“เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021 วันนี้ไม่รู้ว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือโชคชะตาที่ทำให้พี่รัณย์ขับรถมาชนดาว ยิ่งกว่านั้นเหตุการณ์นี้ ยังทำให้เราสองคนได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ดาวสัมผัสถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาได้อย่างแนบชิด ยิ่งนานวันผ่านพ้นไป พื้นที่ในหัวใจของดาวกลับลดน้อยลงไปทุกที ดาวอยากเผยความรู้สึกของตัวเองใจจะขาด แต่ติดเรื่องเดียว เรื่องที่พี่รัณย์ยังลืมพี่ดาริกาไม่ได้ มันจะมีความหมายอะไรถ้าดาวจะเผยความรู้สึกของตัวเองออกไป รังแต่จะทำให้ทุกฝ่ายอึดอัดมากขึ้นไปอีก ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็นเช่นนี้ น่าจะดีที่สุด” หญิงสาวบรรจงถ่ายทอดความรู้สึกลงในสมุดบันทึกเล่มเดิม ก่อนถอนหายใจแล้วปิดบันทึกเล่มนั้นลงในลิ้นชัก พลางเดินกลับมานั่งบนเตียงนอน แล้วหันไปกินยาที่คุณหมอให้ไว้ เพื่อให้ข้อเท้าหายทันวันอาทิตย์ที่จะถึง
“คุณพ่อกลับมาแล้ว” ไอริณวิ่งเข้ามาสวมกอดอารัณย์ด้วยความดีใจ หลังจากเขาเดินเข้ามาภายในบ้าน
“ทำไมยังไม่นอนอีกคะ”
“ไอริณรอคุณพ่อค่ะ”
“ดึกมากแล้ว ทำไมยังตาแป๋วอยู่”
“จะไม่ตาแป๋วได้ยังไงล่ะคะ น้องไอริณเอาแต่พูดเรื่องการไปสวนสนุกอย่างเดียวเลย สงสัยจะตื่นเต้น” ป้าสุดาพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดู อารัณย์พยักหน้ายิ้มรับ ก่อนย่อตัวลงแล้วสบตาลูกสาว
“รับปากกับคุณพ่อได้ไหมคะ ว่าถ้าไปสวนสนุกแล้ว จะไม่ดื้อกับคุณครูนับดาว พ่อพูดอะไรขอให้เชื่อฟัง ทำได้ไหมคะ” เด็กหญิงยิ้มกว้างพลางพยักหน้าตอบรับ
“ทำได้ค่ะ แต่ทำไมถึงดื้อไม่ได้คะ ปกติแล้วคุณครูนับดาวจะใจดีที่สุด”
“ตอนนี้คุณครูนับดาวขาเจ็บ ถ้าไอริณดื้อ จะนำความลำบากให้คุณครูเธอมากขึ้นไปอีก คราวหลังคุณครูอาจจะไม่อยากไปเที่ยวกับพวกเราอีกก็ได้นะ”
“ได้ค่ะ ไอริณรับรองว่าจะเป็นเด็กดีไม่ดื้ออย่างแน่นอนค่ะ” เด็กหญิงกอดคอชายหนุ่มแน่น ก่อนอารัณย์จะอุ้มเธอเดินขึ้นห้องไป
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากอารัณย์ไปส่งไอริณที่โรงเรียนเสร็จแล้ว เขาได้ขนมคุกกี้ ฝีมือของนับดาวติดมือมาด้วยอีกหนึ่งกล่อง ชายหนุ่มหยิบมันวางไว้ด้านข้างพร้อมกับรอยยิ้มอ่อน แล้วขับรถมุ่งตรงไปยังบริษัทในทันที เพราะมีงานหลายอย่างที่ต้องสะสาง
ร่างสูงเดินหายวับเข้าไปในห้องทำงาน พลางเปิดคอมฯ ขึ้น พร้อมเอกสารมากมายวางหราบนโต๊ะ รอให้เขาเซ็นอนุมัติ ปากกาสีน้ำเงินบรรจงเซ็นทีละแผ่น โดยอ่านอย่างละเอียด ความสนใจทั้งหมดในตอนนี้จดจ่ออยู่กับงานบริหาร
“ท่านประธานคะ” เสียงของจีน่าโทรเข้ามาที่โต๊ะทำงาน ระหว่างที่เขากำลังใช้สมาธิ
“ว่าไง”
“มีคนมาขอพบค่ะ เธอบอกว่าเป็นภรรยาของท่านประธาน” น้ำเสียงของหญิงสาวดูไม่ค่อยดีนัก อารัณย์ขมวดคิ้วทบทวนครู่หนึ่ง อย่างนึกแปลกใจ หากเสียงแต่คุ้นหู ทำให้เขารีบวางปากกาในมือลงอย่างกะทันหัน
“บอกรัณย์ไปสิ ว่าฉันชื่อดาริกา อ้ำอึ้งอยู่ได้น่ารำคาญจริง” เสียงเอาแต่ใจของดาริกาหลุดลอยเข้ามาในสาย อารัณย์ได้ยินถนัดชัดทุกถ้อยคำ เขาหลับตาลงคุมสติครู่หนึ่ง ก่อนอนุญาตให้หญิงสาวเข้ามา
“รัณย์เป็นไงบ้างคะ” เธอกล่าวทักพร้อมกับรอยยิ้ม เดินจ้ำอ้าวเข้ามาสวมกอดอย่างแนบชิด ในขณะที่อารัณย์พยายามดึงมือดาริกาออก เขาไม่คุ้นชินกับกิริยาแบบนี้ของดาริกาเท่าไหร่นัก
“ดา ปล่อยรัณย์ก่อน”
“ดาเป็นห่วงรัณย์นี่คะ ที่บอกว่าเกิดอุบัติเหตุ รัณย์เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” หญิงสาวทำทีสำรวจร่างกายของชายหนุ่ม อารัณย์คุมสติครู่หนึ่งจึงจับมือดาริกาแน่น
“ดา นี่มันสถานที่ทำงานของผม ไม่ควรทำอะไรแบบนี้”
“ทำไมล่ะ ก็มันบริษัทของรัณย์ไม่ใช่เหรอ พนักงานต่ำต้อยพวกนั้นก็กินเงินเดือนจากรัณย์ทั้งนั้นจะกลัวอะไร” อารัณย์ขมวดคิ้วทอดสายตามองหญิงสาวที่เขาเคยรัก อย่างนึกผิดหวัง
“เมื่อก่อนดาไม่เคยดูถูกใคร ดามีจิตใจโอบอ้อมอารี และก็เห็นใจทุกคน”