร่างจากนั้นชายหนุ่มก็เร่งเร้าพลังญาณเพื่อเตรียมขับพิษงูออกมา แต่ทว่าร่างกายที่สมควรจะอ่อนล้าจากการถูกพิษกลับรู้สึกดีอย่างผิดปกติราวกลับพึ่งได้รับการบำรุงร่างกายมาก็มิปานกลับกันเหล่างูที่ถูกพลังดีดกระแทกออกไปกลับดิ้นทุรนทุลายแล้วสิ้นใจตายไป เฟยหลงครุ่นคิดสาเหตุการตายของงูที่กัดตนเหล่านี้นี่มิใช่เพราะพลังกระแทกของมันอย่างแน่นอนแต่นี่เป็เพราะอะไรมันก็มิอาจทราบได้ ความคิดไม่ทันสิ้นสุดมันก็พบว่าเศษซากของงูที่ตายไปเมื่อครู่ได้ถูกพวกเดียวกันกลืนกินเข้าไปแล้วจากนั้นงูสีขาวที่พึ่งกินซากศพเมื่อครู่ไปต่างก็ดิ้นทุรนทุลายกลายเป็ซากศพอีกระลอกซากศพเ่าั้ก็ถูกงูสีขาวกลุ่มใหม่กลืนกินเข้าไปอีก กลุ่มงูสีขาวกลุ่มดังกล่าวก็เป็อันต้องจบชีวิตจนหมดสิ้นเป็เช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเหล่ากองทัพงูสีขาวทั้งหมดก็ได้กลายเป็ร่างที่ไร้ชีวิตเฟยหลงได้แต่ยืนปากอ้าตาค้างกับเหตุการณ์อันกลับตาลปัตรที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า
“นี่มันอะไรกัน”
“เฮ้อ.. แต่ช่างเถอะรอดตายก็ถือว่าปาฏิหาริย์แล้ว”
คิดเช่นนั้นชายหนุ่มจึงเดินข้ามผ่านซากศพของงูเบื้องหน้าก่อนมุ่งสู่ใจกลางของเกาะลอยแห่งนี้เมื่อมันเดินมาถึงจุดกึ่งกลางของเกาะลอยพบว่าที่ตรงนี้มีแผ่นศิลาขนาดใหญ่นอนไว้อยู่บนศิลาแผ่นนี้มีรอยสลักเป็รูปอักขระโบราณ ทุกอักขระที่ขีดเขียนบนแผ่นศิลานี้กลับแฝงไว้ด้วยพลังธรรมชาติและเจตจำนงค์ที่รุนแรงกล้าแข็งยิ่งเฟยหลงย่อตัวลงแล้วยื่นมือไปัับนตัวอักขระความรู้สึกแรกที่มันััได้กลับเป็สถานที่แห่งหนึ่งคนต้องขมวดคิ้ว ก่อนเอ่ยปากพึมพรำออกมาอย่างแ่เบา
“ยอดเขาเถาิซาน”
ทันทีที่ชายหนุ่มกล่าวคำนี้ออกมาร่างของมันพลันเปล่งแสงสีเหลืองทองก่อนหายวาบไปจากบึงมรณะร้อยลี้ในทันที ทิ้งไว้เพียงซากศพของเหล่ากองทัพงูสีขาวและศิลาลึกลับแผ่นนี้ แต่ถึงแม้แผ่นศิลายังอยู่ อักขระโบราณกลับได้หายไปจากแผ่นศิลาเสียแล้ว