บทที่ 1
ณ.หอจันทรา เมืองหลวง แคว้นสุ่ย หอนางโลมสูงหกชั้นอันโด่งดัง และหรูหรา ไม่ใช่แค่เพียงความงดงามของหญิงสาวมากหน้าหลายตา รูปร่างงดงามอรชรอ้อนแอ้น แต่หอจันทรายังเป็ศูนย์กลางการซื้อขายความลับของแคว้นสุ่ยแห่งนี้อีกด้วย!!
หอจันทราแห่งนี้ เป็หอนางโลมที่ตั้งตระหง่านกลางเมืองหลวงของแคว้นสุ่ย ด้วยการก่อสร้างที่งดงามและวิจิตรทำให้ผู้คนมากมายต่างหลั่งไหลมาที่นี่เพื่อหาความสำราญ ตึกสีแดงสูงหกชั้นแห่งนี้สร้างจากไม้เนื้อแข็งที่ทนทาน ผนังทาสีแดงสดและเคลือบทองคำเปรวอย่างประณีต หลังคาโค้งที่มุงด้วยกระเบื้องเคลือบเงาสะท้อนแสงไฟในยามค่ำคืน ประตูทางเข้ามีไม้แกะสลักลวดลายดอกโบตั๋น เสาไม้แต่ละเสาประดับด้วยโคมไฟสีแดงแขวนเรียงรายอย่างสวยงาม
เมื่อเข้ามาถึงจะเห็นเวทีเล็ก ๆ มีการแสดงดนตรีและการร่ายรำของหญิงสาวที่แต่งกายในชุดผ้าแพรงดงาม เรียกสายตาแขกเหลื่อได้เป็อย่างดี
ชั้นล่างถึงชั้นสามของหอจันทรา เป็พื้นที่ให้ลูกค้ามีไว้เพื่อกิน ดื่มอย่างสำราญ และมีห้องพักหรูหราตกแต่งด้วยผ้าแพรและผ้าไหมหลากสีสัน สุราและอาหารที่นี่ก็เลิศรสหาที่ใดเปรียบได้
หากแต่ชั้นสี่ถึงชั้นหก ของหอจันทราแห่งนี้ เป็พื้นที่พิเศษที่สงวนไว้สำหรับแขกคนสำคัญและการซื้อขายความลับ มีผนังปิดสนิทเพื่อป้องกันการสอดแนม มีตู้หนังสือที่เต็มไปด้วยเอกสารและบันทึกข้อมูลที่เป็ความลับถูกซ่อนเอาไว้ในห้องมีเพียงแค่สองคนที่จะเข้าไปได้ นั่นคือป๋อเหวิน และผู้ดูแล เหย่วม่อถง ผู้ทำหน้าที่เหรัญญิก ให้หอจันทรา และบนชั้นสูงสุดมีห้องพิเศษไว้รับรอง “คนผู้นั้น” โดยเฉพาะ ห้ามผู้ใดขึ้นไปโดยเด็ดขาด!
หอจันทราแห่งนี้จึงเป็ทั้งสถานที่บันเทิงและศูนย์กลางการซื้อขายข้อมูลที่สำคัญของแคว้นสุ่ย เป็สถานที่ ที่คนทุกชนชั้นมาเพื่อแสวงหาความบันเทิงและข้อมูลที่มีค่า หากแต่คนที่เข้ามาซื้อข้อมูลที่นี่ได้นั้น ต้องมีป้ายสีดำลวดลายพระจันทร์ถูกบังบดด้วยเมฆครึ่งซีก คนในแคว้นแห่งนี้รู้ดีว่าหากเห็นป้ายจันทร์บังบดนี้ปรากฏขึ้นเมื่อใด หมายถึงการซื้อขายได้เริ่มขึ้น ต้องมีคนพินาศย่อยยับ!! นอกเสียจากตนและคนในตระกูลใสสะอาดไร้มลทินเท่านั้น ถึงจะรอดจากชะตากรรมที่หอจันทรามอบให้ แต่ไหนเลยจะมีใครกันเล่า จะไม่มีความลับซ่อนอยู่…
“กรี๊ดดดดดดดด” เสียงเหล่าหญิงคณิการ้องลั่น วิ่งหนีกันวุ่นวาย ทุกคนต่างกันหลบบุรุษท่าทางมอซอ ร่างกายเต็มไปด้วยคาบเื ในมือถือดาบไล่ฟาดฟันไปทั่ว ชายผู้นั้นวิ่งไล่ผู้คนอยู่ชั้นล่างของหอจันทรา แม้คมดาบจะไม่โดนผู้ใด แต่ก็ทำเหล่าสาวงามหวาดกลัวไม่น้อย ไม่นานนักชายผู้นั้นก็ถูกเ้าหน้าที่ทางการตามเข้ามาจับกุม ล็อคแขนเอาไว้อย่างรวดเร็ว
“ปล่อยข้า! หากไม่ได้ฆ่าไอ้เดรฉาน หวังป๋อเหวิน ชาตินี้ข้าไม่ขอเป็คน”
“เช่นนั้นหรือ…” บุรุษรูปงาม รูปร่างสมสง่า ใบหน้างดงามราวกับหยก ดวงตาเฉียบคม จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากบางเฉียบหากแต่แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์เพทุบาย รอยยิ้มสะกดผู้คนให้หลงไหล ผิวพรรณขาวเนียนผุดผ่อง บ่งบอกว่ามาจากตะกูลสูงศักดิ์ ในมือถือพัดที่มีอักษร 4 คำ “มั่ง คั่ง ร่ำ รวย” เป็เอกลักษณ์เสื้อผ้าอาภรณ์หรูหราสมฐานะเถ้าแกเ้าของหอจันทราเดินลงมาจากชั้นสอง!!
