กันต์ดนัยนั่งทานอาหารเที่ยงโดยมีพรนับพันค่อยป้อนข้าวป้อนน้ำให้อย่างมีความสุขแม้จะเกิดเรื่องไม่ค่อยดีแต่การได้พยาบาลอย่างภรรยาสาวมาคอยดูแลพยาบาลก็ดีไปอีกแบบ
“ทานดีๆสิคะ เห็นไหมคะเปื้อนหมดแล้ว” หญิงสาวเช็ดขอบปากที่เปื้อนให้เรียบร้อย
“ดีจังเลยนะได้พยาบาลน่ารักๆมาค่อยดูแล แบบนี้จะให้ฉันนอนป่วยอยู่โรงพยาบาลเป็นเดือนก็ยังได้”
“อย่าพูดแบบนี้สิคะถ้าเป็นไปก็อย่าได้เจ็บอย่าได้ป่วยเลยนะคะนับชอบที่ได้เห็นคุณกันต์ใส่ชุดสูทเท่ไปทำงานมากกว่าชุดคนไข้นอนอยู่บนเตียงแบบนี้”
“อีกไม่กี่วันฉันก็ออกจากโรงพยาบาลแล้วไม่เจ็บตรงไหนแล้วด้วย เห็นไหม?” ชายหนุ่มนั่งไหล่ตึงโชว์ให้เห็นว่าเขาแข็งแรงแค่ไหน
“ค่ะนับเห็นแล้ว”
ระหว่างนั้นก็มีเสียงเคาะประตูก่อนจะเปิดประตูห้องพักเข้ามาไม่ใช่ใครอื่นใครแต่เป็นกษิดิศผู้เป็นพ่อและกวินท์พี่ชายต่างแม่ของกันต์ดนัย
“มาทำไมไม่ทราบ?”กันต์ดนัยเอ่ยปากพูดทันทีที่เห็นคนทั้งเดินเข้ามาภายในห้อง
“คุณกันต์ค่ะอย่าพูดแบบนั้นสิคะ” พรนับพันเอ่ยปากห้าม
“พอพ่อรู้ข่าวก็รีบมาทันทีเป็นยังไงบ้าง เจ็บมากหรือเปล่า ต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน”
“ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับขอบคุณที่เจียดเวลามาเยี่ยมรวมถึงกระเช้าเยี่ยมไข้นั้นด้วย”
“พี่วางไว้ตรงนี้นะ”
“นายคงไม่ได้ไปมีปัญหากับใครหรอกใช่ไหมเห็นว่าข่าวที่ออกมาบอกว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็นเรื่องที่ตั้งใจ”พี่ชายต่างเมียเอ่ยปากถาม
“ผมว่าพวกคุณไม่ต้องเสียเวลามาสนใจผมหรอกนะครับเราเองก็ไม่เป็นครอบครัวกันมาตั้งนานแล้ว”
“ตากันต์”ชายชรามองใบหน้าของลูกชายอย่างรู้สึกน้อยใจ
“แม่หนูเป็นคู่หมั้นของตากันต์ใช่ไหม?”ชายชราหันมาคุยกับพรนับพันที่นั่งเงียบๆ อยู่ตรงโซฟา
“ค่ะ”
“ไม่ใช่!!!” เสียงปฏิเสธของกันต์ดนัยดังกลบเสียงของพรนับพันไปซะหมด
“ตอนนี้พรนับพันไม่ใช่แค่คู่หมั้นแล้วแต่เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผมกับพรนับพันเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว”
“จดทะเบียน?ลูกไปสู่ขอแม่หนูคนนี้กับคุณเรวัตแล้วงั้นเหรอ?”กษิดิศเอ่ยถามเพราะความไม่รู้ในความสัมพันธ์ครอบครัวของพรนับพัน
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะนับเองก็เหมือนกับคุณกันต์”
“นับกับคุณลุงไม่ได้เป็นครอบครัวเดียวกันอีกแล้วและตอนนี้นับก็ใช้นามสกุลเธียรนิติฐาดลอยู่ นับเป็นครอบครัวของคุณกันต์แล้ว”พรนับพันเลือกตอบคำถามนี้ด้วยตัวเอง
‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งครั้งนี้เป็นเลขาสาวของกันต์ดนัยอย่างอาทิตยาที่นับเอกสารที่กันต์ดนัยไหว้วานให้เธอนำมาให้
“สวัสดีดีค่ะคุณท่าน”แม้อาทิตยาจะรู้สึกแปลกใจที่เห็นกษิดิศและกวินท์ยืนอยู่ภายในห้องเอ่ยปากทักทายหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานาน
“ไงยัยซันไม่ได้เจอกันนาน นมนวลสบายดีใช่ไหม?”
“ค่ะยายสบายค่ะเดินออกกำลังกายทุกเช้าเลยค่ะ”อาทิตยารู้สึกทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นใบหน้าของกษิดิศรู้สึกเหมือนเห็นกล้ากวีซ้อนทับกับกษิดิศในบรรดาพี่น้องกล้ากวีหน้าเหมือนกษิดิศที่สุด
“สวัสดีครับ”เสียงของใครบางคนที่ช่างคุ้นเคยดังมาจากด้านหลังของอาทิตยา หญิงสาวค่อยๆหันกลับไปมองที่มาของเสียง ใบหน้าของกล้ากวีที่เธอเพิ่งจะนึกถึงเมื่อกี้นี้ข้างกายของเขาคือเป็นสาวสวยหุ่นดีดาราหน้าใหม่ที่เธอเองก็ไม่รู้จักชื่อ แขนเรียวของดาราสาวควงเกี่ยวแขนแกร่งของกล้ากวีไว้อย่างเหนี่ยวแน่นจนอาทิตยารู้สึกไม่ชอบใจเท่าไร
แต่เธอก็ไปโวยวายไม่ชอบใจอะไรก็คงไม่ได้เธอและเขาไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์ที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ เลือกที่จะเดินไปหลบอยู่ตรงมุมหนึ่งของห้อง
“ไหนแกบอกว่าไม่อยากมาโรงพยาบาลแล้วทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่”กษิดิศเอ่ยถามลูกชายคนเล็ก
“ผมเปลี่ยนใจนะครับพี่ชายเกิดอุบัติเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาลจะไม่มาเยี่ยมก็คงจะดูใจร้ายไปหน่อย”
อาทิตยามองชายที่เธอคิดถึงอยู่ตลอดรวมถึงเรื่องที่เธอสงสัยข้องอยู่ภายในใจ ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะมองเธอเลยสักนิด
“คุณพ่อครับใกล้ได้เวลาประชุมแล้วนะครับเราต้องกลับแล้ว” กวินท์เอ่ยบอกกับผู้เป็นพ่อ
“งั้นเหรอ? งั้นตากันต์พ่อกลับก่อนนะหายไวๆ ล่ะกัน” กษิดิศหันไปบอกลูกชายคนกลางก่อนเดินออกไปจากห้องพร้อมลูกชายคน
“ไปได้สักที”กันต์ดนัยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หลังผู้เป็นพ่อเดินออกไป
“คุณกันต์ค่ะไม่พูดแบบนั้นสิคะ”
“แล้วมึงเมื่อไรจะกลับจะอยู่ที่นี่ให้ได้อะไร”กันต์ดนัยหันไปพูดกับน้องชายต่างแม่ที่นั่งลงบนโซฟาของห้องอย่างไม่สนใจใครภายในห้อง
“อะไรกันพี่ชายน้องชายอุตส่าห์มาเยี่ยมไข้จะรีบไล่น้องกลับไปไหน”
“ไม่มีงานมีการทำหรือยังไง”
“ไม่มี”กล้ากวีตอบกลับอย่างทันควัน
“เอ่อ..คุณกันต์ค่ะนี่เป็นเอกสารที่คุณกันต์อยากได้ค่ะ”อาทิตยามอบเอกสารที่เธอแบกมาจากบริษัทมาให้กันต์ดนัยถึงโรงพยาบาล