“มาแล้วเหรอไอ้เดรฉาน!! หวังป๋อเหวิน!!” ชายผู้นั้นพยายามหนีให้หลุดจากการจับกุม แต่ก็ทำได้เพียงดิ้นพล่านเท่านั้น
“ที่แท้ก็ไต้เท้าจู นี่เองได้ข่าวว่าท่านเพิ่งทำความดีความชอบ เปิดเผยทุจริตไต้เท้าเฟิ่ง ผู้ช่วยเ้ากรมกลาโหม จนไต้เท้าจูพ่อของท่านได้ขึ้นเป็ผู้ช่วยแทน ส่วนตัวท่านก็ได้ขึ้นเป็ผู้สำเร็จราชการ จูซวี่โจว แล้วเหตุใดถึงมาอาละวาดที่หอจันทรากันเหล่า”
“ก็เพราะเ้า!! เ้า!! เ้าเป็คนเอาความลับของข้าขายให้ตระกูลเฟิ่ง”
“คนที่้าโค่นล้มพวกท่าน คนที่ได้ผลประโยชน์ จากที่พวกท่านสองตระกูลสู้รบกันมีมากตั้งเท่าไหร่ ในเมืองหลวงแห่งนี้มีใครบ้างไม่้าเป็ใหญ่ คนที่เดินเข้ามาหาข้าคือพวกท่าน หาใช่ข้าเสียที่ไหน หึ! ข้าเป็พ่อค้า ก็ต้องขาย! จะให้ข้าขายให้แค่ท่านเท่านั้นหรือ ไร้สาระสิ้นดี”
“เ้าไอ้คนชั่ว!! ป๋อเหวิน!! เ้าต้องไม่ตายดี!!”
“เถ้าแก่หวัง พวกข้าจะพาเขาไป”
“พาเขาไป พาเขาไป แต่เอ๊ะ!! เดี๋ยวก่อน! เขาโดนข้อหาอะไรนะ”
“ฆ่าคนตระกูลเฟิ่ง”
“ฆ่าใครกัน”
“บุตรชายตระกูลเฟิ่ง ผิง ไป่ ซู”
“ชิ!! เื่ที่ตนทำผิดหามองเห็นไม่ ช่างกล่าวโทษคนอื่น มองไม่เห็นเงามืดของตน พาเขาออกไป!” ป๋อเหวินสะบัดพัด ก่อนหันหลังให้คนที่มองตามเขาด้วยแววตาอาฆาตถึงที่สุด
“ป๋อเหวิน!! คนอย่างเ้า!! ไม่มีวันตายดี!!” ก่อนจะไปจูชวี่โจว ยังะโด่าเขาลั่น เสี่ยวเอ่อร์ต้องต้อนแขก เมื่อเื่ทุกอย่างคลี่คลาย มือปราบลากตัวออกไป ป๋อเหวิน ไม่ได้สนใจชายผู้นั้นอีก มีกี่คนที่เดินเข้ามาที่นี่แล้วพูดประโยคพวกนี้ซ้ำๆ ไปมา ั้แ่ 3 ปีก่อนที่หอจันทราแห่งนี้ถูกสร้างขึ้น มีคนมากมายไหลเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย หลายคนได้ในสิ่งที่หวัง หลายคนได้แก้แค้น หากแต่เมื่อมีคนสมหวัง ก็มีคนมากมายที่ต้องสูญเสีย เจ็บแค้น สิ่งเหล่านี้เวียนว่ายตลอด 3 ปีที่ผ่านมา