“ซันกลับไปก่อนก็ได้เดี๋ยวเย็นนี้การันต์มาค่อยให้มันเอากลับไป” อาทิตยาพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินกลับออกไป
“งั้นกูกลับล่ะขอให้ตายไวๆ คุณพี่ชาย” กล้ากวีเอ่ยปากบอกลาก่อนจะเดินออกไปจากห้องพักของกันต์ดนัยโดยไม่รอดาราสาวที่เขาหิ้วติดมาด้วย
“ไปกันสักทีไม่รู้จะมากันทำไมเยอะแยะไม่ได้พักกันพอดี”กันต์ดนัยเอ่ยปากบ่นออกมาอย่างเหนื่อยใจ
“มีคนมาเยี่ยมก็ดีแล้วนี่คะอย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่ามีคนยังเป็นห่วงเราอยู่”
“สำหรับฉันขอแค่มีเธอก็พอแล้ว”
“มีนมนวลด้วยค่ะแล้วก็คุณการันต์ คุณซัน พวกสาวใช้ที่บ้านพนักงานที่บริษัทเองก็เป็นห่วงคุณเหมือนกัน” พรนับพันพูดถึงคนที่เป็นชายหนุ่มให้เขารู้ว่านอกจากเธอแล้วยังมีคนที่เป็นห่วงเขาอีกมากมาย
อาทิตยาเดินไปตามทางของลาดจอดรถหารถของเธอที่จอดอยู่ที่ไหนสักแห่งในลาดจอดรถชั้นนี้ใช้เวลาอยู่สักหนึ่งกว่าเธอจะหารถเจอร่างบางเดินตรงไปยังรถของเธอที่จอดอยู่ไม่ไกลนะ
“ไม่เห็นจะทักจะทายกันเลยนะยัยพระจันทร์ทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังเสียงรองเท้าที่กระทบกับพื้นเดินเข้าประชิดร่างบางเรื่อยๆ
หญิงสาวค่อยหันกลับไปมองชายที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าหญิงสาวยืนล้วงมือในกางเกงมองหญิงสาวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์เดาไม่ถูกว่าตอนนี้เขาอยู่อารมณ์ในสถานะไหน
“ครั้งก่อนที่เธอพูดหมายความว่ายังไง?”
“คุณพูดถึงเรื่องอะไรคะ?ฉันไม่เข้าใจ”
“ครั้งก่อนที่เธอบอกว่าเธอไม่สามารถนอนกับใครโดยไร้ความรู้สึกมันหมายความว่ายังไง?”
“เธอชอบฉันหรือเปล่า?”สีหน้าของเขาตอนที่ถามคำถามนั้นออกมาไม่ใช่สีหน้าที่มีความสุขหนัก
“ถ้าฉันชอบคุณแล้วมันยังไงคะ?มันจะมีปัญหาอะไรถ้าฉันชอบคุณงั้นเหรอคะ?”
“ถ้าคุณไม่ชอบที่ฉันมีความรู้สึกดีๆให้กับคุณ งั้นคุณก็ช่วยอยู่ห่างๆ ฉันหน่อยสิคะถ้าบังเอิญเจอกันก็ไม่ต้องทักทำเป็นคนไม่รู้จักกันไปเลย”
“แต่ฉันสัญญาไม่ได้หรอกนะว่าจะทำได้คุณก็รู้ใช่ไหมคะว่าความรู้สึกของคนเรามันห้ามกันไม่ได้”
“ฉันขอตัวนะคะฉันไม่ว่างเหมือนคุณ” ว่าจบอาทิตยาก็เดินไปขึ้นรถและขับออกไปทันทีกล้ากวีได้แต่เพียงมองรถของเธอขับออกไปเหมือนกับครั้งก่อน